ร่างสถิตราชันมังกร : God Spirit

    ตอนที่ 30 หักหน้าคนตระกูลปีกมังกร ตอน ต้น

    บทที่ 2 ปราณมาศ

             

            “หึม?”

            ผมหันไปมองโหวหวังแล้วหันกลับมาทางพี่ฟ่าน

             

            ฟังเรื่องราวพวกนี้แล้ว มันแทบไม่ต่างจากคนในทวีปเก่า ที่บางคนบอกว่า 'ชาติกำเนิดเป็นโชคชะตา' เกิดมา คล้ำ ขาว รวย จน ล้วนเป็นสิ่งที่เบื้องบนกำหนด

            เรื่องนั้นผมก็ไม่เถียง แต่การแบ่งแยกชนชั้นวรรณะ ก็ล้วนเป็นสิ่งที่คนกำหนด

            ผมไม่เข้าใจเลยจริง ๆ

            ไอ้หลักการล้าสมัยพวกนี้เนี่ย มันมีดีอะไร แค่เกิดมาไม่มีปานเป็นรูปมังกร ก็ถูกคนในครอบครัวมองต่ำ

            ไอ้เรื่องแบบนี้ในสายตาผม..

            มันชั่งเหลวไหล

            มีแต่พวกงี่เง่า EQ ต่ำเท่านั้นที่คิดแบบนี้ได้

             

            ผมยกมือซ้าย ลูบเบา ๆ บนปานแดงที่หลังมือขวา

            “ขนาดภายในตระกูลตนเองยังแบ่งชนชั้นขนาดนี้..

            คนนอกพวกมันไม่บอกว่าต่ำกว่าก้อนกรวดตามทางไปเลยหรือไงเนี่ย?”

             

            “เพราะอย่างนี้ไงล่ะจอมยุทธ์หลิว..”

            เสียงพี่ฟ่านดังขึ้นทันที เหมือนรอให้ผมเข้าใจอยู่พอดี

            “ข้าว่าพวกเราออกเดินทางเลยก็ได้ ข้าวเที่ยงกินสายหน่อย พวกข้าก็ไม่ว่าเจ้าหรอก”

             

            แต่ผมส่ายหน้าเบา ๆ

            “ข้าเข้าใจความหนักใจของท่านนะพี่ฟ่าน..

            แต่ข้านั้นจำเป็นต้องหาซื้อเสบียงจริง ๆ”

            แล้วผมก็เอื้อมมือไปแตะแผ่นหลังของโหวหวังที่ยืนง่วงอยู่ข้าง ๆ

            เจ้านี่แม้จะดูเหมือนคนขี้เกียจ แต่โปรไฟล์มันใช่เล่นเสียที่ไหน

            “นี่ไง.. เรามีนายน้อยตระกูลซุนเดินเคียงข้างอยู่ทั้งคน

            แถมปู่มันก็เป็นถึงผู้เฒ่าวานรแห่งสภาห้าผู้เฒ่า ต่อให้พวกเกล็ดทองมาเองก็เถอะ..

            พวกเราไม่จำเป็นต้องกลัวอะไรทั้งนั้น”

            ผมยิ้มบาง ๆ

            “อีกอย่าง.. พวกข้าแค่ไม่สร้างเรื่องก็พอแล้วนี่

            ถ้าพวกตระกูลตงเดินมา..

            เราก็แค่เลี้ยวหลบก็สิ้นเรื่องแล้ว

            อย่าได้กังวลไปเลย..”

            สิ่งที่ผมพูด.. ผมไม่ได้อยากท้าทายใคร

            แต่ผมก็ไม่ได้อยากใช้ชีวิตแบบคนที่ต้องหลบหลีกทุกครั้งที่เงาใครเดินมาใกล้

            และที่สำคัญ..

            จะให้พวกผมไปแย่งเสบียงกับคนอื่น ทั้ง ๆ ที่ยังสามารถหาซื้อได้ในตอนนี้

            มันก็ดูจะเกินไปหน่อย

            แถม..

            ผมยังอยากเห็นเมืองที่เจริญที่สุดในอาณาจักรปัญจมิตรดูสักครั้ง มันคงเป็นบุญตาสำหรับคนที่เกิดและเติบโตมาในต่างทวีปอย่างผม

             

            “ตะแต่ว่า..”

            พี่ฟ่านดูเหมือนยังลังเลอยู่

            สายตาของเขาไม่ได้ดูถูกพวกผม

            แต่มันเหมือนสายตาของคนที่เคยเห็นคนถูกทำลายโดยคำว่า 'ขัดใจตระกูลตง' มานับไม่ถ้วน

            หรืออย่างน้อย..

            ก็คงเคยได้ยินเรื่องเล่าทำนองนี้มามาก จึงกลัวจนขึ้นสมองขนาดนี้

             

            “เอาเถอะพี่ชาย..”

            เสียงโหวหวังดังขึ้นเคียงข้าง

            “ฉันรับรองความปลอดภัยของพวกคุณ ๆ ด้วยชื่อของฉันเอง”

            มันเอ่ยออกมาเต็มเสียงแบบไม่ลังเล แถมคราวนี้น้ำเสียงของมันก็ไม่ได้ติดอาการงัวเงียอีกด้วย

            “อย่างที่อ้ายเจี้ยนมันว่า..

            ต่อให้ที่นี่จะเป็นเมืองหลวงของสกุลปีกมังกร

            แต่เยี่ยงไร..

            ก็ยังอยู่ภายใต้การดูแลของสภาห้าผู้เฒ่า

            ต่อให้พวกเกล็ดทองจะหยิ่งขนาดไหน

            ถ้าพวกมันผิด..

            พวกมันหรือจะกล้าหาเรื่องฉันแบบซึ่งหน้า..”

             

            พี่เกาฟ่างยังลังเลอยู่ครู่หนึ่ง

            ก่อนจะเอ่ยออกมาเสียงเบากว่าเดิม

            “ถ้านายน้อยซุนรับรอง..

            พวกข้าก็วางใจ แต่ว่า..

            พวกข้าขอเปลี่ยนที่นัดหมายเป็นที่ตรงนี้ได้หรือไม่?

            ข้าไม่อยากให้คนของข้าไปยืนเกะกะที่ประตูเมืองตะวันออก..

            กลัวจะขวางหูขวางตาคนตระกูลตงเข้า”

             

            ผมพยักหน้ารับทันที ไม่อยากฝืนความรู้สึกของพวกเขา

            “ได้เลยพี่เกา เอาตามท่านสบายใจ

            อีกหนึ่งชั่วยาม..เจอกันที่นี่”

            พูดจบ ผมกับโหวหวังก็เดินออกมาเลย

            ทางด้านหลัง.. พี่ฟ่านกับคนของเขาก็ได้มองมาที่พวกผม..

            ผมรู้สึกได้..

            พวกเขาคงกำลังอวยพรให้ผม..

            หรืออย่างน้อย..

            ก็คงหวังให้พวกผมไม่ต้องเจอกับกลุ่มคนตระกูลปีกมังกร

             

            มหานครปัญจมิตร..

            ถึงจะผ่านเมืองใหญ่ ๆ มาหลายแห่ง..

            แต่ที่นี่..นี่มัน..

            มันให้ความรู้สึกคนละระดับ

            เมืองหลวงแห่งนี้ถูกแบ่งออกเป็นหกโซน ตามทิศทั้งห้า

            เหนือ ใต้ ออก ตก ออกเฉียงใต้และใจกลางเมือง

            แต่ละทิศทาสีตึกรามบ้านช่องตาม.. สีประจำตระกูลห้าเสาหลัก

            ตระกูลซุน (พญาวานร) - สีน้ำตาล

            ตระกูลอุสางิ (ศศะจันทรา) - สีขาว

            ตระกูลหม่า (อาชาสวรรค์) - สีดำ

            ตระกูลตง (ปีกมังกร) - สีคราม

            ตระกูลฮู (มหาสิงคาล) - สีเหลือง

             

            ตามเสาไฟ กำแพงมุมตึก และแม้แต่แผ่นป้ายหน้าร้าน..

            จะต้องมีรูปสัตว์ประจำตระกูลของทั้งห้าตระกูลแปะไว้เสมอ

            ไม่ใช่แค่แปะ

            แต่เป็นงานปั้นระดับเทพเจ้า

            วานรของตระกูลซุนดูห้าวหาญ

            กระต่ายของอุสางิแสนสูงส่ง

            ม้าเหินของตระกูลหม่าน่าเกรงขาม

            มังกรของตระกูลตงสุดทรงอำนาจแบบไม่ต้องพูด

            สิงห์ของตระกูลฮูสง่างามดั่งเจ้าป่า

             

            สิ่งที่ผมเห็น ผมถึงกับพูดกับตัวเองในใจ

            'นี่มันไม่ใช่เมืองธรรมดา..มันคือเมืองแห่งอำนาจ'

             

            โหวหวังพาผมมายังโซนทางทิศใต้

            ที่นี่เป็นเขตของตระกูลฮู หรือสกุลมหาสิงคาล

            ตระกูลที่ขึ้นชื่อเรื่องการจัดการ ค้าขาย และควบคุมระบบโลจิสติกส์ของทั้งอาณาจักร

            แน่นอน..

            ตลาดใหญ่ที่สุดของอาณาจักรอยู่ที่นี่

             

            ถนนในโซนนี้กว้างกว่าเขตอื่น

            มีทั้งหาบเร่ รถลาก เกวียน และแผงลอยที่แบ่งเป็นระเบียบ

            กลิ่นสมุนไพร ผ้าทอ ชาแห้ง เนื้อรมควัน ลอยคลุ้งตัดกันแบบบ้าคลั่ง

             

            ผมกับโหวหวังพากันเลือกซื้อของเท่าที่ต้องการ ไม่ได้เสียเวลาเดินดูอะไรมากนัก

            แม้พวกเราจะไม่ได้ใส่ใจหรือกลัวอะไรแบบที่พี่ฟ่านกังวล

            แต่ก็เข้าใจความรู้สึกของคนที่กลัวอะไรสักอย่าง

            จึงได้พยายามทำธุระของตนเองให้เร็วที่สุด

            จะได้กลับไปรวมกลุ่มกับพวกพี่ฟ่าน เพื่อให้พวกเขาคลายความกลัวลง

             

            แต่ถึงแม้ผมจะคิดแบบนั้น

            พวกนายเชื่อไหม..

            ว่าเทพธิดาประจำตัวผม AKA เทพธิดาแห่งคนดวงซวย

            เหมือนเธอจะเบื่อ..

            จึงได้โยนเรื่องบางอย่างเข้ามา

             

            “ฮืออ๊ากกก!!”

            เสียงโกลาหลดังขึ้นทางด้านหลังของตลาด

            ผมและโหวหวังหันขวับตามเสียง..

            ที่ทิศทางนั้น..

            คนเริ่มวิ่งกรูไปทางต้นเสียง

             

            ผมกับไอ้หน้าขนมองหน้ากัน ก่อนมันจะพึมพำ..

            “อย่างไรคงต้องดูสักหน่อย.. เผื่อฉันจักช่วยอันใดได้..”

            ซึ่งผมก็ผงกหัวเข้าใจ..

            อย่างไรมันก็เป็นคนจากตระกูลห้าเสาหลัก ซ้ำยังเป็นถึงบุตรชายเพียงคนเดียวของผู้นำตระกูล

            ต่อให้คนภายในนครหลวงจักมิใช่คนในเขตการปกครองของคนตระกูลซุน

            แต่ถึงอย่างนั้น..

            ทุกคนก็เป็นชาวอาณาจักรปัญจมิตร

             

            เราทั้งคู่พยายามแทรกตัวฝ่าฝูงชน

            โชคดีหน่อย.. ผมมากับโหวหวัง ทำให้การแหวกฝูงชนนั้นง่ายดายด้วยแรงเหนือคนธรรมดาของมัน

            เจ้าเพื่อนหน้าขนของผมผลักซ้ายดันขวาจนมาถึงแนวหน้าของกลุ่มที่กำลังมุงดูเหตุการณ์

            ซึ่งพอเข้ามาถึง ผมก็ได้เห็นสิ่งที่เกิดขึ้น..

             

            ที่ตรงนั้นมีคนอยู่สองกลุ่ม

            ฝั่งแรกเป็นชาวบ้าน..

            ชายวัยกลางคนหนึ่ง นั่งทรุดอยู่ข้างเด็กชายตัวน้อยอายุราวสิบขวบ ดูแล้วน่าจะเป็นพ่อลูกกัน

            ที่ปลายเท้าของเด็กมีรอยแผลเหวอะหวะ เลือดสดไหลริน

            ดูจากลักษณะของบาดแผล

            น่าจะเกิดจากรอยกัดของอสูร

             

            ฝั่งตรงข้าม..

            รถม้าหรูประดับลายมังกร บนตัวคันรถมีตราตัวโตเขียนคำว่า 'ตง' พาดอยู่ตรงกลาง

            ด้านข้างมีชายแต่งตัวดีคนหนึ่งยืนตวัดแส้อย่างเกรี้ยวกราด

            ที่พื้นเบื้องหน้าเขามีอสูรหน้าตาคล้ายสุนัขจิ้งจอกนอนครวญครางอยู่

            ดูท่า.. เจ้าจิ้งจอกน่าจักโดดใครบางคนเล่นงาน แต่ดูแล้วไม่ได้หนักหนาสาหัสอะไร

             

            เสียงตวาดดังขึ้นทันที

            “เจ้าสวะ!! เจ้าจะรับผิดชอบยังไง!? นี่มันอสูรตัวโปรดของนายน้อยของข้า!!”

            ชายคนนั้นกวัดแกว่งแส้ในมือราวกับเตรียมจะฟาดไม่เลือก

            คนรอบ ๆ เริ่มถอยหลังอย่างระแวดระวัง กลัวโดนลูกหลง

             

            “พี่ชาย.. ได้โปรด..”

            เสียงของคนเป็นพ่อสั่นระริก

            “มันกัดลูกข้าก่อน.. ข้าถึงต้องต่อสู้.. ได้โปรดเมตตาเถิด..”

            ผมมองใบหน้าของเขาที่แดงเรื่อจากทั้งความกลัวและความเครียด

            มือหนึ่งพยายามห้ามเลือดให้ลูก

            อีกมือพยายามห้ามความโกรธของคนที่อาจสั่งประหารเขาได้ด้วยคำเดียว

             

            คราแรกผมไม่อาจตัดสินได้ ว่าฝ่ายไหนเป็นฝั่งผิด..

            หรือจะพูดให้ถูก..

            ผมไม่มีสิทธิ์ไปตัดสินใคร

            แต่เมื่อผมมองไปยังเท้าของเด็กชายคนนั้นอีกครั้ง

            ขาข้างหนึ่งกำลังสั่นเทา

            ดวงตาคลอไปด้วยน้ำ

            และเสียงโอดครวญด้วยความเจ็บปานจะขาดใจ

            ตอนนั้นผมก็ไม่อาจรู้ได้..

            ว่าเพราะเรื่องก่อนหน้าที่พี่ฟ่านกับโหวหวังบอก

            หรือเป็นสายตาที่มองภาพตรงหน้า

            ผมถึงได้รู้สึกว่าฝ่ายของชาวบ้านนั้นดูน่าสงสาร

             

            “อสูรของนายน้อยข้าทำร้ายลูกชายเจ้าก่อน? เฮอะ!!”

            เสียงตวาดของไอ้คนขับรถม้าดังยิ่งกว่าระฆังหน้าโรงเจ

            “นี่มันจิ้งจอกภูผาหางแดงที่เลี้ยงมาแต่แบเบาะ ข้าฝึกจนมันเชื่องยิ่งกว่าลูกหมาเสียอีก

            มันจะไปทำร้ายลูกชายของเจ้าก่อนได้เยี่ยงไร!!”

            แซ่ในมือมันตวัดไปมาเหมือนกลัวคนจะไม่เห็นว่ากำลังจะขึ้นบทโหด เสียงมันดังกว่าคนเจ็บที่นอนดิ้นเสียอีก

             

            “ท่านพ่อ..ข้าเจ็บ..”

            เสียงร้องเบา ๆ ของเด็กชายตัวเล็กที่นั่งกุมแผลเลือดโชกอยู่กับพื้นตัดกับเสียงโหวกเหวกของไอ้ขับรถม้าได้ราวกับคนละโลก

             

            “เจาเอ๋อร์อดทนนะลูก..”

            เสียงนั้นเบา แต่ฟังแล้วแทงอกมากกว่าทุกคำที่ไอ้คนรถพูดมา

            ก่อนที่คนเป็นพ่อจะหันไปทางรถม้า สายตาจ้องไปที่รถม้าราวกับกำลังเห็นเจ้าของยืนอยู่ตรงนั้น

            “ขอได้โปรดนายน้อยตงเมตตา.. ชาวบ้านตาดำ ๆ ด้วยเถิด

            ได้โปรดละเว้นพวกข้าสัก-!”

             

            แล้วทันใดนั้น..

            เพี้ยะ!!

            เสียงแส้ฟาดพื้นดังลั่นราวกับจะฟาดหัวคน แต่ได้ฟาดลงพื้นเพื่อตัดบทสนทนา

            “สามหาว!!! เจ้าเป็นใครถึงกล้าเอ่ยกับนายน้อยของข้าโดยตรง!”

             

            ผมเห็นแววตาพ่อลูกคู่นั้นสั่นไหว.. แววตาแบบขอแค่เพียงยกโทษ ไม่ต้องให้ค่าหมอค่ายาใด ๆ ทั้งสิ้น

             

            แล้วด้วยทั้งหมดที่เกิดขึ้น..

            ไอ้คนข้าง ๆ ของผมก็มีท่าทางฮึดฮัดขึ้นมา..

            ซุนโหวหวังก้าวขาออกไปข้างหนึ่ง น้ำเสียงในหัวมันคงตะโกนคำว่า 'พอกันที!'

            ผมรู้ว่าถ้ามันได้เปิดฉากก่อน..

            เรื่องนี้คงไม่จบ..

            แบบไม่สมบูรณ์

            ผมจึงได้ดึงไหล่ห้ามมันเอาไว้

             

            “เฮ..ใจเย็นพวก”

            ผมกระซิบ

            แต่ไอ้คนที่ถูกผมห้ามกลับเหวี่ยงสายตามองมาอย่างเคืองโกรธ

            ผมจึงรีบพูดก่อน กลัวมันจะเข้าใจผิด

            “ข้าไม่ได้ห้ามเจ้าแสร้งทำตัวเป็นพระเอกหรอกนะ..

            แต่ถ้าปล่อยให้เจ้าลงไปตอนนี้..”

            ผมหยุดพูดแป๊บ แสยะยิ้มมุมปากนิด ๆ

            “แบบนี้สองพ่อลูกนั่นก็มิอาจได้รับความเป็นธรรมที่แท้จริง”

             

            เสียงหอบของโหวหวังดังอยู่ข้างหูผม

            แล้วในพริบตา มือที่ผมใช้ตึงหัวไหล่มันไว้ก็โดนปัดกระชากออกอย่างแรง

            “แล้วเอ็งจะให้ฉันทนมองเรื่องอันอยุติธรรมเช่นนี้ฤๅ!!”

            มันกัดฟันบ่นเสียงเบา แต่ฟังแล้วเดือดกว่าเสียงตวาดของคนขับรถม้าร้อยเท่า

            “แบบนั้น..หากเจ้าคุณพ่อรู้เข้าคงรู้สึกผิดหวังในตัวฉัน!!”

             

            ผมเหลือบมองเพื่อนหน้าขนที่กำลังแดงหน้าเหมือนหม้อต้มน้ำที่กำลังเดือดถึงขีดสุด

            แล้วก็ถอนหายใจใส่มันพลางแกล้งเบาเสียงคล้ายคนไม่รู้ร้อนรู้หนาว

            “โว..โว..ใจเย็นพ่อหนุ่มหน้าขน..

            เข้าใจผิดไปกันใหญ่แล้ว”

            ผมละสายตาไปมองภาพตรงหน้าที่ยังน่าหงุดหงิดไม่แพ้มัน

             

            ไอ้คนขับรถตวัดแส่ไปมา แถมคงตวาดราวกับนายว่าขี้ข้าพลอย

            เด็กน้อยยังร้องไห้จากแผลที่บาดเจ็บ

            พ่อยังขอความเมตตา

            ยิ่งดู.. ผมก็ยิ่งรู้สึกชิงชังตระกูลปีกมังกรเข้าไปใหญ่

             

            “ถ้าเจ้าเดินออกไปแสดงตัวเป็นนายน้อยซุน เรื่องมันก็คงจบแค่แยกย้ายจากกันไป

            พวกนั้นจะเก็บแส้กลับหลังม้า..

            สองพ่อลูกนั่นก็แค่รอดไปได้หนึ่งวัน

            ใครจะรู้ลับหลังเจ้า..

            จะเกิดอะไรขึ้นกับสองพ่อลูกคู่นั้น”

             

            แววตาเจ้าคนหน้าขนเริ่มเปลี่ยนจากควันกรุ่นเป็นคิ้วขมวด

            “เอ็งมีแผนอะไร?”

             

            ผมไม่ตอบในทันที

            แค่ปล่อยให้ดวงตาของผมเปล่งประกายสีทองขึ้นมา

            และหันไปมองรถม้าอย่างพินิจก่อนคราหนึ่ง

            ระดับพลังของคนขับรถม้าอยู่ขั้นสัมผัสปราณต้น

            พอ ๆ กับผม แต่ดูเหมือนพลังปราณของผมจะมีความหนาแน่นมากกว่ามาก

            ส่วนเจ้าหมอนั่นที่นั่งอยู่บนรถ อยู่ระดับสัมผัสปราณขั้นกลาง

            แต่ดูจากพลังปราณที่ไหลไปทั่วตัวยังมีความอ่อนและสมดุลพลังไม่ได้นานแน่นเท่าไหร่ คงเพิ่งขึ้นมาไม่นาน

            แล้วเมื่อเทียบกับผมแล้ว.. ก็สูสีได้อยู่..

            ผมพยักหน้านิด ๆ ให้ตัวเอง ก่อนจะหันกลับมามองโหวหวังอีกครั้ง

             

            คราวนี้ดวงตาผมกลับมาเป็นสีปกติแล้ว

            “เอางี้.. เจ้าดูอยู่ห่าง ๆ ไปก่อน

            ถ้าเห็นว่าข้ารับมือไม่ได้ ค่อยเสนอหน้าเข้ามายุ่งก็แล้วกัน”

            ผมยกนิ้วชี้เคาะอกตัวเองเบา ๆ

            “แล้วเพื่อเป็นการเบี่ยงเบนคนตระกูลตง

            ให้มาสนใจข้าแทนและเปลี่ยนเป้าจากสองพอลูกมาที่ข้า

            ข้าคงต้อง..

            งัดวิชาก้นหีบออกมาใช้เสียหน่อย”

             

            โหวหวังขมวดคิ้วหนักขึ้นกว่าเดิม

            น้ำเสียงมันเต็มไปด้วยความสงสัย

            “วิชาก้นหีบของเอ็ง?”

             

            ผมยิ้ม..

            ยิ้มแบบที่แม้แต่ผมก็รู้ว่าหน้าตัวเองดูร้ายกาจแค่ไหน

            “เจ้าเคยได้ยินคำว่า 'เกรียนคีย์บอร์ด' หรือไม่?”

             

            ว่าแล้วผมก็ไม่รอคำตอบ

            กระโจนออกไปพร้อมสายตาคนดูเป็นร้อย

            ผมขอพูดเอาไว้ตรงนี้..

            สกิลปากที่ผมฝึกมาจากเกมออนไลน์..

            ย่อมลับจนคมก่อนที่ผมจะรู้ตัวว่าเป็นจอมยุทธ์เสียอีก..

    คล้ายกับเรื่องร่างสถิตราชันมังกร : God Spirit ที่คุณอ่าน

    บันทึกตำนานราชันย์สยบฟ้า (แปลจบแล้ว)

    บันทึกตำนานราชันย์สยบฟ้า (แปลจบแล้ว)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.35M 933
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    หนิงเทียน จักรพรรดิเซียนพฤกษา (จบ)

    หนิงเทียน จักรพรรดิเซียนพฤกษา (จบ)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    449K 1017
    มหาวิบัติยีนกลายพันธ์ุ

    มหาวิบัติยีนกลายพันธ์ุ

    นิยาย แฟนตาซี
    196K 740
    หมื่นภพสยบใต้หล้า 【จบแล้ว】

    หมื่นภพสยบใต้หล้า 【จบแล้ว】

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    4.21M 3107
    ความโกรธแค้นของชูร่า

    ความโกรธแค้นของชูร่า

    นิยาย เกมออนไลน์
    2.39M 852
    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    295K 786
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810