มรรคาพลิกฟ้า

    บทที่ 87 เทพบุตรอัสนี

            เมื่อได้แหวนมาก็กำหนดจิตสำรวจภายในแหวนมิติทันที แต่กลับมีแรงต่อต้านกลับมา นี่เป็นพลังวิญญาณของเหวินต้าหัวที่สะกดกำกับประทับวิญญาณไว้เพื่อแสดงความเป็นเจ้าของ แต่พลังจิตวิญญาณอันน้อยนิดระดับปราณขุนพลนี้ก็มิอาจต้านทานพลังจิตวิญญาณที่สูงล้ำของกังหลงได้ มินานพลังจิตวิญญาณที่ประทับไว้ก็ถูกทะลวงมลายสิ้นไป


            กังหลงประทับจิตวิญญาณของตนลงไปในแหวนทันทีเพื่อแสดงความเป็นเจ้าของ ต่อไปตนก็สามารถใช้งานแหวนมิติระดับกลางวงนี้ได้ทันทีและหากมีใครขโมยแหวนมิติที่มีรอยประทับวิญญาณของตนหรือถูกกระตุ้นคิดใช้งานแหวนมิติวงที่มีรอยประทับวิญญาณของตนอยู่ กังหลงก็จะรับทราบได้ในทันที


                                                    .....................................................................................................................


            ขณะเดียวกันก่อนที่เหวินต้าหัวจะโดนสังหาร ในอาณาจักรที่ห่างไกล ภายในปราสาทเก่าแก่กว้างขวาง มีผู้คนห้าคนกำลังนั่ง คล้ายกำลังรอคอยอันใด บุคคลที่เหวินต้าหัวกำลังสื่อสารด้วยหยกสื่อสาร มีร่างที่สูงใหญ่ประดับด้วยผ้าคลุมสีดำนั่งบนบัลลังก์ ก็ได้รับทราบข้อความบางส่วนก่อนที่เหวินต้าหัวจะถูกสังหารเช่นกัน


            " วิ้ง..ๆ.."


            ........"นายท่าน !!  ช่วยข้าด้วย  ...ปีกยุทธ...เป้าหมาย ระดับ...."....


            "สัตตะมรณา อัสนีพิฆาต !!"


            "เปรี้ยง"


            "อย่า ..า.าา.!!"


            "บึ้ม !!"


            "อ๊าก. ก.กกก !!".......


            "แคร่ก ๆ"


            "โพล๊ะ.."

     

            มิทันจบความหยกสื่อสารก็แตกสลายไปสิ้น เมื่อเสียงได้ขาดหายไป ผู้ที่เหวินต้าหัวเรียกว่านายท่านที่นั่งบนบัลลังก์ถึงกับอึ้งไปครู่หนึ่งกับเสียงที่ได้ยิน ขมวดคิ้วแน่นและพูดกับตัวเอง

     

            "อาณาจักรเนตรอสูรถึงกับมีราชันย์เกิดขึ้นแล้วรึ ถ้าสิ่งที่เหวินต้าหัวกล่าวมาเป็นจริง เห็นทีครานี้การประลองระดับอาณาจักรรอบที่จะมาถึงคงมีการเปลี่ยนแปลงที่ไม่อาจควบคุมได้แล้ว "

     

            ผู้คนอีกสี่คนที่นั่งในลำดับต่ำลงมารูปร่างก็สูงใหญ่ไม่ต่างจากผู้ที่นั่งบนบัลลังก์ท่าทางคล้ายจะเป็นสมุนของผู้ที่นั่งบนบัลลังก์ เมื่อเห็นชายใส่ผ้าคลุมกล่าวรำพันเบา ๆ และขมวดคิ้ว บุคคลทางขวาจึงกล่าวถามขึ้น

     

            "นายท่านมิทราบมีเรื่องอันใด เหวินต้าหัวส่งข่าวใดมาบ้างหรือไม่ขอรับ"

     

            "เหวินต้าหัวสิ้นแล้ว !! "


            ผู้คล้ายเป็นหัวหน้าที่นั่งบนบัลลังก์กล่าวอย่างเคร่งเครียด  ผู้คนที่เหลือยามได้ยินคำกล่าวนี้ถึงกับตื่นตรกหนกละล่ำละลักถาม


            "อาา.."


            "งะ !!..ระดับปราณขุนพลระดับแปดขั้นสุดกลับถูกสังหาร อาณาจักรเนตรอสูรมียอดฝีมือระดับปราณที่สูงกว่านี้ตั้งแต่เมื่อไรกัน  ?"


            "คงมิใช่เหตุบังเอิญกระมัง หรือเหวินต้าหัวโชคร้ายติดกับดักโดนล้อมสังหาร !!"

     

            "ต้องเป็นเช่นนั้นแน่นอน เหวินต้าหัวต้องโชคร้ายโดนกลุ้มรุมสังหารเป็นแน่แท้"

     

            หลายคนต่างออกความเห็นถึงสาเหตุที่เหวินต้าหัวยอดฝีมือระดับปราณขุนพลระดับแปดขั้นสุดที่มีพลังฝีมือเทียบเท่าพวกตนทั้งสี่ แต่ผู้คล้ายเป็นหัวหน้าที่นั่งบนบัลลังก์กลับกล่าวว่า

     

            "ก่อนเหวินต้าหัวจะโดนสังหารได้ส่งข้อความผ่านหยกสื่อสารขอความช่วยเหลือจากข้า เพียงกล่าวได้ครึ่งประโยคก็โดนสังหารไป เพียงกล่าวแค่ "นายท่าน !!  ช่วยข้าด้วย  ...ปีกยุทธ...เป้าหมาย ระดับ...." "


            "จากคำกล่าว ปีกยุทธ เหวินต้าหัวคนพบเจอกับผู้ฝึกยุทธระดับราชันย์เข้าให้แล้ว !!"


            ทั้งสี่คนถึงกับเป็นใบ้ไปชั่วครู่ แล้วจึงกล่าวตะกุกตะกักขึ้น


            "ปีกยุทธ....รา...ชันย์...ราชันย์ ปราณยุทธระดับราชันย์ "


            "นายท่านแน่ใจหรือไม่ขอรับว่าเหวินต้าหัวโดนสังหารในอาณาจักรเนตรอสูร"


            ผู้ที่มีลักษณะหยาบกระด้างด้านขวาสุดกล่าวถามขึ้น  บุคคลที่นั่งบนบัลลังก์กล่าวอย่างสงบ 


            "ก่อนหน้านี้เมื่อประมาณสองชั่วยามก่อน เหวินต้าหัวบอกข้าว่า อาณาจักรเนตรอสูรครานี้ได้เกิดมีผู้เยาว์ที่มีความสามารถด้านโอสถขึ้นสามคน คาดว่าน่าจะตึงมือ ข้าจึงบอกไปหากมีโอกาสกำจัดขวากหนามได้ก็ให้หาทางกำจัด การแข่งขันในรอบที่จะมาถึงครานี้ มีสิ่งสำคัญคือการที่ผู้ชนะสิบอันดับแรกของระดับอาณาจักรได้สิทธิ์เข้าไปสำรวจดินแดนลึกลับ อาณาจักรเราต้องมีผู้ที่ต้องติดในสิบอันดับนี้ แต่ให้ทำการให้รอบคอบอย่ามีหลักฐานใดให้สืบสาวถึงอาณาจักรเรา"


            "โอ อาณาจักรเนตรอสูร ถึงกับมียอดฝีมือระดับปราณราชันย์เกิดขึ้น มิน่าจะเป็นไปได้  เป็นผู้ใดกันรึที่สามารถก้าวสู่ระดับปราณราชันย์ได้ แม้แต่อาณาจักรเราก็เพิ่งมีเพียงไม่กี่คนที่เพิ่งก้าวเข้าสู่ระดับปราณราชันย์มาได้เมื่อไม่นานมานี้เอง หรืออาณาจักรเนตรอสูรก็เพิ่งมีคนที่เพิ่งก้าวเข้าสู่ระดับปราณราชันย์ได้เช่นกัน"


            "หรือจะเป็นราชันย์ผู้ผ่านทางที่บังเอิญเหวินต้าหัวไปรบกวน"


            บุรุษกลางคนทางซ้ายสุดกล่าวขึ้น พร้อมถามต่อ


            "เมื่อเป็นเช่นนี้มิทราบนายท่านจะดำเนินการอย่างไรต่อไปรึขอรับ ?"

     

            บุคคลที่นั่งบนบัลลังก์กล่าวขึ้น

     

            "พวกเจ้าแบ่งคนสองคนไปอาณาจักรเนตรอสูร สืบหาเบาะแสการตายของเหวินต้าหัวว่าเป็นผู้ใดสังหารกันแน่ ครานี้ต้องระมัดระวังอย่าได้เปิดเผยตัวตน และหากแม้นเจอผู้เยาว์ที่มีความสามารถด้านโอสถทั้งสามคนของอาณาจักรเนตรอสูร หากสบโอกาสให้หาทางกำจัดซะ ส่วนผู้มีปราณยุทธระดับราชันย์ผู้นั้นน่าจะเป็นผู้อาวุโสหรือผู้นำของตระกูลใดตระกูลหนึ่ง พวกเจ้าอย่าได้เข้าประจันหน้าเพียงอดทนหาทางกำจัดเจ้าผู้เยาว์พวกนั้นให้ได้แล้วรีบกลับมา และที่สำคัญอย่าได้ทิ้งร่องรอยให้สืบสาวมาถึงอาณาจักรของเราได้ "


            บุรุษกลางคนทางซ้ายทั้งสองคนก้าวออกมาพร้อมกัน ก้มคารวะรับคำสั่งและถลันกายวูบจากไปในทันที


            "รับทราบ ข้ากับเหวินต้าฉิน จะไม่ทำให้นายท่านผิดหวัง "

                    .................................................................................................................................................................

     

              กังหลงใช้พลังจิตวิญญาณสำรวจภายในแหวนมิติ พบมีพื้นที่ขนาดใหญ่แบ่งเป็นสามส่วนสามารถเก็บสิ่งของต่าง ๆ ได้ในปริมาณมากกว่าถุงมิติทองคำของตนเกือบสามเท่า สร้างความยินดียิ่งแก่ตน หยิบดาบระดับราชันย์ขึ้นมาพิจารณาชั่วครู่แล้วนำเก็บไว้ในแหวนมิติ


            หากมีเวลาว่างค่อยหาโอกาสศึกษารายละเอียดจากดาบเล่มนี้ เนื่องจากตนสัมผัสได้ถึงพลังลึกลับเก่าแก่ชนิดหนึ่งพร้อมพลังวิญญาณ อาจมีอะไรที่ยังซ่อนเร้นมิเปิดเผยจากดาบเล่มนี้ 

     

            ขณะนี้ตนควรรีบจากไปก่อน เนื่องจากการต่อสู้ที่ดังสนั่นปานฟ้าถล่มได้ชักนำผู้คนมากมายให้สนใจและมุ่งมาทางนี้ ตนมิอยากเป็นจุดสนใจและมิอยากตอบคำถามต่าง ๆ เวลานี้ควรรีบกลับไปพักผ่อนเพื่อฟื้นฟูพลังฝีมือ จากการโจมตีโดยใช้ท่าที่หนึ่งของสัตตะมรณาได้สูบพลังปราณของตนไปมิใช่น้อย แม้จะไม่ย่ำแย่เหมือนคราแรกที่ทดสอบโจมตีหลังหุบเขา ตอนนี้พลังฝีมือของตนยกระดับเพิ่มขึ้นกว่าเดิม ทำให้ไม่รู้สึกกินแรงมากเหมือนครานั้นยามที่ใช้กระบวนท่าสัตตะมรณาออกมา


            หลังจากโจมตีโดยใช้ท่าที่หนึ่งของสัตตะมรณาของจักระธาตุสายฟ้าท่าโจมตีที่สายฟ้าสีน้ำเงินจนทำลายศรัตรูสลายไปในพริบตาได้นำพาฉายาเทพบุตรอัสนีมาสู่ตนมิทราบด้วยฉายานี้จะนำพาชื่อเสียงหรือปัญหามาสู่ตนเช่นไรในภายหน้ากันแน่ เห็นทีต้องรีบทดสอบจตุรนามสู่ราชันย์ให้เสร็จสิ้นเพื่อทดลองเสี่ยงวาสนาหาของรางวัลและจะได้รีบเดินทางต่อไปยังตระกูลหยางโดยเร็วแล้ว