แตกแยก
หลังจากงานเลี้ยงฉลองผ่านไปกลุ่มผู้อาวุโสของแต่ละขุมกำลังก็มารับเหล่าศิษย์ของตน แน่นนอว่าสำนักเหลียงซานก็ไม่มีข้อยกเว้น เมื่อพวกเหยียนหม่าเห็นผู้อาวุโสของตนมาก็รีบเข้าไปรายงานและใสสีตีไข่ต่างๆนาๆให้พวกอู่หมิงเป็นผิด"บังอาจ!!!!!!!! เป็นแค่ศิษย์ชั้นต่ำกลับกล้าดูหมิ่นสำนักเหลียงซาน" ผู้อาวุโสคนนั้นคำรามด้วยความโกรธก่อนจะพุ่งตรงไปยังกลุ่มอู่หมิงแต่เมื่อไปถึงก็พบกับกลุ่มอู่หมิงและกลุ่มพวกจ้าววั่น หยูเหยและกู่ไท่อยู่ด้วยทำให้ผู้อาวุโสของสำนักเหลียงซานเกิดความแปลกใจแต่ก็ไม่ได้ลดความเร็วลง"ใครชื่ออู่หมิงออกมาเดี๋ยวนี้" ชายชราคำรามด้วยความโกรธอู่หมิรู้สึกงุนงงก่อนจะเข้าใจทุกอย่างเพราะเข้าเห็นเหยียนหม่าแสดงสีหน้าชั่วร้ายอยู่หลังชายชรา"เป็นข้าเอง" อู่หมิงกล่าว"ดี เจ้าศิษย์ชั้นต่ำบังอาจกล้าดูหมิ่นสำนักเหลียงซานของข้าเจ้าจะต้องชดใช้ด้วยชีวิต" ชายชรากล่าวพร้อมกับโคจรปรารราชันเตรียมโจมตีอู่หมิงทันที"เจ้ากล้างั้นรึ!!!!!!!!!" ในตอนนั้นเองเสียงคำรามก็ดังขึ้นพร้อมกับปรากฎผู้อาวุโสของหอกระบี่และไม่ใช่แค่นั้นผู้อาวุโสของนิกายดาบคลั่ง หอหิมะโปรย และนิกายหมัดราชันก็ปรากฎออกมา ผู้อาวุโสสำนักเหลียงซานขมวดคิ้วลงและรู้สึกว่ามันแปลกๆที่ผู้อาวุโสเหล่านี้ปรากฎตัวพร้อมกัน"พวกเจ้าสำนักเหลียงซานคิดจะทำอะไรกับศิษย์ของข้า" ผู้อาวุโสของหอกระบี่กล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา"ทำอะไรงั้นหรือ ศิษย์ของเจ้าบังอาจกล้าดูหมิ่นสำนักเหลียงซานของข้าข้าจะทำให้เจ้าเจ้าเด็กนั่นชดใช้ด้วยชีวิต" ผู้อาวุโสสำนักเหลียงซานกล่าว"เรื่องนี้มันเป็นยังไง" ผู้อาวุโสหอกระบี่กล่าว"ผู้อาวุโส พวกข้าจะกล่าวเรื่องทั้งหมดแทนสหายอู่หมิงเอง" พวกจ้าววั่นกล่าวหลังจากนั้นพวกจ้าววั่นก็รายงานเรื่องราวทั้งหมดรวมถึงเรื่องราวที่เหยียนหม่าหาเรื่องพวกอู่หมิงตั้งแต่เข้ามาวันแรกรวมถึงเรื่องที่พวกเหยียนหม่ายืนนิ่งดูดายยามพวกจ้าววั่นตกอยู่ในอันตรายจนกระทั้งาการต่อสู้จบพวกเหยียนหม่าก็ยังไม่ออกมา แต่เพราะอู่หมิงรู้ถึงการดำรงอยู่ของพวกเหยียนหม่าและบีบให้พวกเหยียนหม่าออกมา"ดี ดี ดีมาก พวกเจ้าสำนักเหลียงซานทำได้ดีมาก ตลอดมาพวกข้ามักจะไม่ค่อยสนใจเรื่องที่พวกเจ้าทำรับหลังพวกเราแต่ในครั้งนี้ดูเหมือนจะไม่สามารถเมินได้อีกต่อไป พวกข้านิกายดาบคลั่งจะจดจำเรื่องในครั้งนี้ไว้" ผู้อาวุโสนิกายดาบคลั่งกลายเป็นโกรธเกรี้ยวพร้อมกับคำรามออกมา"พวกเราหอหิมะโปรยเองก็เช่นกันนับแต่นี้จะไม่มีการร่วมมือกันระหว่างพวกเราหอหิมะโปรและสำนักเหลียงซานอีก" ผู้อาวุโสของหอหิมะโปรยกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา"เจ้าพวกเดรัจฉานเอ้ย" ผู้อาวุโสของนิกายหมัดราชันสบถออกมา"นี่พวกเจ้าเชื่อคำพูดของเจ้าเด็กนั่นงั้นหรือ" ผู้อาวุโสของสำนักเหลียงซานกล่าว"เชื่อไม่เชื่อมันไม่สำคัญแต่หลักฐานและพยานมันมีอยู่ครบแล้ว" ผู้อาวุโสของหอกระบี่กล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชาผู้อาวุโสของสำนักเหลียงซานมองไปยังเหยียนหม่าที่แสดงสีหน้าซีดขาวพร้อมกับดวงตาที่กลอกกลิ้งไปมา ผู้อาวุโสของสำนักเหลียงซานจึงรู้ว่าเหยียนหม่าทำจริงแต่ผู้อาวุโสก็ไม่ได้โกรธพวกเหยียนหม่าแต่อย่างใด"ดี ดี ในเมื่อพวกเจ้าคิดตัดสัมพันธ์กับพวกเราสำนักเหลียงซานพวกข้าเองก็จะไม่ขอร่วมมือในการกำจัดศัตรูที่กำลังบุกเข้ามาก็แล้วกัน" ผู้อาวุโสสำนักเหลียงซานกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา"เหอ เหอ พวกเจ้าได้ยินหรือไม่เจ้านั่นบอกว่าจะไม่ร่วมมือในการจัดการศัตรูของพวกเรา แล้วแบบนี้พวกเราจะเก็บพวกมันไว้ทำไม" ผู้อาวุโสหอกระบี่กล่าว"มันก็จริง ในเมื่อสำนักเหลียงซานคิดจะทำตัวเป็นศัตรูของพวกเรา พวกเราเองก็ไม่มีความจำเป็นต้องเก็บพวกเจ้าไว้" ผู้อาวุโสนิกายหมัดราชันกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา"เอาละในเมื่อเป็นแบบนี้ ข้าจะให้โอกาสพวกเจ้าสำนักเหลียงซาน ในอีกสามวันถ้าพวกเจ้าไม่ส่งหนังสือขอโทษและทรัพยากรส่วนหนึ่งมาให้พวกเราทั้ง 4 ขุมอำนาจละก็ พวกเราทั้ง 4 ขุมอำนาจจะถือว่าพวกเจ้าสำนักเหลียงซานเป็นสำนักนอกรีตและพวกเราจะร่วมมือกันทำลายพวกเจ้าทันที" ผู้อาวุโสของนิกายดาบคลั่งกล่าว"นี่พวกเจ้า!!!!!!!!!!!!" ผู้อาวุโสสำนักเหลียงซานกลายเป็นหวาดกลัว"นี่ถือว่าพวกเราเมตตาพวกเจ้าแล้ว เพราะที่ผ่านมาการกระทำของสำนักเหลียงซานนั้นมักจะเอนเอียงไปทางฝ่ายอธรรมเสียมากกว่าที่จะเป็นฝ่ายธรรมะอย่างพวกเราอยู่แล้วแต่ที่พวกเราไม่กำจัดพวกเจ้าทิ้งเพราะพวกเจ้ายังมีประโยชน์ต่อทวีปแห่งนี้อยู่ แต่ตอนนี้พวกเจ้านั้นไม่เพียงไม่เป็นประโยชน์แต่ยังกลายเป็นภัยคุกคามของพวกเราด้วย" ผู้อาวุโสของหอหิมะโปรยกล่าว"บัดซบ!!!!!!!!" ผู้อาวุโสของสำนักเหลียงซานสบถก่อนจะจากไปด้วยความโกรธ"พวกเราจะต้องจับตาดูการเคลื่อนใหวของเจ้าพวกนั้นไว้ เพราะมีโอกาสสูงที่เจ้าพวกนั้นจะติดต่อกับขุมกำลังของฝ่ายอธรรม" ผู้อาวุโสนิกายดาบคลั่งกล่าวเหล่าชายชราปรึกษากันสักพักก่อนจะแยกย้ายและพาศิษย์ของพวกตนกลับขุมกำลังของตน เมื่ออู่หมิงกลับมาถึงพร้อมกับผลสำเร็จของการปราบกองโจรและยังเป็นอู่หมิงอีกที่สังหารหัวหน้าโจรได้ด้วยตัวคนเดียวทำให้ชื่อเสียงของอู่หมิงโด่งดังไปทั่วหอกระบี่ ความคิดของศิษย์สาในหลายๆคนเริ่มเปลี่ยนไปเพราะตอนนี้อู่หมิงเริ่มเจิดจรัสจนพวกเขาไม่สามารถเทียบได้แล้วบางคนเริ่มหาเหตุผลมาพบอู่หมิงเพื่อยกยอและประจบ บางคนก็เริ่มมาสมัครเข้ากลุ่มนภาทมิฬ แต่อู่หมิงไม่สนใจที่จะรับสมาชิกเพิ่มเพราะกลุ่มของอู่หมิงเพียง 6 คนก็เพียงพอต่อการต่อสู้กับกลุ่มคนหลายคนแล้วและไม่ใช่แค่ในหอกระบี่ขุมอำนาจอื่นๆเองก็เริ่มให้ความสนใจกับตัวตนของอู่หมิงมากขึ้น พวกผู้อาวุโสของขุมอำนาจต่างๆนั้นเข้าใจว่าอู่หมิงเป็นลูกหลานของเซียนจึงไม่แปลกที่อู่หมิงจะมีพรสวรรคืที่โดดเด่นเหนือคนทั่วไปเพราะแบบนี้มีหลายตระกูลเริ่มมีความคิดอยากจะยกบุตรสาวให้แต่งงานกับอู่หมิงเพราะอยากจะให้บุตรที่ออกมามีสายเลือดของเซียนใหลเวียนอยู่-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------