เทียนกำลังจะเดินทางไปตามหาสถานที่อยู่ของหลงเทียน จึงคิดว่ามาดูความเรียบร้อยของ ป้าจิตกับน้องจูน พอมาถึงบ้านญี่ปุ่น เห็นน้องจูนวิ่งไล่จูจู หมาพันธุ์ปักกิ่ง ที่แม่เจนให้น้องจูน มาเลี้ยงเพราะเห็นว่าจูจู มันเริ่มติดน้องจูนแล้ว พอน้องจูนเห็นเทียนมาถึง ก็รีบวิ่งมาหาทันที
“ พี่เทียนมาแล้ว จูจู ตามมาเร็ว”
“ เป็นไงบ้าง ชอบโรงเรียนไหม” เทียนอุ้มน้องจูนที่สวมชุดนักเรียนดูแล้วน่ารักน่าเอ็นดูทีเดียว
“ ชอบมากค่ะ น้องจูนมีเพื่อน สองคนแล้ว”
ลุงโยชิ กับ ป้าจิตเห็นเทียนมาก็เข้ามาทัก โดยมี ชายหนุ่มวัย 26 ปี กับ หญิงสาว วัย 25 ปี เดินตามมาด้วย ลุงโยชิแนะนำ ลูกชายชื่อ คาซูเป็นตำรวจหน่วยพิเศษนานาชาติ ลูกสาวชื่อโยโกะ เป็นหมอผิวหนัง ทั้งสองคำนับเทียน
“ คุณชายน้อย”
เทียนยิ้มให้กับทุกคน แล้วป้าจิตก็พา น้องจูนออกไปเหมือนกับว่า ลูกทั้งสองคนลุงโยชิ มีเรื่องอยากจะคุยกับเทียน
“ มีเรื่องอยากคุยกับผมหรือ”
“ เราไม่อยากรับเงินเดือนจากคุณชายน้อย พวกเราอยากย้ายออกไป และจะขอรับคุณพ่อกลับไปอยู่ข้างนอกด้วย” หมอโยโกะเอ่ยออกมาตามตรง
“ อ้าว แล้วลุงโยชิจะไปกับลูกสาวด้วยหรือเปล่า” เทียนรีบเอ่ย
“ ไม่หรอกครับ ผมจะอยู่ที่นี่ จนกว่าคุณชายน้อยจะไล่ผมไปเท่านั้น” ลุงโยชิไม่อยากไป
“ พ่อ จะอยู่อีกทำไม โยโกะซื้อบ้านให้พ่ออยู่ใหม่แล้วนะ” หมอโยโกะไม่อยากให้พ่อเป็นคนรับใช้ของเทียน
“ ลุงโยชิ ไม่อยากไป ก็อย่าไปบังคับแกเลย พวกคุณมีเวลาว่าง ก็มาเยี่ยมแกเมื่อไรก็ได้ บ้านนี้ก็เหมือนบ้านของพวกคุณ อย่าได้เกรงใจเลย” เทียนให้ความเป็นกันเอง
“ ได้ข่าวว่า หน่วยพิเศษนานาชาติมีการฝึกหนัก กว่าคนทั่วไป ฝีมือคงไม่ธรรมดาใช่ไหม” เทียนเห็นคาซูมองมา ด้วยความรู้สึกไม่ค่อยยอมรับในตัวเทียนสักเท่าไร
“ ก็พอได้”
“ ผมฝึกวิชาต่อสู้มาบ้าง พวกเราลองมาสู้กันสักหน่อย” เทียนยืนขึ้นท้าทาย
“ อย่าดีกว่า คุณชายน้อยจะเจ็บตัว เดี๋ยวจะหาว่าผมรังแกเด็ก”
“ อย่าเสียมารยาทกับคุณชายน้อย” ลุงโยชิดุลูกชาย
“ ไม่เป็นไร คนหนุ่มก็อย่างนี้แหละ ออกไปสนามหญ้ากัน” เทียนกล่าวจบก็ไปรอที่สนามหญ้าหน้าบ้าน
“ คุณชายน้อยอย่าเลย” ลุงโยชิเอ่ยห้าม แต่ว่าเทียนไม่ตอบอะไร คาซูคิดว่าคงต้องสั่งสอนเด็กน้อยคนนี้สักหน่อยแล้ว หมอโยโกะเตือนพี่ชายให้เบาๆ มือหน่อย
เทียนได้ยินแล้วยิ้มที่มุมปากเล็กน้อย
“มาเถอะ” เทียนเรียกให้คาซูเข้ามา คาซูบุกเข้าจู่โจมโดยหลอกซ้าย แล้วต่อยขวาตรงเข้าใบหน้าเทียนอย่างรวดเร็ว เทียนไม่ได้ขยับแต่ใช้มือซ้ายจับหมัดขวาของคาซู และใช้พลังปราณดันหมัดกลับเข้าไป แขนของคาซู หลุดไปด้านหลัง ไหล่หลุดทันที คาซูคุกเข่าลงต่อหน้าเทียน ส่งเสียงร้องออกมาอย่างเจ็บปวดยิ่ง หมอโยโกะรีบเข้ามาดูอาการพี่ชายทันที มองดูอาการพี่ชายที่ไหล่หลุดออกมาอย่างตกใจ บอกให้ลุงโยชิที่กำลังตกใจรีบพาพี่ชาย พาไปโรงพยาบาลโดยด่วน ทั้งสองคนพี่น้องมองหน้าเทียนอย่างเคียดแค้น ที่เทียนไม่น่าทำรุนแรงแบบนี้กับพวกเขา
“ ลุงโยชิ ไม่ต้องไป กลับมานี่ก่อน คุณโยโกะถอยไปก่อน “ เทียนเอ่ยจบ หมอโยโกะถอยออกไปอย่างว่าง่ายโดยที่ตัวเองก็ ไม่รู้ว่าทำไมต้องเชื่อฟัง เด็กวัย 11 ปีขนาดนี้ เทียนจับแขน แล้วดึงกลับเข้าที่ แล้วใช้พลังเทพบริสุทธิ์รักษา แปบเดียวก็หายเป็นปกติ
“ มาลองใหม่อีกไหม” เทียนยืนขึ้นแล้วถามคาซู ที่จับแขนตนเอง ที่ไหล่หลุดร้องเจ็บปวดแทบน้ำตาไหล ซึ่งบัดนี้กลับมาเป็นปกติอย่างน่าอัศจรรย์เช่นนี้ หมอโยโกะก็ได้แต่เอามือปิดปากไม่ทันได้พูดอะไรออกมา ลุงโยชิก็ได้แต่ตกใจไม่คิดว่าลูกชายหายเป็นปกติเหมือนเดิม กำลังเริ่มจะสู้ใหม่อีกครั้ง
คาซูคราวนี้ใช้เท้าเตะซ้าย เตะขวาออกอาวุธที่คิดว่าอันตราย เท่าที่เรียนมาแต่ทุกขบวนท่าหมัดหรือเท้า เทียนปัดออกไปจนหมด โดยที่เทียนไม่ได้ถอยหลัง แม้แต้ก้าวเดียว คาซูโจมตีใส่เทียนจนเพลิน เจอเทียนสวนกลับเพียงฝ่ามือเดียวเข้าที่ซอกคอ ร่างของคาซู ร่วงสลบไปอีกรอบ คราวนี้หมอโยโกะไม่กล้าเข้ามาอีก แต่ลุงโยชิเข้ามาดูอาการแทน
เทียนใช้นิ้วมือจี้ไปที่จุดที่ใต้จมูก คาซูก็ฟื้นทันที คราวนี้สายตาของคาซูที่มองเทียนเปลี่ยนไปจากเดิมเยอะเลย
“ยังไม่ขอบคุณ คุณชายน้อยที่เมตตาอีก”
“ขอบคุณ คุณชายน้อยที่เมตตา” คาซูรีบกล่าวอย่างรวดเร็ว
“ จำเอาไว้ อย่าประมาท ไม่ว่า คู่ต่อสู้คนนั้นจะเป็นใคร”
เทียนกล่าวจบก็เดินเข้าไปหาป้าจิตกับน้องจูน เทียนให้บัตรเงินสดกับป้าจิตไว้สองล้านบาท เอาไว้เป็นค่าใช้จ่ายให้กับน้องจูน เพราะเข้าเรียนแล้ว คงต้องมีค่าใช้จ่ายมากขึ้น เทียนหอมแก้มน้องจูนที่หลับไปแล้ว จากนั้นเทียนก็กลับบ้าน
คราวนี้เหลือเพียงสั่งงานลุงเซี่ยซิน อีกครั้ง ก็คงกลับไป ตามหาร่างของหลงเทียน ได้อย่างสบายใจ
เทียนกลับมาถึงบ้านลุงเซี่ยซิน ก็มารออยู่ก่อนแล้ว
“ ลุงเซี่ย เดือนหน้าเพิ่มกำลังผลิตน้ำสมุนไพร หงเทียนอีกเท่าตัว ส่วนที่เพิ่มให้ตระกูลหลี่เป็นผู้จัดจำหน่ายแต่เพียงผู้เดียว” แล้วเทียนก็มอบหัวเชื้อให้ลุงเซียซินนำไปจัดการ
“ คุณชายน้อย เวลานี้พวกที่รับสินค้าของเราไปเขาไปเพิ่มราคาอีกสามเท่า คุณชายน้อยจะเพิ่มราคาพวกเขาหรือไม่ครับ”
“ ไม่ล่ะ เท่านี้ก็พอ พวกเขาอยากขายเท่าไร ก็แล้วแต่พวกเขา ไม่ต้องไปขึ้นราคาตามพวกเขา แล้วลุงเซี่ยซินกลับไปคราวนี้ ก็ไปจ่ายโบนัสให้พวกพนักงานอีกคนละ 6 เดือนด้วย บอกพวกเขาด้วยว่า ผมขอบคุณพวกเขาที่ไม่ทิ้งกัน” เทียนบอกออกไป ลุงเซี่ยซินกล่าวขอบคุณแทนพนักงานทั้งหมด
ก่อนที่ลุงเซี่ยจะกลับไป เทียนเขียนรายการก่อสร้างเพิ่ม อีกหลายรายการ
ลุงเซี่ยซินอ่านจบ ก็สงสัย
“ คุณชายน้อยจะให้สร้างสิ่งก่อสร้างเหล่านี้ไปเพื่ออะไรหรือครับ”
“ เอาไว้สร้างเสร็จแล้ว ผมจะอธิบายให้ฟังทีเดียว” เทียนยังไม่อธิบาย
ไว้รออีกสัก หนึ่งปีพอโครงการเสร็จบางส่วนแล้ว ค่อยอธิบายทีเดียวจะเข้าใจได้ง่ายกว่า
จากนั้นเทียนกลับไปเข้าไปในเจดีย์ แล้วเริ่มนำยาเม็ดราชันพรหมเทพนำมากิน เข้าไปแล้วปล่อยให้เม็ดยาซึมผ่านกระจายเข้าไปทั่วร่าง พลังระดับราชัน ก็เริ่มปะทุขึ้นเรื่อยๆจนเต็มจุดศูนย์รวมพลังทำให้พลังยุทธ์ พุ่งทะลักออกมาเพิ่มขึ้นอีก 2 ระดับ เป็นระดับราชันยุทธ์ 69 วิญญาณยุทธ์ระดับ 74 จากนั้นเทียนก็ทิ้งร่างแปลงไว้ แล้วเดินทางกลับไป สำนักม่านกู่
แล้วเอ่ยลาอาจารย์เจ้าสำนัก เพื่อเดินทางตามทางวิถีแห่งเซียน โดยบอกอาจารย์ว่าเขาจะใช้วิธีเดินทางช่วยเหลือผู้คน ไม่บำเพ็ญตนตามที่สงบ เหมือนเช่นคนอื่นๆ ทำให้อาจารย์เจ้าสำนักม่านกู่หัวเราะ แล้วกล่าวว่า
“ เจ้านี่ความคิดไม่เหมือนใครจริงๆ อาจารย์ขอให้เจ้าเดินทางโดยสวัสดิภาพ “
เทียนออกมาหน้าสำนักกำลังคิดว่าจะไปทางไหนดี จึงหยิบยันต์นำทางออกมาแล้วกล่าวว่า
“ ในเมื่อสวรรค์มอบภาระหน้าที่ให้ข้าไปกำจัดคนชั่วก็นำทางให้ข้าด้วย ก็แล้วกัน” เทียนปล่อยยันต์ขึ้นไปบนฟ้า แล้วมันก็ลอยไปทางทิศตะวันออก
เทียนก็ออกเดินทางไปทางทิศตะวันออกทันที เทียนออกจากทวีปเมฆครามเข้าสู่ดินแดนแห่งใหม่ เมืองแรกที่พบมีชื่อว่าเมืองไห่หนัน เทียนเข้าเมืองไปก็ไปนั่ง ที่ร้านน้ำชาแห่งหนึ่ง มีพนักงานเดินมาต้อนรับทันที เทียนสั่งอาหารไปสองสามอย่าง แล้ว เอ่ยถามพนักงานต้อนรับว่า
“ ข้าอยากได้แผนที่ ไม่ทราบว่าร้านใดพอจะมีขายบ้างไหม”
“ แผนที่ เรื่องนี้ข้าไม่ทราบจริง ๆ แต่ว่า ที่สำนักงานทหารรับจ้าง ไห่หนัน พวกเขาต้องมีอย่างแน่นอน”
“ สำนักงานทหารรับจ้างไห่หนัน” เทียนรีบถามที่อยู่จากพนักงานในร้าน พอได้ข้อมูล ก็นั่งกินอาหารสักพักก็เดินทางไปทันที
พอไปถึงที่หน้าสำนักงานทหารรับจ้าง ก็ติดต่อขอซื้อแผนที่กับเจ้าหน้าที่ทันที
“ ไม่ได้หรอกน้องชาย แผนที่ไม่ได้มีไว้ขาย พวกเราทำขึ้นมาสำหรับทหารรับจ้างเท่านั้น แต่ถ้าเข้ารับสมัครเป็นทหารรับจ้างสังกัดหนันไห่ เจ้าก็จะได้ติดตัวไว้ 1 แผ่น เจ้าสนใจสมัครไหมล่ะ”
“ ได้ถ้าเช่นนั้นข้าสมัครก็ได้” เทียนต้องยอมสมัครเพื่ออยากได้แผนที่
“ ถ้าเช่นนั้น เจ้าไปสัมผัสศิลาตรวจสอบก่อนว่าเจ้ามีพลังยุทธ์ระดับใด”
เทียนใช้มือสัมผัสกับศิลาตรวจสอบ ผลปรากฏ ขึ้นมา ราชันยุทธ์ ระดับ 69
เจ้าหน้าที่รู้สึกตกใจ ที่ไม่คิดว่าเด็กอย่างเทียน จะมีพลังถึงระดับนี้ จึงถามชื่อแซ่
อายุ และออกป้ายให้ ทหารรับจ้างให้ เขียนไว้ว่า หลี่เทียน พลทหารรับจ้าง พลังราชันยุทธ์ระดับ 69 และทางทางเจ้าหน้าที่ให้ แผนที่มา 1 แผ่น ป้ายยศพลทหาร 1 อัน และต้องจ่ายค่าสมัคร 100 เหรียญ เทียนสงสัย ไหนบอกไม่ขายและจะเก็บเงินทำไม เทียนไม่ใส่ใจให้เงินไป แล้วกำลังจะจากไป แต่ เจ้าหน้าที่เรียกให้หยุดก่อน
“ ทหารรับจ้างเทียน เวลานี้ทางสำนักงานมีงานอยู่ หนึ่งงาน ต้องการใช้คนหลายคน คุ้มครองลูกชายกับลูกสาวเจ้าเมืองไปเรียนหนังสือที่ สำนักอักษรสวรรค์ที่เมือง เจียงอู่ เจ้าสนใจหรือไม่” เทียนดูแผนที่ แล้วเป็นเมืองที่ติดกัน คล้ายจะเป็นทางผ่าน ก็เลยตกลงรับงานนี้ แค่ไปส่งคนแค่นี้คงไม่มีอะไร
เทียนถูกส่งมาที่ประตูทางออกของเมืองไห่หนัน ยืนรวมกับเพื่อนอีก ประมาณ 100คน และมีทหารของเจ้าเมืองอีก 50 คนรวมเป็นร้อย ห้าสิบคน ยืนรอคุณหนูกับคุณชาย
ทั้งสองอยู่ เทียนสงสัยว่า เมืองอยู่ใกล้แค่นี้ ทำไมถึงต้องส่งคนคุ้มกัน ไปตั้ง 150คน แต่ไม่ทันได้ถาม ก็มีรถม้ามากันหลายคัน เทียนเห็นเด็กชายอ้วนวัย 13 ปี กับเด็กสาววัย 12 ปี ลงมาจากรถม้า เพื่อที่จะมานั่งรถม้าคันใหม่สำหรับเดินทางไกล เห็น เด็กชายอ้วนเข้าไปกอด ทั้งพ่อและแม่ ปู่ย่าตายาย หอมแก้ม ซ้าย ขวาทุกคนอย่างทั่วถึง ทำให้เทียนอดคิดถึง พ่อ แม่ กับท่านย่าไม่ได้ ส่วนเด็กหญิงดูแล้วนิ่งกว่า เพียงแค่กอดแม่ และยายเท่านั้น ไม่เหมือนเจ้าอ้วนเลยสักนิด สงสัยว่าเป็นพี่น้องกันจริงๆ หรือเปล่า เพราะดูแล้ว เด็กหญิงดูงามสง่ามาก แตกต่างกับเจ้าอ้วนราวฟ้ากับเหว เทียนยืนเข้าแถวให้หัวหน้า ผู้คุมการเดินทางในครั้งนี้ตรวจสอบ เขาคือ ลุงหาน เป็นยอดฝีมือระดับจักรพรรดิระดับ 90 แล้ว
ลุงหานเดินตรวจทุกคน แต่มาหยุดตรงหน้าเทียน แล้วกล่าวว่า
“ เจ้าอายุน้อยเพียงเท่านี้ กลับมีพลังราชันยุทธ์ถึง ระดับ 69 แล้ว ต้องไม่ธรรมดาแน่ๆ เหตุใดเจ้าถึงมาเป็นแค่พลทหารรับจ้างแบบนี้” ลุงหานเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
“ ข้าเพียงแต่จะผ่านเมืองเจียงอู่ไปเท่านั้น ส่งทั้งสองคนแล้วข้าก็จะจากไป”
“ อืม เป็นเช่นนี้ เอาไว้ผ่านไปถึงเมืองเจียงอู่ให้ได้ก่อน ค่อยคุยกันอีกที”
ลุงหานพูดแบบนี้ออกมา เทียนเริ่มคิดว่า ระหว่างทางคงต้องมีอันตรายอย่างแน่นอน แล้ว มันคืออะไรกันนะ ถ้ามันมีอันตราย ทำไมไม่นั่งเรือเหาะไปก็จบ
เทียนจะถามเพื่อนข้าง ๆ ก็ไม่ทันแล้ว คนคุ้มกันทุกคน กระโดดขึ้นหลังม้าออกเดินทางกันแล้ว เทียนจึงต้องขึ้นหลังม้า ตาม พวกเขาไป
เดินทางมาครึ่งวัน ลุงหานสั่งให้หยุดพักที่ริมลำธารแห่งหนึ่ง น้ำใสไหลมาจากภูเขาทั้งม้าและคน ต่างลงไปดื่มกิน แก้กระหาย เทียนอยู่ด้านหลังขบวนท้ายสุด
พอมาถึงลำธารแห่งนึ้ก็เกิดความรู้สึกอันตราย เหมือนมีสิ่งมีชีวิตอยู่ในน้ำกำลังขยับตัว เทียนตะโกนบอกให้ทุกคน รีบขึ้นจากลำธารอย่างรวดเร็ว แต่ว่าไม่ทันแล้วมีปลาขนาดเท่าตัวคน กระโดดขึ้นมาจากใต้น้ำ พุ่งเข้ากัดคอม้าที่กำลังกินน้ำอยู่
ขาดออกจากกัน เลือดกระฉูด สายน้ำที่ใสกลับเปลี่ยนเป็นสีเลือดแดงไปทั่วผืนน้ำ
ทหารรับจ้างเห็นเช่นนั้นก็ทิ้งม้า แล้วกระโจนหนีเอาตัวรอดกันอย่างรวดเร็ว ใครหนีไม่ทัน ก็โดนปลายักษ์ เข้าเขมือบไปทั้งตัว ไม่มีเสียงร้องออกมาให้ใครได้ยินอีก
เพราะปลาปีศาจมันกินเสร็จ มันก็มุดลงไปใต้น้ำ เทียนรีบเข้าไปที่ริมน้ำแล้วใช้พลังวายุดึงร่างทหารกับม้าทั้งหมดที่อยู่ในน้ำ ลอยขึ้นมาบนบกจนหมด แล้วปล่อยพลังเหมันต์แช่แข็งปลาทั้งหมดเอาไว้ ลำธารน้ำที่กว้างใหญ่กลายเป็นลานน้ำแข็ง ดูแล้วน่าอัศจรรย์ยิ่งนัก ทุกคนหันมาขอบคุณเทียน แต่ก็เสียดายที่มีคนตายไป สี่ห้าคน เทียนเข้าช่วยรักษาคนที่บาดเจ็บ จากการโดนเจ้าปลาปีศาจกัดอีก ยิ่งทำให้ทหารทั้งหมด ตะลึงไม่คิดว่าเทียนจะมีวิชาการแพทย์ลึกล้ำ ขนาดนี้
คุณชายกับคุณหนูทั้งสองคน เดินมาดูแล้วก็ตกใจที่เห็นปลาตัวใหญ่กินคนแบบนี้ และยิ่งตกใจเมื่อเห็นเทียนจัดการกับปลาแบบนี้ แล้วยังรักษาคนได้ด้วย ลุงหานก็เป็นเช่นเดียวกัน แต่พอเทียนรักษาคนเสร็จจนหมดแล้ว ลำธารที่กลายเป็นน้ำแข็งกลับมีอาการสั่นสะเทือนไปทั่ว เทียนให้ทุกคนถอยห่างจาก ริมน้ำที่แห่งนี้ให้ไกลที่สุด
น้ำแข็งที่เกาะกันก็เริ่มแตก แล้วก็มีปลาตัวใหญ่เท่าปลาวาฬ พุ่งขึ้นมาจากน้ำแข็งมันกระโดด ขึ้นมาดำผุด ดำว่าย มาสองสามที น้ำแข็งก็ละลาย กลายเป็นน้ำใสไหลอย่างช้าๆ เช่นเดิม เจ้าปลายักษ์ใหญ่ กับลูกหลาน มันเข้าแถวเรียงเป็นหน้ากระดานเรียงสองอยู่ในแม่น้ำ ทุกคนสงสัยว่าพวกมันจะทำอะไร แต่ทุกคนคาดไม่ถึง ปลาปีศาจยักษ์ใหญ่ มันดำลงไปในน้ำแล้วโผล่ขึ้นมาบนดิน ตรงที่ทหารรับจ้างได้ยืนอยู่ แล้วอ้าปากกิน ทหารรับจ้างที่ได้แต่ยืนตะลึง คาดไม่ถึงว่ามันจะขึ้นมาบนบกได้ คนที่อยู่ใกล้สุดโดนเจ้าปลายักษ์ใหญ่กลืนเข้าปากไปเป็นคนแรก เทียนเรียกทวนวิเศษ เข้าฟาดใส่เจ้าปลายักษ์จนกระเด็นตกน้ำไปไกล แล้ว ขณะจะเข้าซ้ำ ปลาตัวเท่าคนมันก็ทยอยดำดินพุ่งออกมาเป็นร้อยๆ ตัว เพื่อจะมากินคนเป็นอาหาร เทียนจึงต้องไล่ฆ่าฟันพวกมันไม่ให้ขึ้นบกมาได้ ส่วนลุงหานก็ใช้พลังระดับจักรพรรดิยุทธ์คอยต้านทานไว้ ไม่ให้พวกมันเข้าใกล้ แล้วให้ทุกคนขึ้นม้าหนีออกจากที่นี่ไปโดยเร็ว
แต่พอเจ้า ตัวใหญ่โผล่มาอีกที ก็พุ่งเข้าชน ม่านพลังของลุงหาญจนแตก ทำให้ลุงหาญกระเด็นออกไปไกล ขณะมันอ้าปากจะกินลุงหาน ร่างกายที่ใหญ่โตของมันถึงกับหยุดกึก เพราะว่าเทียนจับ หางปลามันเอาไว้ แล้วเหวี่ยงเข้าใส่พื้นหินอย่างแรง ป๊าบ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ฟาดไปเป็นสิบที เจ้าปีศาจปลายักษ์ ร่างก็เละกลายเป็นปลาสับไปเลย ส่วนปลาปีศาจที่เหลือ ก็ถอยหลังกลับมากิน เนื้อปลาปีศาจตัวใหญ่ ที่ร่างเละอยู่เต็มพื้นไปหมด
พอมันมารวมกันเยอะขนาดนี้ เทียนก็ปล่อยเพลิงอัคคีสุริยัน เผาปลาปีศาจกินคนเหล่านี้ทั้งหมด กลายเป็นปลาเผา หมดสิทธิ์ ทำร้ายมนุษย์อีกต่อไป...