พรสวรรค์ด้านเปลวเพลิงเป็นพรสวรรค์พิเศษเพราะมันสามารถเพิ่มความสามารถในการต่อสู้ได้โดยตรง
สิ่งที่หมาป่าวายุและคนอื่นๆกลัวที่สุดในการล่าสัตว์อสูรในป่าก็คือการพบเจอกับสัตว์อสูรที่มีพรสวรรค์พิเศษสัตว์อสูรประเภทนี้มีค่ามากกว่าสัตว์อสูรตัวอื่นเล็กน้อย แต่ก็น่ากลัวกว่าเช่นกัน
“จากกลิ่นอายของมัน สัตว์อสูรตัวนี้ยังอยู่ในระดับต่ำ นี่เป็นข่าวดี!”
หมาป่าวายุปลอบใจตัวเอง
ทุกคนค่อยๆก้าวถอยออกไปด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
“น้องเย่เทียน นายรู้จักสัตว์อสูรตัวนี้พรสวรรค์ด้านเปลวเพลิงของมันอยู่ในระดับไหน?” หมาป่าวายุเอ่ยถาม
“พรสวรรค์ด้านเปลวเพลิงระดับรอง!” เย่เทียนพูดตามความจริง
“พรสวรรค์ด้านเปลวเพลิงระดับรอง เปลวเพลิงของสัตว์อสูรตัวนี้สามารถเพิ่มพลังโจมตีได้เป็นสองเท่าโดยปกติสัตว์อสูรจะไม่มีสติปัญญาเหมือนมนุษย์ วิธีการโจมตีของพวกมันมีรูปแบบเดียวพวกเราสามารถฆ่ามันได้ แต่ต้องให้นักรบขั้นต้นถอยออกไปก่อนพวกเขาไม่สามารถเข้ามายุ่งได้!”
หมาป่าวายุกล่าว
นักรบขั้นต้นหลายคนถอยห่างออกไปตามที่หมาป่าวายุกล่าวพวกเขานั้นอ่อนแอเกินไป ไม่เพียงแต่จะช่วยอะไรไม่ได้แต่พวกเขาจะกลายเป็นตัวถ่วงอีกด้วย
ย๊ากกกก!
หมาป่าวายุเป็นคนแรกที่ลงมือก่อน
กิ้งก่าเพลิงโจมตีใส่หมาป่าวายุแต่มันไม่ได้ใช้พรสวรรค์ด้านเปลวเพลิง มันแค่อ้าปากและกัดเข้าที่เขา
ปัง!!!
ดาบของหมาป่าวายุปะทะเข้ากับฟันของกิ้งก่าเพลิงและกระเด็นออกไป
เย่เทียนยืนมองอยู่ด้านข้างคอยประเมินพลังของกิ้งก่าเพลิง
“กิ้งก่าเพลิงมีพละกําลังประมาณ 9,000 จินหากมันใช้พรสวรรค์ด้านเปลวเพลิง พลังของมันจะเพิ่มขึ้นเป็น 18,000 จิน พลังสูงสุดของนักรบขั้นปลายคือ 10,000 จินบวกกับการใช้พลังปราณเข้าโจมตีก็จะกลายเป็น 20,000 จินแม้ว่าการโจมตีของหมาป่าวายุจะไม่ถึง 20,000 จินแต่ก็ไม่ได้ด้อยไปกว่ากันมากนัก คิดๆแล้วมันเพียงพอที่จะจัดการกับกิ้งก่าเพลิงตัวนี้ได้!”
เมื่อเห็นว่าหมาป่าวายุสามารถจัดการกับกิ้งก่าเพลิงได้เย่เทียนก็ไม่คิดจะเปิดเผยพลังที่แท้จริงออกมา
“โฮกก”
กิ้งก่าเพลิงถูกหมาป่าวายุทุบตีจนคำรามออกมาด้วยความเจ็บปวดในที่สุดมันก็ใช้พรสวรรค์ด้านเปลวเพลิง
ฟูมมม!!!
ลูกไฟขนาดใหญ่ก่อตัวขึ้นพุ่งเข้าใส่หมาป่าวายุด้วยความเร็วสูงสุด
“ตัด!”
หมาป่าวายุใช้ดาบที่ถูกปกคลุมด้วยพลังปราณเพื่อสร้างปราณดาบและฟันผ่านอากาศไปยังลูกไฟ
ปราณดาบทำลายลูกไฟและพุ่งตรงไปยังกิ้งก่าเพลิง
ปัง!
ปราณดาบเฉือนเข้าที่ร่างกิ้งก่าเพลิงทำให้มันได้รับบาดเจ็บอีกครั้ง
ในเวลาเดียวกันเย่เทียนและนักรบคนอื่นๆก็โจมตีใส่กิ้งก่าเพลิง
หลังจากนั้นไม่นานกิ้งก่าเพลิงก็ตายภายใต้การร่วมมือกันของทุกคน
“ฮ่าๆ สัตว์อสูรที่มีพรสวรรค์พิเศษ ดูๆ แล้วก็ไม่เห็นจะพิเศษอะไรมากนัก”หลังจากช่วยกันสังหารกิ้งก่าเพลิง นักรบคนหนึ่งก็เผยท่าทีตื่นเต้นออกมา
“ทุกคนอย่าประมาท บางทีในหุบเขาแห่งนี้อาจมีกิ้งก่าเพลิงมากกว่าหนึ่งตัว!”
เย่เทียนเตือน
เมื่อหมาป่าวายุได้ยินคําพูดของเย่เทียนสีหน้าของเขายิ่งหนักอึ้งขึ้นเขาไม่ได้มีความตื่นเต้นที่สามารถสังหารกิ้งก่าเพลิงได้แม้แต่น้อย
“น้องชายเย่เทียนพูดถูก พวกเราเพิ่งเข้ามาในหุบเขาก็เจอกับกิ้งก่าเพลิงแล้วไม่แน่ว่าอาจจะมีพวกของมันมากกว่านี้ เจ้าพวกตระกูลหลินบัดซบมอบหมายภารกิจให้พวกเราโดยไม่ตรวจสอบสถานการณ์ก่อนแต่กลับแบ่งพื้นที่ที่มีสัตว์อสูรพิเศษมาให้เรากวาดล้าง!”หมาป่าวายุสบถออกมาอย่างโกรธเคือง
แต่เขาก็รู้ดีว่าตระกูลหลินไม่มีทางจะมาสนใจชีวิตพวกเขาอยู่แล้วไม่ว่าพวกเขาจะบ่นไปยังไงมันก็ไร้ประโยชน์
ในเมื่อเลือกที่จะมาที่นี่แล้วมันเป็นไปไม่ได้ที่จะถอยกลับ
“ทุกคนระวังสถานการณ์รอบๆ ด้วย!”
หมาป่าวายุกล่าวกําชับและเดินหน้าต่อไป
ไม่นานพวกเขาก็พบกับกิ้งก่าเพลิงอีกตัวหลังจากนั้นพวกเขาก็ต่อสู้กับมันอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่จะจบชีวิตของมันลงได้
หลังจากนั้นไม่นานกิ้งก่าเพลิงสองตัวก็ปรากฏตัวขึ้นอีก
คราวนี้
หมาป่าวายุและคนอื่นๆเข้าสู้กับมันอย่างยากลําบากพวกเขาใช้เวลาค่อนข้างนานในการฆ่ากิ้งก่าเพลิงสองตัวนี้
เวลานี้พวกเขาถอยออกมาตั้งหลักตรงทางเข้าหุบเขา
“ฉันแน่ใจแล้วว่าหุบเขาแห่งนี้เป็นรังของกิ้งก่าเพลิงภายในหุบเขาต้องมีกิ้งก่าเพลิงอยู่เป็นจำนวนมาก หากพวกเรายังคงเป็นเช่นนี้ต่อไปพวกเราไม่รอดแน่!”
หมาป่าวายุกล่าวอย่างอ่อนล้า
หลังจากการต่อสู้ครั้งแล้วครั้งเล่าพลังปราณของเขาถูกใช้ไปเป็นจํานวนมาก พละกําลังของเขาเองก็ลดลงไปมากเช่นกันไม่ต้องพูดถึงความสามารถในการต่อสู้ของเขาในขณะนี้เลยตอนนี้เขาไม่สามารถสังหารได้แม้กระทั่งกิ้งก่าเพลิงเพียงตัวเดียว
การก้าวไปข้างหน้าในสถานการณ์เช่นนี้ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเป็นการไปรนหาที่ตาย
“ถอยกันก่อนเถอะ พักผ่อนและวางแผนให้เรียบร้อยก่อนแล้วค่อยว่ากัน!”
หมาป่าวายุเสนอ
คนอื่นจะมีความคิดเห็นใดๆได้ เพราะพวกเขาเองก็กลัวเช่นกัน
กลุ่มคนทั้งหมดเดินออกจากหุบเขาแต่ขณะที่พวกเขากําลังจะออกจากหุบเขาพวกเขาก็พบว่าทางเข้าหุบเขาถูกกิ้งก่าเพลิงสิบกว่าตัวขวางไว้
“แย่แล้ว!”
หมาป่าวายุตะโกนอย่างสิ้นหวัง
จากความแข็งแกร่งของทีมในตอนนี้พวกเขาแทบจะไม่สามารถจัดการกิ้งก่าเพลิงตัวเดียวได้เลยถ้าต้องเผชิญหน้ากับกิ้งก่าเพลิง 10 ตัวพวกเขาคงไม่รอดเลยสักคน
“ขอความช่วยเหลือ!”
หมาป่าวายุหยิบอุปกรณ์สื่อสารออกมาและถอยออกไปพร้อมกับส่งข้อความขอความช่วยเหลือ
อย่างไรก็ตามข้อความขอความช่วยเหลือได้ปรากฏขึ้นเป็นจำนวนมาก แต่ไม่มีการตอบกลับใดๆ
“บ้าเอ๊ย ภายในระยะ 10 กิโลเมตรต้องมีทีมของนักรบชั้นยอดอย่างแน่นอน แต่คนพวกนี้กลับไม่สนใจคําขอของฉัน!”
หมาป่าวายุสบถอย่างโกรธเคือง
“กัปตัน ไม่ต้องขอความช่วยเหลือแล้ว ไม่มีใครมาช่วยเราหรอก!” เย่เทียนกล่าว
“เฮ้อ ฉันเองก็รู้ แต่ฉันคิดว่ายังมีโอกาสอยู่บ้างดูเหมือนว่าฉันจะประเมินความเห็นแก่ตัวของมนุษย์ต่ำไป!”
หมาป่าวายุถอนหายใจอย่างช่วยไม่ได้
ในเวลานี้กิ้งก่าเพลิงสิบตัวพุ่งเข้าใส่เขาแล้ว
ถ้าพูดถึงความเร็วกิ้งก่าเพลิงนั้นเทียบได้กับนักรบขั้นกลางเท่านั้นถ้าหมาป่าวายุที่เป็นนักรบขั้นปลายต้องการจะหลบหนีไป เขาก็มีโอกาสหลบหนีไปได้แต่หากเขาหนีไป คนอื่นๆ ก็ไม่มีความหวังที่จะมีชีวิตอยู่แน่นอน
ผู้คนในที่แห่งนี้ล้วนเป็นลูกน้องที่ติดตามเขามาสิบกว่าปีพวกเขามีความสัมพันธ์แน่นแฟ้นมาก เขาไม่มีทางทิ้งคนพวกนี้ไว้ข้างหลังแน่
“ถ้าเสี่ยวเย่วอยู่ที่นี่ ด้วยทักษะการยิงธนูของเสี่ยวเย่วบางทีพวกเราอาจจะสามารถควบคุมกิ้งก่าเพลิงนี้ได้แล้วพวกเราก็คงจะมีโอกาสมีชีวิตรอดมากขึ้น!” หมาป่าวายุเกิดความคิดนี้ขึ้นในใจ
แต่ทันใดนั้นเขาก็โยนความคิดนี้ทิ้งไป
เสี่ยวเย่วสมาชิกของทีมล่าหมาป่าวายุยังเด็กมากแม้ว่าเสี่ยวเย่วจะเป็นเพียงผู้ฝึกยุทธ์ขั้นต้นแต่ทักษะการยิงธนูของเธอนั้นยอดเยี่ยมมาก เธอเป็นคนของตระกูลใหญ่และมีอนาคตที่สดใสตระกูลใหญ่ไม่สามารถปล่อยให้เสี่ยวเย่วเข้าร่วมภารกิจที่อันตรายเช่นนี้ได้
และเขาก็ไม่ต้องการให้เสี่ยวเย่วตกอยู่ในอันตรายมิฉะนั้นเขาคงจะไม่สามารถทนต่อความรู้สึกผิดได้
ด้วยเหตุนี้เขาจึงปฏิเสธการเข้าร่วมของเสี่ยวเย่ว
ตอนนี้เสี่ยวเย่วคงอยู่ภายใต้การดูแลของตระกูลของเธอ!
เมื่อเห็นว่ากิ้งก่าเพลิงใกล้เข้ามาเรื่อยๆหมาป่าวายุก็ตัดสินใจอย่างเด็ดขาด
“ฉันจะหยุดกิ้งก่าเพลิงพวกนี้ไว้ พวกนายรีบหนีไปเร็วเข้า!”
เจตจํานงอันเด็ดเดี่ยวระเบิดออกมาจากร่างของหมาป่าวายุส่งผลกระทบต่ออารมณ์ของทุกคนในพริบตา
“ไม่ หัวหน้า พวกเราจะสู้กับพวกมัน!”
ผู้ฝึกยุทธ์คนหนึ่งยืนขึ้นและกล่าว
“ใช่ เราสู้กับพวกมัน!”
คนอื่นๆก็เช่นกัน
อย่างไรก็ตามนักรบคนสุดท้ายที่เข้าร่วมไม่ใช่นักรบของทีมหมาป่าวายุ พวกเขาไม่มีความรู้สึกใดๆต่อกัน เขาจึงพร้อมที่จะหลบหนีไปก่อนใคร
“งั้นพวกนายก็ถ่วงเวลากิ้งก่าเพลิงพวกนี้ซะ ฉันขอตัวก่อน!”
พูดจบเขาก็หนีเข้าไปในหุบเขาเตรียมหาที่ซ่อนตัวก่อนแล้วค่อยว่ากัน
“เจ้าคนไร้ยางอาย!”
มีคนด่าทอ
หมาป่าวายุไม่สนใจนักรบคนนั้นแต่มองไปที่เย่เทียน “เย่เทียน นายมีพรสวรรค์สูงมากการเอาชีวิตมาทิ้งที่นี่เป็นเรื่องน่าเสียดาย นายหนีไปเถอะ!”
เย่เทียนยิ้มและกล่าวว่า“ไม่ต้องกังวล พวกเราไม่ตายหรอก มันก็แค่กิ้งก่าเพลิงเท่านั้น!”
พร้อมกันนั้นเย่เทียนก็ปลดปล่อยกลิ่นอายของนักรบชั้นยอดออกมา