หมื่นโอสถกลืนสวรรค์

    บทที่ 24 ลอบแอบฟังแผนการ

    บทที่ 24 ลอบแอบฟังแผนการ “ หลินซานกลับมาแล้ว... ” หลินหย่งอู่ที่นั่งอยู่ในตำแหน่งของมันได้พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบมันได้หันใบหน้าของตนเองไปหาบุตรชายที่นั่งอยู่ในตำแหน่งผู้สนทนาข้างๆ หลินซานที่กำลังลอบแอบฟังบทสนทนาของพวกมันอยู่เมื่อเขามาถึงก็ดูเหมือนว่าพวกมันกำลังจะสนทนาเรื่องของเขาพอดิบพอดี ดวงตาปรากฏความจริงจังมากขึ้นหูข้างขวาเอี้ยวเข้าไปเพื่อที่จะได้ยินบทสนทนาของพวกมันให้ชัดเจนมากขึ้นดวงตาของเขาที่จ้องมองเข้าไปด้านใน หลินหย่งอี้ผู้ที่เป็นผู้นำตระกูลหลินคนปัจจุบันมันไม่ได้แสดงท่าทางตื่นตระหนกตกใจอันใดเลยยังคงท่าทางเคร่งขรึมจริงจังแล้วอยู่ในท่าทางกอดอกเช่นเดิมโดยปกติแล้วบุคลิกของผู้นำตระกูลหลินตัวของเขาก็รู้ดีเป็นอย่างมากๆโดยปกติแล้วมันจะมีบุคลิกท่าทางที่ดูภายนอกแล้วเป็นคนเคร่งขรึมจริงจังอยู่ตลอดเวลาไม่ค่อยพูดแต่ว่ามันก็เป็นคนที่มีความทะเยอทะยานภายในตัวเองเป็นอย่างมาก และเมื่อมองจากตรงนี้ก็จะเห็นได้อย่างชัดเจนว่าพลังปราณที่แผ่ซ่านออกมาจากส่วนประกอบปราณทั้งสี่ภายในร่างกายของมันแม้ว่าจะอยู่ในระดับการฝึกฝนบทที่ 1 แต่ว่าก็ใกล้จะเทียบเคียงกับผู้เป็นบิดาของมันได้แล้วหลินหย่งอี้มันถือว่าเป็นอัจฉริยะผู้หนึ่งไปเช่นนั้นมันคงจะไม่มีความสามารถมากในการก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำตระกูลหลินคนปัจจุบันอย่างแน่นอน ตอนนี้เมื่อดูจากช่วงอายุของมันและระดับของพลังส่วนประกอบปราณทั้ง 4 ภายในร่างกายมันเป็นอัจฉริยะมากกว่าผู้เป็นบิดาของมันอย่างหลินหย่งอู่เสียอีก ด้วยอายุเพียงแค่นี้ยังเหลือเวลาอีกมากที่จะให้มันฝึกฝนแล้วขึ้นไปสู่ระดับฝึกฝนที่ 2 ได้อย่างไม่ยากเย็นนัก ดูแล้วมันน่าจะบรรลุการฝึกฝนบทที่ 2 ได้โดยที่มีอายุน้อยกว่าผู้เป็นบิดาของมันเสียอีก ชายวัยกลางคนร่างกายสูงใหญ่ที่นั่งอยู่ในตำแหน่งคู่สนทนามันได้ปลายสายตาไปมองที่บิดาของมันอย่างราบเรียบ ก่อนที่คิ้วทั้งสองข้างจะขมวดเข้าหากันแล้วปรากฏความสงสัยบนใบหน้าเล็กน้อย “ ท่านหมายความว่าอย่างไรขอรับท่านพ่อ ” มันได้เปิดปากถามออกมาด้วยน้ำเสียงโทนต่ำอันเคร่งขรึม “ ตอนนี้หลินซานมันตายไปแล้วไม่ใช่หรือขอรับ โดนคนของตระกูลเกาเล่นงาน ” เรื่องนี้ผู้คนทั่วทั้งเมืองก็ต่างรู้กันดีแต่ไม่มีผู้ใดนั้นถ้าเปิดปากพูดเพราะอำนาจของตระกูลเกาตอนนี้มันมีราชวงศ์คอยสนับสนุนเบื้องหลังขึ้นไปใหญ่เมื่อบุตรชายของมันได้รับรากเหง้าปราณระดับราชันย์มา แม้ว่าครั้งนี้ผู้ที่สูญเสียไปมันคือตระกูลหลิน แต่ว่าตัวของตระกูลเองออกหน้าออกตาไปมากไม่ได้ เพราะถ้ามันเกิดเป็นการบาดหมางขนาดใหญ่เรื่องนี้ถ้าถึงคู่หูของราชวงศ์มีหวังตระกูลหลินคงจะโดนเล่นงานอย่างแน่นอนเพราะว่าได้ตอนนี้ตระกูลเกากำลังรุ่งเรืองเป็นอย่างมากและก็ได้รับการสนับสนุนจากราชวงศ์อย่างเต็มที “ มันไม่ใช่~ ตอนนี้เจ้าหลินซานยังไม่ตายแล้วมันก็กลับมาที่จวนของเราเรียบร้อยแล้ว แต่ว่า... ”เมื่อเห็นใบหน้าของท่านพ่อของตัวเองทำใบหน้าเช่นนั้นผู้ที่เป็นผู้นำตระกูลคนปัจจุบันอย่างหลินหย่งอี้มันก็ยิ่งก็ขมวดคิ้วทั้งสองข้างที่ประดับอยู่บนใบหน้าเคร่งขรึมจริงจังของมันเข้าหากันแล้วจ้องมองไปอย่างสงสัย “ มีอันใดอย่างนั้นหรือขอรับ? ”“ เจ้าหลินซานตอนนี้มันความจำเสื่อม ” หลินหย่งอู่ตอบกับบุตรชายของมันไป เมื่อได้ยินเช่นนั้นมันทำให้หลินหย่งอี้พี่นั่งอยู่ในตำแหน่งคู่สนทนายิงแสดงใบหน้าจริงจังมากขึ้นไปอีกดวงตาของมันเล็กลงแล้วจ้องมองไปที่บิดาของมัน “ เรื่องจริงอย่างนั้นหรือขอรับท่านพ่อ? ” โดยปกติแล้วนิสัยสองพ่อลูกนี้ก็มีความคล้ายคลึงกันอยู่หลายอย่างโดยเฉพาะนิสัยที่เป็นคนที่รอบคอบแล้วไม่ค่อยปักใจเชื่ออันใดง่ายๆ เพราะไม่เช่นนั้นตระกูลหลินก็คงจะไม่อยู่มาได้จนถึงวันนี้อย่างแน่นอน คงจะโดนตระกูลเกาและตระกูลต่างๆใช้จุดต่างๆเล่นงานไปแล้ว “ ข้าพิสูจน์มาแล้วมันเป็นเรื่องจริงตอนนี้ดูเหมือนว่าหลินซานจะจำอันใดไม่ได้เลย ” หลินหย่งอู่มันยืนยันหนักแน่นด้วยคำพูดของตัวมันเองว่าเรื่องที่มันได้พบเจอมานั้นเป็นเรื่องจริง“ ถ้าเช่นนั้นรากเหง้าปราณ.. ”“ รากเหง้าปราณโดนช่วงชิงไปแล้ว ข้าตรวจสอบมาด้วยตาของตัวเองแถมมีอีกอย่างหนึ่งนั่นก็คือร่างกายท่อนล่างของมันโดนทำร้ายจนบาดเจ็บสาหัสกลายเป็นคนพิการ ”“ ตอนนี้ข้าขังมันเอาไว้ภายในเรือนของมันไม่ให้มันออกมา ” ได้ยินสิ่งที่ท่านพ่อของมันพูดขึ้นมันทำให้ตัวของหลินหย่งอี้ยิ่งประหลาดใจมากขึ้นไปอีกจนตัวของมันต้องเอ่ยถาม “ ในเมื่อตัวของเจ้าหลินซานสูญเสียรากเหง้าปราณไปแล้วแล้วมันก็กลายเป็นคนพิการไร้ประโยชน์เหตุใดท่านพ่อถึงจะต้องเก็บมันเอาไว้ด้วยไม่ขับไล่มันออกไปให้มันไปตายข้างนอก ”นี่มันคือความคิดที่ทำให้ตัวของหลินหย่งอี้รู้สึกสงสัยในการกระทำและความคิดอ่านของผู้เป็นบิดาของมันเป็นอย่างมาก ในตอนนี้สิ่งที่ควรจะกระทำจากที่ได้ล่วงรู้ว่ารากเหง้าปราณระดับราชันนั้นสูญเสียไปแล้วก็ควรจะขับไล่มันออกไปซะหลินซานกลายเป็นคนพิการที่ไม่สามารถเดินได้แน่นอนว่าถ้าปล่อยให้อยู่ภายในตระกูลต่อไปมันก็กลายเป็นขยะไร้ค่าที่ไม่มีความสัมคัญและก็ไม่สามารถทำอันใดให้ตระกูลได้อีกเลย แน่นอนว่าขยะไร้ค่าจะต้องถูกกำจัดถ้ามันยังมีแขนมีขาครบยังคงสามารถทำงานได้อันนั้นก็น่าคิด แต่ในเมื่อไม่สามารถกระทำได้แม้แต่งานการเดินก็ยังลำบากมีหรือว่าจะเก็บเอาไว้ให้กลายเป็นตัวถ่วงของตระกูลเพราะเช่นนี้หลินหย่งอี้มันเลยเกิดความสงสัยว่าเหตุใดท่านพ่อของมันถึงไม่ขับไล่เจ้าหลินซานออกไปซะเหตุใดถึงเก็บเอาไว้ภายในตระกูลอีกทางที่ไม่มีประโยชน์แล้วโดยปกติถ้าเกิดเป็นคนพิการภายในตระกูลหลักอันนั้นก็เป็นอีกเรื่องแต่ถ้าเกิดเป็นคนพิการภายในตระกูลสาขาหรือตระกูลรับใช้ก็ควรจะขับไล่ไสส่งออกไปซะ “ เจ้าอย่ารีบร้อน~ ตัวของข้ามีความคิดอย่างนึงคิดเอาไว้แล้ว การที่เก็บเจ้าหลินซานที่ไร้ประโยชน์เอาไว้มันก็มีเหตุผลอยู่ ” หลินหย่งอู่ตอบกับความสงสัยของบุตรชายของมันไปและคำตอบกลับนั้นก็ทำให้ผู้นำตระกูลหลินคนปัจจุบันยิ่งปรากฏความสงสัยมากขึ้นไปอีก แน่นอนว่าตัวของมันคาดการณ์เอาไว้อยู่แล้วว่าท่านพ่อของมันคงจะไม่เก็บเจ้าหลินซานเอาไว้ถ้าไม่มีประโยชน์อันใด ตอนนี้ความสงสัยที่ปรากฏอยู่ภายในจิตใจและแสดงออกมาบนใบหน้าเล็กน้อยมันก็คือความสงสัยว่าจะนำเจ้าหลินซานไปใช้ประโยชน์อันใดกันแน่“ ท่านพ่อต้องการจะนำเจ้าหลินซานไปใช้ประโยชน์อันใดอย่างงั้นหรือขอรับ? ”“ มันเป็นหลักฐาน!! เป็นหลักฐานชั้นยอดที่จะทำให้พวกเราโจมตีตระกูลเกาได้ ” หลินหย่งอู่มันได้ปรากฏรอยยิ้มอันมีเลศนัยที่มุมปากข้างขวาของมันเมื่อได้ยินเช่นนั้นตัวของผู้นำตระกูลหลินที่นั่งอยู่ข้างๆมันก็ได้กลับมาอยู่ในท่าทางขบคิด เมื่อได้ลองคิดดูดีๆแล้วกับความคิดของผู้เป็นบิดามันก็พอจะคิดเรื่องนี้ออกบ้างแล้ว “ อย่าบอกนะขอรับว่าท่านพ่อคิดจะ... ” หลินหย่งอี้ดูเหมือนว่าจะปรากฏความคิดบางอย่างหลังจากที่ใช้ความคิดของตนเองไต่ตรองเรื่องนี้ดูจากคำพูดของท่านพ่อของมัน ใบหน้าของมันที่ปรากฏความคิดได้ไงใบหน้าขึ้นมาแล้วจ้องมองที่บิดาที่นั่งอยู่ข้างๆ“ ใช่แล้ว!!! ข้าคิดจะใช้หลินซานเป็นหลักฐานในการโจมตี ตอนนี้การที่ต้นตระกูลหลินไม่สามารถออกปากออกเสียงโจมตีคนตระกูลเกาเกี่ยวกับเรื่องนี้ได้แม้ว่าจะรู้อยู่กับอกมันก็เป็นเพราะว่าพวกมันทำลายหลักฐานทั้งหมด ”“ แต่ในตอนนี้แม้ว่าตัวของหลินซานจะความจำเสื่อมแต่ว่าเราก็สามารถใช้ร่างกายของมันที่ไม่มีรากเหง้าปราณแถมยังโดนทำร้ายจนบาดเจ็บสาหัสให้โจมตีพวกมันได้ ”“ ถ้าเป็นเช่นนี้แม้ว่าเหล่าราชวงค์จะสนับสนุนพวกตระกูลเกาก็ทำอันใดไม่ได้ พวกมันจะต้องโดนความผิดในครั้งนี้อย่างแน่นอน ถ้าพวกเรานำหลักฐานชิ้นสำคัญออกไปให้พวกมันพบเห็น ” หลินหย่งอู่มันคาดการณ์แผนการทั้งหมดเอาไว้เรียบร้อยทั้งหมดแล้วโดยสองตระกูลมันก็ฟาดฟันกันมานานต่างฝ่ายก็ต่างแย่งชิงอำนาจกันในครั้งนี้เมื่อตระกูลเกาบุตรชายของมันช่วงชิงรากเหง้าปราณระดับราชันย์ไปจากหลินซานก็ทำให้เหล่าราชวงศ์นั้นให้ความสนใจกับตระกูลเกาเป็นพิเศษ แน่นอนว่าการกระทำเช่นนั้นทำให้อำนาจของตระกูลหลินภายในเมืองหลอมนภาแห่งนี้มันได้ลดน้อยลงเพราะแบบนั้นหลินหยงอู่มันเลยวางแผนการนี้เอาไว้ตั้งแต่พบเห็นว่าหลินซานได้เดินทางกลับมาแล้ว ถ้ามันใช้ความผิดข้อนี้เอาผิดคนตระกูลเกาอย่างไรมันก็ไม่สามารถกดผิดไปได้เพราะว่าหลักฐานก็มีอยู่ทนโท่ๆ เมื่อโดนความผิดข้อนี้ไปอำนาจของตระกูลเกามันก็จะลดลงไปเป็นอย่างมากและทำให้ตระกูลหลินกลับมายิ่งใหญ่ภายในเมืองหลอมนภาแห่งนี้อีกครั้งหลินซานที่กำลังเอี้ยวหูฟังบทสนทนาทั้งหมดจากด้านนอกเขานั้นก็ล่วงรู้แผนการของมันแล้ว ดวงตาทั้งสองข้างปรากฏความจริงจังมากขึ้นไปอีกระดับ เขาคิดเอาไว้อยู่แล้วว่าจิ้งจอกเฒ่าผู้นี้จะต้องมีความคิดบางอย่างในการใช้ประโยชน์เขาอย่างแน่นอนมันถึงยอมรับเขาเข้ามาภายในตระกูลอย่างง่ายดายเช่นนี้ ที่แท้ตัวของมันก็คิดจะใช้ประโยชน์จากเขาให้ไปเล่นงานตระกูลเกานี่เอง หลินซานได้เอี้ยวหูฟังบทสนทนาของพวกมันต่อ “ เข้าใจแล้วขอรับท่านพ่อ... ” หลินหย่งอี้ทำท่าทางเข้าใจในความคิดของผู้เป็นบิดาของมัน แล้วดูมันจะยอมรับเกี่ยวกับความคิดที่ผู้เป็นบิดาของมันได้พูดขึ้นมาด้วย “ แล้วเจ้าไปนอกเมืองครั้งนี้ไปร่วมงานตามคำเชิญของสำนักเหยี่ยวเป็นเช่นไรบ้าง? ” “ ก็ดีขอรับท่านพ่อ ครั้งนี้ก็เป็นเหมือนทุกครั้งความสัมพันธ์ของพวกเราทั้งสองก็ยังเป็นเหมือนเดิม อีกฝ่ายยังคงให้การสนับสนุนพวกเราทางด้านกำลังพลและอาวุธรวมไปถึงของต่างๆมากมายเช่นเดิม ”“ อืม~ ดี!! พวกเราจะต้องรักษาสัมพันธ์นี้เอาไว้ให้หนาแน่นมากที่สุดเพราะว่าพวกเขาจะช่วยสนับสนุนเราให้สามารถคงอยู่ในจุดนี้ได้นานที่สุด ”“ ขอรับ!!! ”“ ว่าแต่ตอนนี้พ่อกับแม่ของหลินซานมันกลับมาหรือยัง? ”“ เรื่องนั้น... ”จบตอน วันนี้ไรท์จะมีเรื่องมาบอกนะครับแบบนี้น้องชายของไรท์น่าจะติดโควิดแต่ว่าไรท์ยังไม่ได้เป็นอะไรนะครับแม้ว่าจะอยู่บ้านเดียวกันแต่ตอนนี้ก็ยังออกกำลังได้ปกติไม่ได้เหนื่อยเกินไป อาจจะเพราะว่าน้องของไรท์อยู่ในห้องมาประมาณหลายวันแล้วเพราะอกหัก แล้วอาการก็เพิ่งจะมาออกในวันนี้ ตอนนี้ไรท์ก็พยายามดูแลตัวเองให้ดีที่สุด ตอนของบอกก่อนว่าไรท์ไม่ได้ออกจากบ้านมาประมาณ 5 เดือนได้แล้วเก็บตัวเขียนนิยายมาได้ประมาณ 5 เดือนแล้วแทบจะไม่ได้ออกไปไหนเลยเพราะกลัวโควิดด้วยแต่ก็เป็นเพราะว่าพยายามเขียนนิยายเยอะมาในแต่ละวันด้วย อันนี้มาบอกเอาไว้เพราะอยากให้นักอ่านทุกท่านรักษาตัวเองดีๆนะครับ ส่วนเรื่องงานตอนนี้ไรท์ยังคงปล่อยนิยายของตนเองได้เหมือนเดิมเพราะว่ายังไม่ได้เป็นอะไรและก็ยังไม่ได้มีอาการ แต่ถ้าตอนนี้ที่ไรท์มีอาการแล้วป่วยจริงๆไรท์ก็ต้องของลดการปล่อยนิยายหรือว่าหยุดการปล่อยเอาไว้ก่อนนะครับ พูดถึงเรื่องงานก่อนะครับ ตอนนี้ไรท์ปล่อยจำนวนตอนต่อวันมาประมาณ 4 เรื่องดังนี้เรื่องแรกเรื่องนี่ข้าเป็นเพียงแค่ตัวประกอบอย่างงั้นรึวันละ 3 ตอนต่อวัน เรื่องที่สองเรื่อง แม่ค้าออนไลน์สู่ยุทธภพ 2 ตอนต่อวัน  เรื่องที่สามคือเรื่อง ราชันย์วิญญาณซ่อนเร้น 2 ตอนต่อวัน  ------เรื่องย่อนิยาย คีย์นักศึกษาปี 2 ของมหาลัยชื่อดังพวกเขานั้นมีสิ่งหนึ่งที่ติดตัวมาตั้งแต่กำเนิดนั่นคือดวงตาที่สามารถมองเห็นวิญญาณได้ เขาสูญเสียพ่อของตนเองไปในวัยเด็กเพราะมองเห็นวิญญาณปริศนาตนนึงที่สามารถเข้ามาทำร้ายมนุษย์ได้ เมื่ออายุครบ 20 ปีมันก็เกิดเหตุการณ์ประหลาดกับตัวเขาบ่อยครั้งและชักนำเขาเข้าสู่เส้นทางและโลกอีกใบหนึ่งที่ซ่อนเร้นอยู่ภายในมิติปริศนา สถานที่แห่งนั้นคือโลกวิญญาณซ่อนเร้น ปริศนาทั้งหมดการต่อสู้อันดุเดือนก็ได้เริ่มขึ้นตั้งแต่เขาพบเจอกับโลกใบนั้น------------เรื่องที่สี่ที่เพิ่งจะปล่อยออกไปคือเรื่อง ข้าคือจักรพรรดิโอสถผู้ยิ่งใหญ่ ประมาณ 3 ตอนต่อวัน -----------เรื่องย่อ หลินซานเด็กหนุ่มที่ถือกำเนิดมาอยู่ภายในตระกูลหลินภายในเมืองหลวงของจักรวรรดิหลอมนภา แม้จะอยู่ในตระกูลหลินอันทรงอำนาจแต่เขาอยู่ภายในเพียงแค่ตระกูลสาขาเท่านั้น ทว่าเขากับมีพลังสวรรค์ที่ก่อเกิดมาจากรากเหง้าระดับราชันย์ที่หาได้ยากภายในจักรวรรดิหลอมนภา ผู้คนต่างปฏิบัติต่อเขาดีและยกย่องไม่ต่างจากคนตระกูลหลัก แต่นั้นเป็นแค่หน้ากากเท่านั้นที่ผู้คนสร้างขึ้นมาเท่านั้น สุดท้ายเขาก็โดยช่วงชิงรากเหง้าระดับราชันย์ไปและกำลังจะตายแต่ก็เกิดใหม่อีกครั้งโดยมีดวงจิตของจักรพรรดิโอสถหลินซานและดวงจิตของเทพสงครามหวงอี้เข้ามาประสานเข้าที่ร่างกายที่กำลังจะตาย ได้รับทรงจำของเคล็ดบ่มเพาะหมื่นโอสถกลืนสวรรค์ และ เคล็ดบ่มเพาะจักรพรรดิสงคราม มาของแต่เมื่อคืนขึ้นมากน่าตนเองกลายเป็นคนพิการไปแล้ว เส้นทางแห่งการแก้แค้นและการยิ่งใหญ่กำลังจะเริ่มขึ้น ---------------  ต่อวันหนึ่งไรท์จะเขียนนิยายเยอะมากต่อวันแต่ถ้าป่วยขึ้นมาจริงๆคงจะลดจำนวนลงไปประมาณนึงอย่างไงก็ติดตามนิยายของไรท์ด้วยนะครับ 

    คล้ายกับเรื่องหมื่นโอสถกลืนสวรรค์ ที่คุณอ่าน