“เ้ากล่าววาจาบ้าบออันใดนะ?” หลิวชุนเหลียงตัวสั่นเที้มเมื่อได้ยินหมอบอกอาการของหลิวซิงให้ฟัง สีหน้าชายชราขาวซีดไร้ชีวิตชีวา เขาและได้อุ้มหลิวซิงไปที่ตำหนักของเขาในทันที
ประมุขหลิว หลิวชุนเหลียงตลอดหลายวันมานี้เขาแทบไม่ได้กินได้นอน ด้วยความเป็ห่วงและกังวลอาการหลานชายของเขาคุณชายหลิว เขาได้ให้คนออกตามหาหมอที่มีฝีมือทั่วทั้งเมืองมารักษาแต่ก็ไม่มีใครสามารถรักษาได้เลย
อาการของหลิวซิงนั้นรุนแรงมากและแปลกประหลาด เหล่าหมอชื่อดังทั้งหลายที่ได้มาพบเห็นต่างไม่สามารถรู้สาเหตุของการพังทลายของเส้นชีพจรลมปราณและดวงตา เหล่าหมอต่างวินิจฉัยอาการไม่ออกเลยพวกเขาต่างบอกว่าโดนพิษร้ายแรงแต่ก็ไม่รู้ชนิดของพิษเช่นกัน
พวกหมอที่ได้มาตรวจร่างกายของเขานั้นไม่อาจพบแหล่งพลังงานสีทองลึกลับภายในตัวของชายหนุ่มได้เพราะมันซ่อนตัวอยู่ในทะเลลมปราณของหลิวซิง พลังลึกลับนั้นได้โครจรออกมาเองในตอนที่หลิวซิงนั้นได้ทะลวงระดับขั้นบ่มเพาะ มันได้ทำลายเส้นชีพจรลมปราณและดวงตาของเขา ก่อนจะกลับไปสงบอยู่ในทะเลลมปราณดังเดิม
หลิวซิงที่ยังไม่ได้สติ นอนอยู่ในตำหนักของผู้นำตระกูลที่เป็ตาแท้ๆของคุณชายหลิว ชายหนุ่มหมดสติไปหนึ่งเดือนเต็ม และวันนี้ร่างกายเขาเริ่มที่จะมีปฏิกิริยา เปลือกตากระตุกเล็กน้อยและค่อยๆเปิดออกมา สะเก็ดสีดำคล้ายผงถ้านหลุดออกมาจากดวงตา ในดวงตาของเขาก็ดำเป็ก้อนแข็งๆเหมือนก้อนถ่านหิน ดวงตาถูกแผดเผาจนสิ้นดำเป็ตอตะโก
“ข้าว่าข้าลืมตาแล้วนะแต่ทำไมมันมืดแบบนี้” หลิวซิงได้นึกถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้และเอามือคลำััเปลือกตาและดวงตาของเขา "ฮะๆ แรงััจากนิ้วมือและดวงตาที่แตะลงไปนี่มัน.. ข้าคงตาบอดแล้วสินะ"
เสียงประตูห้องที่หลิวซิงนอนอยู่ถูกเปิดออก
บ่าวชราถือกะละมังใส่น้ำและผ้าเช็ดตัวเดินเข้ามา อาถงทันใดนั้นเขาเห็นหลิวซิงที่ลุกมานั่งอยู่บนเตียง “คุณชายฟื้นแล้ว!” อาถงรีบวางข้าวของในมือและวิ่งไปตามผู้นำตระกูลหลิวชุนเหลียงทันที
“โอ้ ซิงเอ๋อร์ เ้าฟื้นแล้ว” หลิวชุนเหลียงเดินไปจับมือหลิวซิง
“บอกตาได้ไหมว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับตัวเ้า ทำไมเ้าถึงเป็แบบนี้ได้ มีใครมาทำร้ายเ้าหรือไม่? อาการของเ้ามันแปลกมาก บอกตามาตาจะไปจัดการมันเดี๋ยวนี้เลย” หลิวชุนเหลียงพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
“ท่านตาไม่มีใครมาทำร้ายข้าหรอก” หลิวซิงส่ายหน้าปฏิเสธทันที
“แล้วเ้าเป็แบบนี้ได้เยี่ยงไร?” หลิวชุนเหลียงก็ยังคงสงสัยอย่างมาก พวกหมอที่ได้มาดูอาการบอกว่าเป็การทำลายอวัยวะจากภายในเหมือนโดนพิษร้อนแผดเผาทำลาย
“ข้าก็ไม่รู้เหมือนกัน”
“มันจะเป็นั้นได้เช่นไร?”
“ตอนนี้ท่านตากับอาถงโปรดออกไปก่อนข้าขออยู่คนเดียวสักพัก” หลิวซิงพูดอย่างเฉยชาน้ำเสียงฟังดูแล้วเหมือนคนที่สูญสิ้นทุกอย่าง
“ก็ตามใจเ้า หากมีอะไรเ้าะโเรียกอาถงได้ตลอดเวลา” หลิวซิงพยักหัวตอบรับ หลิวชุนเหลียงกับอาถงก็ได้ออกจากห้องไปแววตาทั้งคู่เปี่ยมไปด้วยความทุกข์และความเศร้าเสียใจ
หลิวซิงก็ได้นั่งเหม่อลอยอยู่สักพัก ตอนนี้เขาได้พิการแล้วไม่สามารถมองเห็นอะไรได้อีกฝึกยุทธก็ไม่ได้เส้นลมปราณถูกทำลาย
“แล้วข้าจะทำอะไรต่อไปดี มองไม่เห็นแบบนี้จะทำอะไรก็ไม่ได้ ข้าทำเป็แต่อาหารเพื่อหาเลี้ยงชีพในเมื่อองไม่เห็นแบบนี้แล้วจะทำได้ยังไง คอยแบมือแบเท้าอยู่เฉยๆให้คนอื่นดูแลตายเสียยังดีกว่า”
หลิวซิงมือกำผ้าห่มแน่นเขารู้สึกเคียดแค้นโชคชะตาของตัวเอง “์ชิงชังข้าถึงเพียงนี้เชียวหรือย้ายข้ามาต่างโลกไม่พอ แต่กลับทำให้ข้าพิกงพิการอีกด้วยนี่มันไม่ยุติธรรม”
ชายหนุ่มเปลี่ยนเป็นั่งขัดสมาธิเขาสำรวจร่างกายของตนเอง และได้เห็นเส้นชีพจรลมปรานไหม้เสียหายแต่เหมือนมันจะค่อยๆฟื้นฟูขึ้นเองอย่างช้าๆ เขาได้สำรวจดวงตาก็พบว่ามันไหม้เช่นกันแต่ก็เหมือนจะฟื้นฟูเองได้ด้วยเหมือนกัน
“โอ้ ์ พลังของสายเืเทพเ้าัเมฆาอัสนีย์ช่างมหัศจรรย์ยิ่งนัก” หลิวซิงรู้สึกมีความหวังขึ้นมาอีกครั้ง ตอนแรกเขานึกว่าเขาจะต้องมีจุดจบที่น่าอนาถเสียแล้วแต่กลับไม่เป็แบบนั้น ร่างกายของเขามีสายเืของเทพัอยู่มันคอยรักษาซ่อมแซมและฟื้นฟูส่วนที่เสียหาย
หลิวซิงได้ดำดิ่งลึกลงไปภายจิตใจจนถึงจุดตันเถียนของเขา เขาลอยอยู่ต่อหน้าทะเลลมปราณที่มีสายฟ้าสีดำปะปนอยู่มันใหญ่ขึ้นกว่าแต่ก่อน
เมื่อก่อนมันมีขนาดพอๆกับตัวของเขาเองแต่ตอนนี้มันใหญ่ขึ้นมากกว่าเดิมเกือบเท่าตัว พลังงานนี้เป็ส่วนหนึ่งของหลิวซิงซึ่งไม่ทำอันตรายต่อเขาอย่างแน่นอนและดูเหมือนระดับบ่มเพาะจะเพิ่มขึ้นอีกด้วย
ก่อนหน้าที่เขาจะเป็แบบนี้เขาเห็นพลังงานสีทองมันไหลออกมาจากทะเลลมปราณ หลิวซิงพยายามใช้จิตสำรวจผ่านทะเลลมปราณเข้าไป
สิ่งที่หน้าตกตะลึงปรากฏออกมา
“มันคืออะไรกัน?”
วงเวทย์ตัวอักษรอักขระรูนสีทองกำลังล้อมรอบกลุ่มพลังงานสีทองอันเข้มข้นอยู่ “หนึ่ง สอง ...เจ็ด แปด วง”หลิวซิงเห็นเวทย์อักขระรูนสีทองเหมือนพวกมันกำลังปิดผนึกพลังสีทองอยู่และมันซ่อนอยู่ในทะเลลมปราณของเขา
เขาได้เข้าไปไกล้ยิ่งขึ้นและััมัน
“อะไรน่ะ! ทำไมข้าถึงอ่านมันออกด้วย” เหมือนหลิวซิงจะสามารถอ่านอักขระรูนได้อยู่วงนึงและมันเหมือนจะตอบสนองต่อตัวของเขาด้วย หลิวซิงไม่รู้ว่าอักขระรูนเหล่านี้คือสิ่งใดกันแน่ แต่เขากลับสามารถอ่านมันได้
“เนตรราชันย์” หลิวซิงอ่านท่องมันออกมา
ครืนน อักขระรูนวงนั้นหายไปพลังงานสีทองไหลทะลักออกมาจากทะเลลมปราณไหลเข้าสู่เส้นชีพจรลมปราณที่เสียหาย
"อ๊าาา" ชายหนุ่มสติกระเจิงได้รับความเ็ปอีกระลอกจนแสนยากจะบรรยายออก ความเ็ปที่โดนทำลายเส้นชีพจรลมปราณมันมากถึงกับทำให้เขาเกือบสลบไปอีกรอบ ชายหนุ่มกัดฟันพยายามประคองสติให้คงมั่นและสังเกตุการเปลี่ยนแปลงของมันให้ถึงที่สุด เพราะพลังสีทองนี้เป็ต้นเหตุที่ทำให้เขาต้องาเ็ร้ายแรง
พลังงานสีทองเพียงแค่รั่วไหลออกมาไม่มากเท่าไหร่แต่มันร้อนแรงเต็มไปด้วยพลังหยางอันเข้มข้น มันกวาดเผาทุกอย่างในเส้นทางที่มัน้าจะผ่านไป
เส้นชีพจรลมปราณที่ไหม้เสียหายอยู่ก็ได้พังหนักกว่าเก่ามันมอดไหม้จนไหม้เกรียมกลายเป็เถ้าธุลี เมื่อไม่มีเส้นชีพจรลมปราณ พลังงานสีทองก็กลับเข้าไปในที่เดิมและวงอักขระรูนก็กลับไปล้อมกักขังพลังงานสีทองดั่งเก่าเหมือนปิดผนึกเอาไว้
ในห้องที่หลิวซิงอยู่ขณะนั้นได้มีแสงสีดำลอยออกมาจากแหวนมิติและเข้ามายังตัวของหลิวซิงแสงสีดำมันสำรวจภายในร่างกายของหลิวซิงและพุ่งผ่านทะเลลมปราณของเขาเข้าไป
ปรากฏกายเป็ร่างชายวัยกลางคนหน้าตาหล่อเหลาแต่งกายชุดสีขาว ผมยาวสีขาว ผิวขาวผ่อง แววตาลึกล้ำเกินจะหยั่งถึงได้
หลิวซิงเห็นแล้วใอย่างมากและได้ะโถามออกไป
“ท่านเป็ใครเข้ามาได้ยังไงนี่มันในตัวข้านะ”
“โอ้ หากเ้าเพียงใคร่คิดสักเล็กน้อยเ้าก็จะรู้ว่าข้าเป็ใคร” ชายผมขาวพูดและยกยิ้มมุมปาก
หลิวซิงขมวดคิ้วมุ่นก่อนจะััถึงพลังรอบๆดวงจิตที่เข้ามาในร่างกายเขา “กลิ่นอายของท่านทำไมคล้ายกันกับข้า? หรือว่าท่านคือ เทพั?”
เทพัเอามือไพร่หลังหน้าเชิดขึ้นและกล่าวว่า
“ใช่แล้วเป็ข้าเอง ข้าฟื้นคืนพลังได้ส่วนนึงแล้ว ข้าส่งกระแสจิตเรียกเ้าจากภายในแหวนมิติแล้ว แต่เห็นเ้าไม่ตอบข้าเลยออกมาสำรวจดู แต่ก็ต้องใไม่น้อยเลยทีเดียว เพียงไม่นานได้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่สำหรับเ้าเลยนะเนี่ย ส่วนร่างนี้คือร่างจิตจำแลงของข้าเป็ยังไงใช้ได้เลยใช่มั้ย?”
“ท่านอาจารย์ท่านทราบไหมว่านี่คือสิ่งใดกัน?” หลิวซิงถามเทพัและชี้ไปยังกลุ่มพลังสีทองที่มีอักขระรูนทั้งแปดเบื้องหน้า
เทพัมองดูอย่างพินิจพิจารณาขมวดคิ้วอยู่พักนึงแล้วก็คิดในใจ "ตัวอักษรสีทองทั้งแปดวงนี้ เหมือนกับอักขระรูนที่มันปิดกั้นจิตใจของเ้าหนุ่มนี่ อักขระรูนนั้นมันกันข้าไม่ให้เข้าไปควบคุมร่างกายของเด็กนี่ แต่อักขระรูนทั้งแปดวงนี้มัน..มานคืออารายกันหว่า?"
เทพัถึงจะอยู่มานับหมื่นปีก็ยังไม่เคยเห็นอักขระโบราณเหล่านี้เขานั้นคิดไม่ออกเลยจริงๆ
หลิวซิงเห็นท่าทางเทพัขบคิดอยู่ ก็เลยเล่ารายระเอียดที่เกิดขึ้นกับเขาและก่อนหน้า
เมื่อได้ฟังเื่ราวที่หลิวซิงเล่าให้ฟังเทพัก็พอจะเข้าใจบางอย่างเขาสังเกตุดูอยู่พักนึงและก็ได้บอกต่อหลิวซิงว่า
“เอาล่ะศิษย์ข้าฟังนะพลังหยางที่ยิ่งใหญ่นี้มีอยู่ก่อนที่เ้าจะได้รับพลังจากสายเืัของข้า เมื่อเป็เช่นนี้ความเป็ไปได้เดียวที่ข้าคิดไว้คือ คนที่ให้เ้ามายังโลกนี้นั้นได้ปลูกฝังพลังชนิดนี้ให้กับเ้าลงไปด้วยพร้อมทั้งวางอักขระแปลกๆพวกนี้ไว้เพื่อกันไม่ให้มันแสดงพลังออกมาก่อนกำหนดอันควร ข้าคิดว่าเขาหวังที่จะให้เ้าใช้มันได้สักวันหนึ่งก็เป็ได้”
“เมื่อกี้ก่อนท่านอาจารย์มาเหมือนข้าจะปลดมันออกได้หนึ่งวงและมันก็กลับมาเช่นเดิม”
เทพัพูดด้วยท่าทีเคร่งขรึม “อืม ข้าคิดว่านี่อาจเป็ทักษะวิชาอย่างหนึ่ง และมันมีความเข้มข้นของพลังเป็อย่างมาก”
“หากแต่ว่าถ้าเ้าไม่มาเจอกับข้า เ้าคงไม่มีทางใช้พลังนี้ได้เลยในชีวิตก็เป็ได้ เพราะว่าเ้ามีพลังจากสายเืข้านั่นย่อมมีทางเป็ไปได้ และพลังสีทองนี้ช่างเปี่ยมไปด้วยพลังหยางที่ทรงอาณุภาพยิ่งนัก” ท่าทางเทพัยืนอธิบายให้หลิวซิงฟังอย่างผู้ทรงความรู้
หลิวซิงรีบถามอย่างตื่นเต้น
“ท่านอาจารย์แล้วจะมีทางไหนที่จะให้ข้าได้ใช้พลังนี้ได้บ้างล่ะ”
“อืม.. แต่นับจากนี้ไปเ้าจะต้องไม่ฝึกบ่มเพาะพลังยุทธเลย และการฝึกนี้เ้าจะต้องเจอกับความทุกข์ทรมานอย่างแสนสาหัสเกินกว่าที่คนธรรมดาหรือสัตว์ประหลาดที่จะทนไหว”
“ก่อนอื่นร่างกายเ้าต้องรับพลังนี้ให้ได้ซะก่อน อย่างที่ข้าคิดอาจจะเป็เพราะว่าเ้าเลื่อนระดับขั้นพลังยุทธไปมันเลยกระตุ้นพลังพวกนี้เข้า พลังของมันเลยรั่วไหลออกไปทำให้ร่างกายเ้าได้รับาเ็”
“อะไรนะ ไม่บ่มเพาะพลัง แล้วข้าจะเก่งขึ้นได้ยังไงกัน”
หลิวซิงอึ้งไปเลยหลังจากได้ยินที่เทพัพูดออกมา ยิ่งในตอนนี้หลิวซิงก็อยู่แค่ขั้นกำเนิดลมปราณดับสอง ซึ่งคือระดับต่ำสุดในบรรดาผู้ฝึกยุทธเลยก็ว่าได้ไม่บ่มเพาะพลังก็เท่ากับว่าความสามารถต้องหยุดชะงักลง
เทพัทำสีหน้าจริงจังแล้วกล่าวต่อ
“เมื่อเส้นชีพจรของเ้าหายดีเมื่อไหร่ เ้าต้องปลดปล่อยพลังสีทอง ปล่อยให้มันไหลออกไปทำลายเส้นชีพจรของเ้าอีกครั้ง”
“หะ มันจะดีเหรอ นี่ท่านคิดจะให้ข้าทำจริงๆเหรอ นี่มันไม่ต่างกับเอามีดมากรีดเนื้อเฉือนตัวเองเล่นเลยนะท่านอาจารย์” หลิวซิงชักจะสับสนกับวิธีการของเทพัเขาชักไม่แน่ใจแล้วว่าจะเชื่อถือคำพูดของเทพัได้รึป่าว
“อืม ก็นับว่านี่เป็การทำร้ายตัวเองให้ต้องทรมานอย่างสาหัส แต่ก็เป็หนทางฝึกด้วยเช่นกัน ตลอดเดือนนี้ข้าว่าเส้นชีพจรของเ้าน่าจะหายสนิท ถ้าปล่อยพลังสีทองให้ผ่านออกมาทำลายเส้นชีพจรอีกครั้ง หากเ้าไม่ตายพลังสายเืัก็จะเริ่มมีภูมิต้านทานมากขึ้นแข็งแกร่งขึ้นฟื้นฟูร่างเ้าได้เร็วขึ้น มันก็จะสร้างเส้นชีพจรชุดใหม่ที่ดีกว่าเดิม และพอหายดีเ้าก็ต้องปล่อยพลังสีทองให้ไหลมาทำลายพวกมันอีกจนกว่ามันจะทนได้ หลังจากผ่านกระบวนการแบบนี้ไปเรื่อยๆเ้าก็จะมีความสามารถฟื้นตัวอย่างยอดเยี่ยมเลยทีเดียว ร่างกายเ้าก็จะแข็งแกร่งขึ้นอย่างมาก” เทพักล่าวอย่างมั่นใจ
“ข้าจะทำตามที่ท่านอาจารย์แนะนำ” หลิวซิงพอได้ฟังคำอธิบายจากเทพัแล้วก็เข้าใจถึงเหตุและผลจึงยอมฝึกตามที่เทพัได้บอก