ระบบคัดลอกพรสวรรค์ (Your Talent Is Mine) 【จบ】

    เล่มที่ 1 บทที่ 29 ความสิ้นหวังและความหวังของหมาป่าวายุ

       

            พรสวรรค์ด้านเปลวเพลิงเป็นพรสวรรค์พิเศษเพราะมันสามารถเพิ่มความสามารถในการต่อสู้ได้โดยตรง

            สิ่งที่หมาป่าวายุและคนอื่นๆกลัวที่สุดในการล่าสัตว์อสูรในป่าก็คือการพบเจอกับสัตว์อสูรที่มีพรสวรรค์พิเศษสัตว์อสูรประเภทนี้มีค่ามากกว่าสัตว์อสูรตัวอื่นเล็กน้อย แต่ก็น่ากลัวกว่าเช่นกัน

            “จากกลิ่นอายของมัน สัตว์อสูรตัวนี้ยังอยู่ในระดับต่ำ นี่เป็นข่าวดี!”

            หมาป่าวายุปลอบใจตัวเอง

            ทุกคนค่อยๆก้าวถอยออกไปด้วยสีหน้าเคร่งเครียด

            “น้องเย่เทียน นายรู้จักสัตว์อสูรตัวนี้พรสวรรค์ด้านเปลวเพลิงของมันอยู่ในระดับไหน?” หมาป่าวายุเอ่ยถาม

            “พรสวรรค์ด้านเปลวเพลิงระดับรอง!” เย่เทียนพูดตามความจริง

            “พรสวรรค์ด้านเปลวเพลิงระดับรอง เปลวเพลิงของสัตว์อสูรตัวนี้สามารถเพิ่มพลังโจมตีได้เป็นสองเท่าโดยปกติสัตว์อสูรจะไม่มีสติปัญญาเหมือนมนุษย์ วิธีการโจมตีของพวกมันมีรูปแบบเดียวพวกเราสามารถฆ่ามันได้ แต่ต้องให้นักรบขั้นต้นถอยออกไปก่อนพวกเขาไม่สามารถเข้ามายุ่งได้!”

            หมาป่าวายุกล่าว

            นักรบขั้นต้นหลายคนถอยห่างออกไปตามที่หมาป่าวายุกล่าวพวกเขานั้นอ่อนแอเกินไป ไม่เพียงแต่จะช่วยอะไรไม่ได้แต่พวกเขาจะกลายเป็นตัวถ่วงอีกด้วย

            ย๊ากกกก!

            หมาป่าวายุเป็นคนแรกที่ลงมือก่อน

            กิ้งก่าเพลิงโจมตีใส่หมาป่าวายุแต่มันไม่ได้ใช้พรสวรรค์ด้านเปลวเพลิง มันแค่อ้าปากและกัดเข้าที่เขา

            ปัง!!!

            ดาบของหมาป่าวายุปะทะเข้ากับฟันของกิ้งก่าเพลิงและกระเด็นออกไป

            เย่เทียนยืนมองอยู่ด้านข้างคอยประเมินพลังของกิ้งก่าเพลิง

            “กิ้งก่าเพลิงมีพละกําลังประมาณ 9,000 จินหากมันใช้พรสวรรค์ด้านเปลวเพลิง พลังของมันจะเพิ่มขึ้นเป็น 18,000 จิน พลังสูงสุดของนักรบขั้นปลายคือ 10,000 จินบวกกับการใช้พลังปราณเข้าโจมตีก็จะกลายเป็น 20,000 จินแม้ว่าการโจมตีของหมาป่าวายุจะไม่ถึง 20,000 จินแต่ก็ไม่ได้ด้อยไปกว่ากันมากนัก คิดๆแล้วมันเพียงพอที่จะจัดการกับกิ้งก่าเพลิงตัวนี้ได้!”

            เมื่อเห็นว่าหมาป่าวายุสามารถจัดการกับกิ้งก่าเพลิงได้เย่เทียนก็ไม่คิดจะเปิดเผยพลังที่แท้จริงออกมา

            “โฮกก”

            กิ้งก่าเพลิงถูกหมาป่าวายุทุบตีจนคำรามออกมาด้วยความเจ็บปวดในที่สุดมันก็ใช้พรสวรรค์ด้านเปลวเพลิง

            ฟูมมม!!!

            ลูกไฟขนาดใหญ่ก่อตัวขึ้นพุ่งเข้าใส่หมาป่าวายุด้วยความเร็วสูงสุด

            “ตัด!”

            หมาป่าวายุใช้ดาบที่ถูกปกคลุมด้วยพลังปราณเพื่อสร้างปราณดาบและฟันผ่านอากาศไปยังลูกไฟ

            ปราณดาบทำลายลูกไฟและพุ่งตรงไปยังกิ้งก่าเพลิง

            ปัง!

            ปราณดาบเฉือนเข้าที่ร่างกิ้งก่าเพลิงทำให้มันได้รับบาดเจ็บอีกครั้ง

            ในเวลาเดียวกันเย่เทียนและนักรบคนอื่นๆก็โจมตีใส่กิ้งก่าเพลิง

            หลังจากนั้นไม่นานกิ้งก่าเพลิงก็ตายภายใต้การร่วมมือกันของทุกคน

            “ฮ่าๆ สัตว์อสูรที่มีพรสวรรค์พิเศษ ดูๆ แล้วก็ไม่เห็นจะพิเศษอะไรมากนัก”หลังจากช่วยกันสังหารกิ้งก่าเพลิง นักรบคนหนึ่งก็เผยท่าทีตื่นเต้นออกมา

            “ทุกคนอย่าประมาท บางทีในหุบเขาแห่งนี้อาจมีกิ้งก่าเพลิงมากกว่าหนึ่งตัว!”

            เย่เทียนเตือน

            เมื่อหมาป่าวายุได้ยินคําพูดของเย่เทียนสีหน้าของเขายิ่งหนักอึ้งขึ้นเขาไม่ได้มีความตื่นเต้นที่สามารถสังหารกิ้งก่าเพลิงได้แม้แต่น้อย

            “น้องชายเย่เทียนพูดถูก พวกเราเพิ่งเข้ามาในหุบเขาก็เจอกับกิ้งก่าเพลิงแล้วไม่แน่ว่าอาจจะมีพวกของมันมากกว่านี้ เจ้าพวกตระกูลหลินบัดซบมอบหมายภารกิจให้พวกเราโดยไม่ตรวจสอบสถานการณ์ก่อนแต่กลับแบ่งพื้นที่ที่มีสัตว์อสูรพิเศษมาให้เรากวาดล้าง!”หมาป่าวายุสบถออกมาอย่างโกรธเคือง

            แต่เขาก็รู้ดีว่าตระกูลหลินไม่มีทางจะมาสนใจชีวิตพวกเขาอยู่แล้วไม่ว่าพวกเขาจะบ่นไปยังไงมันก็ไร้ประโยชน์

            ในเมื่อเลือกที่จะมาที่นี่แล้วมันเป็นไปไม่ได้ที่จะถอยกลับ

            “ทุกคนระวังสถานการณ์รอบๆ ด้วย!”

            หมาป่าวายุกล่าวกําชับและเดินหน้าต่อไป

            ไม่นานพวกเขาก็พบกับกิ้งก่าเพลิงอีกตัวหลังจากนั้นพวกเขาก็ต่อสู้กับมันอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่จะจบชีวิตของมันลงได้

            หลังจากนั้นไม่นานกิ้งก่าเพลิงสองตัวก็ปรากฏตัวขึ้นอีก

            คราวนี้

            หมาป่าวายุและคนอื่นๆเข้าสู้กับมันอย่างยากลําบากพวกเขาใช้เวลาค่อนข้างนานในการฆ่ากิ้งก่าเพลิงสองตัวนี้

            เวลานี้พวกเขาถอยออกมาตั้งหลักตรงทางเข้าหุบเขา

            “ฉันแน่ใจแล้วว่าหุบเขาแห่งนี้เป็นรังของกิ้งก่าเพลิงภายในหุบเขาต้องมีกิ้งก่าเพลิงอยู่เป็นจำนวนมาก หากพวกเรายังคงเป็นเช่นนี้ต่อไปพวกเราไม่รอดแน่!”

            หมาป่าวายุกล่าวอย่างอ่อนล้า

            หลังจากการต่อสู้ครั้งแล้วครั้งเล่าพลังปราณของเขาถูกใช้ไปเป็นจํานวนมาก พละกําลังของเขาเองก็ลดลงไปมากเช่นกันไม่ต้องพูดถึงความสามารถในการต่อสู้ของเขาในขณะนี้เลยตอนนี้เขาไม่สามารถสังหารได้แม้กระทั่งกิ้งก่าเพลิงเพียงตัวเดียว

            การก้าวไปข้างหน้าในสถานการณ์เช่นนี้ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเป็นการไปรนหาที่ตาย

            “ถอยกันก่อนเถอะ พักผ่อนและวางแผนให้เรียบร้อยก่อนแล้วค่อยว่ากัน!”

            หมาป่าวายุเสนอ

            คนอื่นจะมีความคิดเห็นใดๆได้ เพราะพวกเขาเองก็กลัวเช่นกัน

            กลุ่มคนทั้งหมดเดินออกจากหุบเขาแต่ขณะที่พวกเขากําลังจะออกจากหุบเขาพวกเขาก็พบว่าทางเข้าหุบเขาถูกกิ้งก่าเพลิงสิบกว่าตัวขวางไว้

            “แย่แล้ว!”

            หมาป่าวายุตะโกนอย่างสิ้นหวัง

            จากความแข็งแกร่งของทีมในตอนนี้พวกเขาแทบจะไม่สามารถจัดการกิ้งก่าเพลิงตัวเดียวได้เลยถ้าต้องเผชิญหน้ากับกิ้งก่าเพลิง 10 ตัวพวกเขาคงไม่รอดเลยสักคน

            “ขอความช่วยเหลือ!”

            หมาป่าวายุหยิบอุปกรณ์สื่อสารออกมาและถอยออกไปพร้อมกับส่งข้อความขอความช่วยเหลือ

            อย่างไรก็ตามข้อความขอความช่วยเหลือได้ปรากฏขึ้นเป็นจำนวนมาก แต่ไม่มีการตอบกลับใดๆ

            “บ้าเอ๊ย ภายในระยะ 10 กิโลเมตรต้องมีทีมของนักรบชั้นยอดอย่างแน่นอน แต่คนพวกนี้กลับไม่สนใจคําขอของฉัน!”

            หมาป่าวายุสบถอย่างโกรธเคือง

            “กัปตัน ไม่ต้องขอความช่วยเหลือแล้ว ไม่มีใครมาช่วยเราหรอก!” เย่เทียนกล่าว

            “เฮ้อ ฉันเองก็รู้ แต่ฉันคิดว่ายังมีโอกาสอยู่บ้างดูเหมือนว่าฉันจะประเมินความเห็นแก่ตัวของมนุษย์ต่ำไป!”

            หมาป่าวายุถอนหายใจอย่างช่วยไม่ได้

            ในเวลานี้กิ้งก่าเพลิงสิบตัวพุ่งเข้าใส่เขาแล้ว

            ถ้าพูดถึงความเร็วกิ้งก่าเพลิงนั้นเทียบได้กับนักรบขั้นกลางเท่านั้นถ้าหมาป่าวายุที่เป็นนักรบขั้นปลายต้องการจะหลบหนีไป เขาก็มีโอกาสหลบหนีไปได้แต่หากเขาหนีไป คนอื่นๆ ก็ไม่มีความหวังที่จะมีชีวิตอยู่แน่นอน

            ผู้คนในที่แห่งนี้ล้วนเป็นลูกน้องที่ติดตามเขามาสิบกว่าปีพวกเขามีความสัมพันธ์แน่นแฟ้นมาก เขาไม่มีทางทิ้งคนพวกนี้ไว้ข้างหลังแน่

            “ถ้าเสี่ยวเย่วอยู่ที่นี่ ด้วยทักษะการยิงธนูของเสี่ยวเย่วบางทีพวกเราอาจจะสามารถควบคุมกิ้งก่าเพลิงนี้ได้แล้วพวกเราก็คงจะมีโอกาสมีชีวิตรอดมากขึ้น!” หมาป่าวายุเกิดความคิดนี้ขึ้นในใจ

            แต่ทันใดนั้นเขาก็โยนความคิดนี้ทิ้งไป

            เสี่ยวเย่วสมาชิกของทีมล่าหมาป่าวายุยังเด็กมากแม้ว่าเสี่ยวเย่วจะเป็นเพียงผู้ฝึกยุทธ์ขั้นต้นแต่ทักษะการยิงธนูของเธอนั้นยอดเยี่ยมมาก เธอเป็นคนของตระกูลใหญ่และมีอนาคตที่สดใสตระกูลใหญ่ไม่สามารถปล่อยให้เสี่ยวเย่วเข้าร่วมภารกิจที่อันตรายเช่นนี้ได้

            และเขาก็ไม่ต้องการให้เสี่ยวเย่วตกอยู่ในอันตรายมิฉะนั้นเขาคงจะไม่สามารถทนต่อความรู้สึกผิดได้

            ด้วยเหตุนี้เขาจึงปฏิเสธการเข้าร่วมของเสี่ยวเย่ว

            ตอนนี้เสี่ยวเย่วคงอยู่ภายใต้การดูแลของตระกูลของเธอ!

            เมื่อเห็นว่ากิ้งก่าเพลิงใกล้เข้ามาเรื่อยๆหมาป่าวายุก็ตัดสินใจอย่างเด็ดขาด

            “ฉันจะหยุดกิ้งก่าเพลิงพวกนี้ไว้ พวกนายรีบหนีไปเร็วเข้า!”

            เจตจํานงอันเด็ดเดี่ยวระเบิดออกมาจากร่างของหมาป่าวายุส่งผลกระทบต่ออารมณ์ของทุกคนในพริบตา

            “ไม่ หัวหน้า พวกเราจะสู้กับพวกมัน!”

            ผู้ฝึกยุทธ์คนหนึ่งยืนขึ้นและกล่าว

            “ใช่ เราสู้กับพวกมัน!”

            คนอื่นๆก็เช่นกัน

            อย่างไรก็ตามนักรบคนสุดท้ายที่เข้าร่วมไม่ใช่นักรบของทีมหมาป่าวายุ พวกเขาไม่มีความรู้สึกใดๆต่อกัน เขาจึงพร้อมที่จะหลบหนีไปก่อนใคร

            “งั้นพวกนายก็ถ่วงเวลากิ้งก่าเพลิงพวกนี้ซะ ฉันขอตัวก่อน!”

            พูดจบเขาก็หนีเข้าไปในหุบเขาเตรียมหาที่ซ่อนตัวก่อนแล้วค่อยว่ากัน

            “เจ้าคนไร้ยางอาย!”

            มีคนด่าทอ

            หมาป่าวายุไม่สนใจนักรบคนนั้นแต่มองไปที่เย่เทียน “เย่เทียน นายมีพรสวรรค์สูงมากการเอาชีวิตมาทิ้งที่นี่เป็นเรื่องน่าเสียดาย นายหนีไปเถอะ!”

            เย่เทียนยิ้มและกล่าวว่า“ไม่ต้องกังวล พวกเราไม่ตายหรอก มันก็แค่กิ้งก่าเพลิงเท่านั้น!”

            พร้อมกันนั้นเย่เทียนก็ปลดปล่อยกลิ่นอายของนักรบชั้นยอดออกมา

    คล้ายกับเรื่องระบบคัดลอกพรสวรรค์ (Your Talent Is Mine) 【จบ】 ที่คุณอ่าน