ฉู่ไฉเหลียงรู้ดีว่าอนุหวังจะพูดอะไร จึงโบกมือห้าม “ทำตามที่ข้าสั่งส่งของกลับมาแล้วหรือยัง”
เมื่อสบเข้ากับดวงตาเ็าพร้อมแฝงคำเตือนของฉู่ไฉเหลียงอนุหวังพลันรู้สึกราวกับถูกน้ำเย็นราดรดศีรษะใส่จนตื่นทันที
ต่อให้ไพ่จะอยู่ในมือนางแต่ประมุขตระกูลก็ยังเป็ฉู่ไฉเหลียง ตราบใดที่เขายังวางใจนาง นางก็มีอำนาจหากเขาเกลียดชัง นางก็จะไม่เหลืออะไรเลย!
“ผู้น้อยเข้าใจและได้สั่งให้คนส่งของกลับมาแล้ว เพียงแต่หีบหนักนัก จึงล่าช้าอยู่บ้างผู้น้อยเดินไวเลยมาถึงก่อนเ้าค่ะ” ขณะพูดนางขยับส่งสัญญาณมือข้างที่อยู่ด้านหลัง
หงเฟินบ่าวคนสนิทเข้าใจทันทีรีบล่าถอยออกไป และจัดการเรียกคนหามหีบกลับมา
ฉู่ไฉเหลียงได้ยินดังนั้นก็ยิ้มอย่างพอใจก่อนหันไปบอกฉู่จวินหลัน “ของมาถึงแล้วก็ตรวจนับดูเสีย”
“เ้าค่ะ”ฉู่จวินหลันยิ้มพยักหน้า นางเชิญทุกคนนั่งแล้วสั่งให้จื่อเยียนกับลวี่ถีไปชงชา
ไม่นานหีบไม้จันทน์หอมสองใบใหญ่ พร้อมกล่องบรรจุไข่มุกเรืองแสงก็ถูกยกเข้ามา
ฉู่เมิ่งอิ๋งกำผ้าเช็ดหน้าแน่นถึงใบหน้าจะดูไร้อารมณ์ แต่สายตากลับจ้องฉู่จวินหลันเขม็ง
อนุหวังเองก็ก้มหน้าซ่อนสีหน้าทว่าการหอบหายใจแรงกลับเผยความไม่สงบออกมา
ฉู่จวินหลันหยิบแผ่นกระดาษสีแดงออกมาจากอกเสื้อพอกางออกถึงรู้ว่าเป็รายการของกำนัล
เสียงกระดาษดังกรอบแกรบดึงสายตาทุกคู่หันมาจับจ้องที่มือของนางทุกคนจึงนึกขึ้นได้ว่าตอนยกหีบมานั้น ควรต้องเอารายการของกำนัลมาด้วยเพียงแต่ตอนนั้นพวกเขาตาลุกวาวกับจำนวนสมบัติ จนลืมเื่นี้ไปเสียสนิท
ฉู่จวินหลันยิ้มบางก่อนยื่นกระดาษให้ฉู่ไฉเหลียง“ขอท่านพ่อโปรดตรวจนับดูเถิดเ้าค่ะ”
ฉู่เมิ่งอิ๋งกับฉู่หวาจางพลันตัวเกร็งขึ้นมาทันที
ฉู่หวาจางตวาดลั่น“นี่หมายความว่าอย่างไร! คิดว่ามารดาข้าจะโกงสมบัติเ้าอย่างนั้นหรือ!”
“น้องชายสี่เข้าใจผิดแล้ว”ฉู่จวินหลันอธิบายเสียงอ่อนโยน “การตรวจนับตรงนี้ให้ชัดเจนก็เพื่อไม่ให้วันหน้ามีข้อผิดพลาด จะได้ไม่เป็การโยนความผิดให้อนุหวังต่างหากข้าทำเช่นนี้เพื่อรักษาความบริสุทธิ์ให้นาง ไม่ใช่ทำเพราะสงสัย”
“เหลวไหล! นี่…”
“เงียบ!”ฉู่ไฉเหลียงตวาดลั่น “สิ่งที่เรียนมาเข้าไปอยู่ในท้องสุนัขหมดแล้วหรือถึงได้พูดจาสกปรกเช่นนี้!”
ฉู่หวาจางหน้าแดงก่ำแต่ไม่กล้าโต้เถียงต่อ จึงได้แต่ปิดปากเงียบ
ฉู่ไฉเหลียงส่งรายการของกำนัลให้เหลียงฮุยคนสนิทที่ยืนอยู่ด้านหลัง
เหลียงฮุยรีบเรียกคนเข้ามาแล้วหยิบของในหีบออกมาตรวจสอบเทียบทีละรายการ
ครั้นเมื่ออ่านถึง ‘รากโสมป่าร้อยปีหนึ่งต้นบัวหิมะตะวันตกหนึ่งดอก’ ฉู่ไฉเหลียงกับอนุหวังต่างหันไปมองฉู่จวินหลันด้วยความตกตะลึง
ฉู่จวินหลันทำหน้าตาใสซื่อ“โธ่ ที่แท้สมุนไพรที่ข้า้าก็มีอยู่ในหีบนี้แล้ว เช่นนี้ก็ดีจะได้ไม่ต้องไปขอเงินจากองค์หญิงใหญ่เพิ่มให้ใครเข้าใจผิดว่าข้าโลภมาก”
นางตั้งใจแน่นอน!
ฉู่ไฉเหลียงไม่เคยเสียทีเช่นนี้มาก่อนและยังเป็การเสียทีต่อฉู่จวินหลันผู้ที่เคยอ่อนแอเชื่อฟังตนเสียด้วย ถึงเขาจะโกรธแต่ก็อดที่จะยอมรับไม่ได้ว่าบุตรสาวสายตรงผู้นี้เติบโตแล้ว
ด้วยเล่ห์กลเช่นนี้วันหน้าเมื่อแต่งเข้าจวนกงติ้งอ๋องย่อมสร้างชื่อได้ไม่น้อยหากบุตรสาวของเขาได้เป็ชายากงติ้งอ๋อง ย่อมเป็คุณต่อทั้งตัวเขาและตระกูลฉู่!
เมื่อคิดดังนี้ความโกรธพลันจางหาย สายตาที่มองฉู่จวินหลันเต็มไปด้วยความสำคัญมากกว่าเดิม
ทว่าอนุหวังกลับแทบกระอักเื!
หากอีกฝ่ายบอกว่าในหีบมีสมุนไพรย่อมไม่มีปัญหาบัดนี้หีบถูกส่งกลับมาแล้ว คงยากที่จะนำกลับไปนี่เท่ากับว่าถูกนางสารเลวผู้นี้ล่อลวงสำเร็จ!
เหลียงฮุยยื่นรายการของกำนัลส่งให้ฉู่ไฉเหลียงก่อนจะกล่าว“นายท่าน ตรวจสอบเสร็จแล้ว พบว่ามุกตะวันออกหายไปหนึ่งกล่อง รวมถึงสร้อยประคำโมราเครื่องประดับทับทิมหนึ่งชุด กำไลหยกหนึ่งคู่ และทองแท่งหายไปสามสิบตำลึงขอรับ”
ฉู่จวินหลันเลิกคิ้วเผยรอยยิ้มเย้ยหยันนางไม่ได้เอ่ยสิ่งใด แต่สำหรับฉู่ไฉเหลียงกลับราวกับถูกตบหน้าฉาดใหญ่
“อวี้ชิง!ของพวกนี้หายไปไหน!” ฉู่ไฉเหลียงะโลั่น
อนุหวังใยิ่งนักเพราะนางไม่ได้แตะต้องสิ่งของในหีบแม้แต่น้อย “นี่…นายท่าน…”
ฉู่เมิ่งอิ๋งกับฉู่หวาจางจากใบหน้าแดงก่ำพลันซีดขาวเดิมทีเพิ่งถูกฉู่จวินหลันยั่วจนแทบควันออกหูบัดนี้กลับรู้สึกราวกับตกลงไปในเหวน้ำแข็งทั้งยังอับอายประหนึ่งถูกเปลื้องผ้ากลางถนน
ฉู่เมิ่งอิ๋งที่หัวไวรีบเอ่ยว่า“อาจเป็เพราะตอนเก็บของเข้าคลังวางไว้ผิดที่แล้วลืมหยิบมาด้วยหรือไม่เ้าคะ”
อนุหวังแค่เหลือบมองก็เข้าใจรีบพยักหน้ารับทันที “เป็ไปได้” จากนั้นหันไปตวาดหงเฟินกับพวกบ่าวรับใช้ลั่น“เ้าสวะ! ทำงานกันอย่างไร! แค่ไปหยิบของยังพลาดได้! ยังไม่รีบไปเอามาอีก!”
หงเฟินกับบ่าวรับใช้คนอื่นรีบรับคำทว่าบนใบหน้ากลับเต็มไปด้วยความลำบากใจ เพราะในคลังไม่มีสิ่งเหล่านี้อยู่เลย
ฉู่เมิ่งอิ๋งรีบเอ่ยแก้“ลูกจะกลับไปดูงานเองเ้าค่ะ”
กล่าวจบก็รีบก้าวออกไปพร้อมกับหงเฟินและคนอื่นทันที
ฉู่ไฉเหลียงเป็ขุนนางมาหลายปีจะดูเื่เพียงเท่านี้ไม่ออกได้อย่างไร หน้าอกพลันอัดแน่นด้วยความโกรธคิดเพียงว่าศักดิ์ศรีของตนคงถูกทำลายย่อยยับไปแล้ว!
เหตุใดบุตรของเขาถึงกล้าทำเื่สกปรกเช่นการลักเล็กขโมยน้อยเช่นนี้ได้!
ไม่ใช่สิ สายเืของเขาล้วนดีเลิศย่อมเป็เพราะหวังซื่อสั่งสอนผิดพลาด จึงทำให้เกิดเื่ขายหน้าเช่นนี้ขึ้น!
“เ้าอย่ามัวแต่ใส่ใจแต่เื่ในจวนจงหมั่นสั่งสอนอิ๋งเจี่ยร์กับจางเกอร์ให้มากหน่อย!”
แม้จะพูดไม่กี่คำแต่เมื่อถูกตำหนิต่อหน้าฉู่จวินหลันและบ่าวรับใช้ อนุหวังก็รู้สึกเสียหน้าไม่น้อยนางฝืนกล้ำกลืนความอับอายยิ้มตอบ “ผู้น้อยจะใส่ใจให้มากขึ้นเ้าค่ะขอนายท่านโปรดระงับโทสะ เื่ครั้งนี้คงเป็เพียงอุบัติเหตุเท่านั้นเ้าค่ะ”
ฉู่ไฉเหลียงเองก็ไม่อยากให้คนลือกันว่าบุตรของเขาเป็พวกมือไม่สะอาดจึงได้แต่ข่มโทสะไว้
ผ่านไปครู่หนึ่งฉู่เมิ่งอิ๋งก็พาคนเอาของกลับคืนมาจริงๆ
ฉู่จวินหลันเก็บใบรายการของกำนัลไว้ในอกเสื้อนางสั่งให้ปิดฝาหีบพลางยิ้มกล่าว “ดึกดื่นป่านนี้ลำบากอนุหวังแล้ว”
อนุหวังโกรธจนอกแทบะเิแต่ก็ยังต้องฝืนยิ้มทำทีเป็ไม่ใส่ใจ “คุณหนูสามเกรงใจเกินไปแล้ว”
ยามนี้ฉู่ไฉเหลียงเพียงรู้สึกว่าสายตาที่ฉู่จวินหลันมองตนนั้นไม่เหมือนเดิมเมื่อความเชื่อมั่นในฐานะบิดาถูกลดทอนลง เขาจึงถลึงตาใส่ฉู่หวาจางกับฉู่เมิ่งอิ๋งก่อนจะสะบัดแขนเสื้อจากไป
ฉู่เมิ่งอิ๋งกับฉู่หวาจางต่างหวั่นเกรงว่าจะถูกทำให้หมางเมินจึงรีบวิ่งตามไปอธิบาย
อนุหวังเองก็รู้สึกเสียหน้า ยิ้มแหยกล่าวร่ำลาจากไป
จู่ๆฉู่จวินหลันที่เดินมาส่งอนุหวังหน้าประตูเรือนก็เอ่ยถามเสียงเบา “อนุหวังยังเจ็บหน้าอยู่หรือไม่”
อนุหวังหันขวับกลับมาก็เผชิญกับสายตาเย้ยหยันของนาง“เ้า...”
“อนุหวังไม่ต้องกังวลไปข้าจะเล่นกับเ้าช้าๆ” ฉู่จวินหลันยิ้มอ่อนโยนยิ่งกว่าเดิม“การฆ่าไม่ใช่การลงโทษที่ร้ายแรงที่สุด ข้าจะค่อยๆแย่งชิงสิ่งที่เ้าหวงแหนไปทีละอย่างเ้ายินดีที่ได้รับความโปรดปรานและความไว้วางใจจากท่านพ่อ และยินดีที่มีบุตรธิดากตัญญูนักใช่หรือไม่หึ เส้นทางยังอีกยาวไกลนัก”
อนุหวังกัดฟันแน่นจนแทบแตกก่อนจะรีบเดินหนีไปอย่างรวดเร็วจนแทบไม่ต่างจากหนีหัวซุกหัวซุน
ส่วนจื่อเยียนที่ได้ลิ้มรสการนอนท่ามกลางกองทองเงินครั้งแรกรู้สึกทั้งกายใจเต็มไปด้วยความสุข
รุ่งเช้าวันถัดมา ฉู่จวินหลันไปคารวะฮูหยินผู้เฒ่ายังไม่ทันที่คนอื่นจะมากันครบ นางก็ออกจากจวนไปยังจวนองค์หญิงใหญ่เพียงลำพัง
ข่าวหีบสมบัติที่ส่งเข้าเรือนอนุหวังแต่ยังไม่ทันได้ใช้ก็ถูกสั่งให้นำส่งกลับแพร่สะพัดไปทั้งจวนข่าวนี้ทำให้ฮูหยินผู้เฒ่ามีความสุขยิ่งนัก อนุซุนกับอนุซูก็พลอยรู้สึกสะใจไปด้วยทว่าฉู่เมิ่งอิ๋งถูกฉู่อวิ๋นเจียวกับฉู่เพ่ยซานเหน็บแนมจนแทบอยากแทรกแผ่นดินหนี
จวนองค์หญิงใหญ่
ฉู่จวินหลันที่นั่งอยู่ข้างเตียงใช้ปลายนิ้วตรวจชีพจรให้เย่อี่เจี้ยนที่ยังนอนสลบไสลก่อนมุมปากของนางจะประดับด้วยรอยยิ้มบาง
“เรียนองค์หญิงใหญ่วันนี้คุณชายเย่ยังต้องฝังเข็มอยู่เ้าค่ะ”