ทะลุมิติไปเป็นพระชายาแพทย์ผู้มากพรสวรรค์ [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 6 ตอนที่ 165 ไม่ได้โง่เหมือนเจ้า

            หลงเซี่ยวเจ๋อกำลังก้าวเดินไปด้วยอารมณ์ตื่นเต้นแต่ในชั่วพริบตา เขาก็รู้สึกว่าร่างกายของเขากำลังลุกไหม้ด้วยเปลวเพลิง

            เพียงครู่เดียว ใบหน้าที่กำลังยิ้มแย้มของหลงเซี่ยวเจ๋อก็กลายเป็นสีแดงราวกับเลือดความเจ็บปวดที่แผดเผานั้น ท่วมท้นมากเสียจนเขาไม่สามารถทนได้ก่อนที่เขาจะล้มลงกับพื้นจนเกิดเสียงดังตุ้บ

            “โอ๊ย เจ็บจะตายแล้ว”ความเจ็บปวดที่พุ่งขึ้นมาอย่างกะทันหัน ทำให้หลงเซี่ยวเจ๋อร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด

            หลงเซี่ยวเจ๋อตกอยู่ในความเจ็บปวดอย่างแสนสาหัสมีเหงื่อหยดไหลออกมา ทั้งยังกลิ้งไปบนพื้นราวกับคนขาดสติโดยไม่เสียเวลาครุ่นคิดเลยแม้แต่น้อย

            ความปวดแสบปวดร้อนกำลังแผดเผาร่างของหลงเซี่ยวเจ๋อราวกับไฟที่โหมกระหน่ำและความเจ็บปวดนี่ทำให้เขาแทบจะหมดสติไป

            ยังดีที่ความรู้สึกแสบร้อนนี้คงอยู่เพียงชั่วครู่ก่อนที่มันจะหายไป

            อย่างไรก็ตามก่อนที่หลงเซี่ยวเจ๋อจะลุกขึ้น และถอนหายใจด้วยความโล่งอกร่างกายทั้งหมดของเขาดูเหมือนจะถูกปกคลุมด้วยน้ำแข็งที่กำลังกัดกินซึ่งมันทำให้สมองของเขาขาดอากาศจนกลายเป็นความเฉื่อยชา

            “ซี้ด หนาวจัง”หลงเซี่ยวเจ๋อสูดอากาศเย็นพร้อมตัวที่สั่นเทา

            ในยามนี้หลงเซี่ยวเจ๋อกำลังขดตัวจนกลมอยู่บนพื้นและความหนาวเย็นที่เล็ดลอดออกมาจากภายในทำให้เขาตัวสั่นร่างกายของเขาก็สั่นสะท้านอย่างควบคุมไม่ได้

            เวลาค่อยๆ ไหลผ่านไป

            ท้องฟ้าเข้าสู่ยามรุ่งอรุณแล้วและแสงของท้องฟ้ายามรุ่งสางที่ส่องมาจากทางทิศตะวันออกปรากฏขึ้น แสงสีส้มแดงจางๆสว่างไสว

            ในที่สุดความเย็นที่เย็นยะเยือกบนร่างกายของหลงเซี่ยวเจ๋อก็ค่อยๆ จางหายไปและหายลับไปหลังจากนั้นไม่นานนัก

            “เชี่ย!นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน? เจ็บแทบตาย...”ความทรมานจากความเหน็บหนาวและเร่าร้อนมันอึดอัดมากจนหลงเซี่ยวเจ๋อต้องสาปแช่งใครบางคนด้วยคำหยาบคาย [1]

            ทำได้อย่างไรกันถึงทำให้เขารู้สึกว่าร่างกายกำลังถูกไฟเผาไหม้ทั้งยังถูกแช่แข็งเช่นนี้ได้

            แต่...ก่อนที่หลงเซี่ยวเจ๋อจะสาปแช่งต่อไปก่อนที่เขาจะคิดได้ว่าเกิดอะไรขึ้นทันใดนั้นก็มีกลิ่นที่ฉุนเฉียวและน่าขยะแขยงพุ่งออกมาจากท้องของเขาและมันเข้าเติมเต็มทุกความรู้สึกที่เฉียบแหลมของเขา

            “ไม่นะ? มาอีกแล้ว?” หลงเซี่ยวเจ๋อตัวสั่นอย่างรุนแรง ทั้งยังเกือบจะร้องไห้

            ท้ายที่สุดแล้วมันเกิดอะไรขึ้น? ต้องทำกันถึงเพียงนี้เลยหรือ?

            หลงเซี่ยวเจ๋อกำลังร้องไห้โดยไม่มีน้ำตา

            “อ้วก——”

            กลิ่นที่น่าขยะแขยงและคลื่นไส้พุ่งเข้ามาในหัวใจของเขาทีละน้อยเมื่อหลงเซี่ยวเจ๋อเปิดปากของเขา เขาก็ไม่สามารถทนต่ออาการคลื่นไส้ได้และอาเจียนออกมาทันที

            สิ่งที่อาเจียนออกมา ดูเหมือนจะเป็นอาหารเย็นที่เขากินเข้าไปเมื่อไม่นานมานี้แต่มันกลับไม่เป็นเช่นนั้น

            เพราะอาเจียนที่ออกมาอย่างเต็มปากเต็มคำนั้นมันเป็นสีดำไม่เพียงส่งกลิ่นที่น่าขยะแขยงออกมาเท่านั้นแต่ยังมีจุดสีขาวหนาแน่นที่กำลังดิ้นไปมา

            ดิ้น? จู่ๆ หลงเซี่ยวเจ๋อก็รู้สึกแน่นหน้าอกจนหายใจไม่ออก

            “กู่...หนอนกู่?” หลงเซี่ยวเจ๋อลืมตากว้างขึ้นในทันทีมองดูสิ่งที่น่าขยะแขยงที่เขาคายออกมาด้วยดวงตาเบิกกว้าง

            “แหวะ——”

            ไม่ต้องดมกลิ่นนั้นแค่มองไปที่จุดสีขาวเล็กๆ ที่ดิ้นพล่านไปมาหลงเซี่ยวเจ๋อก็อาเจียนออกมาด้วยความขยะแขยงอีกครั้งในทันที

            หลงเซี่ยวเจ๋อทรุดตัวลงกับพื้นและอาเจียนออกมาอย่างต่อเนื่องเขาแทบจะคายอวัยวะภายในออกมาทั้งหมด

            ไม่รู้ว่าผ่านไปนานเพียงใดในที่สุดหลงเซี่ยวเจ๋อก็อาเจียนสิ่งที่อยู่ภายในท้องของตนออกมาจนหมด

            ในเวลานี้เขาเป็นเหมือนมะเขือยาวที่ต้องน้ำค้าง[2] ทั้งร่างของเขาเหี่ยวเฉาร่วงโรย

            เห็นเพียงเขาที่ทรุดตัวลงอย่างอ่อนแรงเหงื่อออกเป็นจำนวนมาก หอบหายใจโดยที่ยังพูดอะไรไม่ออกเขาไม่มีแรงแม้แต่จะขยับนิ้ว

            แสงแรกของรุ่งอรุณตกลงมา แสงยามเช้าอันเงียบสงบนำพาดวงตะวันอันรุ่งโรจน์

            ดวงตาของหลงเซี่ยวเจ๋อแทบจะลืมไม่ขึ้นเขามองดูพระอาทิตย์ขึ้นสู่ท้องฟ้าโดยไม่กะพริบตา ก่อนที่สติของเขาจะค่อยๆฟื้นตัวขึ้น

            เมื่อนึกถึงความทรมานอันแสนเจ็บปวดที่เขาประสบเมื่อไม่นานมานี้ความเจ็บปวดจากการอาเจียนจนท้องไส้ปั่นป่วน

            จะมีหนอนกู่ที่น่าขยะแขยงอยู่ภายในท้องของคนได้อย่างไร?

            ทันใดนั้นสมองของหลงเซี่ยวเจ๋อก็ระเบิดออกมื้ออาหาร อาหารเมื่อคืนนี้?

            มีบางอย่างผิดปกติบนโต๊ะนั่น!

            พี่สะใภ้สาม!พี่สะใภ้สามยังคงอยู่ในห้องอาหาร

            หลงเซี่ยวเจ๋อลืมตาขึ้นในทันใดกระแทกขาของเขาให้ยืนตัวตรง แล้วออกวิ่งไปที่ห้องอาหาร

            เมื่อเข้าใกล้ห้องอาหารหลงเซี่ยวเจ๋อก็ได้ยินเสียงดังมาจากด้านใน

            ทันใดนั้นหลงเซี่ยวเจ๋อก็กังวลมากขึ้นเป็นไปได้ไหมว่าพี่สะใภ้สามก็ทนทุกข์ทรมานจากความเจ็บปวดเช่นเดียวกับเขาที่กินอาหารเหล่านั้นเข้าไป?

            การทรมานจากการเผาไหม้และการเยือกแข็งนั้นไม่ใช่สิ่งที่ผู้คนจะทนได้จริงๆ!

            เมื่อคิดถึงเรื่องนี้หลงเซี่ยวเจ๋อก็รีบไปที่ห้องอาหารราวกับเขาถูกฉีดเลือดไก่เข้าไป......

            -

            มู่จื่อหลิงยกมือของนางไขว้ไปข้างหลังฮัมเพลงเล็กน้อยอย่างมีชัย และเดินออกจากห้องอาหารด้วยฝีเท้าที่เบิกบานใจ

            ทันใดนั้นในทางเดินยาวตรงหัวมุม ร่างสีขาวที่รวดเร็วดุจสายฟ้าก็พุ่งเข้าหามู่จื่อหลิง

            ร่างนั้นรวดเร็วจนไม่มีใครเทียบได้

            มู่จื่อหลิงผู้น่าสงสารยังคงอยู่ในอารมณ์ที่มีความสุขจากการชนะการต่อสู้ในยามนั้น ปฏิกิริยาของนางจึงไม่อาจตอบสนองได้ทัน

            'ปั้ก!'

            เห็นเพียงมู่จื่อหลิงที่ถูกกระแทกขึ้นไปในอากาศโดยร่างที่รวดเร็วนั่น

            จากนั้น...เกิดเสียง ‘โครม’ อีกเสียงหนึ่งขึ้น

            ร่างเรียวของมู่จื่อหลิงกระดอนออกไปด้านหลังศีรษะของนางกระแทกเข้ากับเสาไม้แดง [3] ที่อยู่ตรงโถงทางเดิน

            “ซี้ด!” มู่จื่อหลิงร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด

            เพียงครู่เดียวมู่จื่อหลิงรู้สึกว่าหัวของนางชาไปหมดทั้งยังมึนงง

            สิ่งนี้กระแทกเข้ามาอย่างแรงชนอย่างหนัก จนเกือบจะทุบเอาวิญญาณของมู่จื่อหลิงออกจากร่างทั้งยังทำให้สมองได้รับการกระทบกระเทือน

            ตรงกันข้ามกับร่างสีขาวซึ่งก็คือหลงเซี่ยวเจ๋อที่วิ่งเข้ามาอย่างรวดเร็ว

            แม้ว่าเขาจะแข็งแรงและสูงแต่เขาก็ถูกแรงสะท้อนดีดกลับจนต้องถอยหลังไปสองสามก้าว ในท้ายที่สุดเขาก็ยังล้มลงกับพื้นด้วยท่าทางน่าอาย

            มู่จื่อหลิงจับศีรษะที่ชาของนางนางแสยะปากออกมาด้วยความเจ็บปวด ใบหน้าบิดเบี้ยว แล้วหันมามองอย่างโกรธจัด“สมควรตาย [4] !โอ้สวรรค์ นี่พวกไม่...”

            คำว่า ‘ไม่มีตา’ ยังไม่ทันได้พูดออกไปเมื่อเห็นหลงเซี่ยวเจ๋อนั่งบนพื้นด้วยท่าทางน่าอายอยู่ไม่ไกล มู่จื่อหลิงรู้สึกเพียงว่าน้ำตาของนางกำลังจะไหลออกมาเพราะหัวของนางเจ็บมากขึ้น

            “หลงเซี่ยวเจ๋อ!เจ้าจะรีบไปเกิดใหม่หรือ?” มู่จื่อหลิงกัดฟันด้วยความโกรธ

            ทันทีที่เขาได้ยินเสียงที่คุ้นเคยหลงเซี่ยวเจ๋อก็ลืมความเจ็บปวดที่ก้นของตนในทันที เขาเงยหน้าขึ้น ก่อนจะลุกขึ้นยืนตะโกนเรียกอย่างกังวลและตื่นเต้น “พี่สะใภ้สาม! พี่สะใภ้สาม!ท่านไม่เป็นไรใช่ไหม!"

            มู่จื่อหลิงจับรอยปูดบวมที่ด้านหลังศีรษะของนางหายใจเข้าลึกๆ และจ้องไปที่หลงเซี่ยวเจ๋ออย่างอุกอาจ “ตาข้างไหนที่ทำให้เจ้าเห็นว่าข้าสบายดี?”

            ควรตายจริงๆ ได้รับการกระทบกระเทือนจากการถูกชนจะไม่เป็นอะไรได้หรือ?

            เหตุใดนางจึงโชคร้ายเมื่อได้พบเจอกับเด็กที่โชคร้ายผู้นี้ต่อให้เดินดีๆ ก็ยังโดนได้ มู่จื่อหลิงอยากจะร้องไห้แบบไม่มีน้ำตาและอยากจะกรีดร้องขึ้นไปบนฟ้า!

            การชนที่ไม่คาดคิดเมื่อครู่นี้เกิดเสียงดังปึงปัง หลงเซี่ยวเจ๋อเป็นผู้ก่อเหตุดังนั้นเขาจึงเข้าใจโดยธรรมชาติว่ามู่จื่อหลิงกำลังหมายถึงสิ่งใด

            หลงเซี่ยวเจ๋อรู้สึกมีความผิดเล็กน้อยเมื่อถูกมู่จื่อหลิงจ้องมองเขาหดคอชี้ไปที่หัวของมู่จื่อหลิง และถามอย่างอ่อนแรงว่า “นั่น พี่...พี่สะใภ้สามท่านไม่เป็นอะไรใช่ไหม?”

            มู่จื่อหลิงยกมือข้างหนึ่งปิดหลังศีรษะของนางมืออีกข้างกำหมัดแน่นจนเกิดเสียงกระทบกันของแหวนดัง ‘แกร๊กแกร๊ก’ หน้าของนางเต็มไปด้วยความมืดมนนางมองไปที่หลงเซี่ยวเจ๋ออย่างเศร้าโศก “เจ้ามาลองดูเองว่าเป็นอะไรหรือไม่?”

            ยังดีที่เป็นเสากลมหากเป็นสี่เหลี่ยม หัวคงกระแทกเข้ามุมเต็มแรงจนแตกไปแล้ว

            หัวของหลงเซี่ยวเจ๋อส่ายไปมา

            เสียง ‘โครม’ เมื่อครู่นี้ แค่ฟังก็เจ็บแล้ว จะให้เขาเอาหัวโขกเสา เขาไม่ได้โง่นะ

            หากมู่จื่อหลิงรู้ว่าหลงเซี่ยวเจ๋อกำลังคิดอะไรอยู่ในขณะนี้ไม่รู้ว่านางจะทำให้อาเจียนเป็นเลือดหรือไม่

            มู่จื่อหลิงจ้องไปที่หลงเซี่ยวเจ๋อ“เหตุใดเจ้าถึงวิ่งเร็วเช่นนี้? หนีเอาตัวรอด!”

            “ไม่ใช่หนีเอาตัวรอดแต่ยิ่งกว่าหนีท่านไม่รู้ว่าเมื่อครู่ข้าเพิ่งผ่านอะไรมา ข้าเกือบตายแล้วและข้าพยายามอย่างสุดความสามารถถึงได้ฟื้นคืนชีพมาได้” หลงเซี่ยวเจ๋อพูดเกินจริงนึกถึงการทรมานเมื่อไม่นานนี้ เขายังคงมีความกลัวอยู่บ้าง

            เมื่อได้ยินสิ่งที่หลงเซี่ยวเจ๋อพูดมู่จื่อหลิงก็เข้าใจในทันที

            สำหรับความหมายของหลงเซี่ยวเจ๋อที่กล่าวว่าฟื้นคืนชีพไม่มีผู้ใดเข้าใจดีไปกว่านาง

            เขาพยายามอย่างสุดความสามารถเพื่อให้ได้ชีวิตกลับมาช่างคุยโม้เกินจริง

            อาหารที่เตรียมโดยฮองเฮานั้นมีไข่หนอนกู่แดงเย็น[5] ซึ่งหนอนกู่แดงเย็นเทียบเท่ากับพิษเรื้อรัง

            มันจะค่อยๆฟักออกมาและก่อตัวเป็นรูปเป็นร่างในร่างกายมนุษย์ หลังจากฟักออกมาแล้ว มันจะปล่อยสารพิษทั้งหมดในร่างกายออกมาคนที่ถูกพิษจะได้สัมผัสกับความเจ็บปวดและการทรมานของความหนาวเหน็บของน้ำแข็งและความร้อนจากเปลวไฟทุกครั้งที่พิษกำเริบทำให้รู้สึกราวกับตายทั้งเป็น

            นั่นเป็นสาเหตุที่มู่จื่อหลิงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากชื่นชมความฉลาดของฮองเฮาเมื่อนางค้นพบอาหารมื้อนั้นนางทำทุกอย่างที่ทำได้จริงๆ

            ยาที่นางใส่เข้าไปในปากของหลงเซี่ยวเจ๋อก่อนหน้านี้จะทำให้หนอนกู่แดงเย็นฟักออกมาอย่างรวดเร็วและเมื่อหนอนกู่แดงฟักออกมาแล้ว พิษก็จะถูกปลดปล่อยออกมาเช่นกัน และในท้ายที่สุดเนื่องจากผลของยา เขาจึงอ้วกออกมาทั้งหมด ทั้งหนอนกู่แดงและพิษในร่างกาย

            อย่างไรก็ตามทั้งมู่จื่อหลิงและหลงเซี่ยวเจ๋อล้วนไม่รู้ว่าเนื่องจากการทรมานที่หลงเซี่ยวเจ๋อประสบโดยไม่ได้ตั้งใจในครั้งนี้ในไม่ช้ามันได้ก่อให้เกิดความประหลาดใจและความตกใจแบบใดต่อหลงเซี่ยวเจ๋อ

            เมื่อเห็นท่าทางที่น่ากลัวของหลงเซี่ยวเจ๋อขณะที่เขาตบหน้าอกของตน มู่จื่อหลิงก็ถ่มน้ำลายออกมาสองคำโดยไม่มีความรู้สึกผิดว่า“สมควรแล้ว!”

            หลงเซี่ยวเจ๋อไม่สนใจว่ามู่จื่อหลิงหมายถึงอะไร

            เมื่อเห็นใบหน้าที่จริงจังของเขาก่อนที่เขาจะถามอย่างจริงจังว่า “พี่สะใภ้สาม อาหารเหล่านั้นมีพิษมากท่านดื่มน้ำแกงเมล็ดบัวชามนั้นเข้าไปด้วย ไม่เป็นอะไรเลยหรือ?”

            มู่จื่อหลิงโบกมือด้วยความโกรธ“ไม่เป็นไร” ข้าไม่โง่เหมือนเจ้านะ

            มันจะไม่มีสิ่งใดได้อย่างไร? ร่องรอยของความสงสัยแวบเข้ามาในดวงตาของหลงเซี่ยวเจ๋อ “เช่นนั้นเสียงการเคลื่อนไหวเมื่อครู่นี้มันเกิดสิ่งใดขึ้น? ท่านกำลังต่อสู้กับฮองเฮาอยู่ข้างในใช่ไหม?”

            จู่ๆมู่จื่อหลิงก็รู้สึกอยากจะทุบเสาอีกครั้ง นางแหงนหน้ามองท้องฟ้าอย่างเงียบๆ“เจ้ามีจินตนาการที่สมบูรณ์ยิ่งกว่านี้ได้อีกไหม? ยังต้องต่อสู้อีกหรือ เป็นฮองเฮาเองที่โกรธมากจนคว่ำโต๊ะต่างหาก”

            “คว่ำ...”หลงเซี่ยวเจ๋อพูดออกมาได้เพียงคำเดียว ก็เห็นอีกคนออกมาจากห้องอาหาร

            หญิงผู้นั้นเหลือบมองพวกเขาอย่างคลุมเครือจากนั้นจึงหันหลังเดินไปอีกทางหนึ่งด้วยความสง่างาม

            ท่าทางของนางดูมีเกียรติและสง่างามแต่เมื่อหลงเซี่ยวเจ๋อจ้องมองไปแล้ว เขาก็รู้สึกราวกับหนูเห็นแมว [6] รู้สึกอยากจะหลบหนีไปยามจ้องมองแผ่นหลังอันสง่างามนั้นเขารู้สึกอึดอัดเป็นอย่างมาก

            เกิดอะไรขึ้น? เป็นไปได้ไหมว่าฮองเฮาก็ตกสู่ช่วงเลวร้ายด้วยหลงเซี่ยวเจ๋อสัมผัสคางของเขาอย่างไม่เชื่อ

            ดวงตาของหลงเซี่ยวเจ๋อหันไปหามู่จื่อหลิงอีกครั้งและทันใดนั้นเขาก็เห็นรอยที่คอของนางซึ่งถูกบาดด้วยกระบี่ก่อนจะร้องออกมาด้วยความตกใจ “อ่า! พี่สะใภ้สาม เหตุใดคอของท่านถึงมีเลือดออกท่าน...” สู้กับฮองเฮาจริงๆ

            “เผลอขีดข่วนก็เท่านั้นไม่เป็นไร” มู่จื่อหลิงโบกมืออย่างสบายๆ

            อันที่จริงยามที่องครักษ์ทั้งสองเอากระบี่มาจ่อที่คอของนาง นางก็รู้สึกกลัวเช่นกันหากนางประมาทเลินเล่อเพียงเล็กน้อย และทำให้ฮองเฮารู้สึกได้ถึงเล่ห์เหลี่ยมศีรษะของนางคงหลุดไปนานแล้ว

            หลงเซี่ยวเจ๋อก้มหน้าเล็กน้อยและพูดอย่างเคร่งขรึม“พี่สะใภ้สาม เราต้องล้างคอรอ [7] ไหม?”

            ---------------------------------------

            เชิงอรรถ

            [1] สาปแช่งใครบางคนด้วยคำหยาบคาย (骂娘) เป็นคำที่มีความหมายว่า คำด่าที่ใช้วาจาลบหลู่ไปถึงมารดาของผู้อื่นหรือเป็นการด่าพ่อล่อแม่นั่นเอง

            [2] มะเขือยาวที่ต้องน้ำค้าง (霜打的茄子) เป็นคำอุปมา มีความหมายว่าคนที่ไร้พลังหลังจากประสบความล้มเหลว ประสบปัญหาหรือความพ่ายแพ้

            [3] ไม้แดง (红木) คือไม้ที่มีเฉดสีเข้มประเภทหนึ่งและมักมีสีน้ำตาลและมีเส้นที่ค่อนข้างเด่นชัด

            [4] สมควรตาย (该死) เป็นคำที่ค่อนข้างหยาบ มักใช้กับการสบถ เทียบกับคำไทยจะใกล้เคียงกับคำว่าไปตายซะ

            [5] หนอนกู่แดงเย็น(赤寒虫) เป็นกู่ปรสิตชนิดหนึ่งซึ่งปล่อยพิษเข้าสู่ร่างกายและกินเลือดเนื้อมนุษย์เป็นอาหาร

            [6] หนูเห็นแมว (老鼠见到猫) เป็นสำนวน มีความหมายว่า พบสิ่งที่น่ากลัว

            [7] ล้างคอรอ (洗干净脖子) เป็นวลี มีความหมายว่า รอสิ่งที่อาจเกิดขึ้นจะเป็นการรอสิ่งที่ไม่ดีต่อตนเองนัก หรือรอที่จะแก้แค้นเป็นคำที่มักใช้ในการยั่วยุ

    คล้ายกับเรื่องทะลุมิติไปเป็นพระชายาแพทย์ผู้มากพรสวรรค์ [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน

    ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว]

    ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    2.36M 891
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    484K 1138
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    2.27M 2359
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    นิยาย รัก
    21K 111
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498