ผ่านมาแล้วสองวันอาการของปกป้องก็หายดีเป็ปลิดทิ้งทว่าเจนเนตรยังคงแวะเวียนมาดูแลร่างกายของเขาทุกวัน วันนี้ก็เช่นกันพอเปิดประตูเธอก็ยืนรออยู่ข้างนอกพร้อมกับยื่นถุงมาให้
“อะไรครับ”
“ผลไม้ค่ะ”
“แล้ว…”
“ฉันเลือกผลไม้สดๆทั้งนั้นเลยนะ คุณต้องทานเยอะๆ รู้ไหม”
“เข้ามาปอกผลไม้ให้หน่อยสิ”
“ไม่เอาค่ะฉันขอตัว”
ทุกครั้งที่ปกป้องชวนเข้าห้องมักจะถูกเจนเนตรปฏิเสธตลอดเหมือนว่าเธอยังคงคอยระวังตัวจากเขา ไม่ยอมให้เขาได้เปรียบแต่ก็ยังเป็ห่วงอาการของเขาด้วย อย่างนี้มันเข้าข่ายอ่อยอย่างแรงไม่ใช่เหรอ
ในเมื่อเจนเนตรยั่วยวนปกป้องเดี๋ยวก็ทำเหมือนว่ารังเกียจเขาหนักหนา เดี๋ยวก็ทำเหมือนเป็ห่วงมากมาย เธอคงกำลังทำให้เขาหัวปั่นกระมัง
แต่บอกก่อนว่าปกป้องไม่ได้ถูกปั่นหัวเขาเพียงเดินตามเกมของเจนเนตรเท่านั้น อยากรู้ว่าเธอจะใช้ไม้ไหนกับเขาอีกเขาพร้อมตั้งรับทุกท่าก่อนจะรุกเข้าหาเธอ
ยืนมองคนตัวเล็กเดินเข้าห้องไปก่อนจะเข้ามาเปลี่ยนเสื้อผ้าจึงออกจากโรงแรมไปยังโครงการหมู่บ้านจัดสรรเพื่อดูงาน
“สวัสดีครับคุณปกป้อง”
ลูกน้องวิศวกรที่คอยคุมงานก่อสร้างรีบมาต้อนรับอย่างอารมณ์ดีปกป้องกวาดสายตามองโครงสร้างบ้านที่เพิ่งก่อตัวขึ้นยังไม่เป็รูปร่างก่อนจะหันไปเอ่ยกับลูกน้อง
“คนงานอู้งานไหม”
“ไม่เลยครับผมก็แวะเวียนเข้ามาดูงานทุกวัน ทุกอย่างเรียบร้อยดี”
“อือขอบใจนะ”
“ว่าแต่คุณหายดีรึยัง”
“ดีขึ้นละมีคนคอยดูแล นายไม่ต้องเป็ห่วงหรอก”
“ครับ”
ขับรถสำรวจรอบโครงการเพื่อดูความเรียบร้อยเห็นคนงานก่อสร้างกำลังตั้งหน้าตั้งตาทำงานอย่างขะมักเขม้นก็ทำให้ปกป้องรู้สึกชื่นใจ
โครงการบ้านเดี่ยวหรูที่กำลังสร้างราคาเริ่มต้นที่แปดหลักเขาจึงต้องมาดูงานด้วยตัวเองเพื่อป้องกันความผิดพลาดที่จะเกิดขึ้น และคอยกำชับลูกน้องให้คุมงานเข้มข้นหากมีความผิดพลาดต้องแก้ไขภายหลังจะเปลืองงบประมาณมากมายซึ่งเขาไม่้าให้ความผิดพลาดเ่าั้เกิดขึ้นให้ลูกค้าติเตียนบริษัท
นับว่าบริษัทไทยสิริอยู่มานานเกินกว่าหกสิบปีตกทอดมาสามรุ่นแล้ว ผู้บุกเบิกอสังหาริมทรัพย์คือปู่ของปกป้อง บริษัทที่ปู่สร้างเอาไว้ให้พ่อก็รักษามาอย่างดีจนกระทั่งตกมาสู่มือเขา เขาจึงต้องบริหารต่ออย่างสุดความสามารถ
ทำให้ลูกค้าพึงพอใจกับบ้านที่บริษัทสร้างสรรหาดีไซน์ใหม่ๆ มาเพื่อให้ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ และปกป้องก็ทำได้ดี หลังจากเป็ผู้บริหารอย่างเต็มตัวมาสิบปีเขาก็ทำให้บริษัทเติบโตและมีกำไรมากกว่าสมัยของพ่อมาก
ขับรถวนดูโครงการจนทั่วทั้งโครงการก่อนจะขับออกจากโครงการหมู่บ้านหรูเพื่อเข้าใจกลางเมือง ระหว่างที่กำลังจะผ่านเข้าไปยังตัวเมืองดันเหลือบไปเห็นหญิงสาวกำลังนั่งสนทนากับผู้หญิงวัยกลางคนกลุ่มหนึ่งอยู่ที่หน้าหมู่บ้านย่านชานเมือง
ปกป้องจึงเลี้ยวรถไปจอดข้างถนนเดินออกจากรถคันหรูตรงไปหาเจนเนตรทันที
“คุณมาได้ไง”
“ผมกลับจากโครงการหมู่บ้านเห็นคุณจึงแวะจอดที่นี่”
“อ้อคุณกลับไปก่อนเถอะ ฉันยังคุยธุระไม่เสร็จ”
เจนเนตรกำลังจะเข้าหมู่บ้านไปชมโรงงานขนาดย่อมผลิตกระเป๋าสานจากหวายและไม้ไผ่ที่ชาวบ้านในชุมชนจัดทำขึ้นแต่ดันเจอกับปกป้องเสียก่อนเธอจึงให้เขากลับไปยังโรงแรมเสียเพื่อไม่ให้อีกฝ่ายติดตามเข้าไปในหมู่บ้าน
แค่เจอกันที่โรงแรมก็เอือมหน้าปกป้องจะแย่แล้วไม่อยากเจอเขาทุกที่เช่นนี้หรอก
“ผมรอได้”
“แต่ฉันต้องเข้าไปในหมู่บ้าน”
“ผมไปด้วย”
เอ๊ะ!? เธอบอกว่าไม่สะดวก เขาไม่เข้าใจรึไง
เจนเนตรกลอกตามองบนไม่อยากให้ปกป้องตามติดชีวิตเธอทุกฝีก้าว มันชวนให้รำคาญ เขาไม่รู้ใช่ไหม
“คุณเจนเนตรพร้อมรึยังคะ”
“เอ่อค่ะ”
เจนเนตรจะเดินเข้าไปในหมู่บ้านกับกลุ่มแม่บ้านเพราะโรงงานผลิตอยู่ไม่ถึงหนึ่งกิโลเมตร จึงจอดรถเอาไว้หน้าหมู่บ้าน หันไปมองคนดื้อที่ยืนข้างๆก่อนจะส่ายหัว
“ถ้าคุณจะตามมาก็อย่าก่อเื่”
“ครับ”
ปกป้องคลี่ยิ้มบางๆเดินตามเจนเนตรเข้าไปในหมู่บ้าน ถึงเธอจะชักสีหน้าดุใส่เขา แต่ก็ใจดีเหมือนเดิมยอมให้เขาตามไปด้วย อย่างนี้สิ เขาชอบ
มาถึงที่บ้านหลังหนึ่งซึ่งเป็ศูนย์รวมของชาวบ้านเอาไว้ใช้ผลิตกระเป๋า สินค้าโอท็อปเจนเนตรเดินเข้าไปสำรวจภายในตัวบ้านที่มีอุปกรณ์ผลิตวางตามจุดต่างๆก่อนจะหยิบกระเป๋าใบหนึ่งขึ้นมาดูอย่างชื่นชมในฝีมือของชาวบ้าน
ดีไซน์และรูปลักษณ์ทันสมัยทำให้สินค้าดูโดดเด่นอีกทั้งฝีมือสานกระเป๋าก็ประณีตมาก เห็นถึงความละเอียดของงานอย่างชัดเจนบ่งบอกว่าชาวบ้านตั้งใจผลิตกระเป๋าขึ้นมาด้วยความรัก
“ฉันจะส่งกระเป๋าพวกนี้ออกไปยังประเทศญี่ปุ่นพวกคุณโอเคไหม”
“โอเคมากเลยค่ะคุณเจนเนตร แบบนี้ชาวบ้านอย่างเราก็มีรายได้เพิ่มขึ้นมากกว่าแต่ก่อนอีก”
หนึ่งในหญิงสาวเอ่ยขึ้นอย่างดีใจเจนเนตรจึงยิ้มบางๆ ให้ชาวบ้าน รู้สึกดีใจแทนพวกเขาไม่น้อยการที่เธอได้สินค้าโอท็อปเพื่อส่งออกไปยังต่างประเทศก็สร้างรายได้ให้ตัวเองด้วยส่วนหนึ่งทว่ารายได้หลักก็ยังเป็ของชาวบ้าน
ปณิธานของเจนเนตรคือส่งออกสินค้าของคนไทยไปรอบโลกอย่างน้อยเธอก็กำลังทำให้กระเป๋าของตัวเองและชาวบ้านกลายเป็ที่รู้จักของชาวต่างชาติ
เจนเนตรคิดว่าอยากเปิดสาขาที่ต่างประเทศด้วยเธอกำลังศึกษาประเทศญี่ปุ่นอยู่ เพื่อจะเสนอสินค้าไปยังประเทศนั้น
คิดว่าจะทำให้สินค้าของชาวบ้านเป็หนึ่งในแบรนด์ของตัวเองแต่ก็ยังให้เครดิตให้ชาวบ้านอยู่ เช่นนี้แล้วคงต้องไปได้สวยแน่นอน
“ฉันสั่งออร์เดอร์ล่วงหน้าเลยนะคะล็อตแรกขอห้าร้อยใบก่อน ถ้าขายดีจะสั่งออเดอร์เพิ่มเรื่อยๆ ค่ะ”
“ได้ค่ะ”
“นี่ค่ะเงินมัดจำ”
ยื่นเช็กให้หญิงสาวที่เป็หัวหน้าฝ่ายผลิตสินค้าโอท็อปเธอรีบรับเอาไว้ในมือด้วยความดีใจก่อนจะให้หญิงสาวคนอื่นดูเช็กในมือของตัวเองด้วย
“ขอบคุณค่ะคุณเจนเนตร”
“อ้อฉันอยากให้พวกคุณถักโลโก้ของพวกคุณลงไปในกระเป๋าด้วย”
“ได้ค่ะ”
“แล้วอีกอย่างนึงฉันจะส่งโลโก้ของร้านฉันมาให้ภายหลัง ถักคู่กัน ฉันว่าสวยดี”
หลังจากคุยกันแล้วตกลงสินค้าเรียบร้อยเจนเนตรจึงขอตัวกลับ โดยมีปกป้องเดินเคียงข้างไม่ห่าง
“ผมทึ่งในไอเดียของคุณนะคุณน่าสนใจจนผมละสายตาไม่ได้เลย”
“คุณก็ชมฉันเกินไปแล้วค่ะ”
“คุณเก่งมากรู้ไหม”
ปกป้องไม่ได้เยินยอหากแต่พูดความจริงเท่านั้น เขาชื่นชอบผู้หญิงเก่งและแกร่งอย่างเจนเนตรไม่ว่าจะมองมุมไหนเธอคือสเปคของเขาไปหมดทุกส่วน ทั้งหน้าตา นิสัยใจคอ
ดูเหมือนว่าปกป้องจะเผลอใจให้เจนเนตรเกือบหมดทั้งใจไม่คิดว่าหลังจากที่ได้รู้จักตัวตนของเธอยิ่งทำให้เขาชอบเธอมากกว่าเก่าเสียอีก
“จู่ๆเมฆดำก็ลอยมาปกคลุมท้องฟ้าเสียมืดเชียว สงสัยฝนจะตก”
ประโยคนั้นทำให้ใบหน้าสะสวยซีดเผือดลงทันทีเผลอเกาะแขนของอีกฝ่ายเอาไว้อย่างลืมตัว จนปกป้องหันไปมองเจนเนตรด้วยความสงสัย
“เป็อะไรครับ”
“รีบเดินเถอะค่ะฉันอยากกลับก่อนฝนตก”