บทที่ 68 : อุโมงค์แสงนำทางสวรรค์!
ท่ามกลางความมืดมิดอันไร้ขอบเขตของห้วงเหวโกลาหลบรรพกาล ลำแสงสีทองคำที่สาดส่องลงมาจาก 'ประตูสวรรค์บรรพกาล' เปรียบเสมือนสะพานเชื่อมต่อระหว่างโลกปุถุชนและแดนสวรรค์เบื้องบน ลำแสงนี้มีความกว้างเพียงไม่กี่สิบจั้ง ทว่ามันกลับอัดแน่นไปด้วยกฎเกณฑ์อันศักดิ์สิทธิ์ที่ไม่อาจล่วงละเมิดได้
ภายนอกลำแสงนำทาง คือพายุมิติที่บิดเบี้ยวและเกรี้ยวกราด กระแสพลังงานความว่างเปล่าพัดกระหน่ำอย่างบ้าคลั่ง หากสิ่งมีชีวิตใดที่ไร้ซึ่ง 'ประกายเทวะ' หลุดออกไปสัมผัสกับพายุเหล่านั้น ต่อให้เป็นจักรพรรดิยุทธที่แข็งแกร่งที่สุดในโลกหล้า ก็ย่อมถูกฉีกกระชากวิญญาณและกายเนื้อให้แหลกสลายกลายเป็นเพียงเศษฝุ่นผงในชั่วพริบตา
ทว่า ภายในลำแสงสีทองคำนั้น กลับเงียบสงบและอบอุ่นประดุจอยู่ในครรภ์มารดา
ร่างที่เหลือเพียงครึ่งท่อนบนของ 'เฒ่าปีศาจกู่ไห่' กำลังลอยตัวล่องลอยขึ้นไปตามอุโมงค์แสงอย่างเชื่องช้า ปราณเทวะอันบริสุทธิ์ที่แฝงอยู่ในลำแสง กำลังทำหน้าที่เยียวยาบาดแผลฉกรรจ์ของมัน เนื้อเยื่อ กระดูก และเส้นเลือดที่เคยถูกอสนีบาตทัณฑ์สวรรค์เผาผลาญจนไหม้เกรียม ค่อยๆ งอกเงยและสมานตัวกันขึ้นมาใหม่ด้วยความเร็วที่น่าอัศจรรย์
"ฮ่าฮ่าฮ่า... ช่างเป็นพลังชีวิตที่หอมหวานและทรงอำนาจยิ่งนัก..."
เฒ่ากู่ไห่หลับตาพริ้ม สูดดมกลิ่นอายของความเป็นอมตะเข้าเต็มปอด มันสัมผัสได้ถึง 'ประกายเทวะ' สีทองคำที่ส่องสว่างอยู่ภายในจุดตันเถียน ประกายแสงนั้นคือสัญลักษณ์แห่งการหลุดพ้นจากวัฏสงสาร คือเครื่องยืนยันว่ามันได้ก้าวข้ามขีดจำกัดของปุถุชน และกลายเป็น 'กึ่งเทพ' อย่างสมบูรณ์แบบแล้ว!
"หมื่นปี... หมื่นปีที่ข้าต้องทนหลบซ่อนตัวอยู่ในถ้ำลาวาที่มืดมิดและร้อนระอุ ประดุจสุนัขที่หวาดกลัวเงาของตนเอง..."
ชายชราพึมพำกับตนเอง รอยยิ้มเย่อหยิ่งปรากฏขึ้นบนใบหน้าที่เริ่มกลับมามีเลือดฝาด "ในที่สุด ความอดทนของข้าก็สัมฤทธิ์ผล! แดนสวรรค์เบื้องบน ดินแดนที่เต็มไปด้วยทรัพยากรระดับเทพเจ้าและอายุขัยที่เป็นนิรันดร์ ข้า กู่ไห่ กำลังจะไปทวงสิทธิ์ความเป็นใหญ่ที่นั่น!"
มันก้มหน้ามองลงไปเบื้องล่าง ทะลุผ่านลำแสงนำทางกลับไปยังมหาทวีปทักษิณอัคคีที่กำลังเล็กลงเรื่อยๆ ในสายตาของกึ่งเทพ โลกปุถุชนทั้งใบช่างดูต่ำต้อยและโสมมยิ่งนัก
"ไอ้เด็กหนุ่มชุดขาวที่มีนัยน์ตาสองสีนั่น... ไม่ว่ามันจะเป็นสัตว์ประหลาดมาจากที่ใด ทว่าเมื่อข้าขึ้นไปถึงแดนสวรรค์และสร้างรากฐานกึ่งเทพให้มั่นคงแล้ว ข้าจะหาทางส่งร่างจำแลงลงมากระทืบมันให้จมดิน เพื่อล้างแค้นที่มันบังอาจบีบคั้นให้ข้าต้องเสี่ยงตายรับทัณฑ์สวรรค์!"
เฒ่ากู่ไห่หมายมาดในใจ มันมั่นใจอย่างเต็มเปี่ยมว่า ด้วยเทวอำนาจของกึ่งเทพ การจะสังหารผู้ฝึกยุทธ์ในโลกเบื้องล่าง ย่อมง่ายดายประดุจพลิกฝ่ามือ
ทว่า... กึ่งเทพชราผู้นี้ หารู้ไม่ว่า 'มัจจุราช' ที่มันกำลังสาปแช่งอยู่นั้น มิได้อยู่ไกลถึงโลกเบื้องล่างเลยแม้แต่น้อย!
...
ณ เบื้องล่างของฝ่าเท้าเฒ่ากู่ไห่... ภายใน 'เงา' สีดำทมิฬที่ทอดตัวยาวไปตามแสงสว่างของอุโมงค์มิติ...
มีร่างของบุรุษและสตรีคู่หนึ่ง ซ่อนตัวอยู่อย่างแนบเนียนที่สุด!
วิชา 'ฝากเงากลืนสัจธรรม' ของซูหลงอวิ๋น กำลังทำงานอย่างเต็มประสิทธิภาพ ร่างกายเนื้อของเขาและหลิงอวี้ซี (รวมถึงจินหลินในถุงวิญญาณ) ถูกแปรสภาพให้กลายเป็นความว่างเปล่าที่ไร้มวล ไร้ซึ่งการเต้นของหัวใจ ไร้ซึ่งลมหายใจ แม้แต่ความคิดก็ยังถูกกดข่มให้เชื่องช้าที่สุด เพื่อป้องกันมิให้เกิดคลื่นความผันผวนทางวิญญาณใดๆ เล็ดลอดออกไป
ท่ามกลางความมืดมิดและไร้รูปร่างในโลกแห่งเงา ซูหลงอวิ๋นและหลิงอวี้ซีต้องยืนแนบชิดติดกันจนแทบจะหลอมรวมเป็นร่างเดียว แม้จะไร้กายเนื้อ ทว่าจิตวิญญาณของพวกเขากลับสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของกันและกันอย่างชัดเจน
หลิงอวี้ซีรู้สึกได้ถึงความร้อนแรงของเพลิงสวรรค์ที่ถูกกดข่มไว้ในวิญญาณของบุรุษเบื้องหน้า ในขณะที่ซูหลงอวิ๋นก็สัมผัสได้ถึงความหนาวเย็นอันบริสุทธิ์จากวิญญาณของนาง ทั้งสองต่างพึ่งพาสัจธรรมหยินหยางของกันและกัน เพื่อรักษาสมดุลและป้องกันมิให้จิตวิญญาณแตกซ่านจากการถูกบีบอัดในมิติเงา
"อดทนไว้อีกนิด ภาชนะของข้า... ประตูสวรรค์บรรพกาลอยู่เบื้องหน้าพวกเราแล้ว" ซูหลงอวิ๋นใช้วิธีส่งกระแสจิตผ่านการสัมผัสวิญญาณโดยตรง เพื่อหลีกเลี่ยงการใช้พลังปราณ
"ข้าไม่เป็นไร..." หลิงอวี้ซีตอบกลับผ่านกระแสจิต แม้เสียงของนางจะดูสงบนิ่ง ทว่าซูหลงอวิ๋นก็สัมผัสได้ถึงความตึงเครียดของนาง "ทว่า แรงกดดันของลำแสงนำทางสวรรค์ เริ่มรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ มันกำลังทำการ 'ชำระล้าง' สิ่งสกปรกเพื่อเตรียมพร้อมเข้าสู่แดนสวรรค์... วิชาฝากเงาของเจ้า จะต้านทานการตรวจสอบของมันได้นานเพียงใด?"
คำถามของหลิงอวี้ซี มีเหตุผลอย่างยิ่ง ลำแสงนำทางสวรรค์มิใช่เพียงลิฟต์โดยสาร ทว่ามันคือ 'ด่านตรวจคนเข้าเมือง' ที่เข้มงวดที่สุดในจักรวาล!
เมื่อร่างของเฒ่ากู่ไห่ลอยสูงขึ้นเรื่อยๆ เข้าใกล้ประตูสวรรค์บรรพกาลที่สลักลวดลายมังกรและหงส์สีทองคำ... ลำแสงสวรรค์ก็เริ่มทำงานอย่างหนักหน่วงขึ้น พลังงานศักดิ์สิทธิ์สาดส่องทะลุทะลวงเข้าไปถึงกระดูกและจิตวิญญาณของกึ่งเทพชรา เพื่อกรองเอาปราณปุถุชนทิ้งไป และแทนที่ด้วยปราณเทวะอย่างสมบูรณ์!
และนั่นเอง... คือจุดเริ่มต้นของความผิดพลาด!
"แสงสวรรค์เข้มข้นเกินไป... เงาของเรากำลังจะถูกเปิดเผย!" ซูหลงอวิ๋นหรี่ตาในห้วงวิญญาณ เขาสัมผัสได้ว่าวิชาฝากเงาเริ่มเกิดความไม่เสถียร
ความสว่างที่มากเกินไป ย่อมทำให้ 'เงา' หดตัวและคมชัดขึ้น!
ด้านบนนั้น เฒ่าปีศาจกู่ไห่ที่กำลังเพลิดเพลินกับการชำระล้าง พลันรู้สึกถึงความผิดปกติบางอย่าง
"หืม? เหตุใด... ร่างกายของข้าจึงรู้สึกหนักอึ้งเยี่ยงนี้?"
ชายชราขมวดคิ้ว มันเป็นถึงกึ่งเทพ ร่างกายและวิญญาณสมควรจะเบาหวิวและหลอมรวมกับสัจธรรม ทว่าบัดนี้ มันกลับรู้สึกราวกับมีขุนเขาขนาดย่อมๆ สองลูก ถ่วงน้ำหนักอยู่ที่ข้อเท้าของมัน! กฎเกณฑ์ของลำแสงนำทางสวรรค์ก็เริ่มสั่นไหวและกระเพื่อมอย่างผิดธรรมชาติ!
ด้วยสัญชาตญาณของยอดฝีมือที่ผ่านความตายมานับหมื่นปี เฒ่ากู่ไห่รีบก้มหน้าลงมองสำรวจเบื้องล่างทันที!
และภาพที่ปรากฏแก่สายตาของมัน ก็ทำให้กึ่งเทพชราต้องเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงสุดขีด!
ท่ามกลางลำแสงสีทองคำที่เจิดจ้า... 'เงา' ของมันที่ทอดลงไปเบื้องล่าง กลับมิได้มีรูปร่างเป็นชายชราเพียงคนเดียว!
เงาสีดำทมิฬนั้น บิดเบี้ยวและโป่งพองออกด้านข้าง... มันมี 'หัว' เพิ่มขึ้นมาอีกสองหัว! และมีโครงร่างที่ดูคล้ายกับบุรุษและสตรี กำลังเกาะติดหนึบอยู่กับเงาของมันประดุจปลิงดูดเลือด!
"เงาของข้า... ผิดปกติ! มีสิ่งแปลกปลอมแอบแฝงเข้ามาในลำแสงนำทางของข้า!"
เฒ่ากู่ไห่ตวาดลั่น ความหวาดผวาปะทุขึ้นในใจ มันรู้ดีว่าหากลำแสงสวรรค์ตรวจพบสิ่งสกปรก ลำแสงนี้อาจจะทำลายทั้งผู้บุกรุกและตัวมันเองทิ้งเพื่อรักษากฎเกณฑ์!
"ไสหัวออกมาเดี๋ยวนี้! ไอ้พวกหนูสกปรก!"
กึ่งเทพชราไม่รอช้า มันเค้นพลัง 'ปราณเทวะ' ที่เพิ่งก่อตัวขึ้นใหม่ๆ ในจุดตันเถียน ส่งผ่านลงไปยังฝ่าเท้า และกระทืบลงบน 'เงา' ของตนเองอย่างรุนแรง!
ตูมมมม!
พลังของกึ่งเทพ แม้จะเป็นเพียงก้าวแรก ทว่ามันก็คือพลังที่เหนือกว่ากฎของโลกปุถุชน! การกระทืบเพียงครั้งเดียว ทำให้มิติในโลกแห่งเงาพังทลายลงในพริบตา!
"ความแตกแล้ว!" ซูหลงอวิ๋นส่งกระแสจิตตวาดก้อง "อวี้ซี! คืนร่าง!"
วูบ! วูบ!
วิชาฝากเงากลืนสัจธรรมถูกยกเลิกอย่างฉับพลัน! เงาสีดำทมิฬที่เกาะติดอยู่กับเฒ่ากู่ไห่ พลันแยกตัวออกมากระเพื่อมไหว ก่อนจะก่อตัวกลับกลายเป็นร่างกายเนื้อของบุรุษหนุ่มในชุดคลุมสีขาวขลิบทอง และสตรีโฉมงามในชุดคลุมสีขาวบริสุทธิ์!
ทั้งสองปรากฏตัวขึ้นภายในอุโมงค์แสงนำทางสวรรค์ ระยะห่างจากเฒ่าปีศาจกู่ไห่เพียงไม่ถึงสามจั้ง!
"เป็นพวกเจ้า!"
เฒ่ากู่ไห่เบิกตาโพลงจนเบ้าตาแทบฉีกขาด! มันจดจำนัยน์ตาสองสีที่แสนจะเย่อหยิ่งและเป็นเอกลักษณ์ของเด็กหนุ่มเบื้องหน้าได้อย่างแม่นยำ! นี่คือไอ้เด็กบัดซบที่ตัดขาดชีพจรโลก บีบบังคับให้มันต้องออกมารับทัณฑ์สวรรค์!
"เจ้าพวกมดปลวก! พวกเจ้าอาศัยวิชามารอันใด ถึงได้ลอบเข้ามาในลำแสงนำทางของข้าได้!" เฒ่ากู่ไห่คำรามอย่างบ้าคลั่ง ความโกรธเกรี้ยวทำให้ประกายเทวะในร่างของมันสั่นสะเทือน "นี่คือวาสนาของข้า! ตั๋วขึ้นสู่สวรรค์ของข้า! พวกสวะโลกเบื้องล่างอย่างพวกเจ้า ไม่มีสิทธิ์มาเหยียบย่ำที่นี่!"
ซูหลงอวิ๋นยืนเอามือไพล่หลัง ลอยตัวอยู่อย่างมั่นคงภายในลำแสงสีทองคำ แม้พื้นที่ในอุโมงค์แสงจะคับแคบ ทว่าท่วงท่าของเขากลับสง่างามและโอหังประดุจจักรพรรดิที่กำลังเดินตรวจตราท้องพระโรง
"วาสนาของเจ้างั้นรึ? ช่างเป็นคำกล่าวที่โง่เขลาสิ้นดี"
ซูหลงอวิ๋นแค่นเสียงหัวเราะเย็นชา นัยน์ตาสองสีสาดประกายความตายอันลึกล้ำ "ตาแก่... เจ้าคิดจริงๆ หรือว่า การที่ข้าบีบให้เจ้าออกมาจากรัง ก็เพื่อจะมายืนดูเจ้าขึ้นสวรรค์เฉยๆ?"
ชายหนุ่มค่อยๆ ยกมือขวาขึ้น รอยยิ้มมัจจุราชปรากฏบนใบหน้า "ข้าเพียงแค่เห็นว่า เจ้าเหมาะที่จะเป็น 'หินปูทาง' ให้ข้าเหยียบย่างขึ้นไปสู่แดนสวรรค์เบื้องบนก็เท่านั้น... ขอบใจสำหรับตั๋วรถม้าฟรี ทว่า... ที่นั่งมันแคบเกินไป ข้าไม่ชอบนั่งเบียดกับซากศพเน่าเปื่อยเช่นเจ้า"
"เจ้าคนโอหัง!"
เฒ่ากู่ไห่เดือดดาลจนสติแตก! มันเป็นถึงกึ่งเทพแล้ว! เหตุใดเด็กหนุ่มขอบเขตตัดวิญญาณถึงยังกล้าหยามเกียรติมันเช่นนี้!
"ในเมื่อเจ้ารนหาที่ตาย ข้าก็จะสงเคราะห์ให้! วันนี้ ข้าจะแสดงให้เจ้าเห็นถึงความห่างชั้นของมิติ! ต่อหน้าเทวอำนาจของข้า... พวกเจ้าจงกลายเป็นธุลีไปเสีย!"
เฒ่าปีศาจกู่ไห่ยกมือขวาขึ้น มันไม่ได้ใช้กระบวนท่าวิชา หรือการวาดค่ายกลใดๆ ทว่ามันกำลังจะใช้ 'เทวอำนาจ' ซึ่งเป็นกฎเกณฑ์สัมบูรณ์ของกึ่งเทพ!
"ในนามแห่งข้า กู่ไห่! ข้าขอสั่งให้พื้นที่แห่งนี้..."
กึ่งเทพชรากำลังจะเอื้อนเอ่ย 'วาจาสิทธิ์' เพื่อปฏิเสธการมีอยู่ของศัตรู! หากคำพูดนี้หลุดออกจากปาก กฎของสวรรค์จะลงมือบดขยี้ซูหลงอวิ๋นทันทีโดยไม่อาจป้องกันได้!
นี่คือวิกฤตแห่งความเป็นความตายที่แท้จริง!
"คิดจะใช้เทวอำนาจงั้นรึ? ชักช้าเกินไปแล้ว ตาแก่โง่เง่า!"
ทว่า... จักรพรรดิยุทธที่ผ่านการต่อสู้มานับไม่ถ้วนอย่างซูหลงอวิ๋น มีหรือจะยอมปล่อยให้ศัตรูได้ร่ายเวทจนจบ!
ในเสี้ยววินาทีที่เฒ่ากู่ไห่อ้าปาก... ซูหลงอวิ๋นก็ลงมืออย่างเฉียบขาดและโหดเหี้ยมที่สุด!
เขาไม่ได้ใช้ปราณดาบ ไม่ได้กางอาณาเขต เพราะเขารู้ดีว่าสิ่งเหล่านั้นล้วนถูกเทวอำนาจปัดเป่าได้! สิ่งเดียวที่กึ่งเทพไม่อาจหักล้างได้ในพริบตา... คือ 'พละกำลังกายเนื้ออันบริสุทธิ์' ที่อัดแน่นด้วยสัจธรรมระดับสูงสุด!
ตู้มมมมม!
ซูหลงอวิ๋นกระทืบเท้าลงบนอากาศธาตุ พุ่งทะยานร่างเข้าประชิดตัวเฒ่ากู่ไห่ในความเร็วที่เหนือล้ำกว่าแสง!
"กายามังกรเทวะ... ระเบิดพลัง!"
กล้ามเนื้อทั่วร่างของเด็กหนุ่มปูดโปน เกล็ดมังกรสีทองคำสว่างวาบ! พร้อมกันนั้น เขาเปิดจุดตันเถียน รีดเร้นพลังจาก 'แก่นกำเนิดเอกภพ' และมหัคฆเพลิงทั้งสี่ดวง... เพลิงปรโลก สุริยัน อสนีบาต และเพลิงมาร เข้ามาควบแน่นอยู่ที่ 'ฝ่าเท้าขวา' ของเขาเพียงจุดเดียว!
นี่ไม่ใช่การต่อสู้เพื่อสังหาร... ทว่านี่คือการต่อสู้เพื่อ 'ผลักไส'!
"ผู้เฒ่า... ถึงป้ายของเจ้าแล้ว เชิญลงไปเสีย!"
ซูหลงอวิ๋นตวาดก้อง พร้อมกับตวัดขาขวา... 'ถีบ' เข้าที่ยอดอกของเฒ่าปีศาจกู่ไห่อย่างสุดแรงเกิด!
เปรี้ยงงงงงงงงงงงงง!!!!!
ลูกถีบที่อัดแน่นด้วยพลังทำลายล้างของสี่เพลิงสวรรค์ และพละกำลังของมังกรเทวะ กระแทกเข้าที่กลางอกของกึ่งเทพชราอย่างจัง!
แม้เฒ่ากู่ไห่จะมีประกายเทวะคุ้มครอง ทว่าร่างกายของมันเพิ่งผ่านการรับทัณฑ์สวรรค์มาหมาดๆ กายเนื้อกึ่งเทพยังไม่หลอมรวมสมบูรณ์ และมันก็ไม่ได้ตั้งตัวว่าจะถูกโจมตีด้วย 'การถีบ' ที่ป่าเถื่อนและไร้กระบวนท่าเช่นนี้!
"อั้ก!"
เฒ่ากู่ไห่จุกจนพูดไม่ออก เทวอำนาจที่กำลังจะเอื้อนเอ่ยถูกขัดจังหวะ! แรงกระแทกมหาศาลมหาศาลซัดร่างของมันให้ลอยละลิ่ว กระเด็นถอยหลังไปอย่างรุนแรง!
และสิ่งที่เลวร้ายที่สุดก็คือ... ทิศทางที่มันกระเด็นไปนั้น... คือ 'นอกเขต' ของลำแสงนำทางสวรรค์!
"ม่ายยยยยยยยยย!"
เฒ่ากู่ไห่เบิกตากว้างด้วยความหวาดผวาขีดสุด เมื่อตระหนักได้ว่าตนเองกำลังหลุดออกจากพื้นที่ปลอดภัย! มันพยายามจะไขว่คว้าอากาศเพื่อดึงตัวเองกลับเข้ามา ทว่าแรงถีบของซูหลงอวิ๋นนั้นหนักหน่วงเกินไป!
วูบ!
ร่างของกึ่งเทพชรา ทะลุผ่านม่านแสงสีทองคำ... ร่วงหล่นออกไปสู่ 'ห้วงเหวโกลาหลบรรพกาล' ที่มืดมิดและเต็มไปด้วยพายุมิติที่เกรี้ยวกราดอยู่นอกอุโมงค์แสง!
"อ๊ากกกกกก!"
ทันทีที่ร่างของมันสัมผัสกับความว่างเปล่า พายุมิติระดับทำลายล้างก็ถาโถมเข้าใส่กายเนื้อของมันประดุจฝูงหมาป่าหิวโซรุมทึ้งซากเนื้อ!
ภาพที่ปรากฏต่อสายตาของซูหลงอวิ๋นและหลิงอวี้ซี ช่างสยดสยองยิ่งนัก! กายเนื้อกึ่งเทพที่เฒ่ากู่ไห่เฝ้าใฝ่ฝันมานับหมื่นปี ถูกพายุมิติเฉือนเนื้อหลุดลอกออกไปทีละชั้นๆ เผยให้เห็นกระดูกสีทองคำที่กำลังปริแตก!
"ข้าไม่ยอม! ข้าอุตส่าห์ผ่านทัณฑ์สวรรค์! ข้าได้รับการยอมรับแล้ว... ไอ้เด็กบัดซบ! ข้าขอสาปแช่งเจ้า! ข้าจะรอเจ้าอยู่ในนรกขุมที่ลึกที่สุ..."
เปรี้ยง!
ยังไม่ทันสิ้นคำสาปแช่ง พายุมิติลูกใหญ่ก็พัดกระหน่ำเข้ามา บดขยี้ร่างและประกายเทวะของเฒ่าปีศาจกู่ไห่ จนแหลกสลายกลายเป็นเพียงละอองแสงสีทองคำที่ถูกพายุพัดพาหายไปในความมืดมิดอันเป็นนิรันดร์!
กึ่งเทพผู้ผ่านทัณฑ์สวรรค์มาด้วยความยากลำบาก... กลับต้องมาตายอนาถกลางอวกาศ เพียงเพราะถูกเด็กหนุ่มขอบเขตตัดวิญญาณ 'ถีบ' ตกขบวนรถไฟ! ช่างเป็นจุดจบที่น่าสมเพชและไร้เกียรติที่สุดในประวัติศาสตร์!
ภายในลำแสงนำทางสวรรค์
ซูหลงอวิ๋นลดขาลง ยืนหอบหายใจเล็กน้อย รอยยิ้มโอหังประดับบนใบหน้า "นรกของเจ้า คงไม่มีพื้นที่พอให้ข้าไปเยือนหรอก ตาแก่"
ทว่า ความสำเร็จในการกำจัดศัตรู กลับนำมาซึ่งวิกฤตครั้งใหม่ในทันที!
วิ้งงงงง! ครืนนนน!
ลำแสงนำทางสวรรค์ที่สูญเสีย 'ผู้ท้าทาย' ไปอย่างกะทันหัน พลันเกิดอาการกระตุกและสั่นไหวอย่างรุนแรง! แสงสีทองคำเริ่มกะพริบและหม่นแสงลง กฎเกณฑ์ของสวรรค์กำลังจะยกเลิกการทำงานและปิดประตูสวรรค์บรรพกาลเบื้องบน!
"แย่แล้ว ซูหลงอวิ๋น! แสงกำลังจะสลาย! ประตูสวรรค์กำลังจะปิดลง! หากแสงนี้ดับไป พวกเราก็จะถูกปล่อยทิ้งไว้กลางพายุมิติเหมือนตาแก่นั่น!" หลิงอวี้ซีรีบเข้ามายึดแขนของเขาไว้แน่น ใบหน้าของนางซีดเผือดด้วยความตระหนก
"ใจเย็นไว้ อวี้ซี..."
ซูหลงอวิ๋นมิได้ลนลาน นัยน์ตาสองสีของเขายังคงทอประกายความเยือกเย็นและคำนวณทุกสิ่งไว้ล่วงหน้าแล้ว
"สวรรค์เบื้องบน... มันก็เป็นแค่ 'กลไก' ขนาดใหญ่ที่ทำงานตามกฎเกณฑ์อันโง่เขลา... มันไม่มีดวงตาที่จะมองเห็นว่าใครคือใคร มันรับรู้เพียงแค่ 'กลิ่นอาย' ของผู้ที่ผ่านทัณฑ์สวรรค์เท่านั้น!"
"ในเมื่อเจ้าของตั๋วตัวจริงตายไปแล้ว... ข้าก็จะ 'สวมรอย' เป็นเจ้าของตั๋วใบนั้นเอง!"
ซูหลงอวิ๋นหลับตาลง เขาเปิดจุดตันเถียน กระตุ้นทารกวิญญาณหยินหยางเทวะให้ทำงานถึงขีดสุด!
"แก่นกำเนิดเอกภพ! จงแผลงฤทธิ์!"
พลังงานสีทองคำบริสุทธิ์จากมรดกของจักรพรรดิบรรพกาล พุ่งทะยานออกมาจากร่างของเขา! ซูหลงอวิ๋นใช้วิชาลับ ทำการ 'จำลอง' คลื่นความถี่วิญญาณและกลิ่นอายของ 'ประกายเทวะ' ให้คล้ายคลึงกับกลิ่นอายของเฒ่ากู่ไห่ที่หลงเหลืออยู่ในลำแสง!
กลิ่นอายความศักดิ์สิทธิ์และเจตจำนงระดับกึ่งเทพจอมปลอม แผ่ซ่านออกจากร่างของเด็กหนุ่ม กระจายตัวไปผสานเข้ากับกฎเกณฑ์ของลำแสงนำทาง!
"ข้าคือผู้ผ่านทัณฑ์สวรรค์... เปิดทางให้ข้าเสีย!" ซูหลงอวิ๋นตวาดก้องในใจ
วูบ... วิ้งงงงงง!
ปาฏิหาริย์บังเกิดขึ้นอีกครั้ง!
เมื่อกฎเกณฑ์ของลำแสงสวรรค์ สัมผัสได้ถึงกลิ่นอาย 'กึ่งเทพ' ที่เข้มข้นยิ่งกว่าเดิม (เพราะแก่นกำเนิดเอกภพมีระดับสูงกว่าประกายเทวะของเฒ่ากู่ไห่หลายขุม) มันก็หยุดการสั่นไหว แสงสีทองคำกลับมาเจิดจ้าและมั่นคงดังเดิม! กลไกของสวรรค์ถูกหลอกอย่างสมบูรณ์แบบ!
"สำเร็จ... มันเชื่อจริงๆ ว่าเจ้าคือผู้ผ่านด่าน!" หลิงอวี้ซีถอนหายใจเฮือกใหญ่ด้วยความโล่งอก ขาทั้งสองข้างของนางแทบจะทรุดลงกับพื้น
"ข้าบอกแล้ว ว่ากฎเกณฑ์มีไว้ให้ข้าเหยียบย่ำ"
ซูหลงอวิ๋นยกยิ้มกว้าง เขากางแขนโอบเอวสตรีโฉมงามเอาไว้แน่น เพื่อป้องกันมิให้นางหลุดกระเด็นออกไป "จับตาดูให้ดี ภาชนะของข้า... พวกเรากำลังจะก้าวเข้าสู่ตำนานบทใหม่แล้ว!"
ร่างของทั้งสอง ถูกลำแสงนำทางสวรรค์ดึงดูดให้ลอยสูงขึ้นด้วยความเร็วที่เพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ!
เพียงไม่กี่อึดใจ พวกเขาก็ลอยมาถึงสุดปลายทางของอุโมงค์แสง...
เบื้องหน้าของพวกเขา คือ 'ประตูสวรรค์บรรพกาล' ขนาดยักษ์ที่สลักเสลาจากหยกขาวและทองคำ บานประตูที่เปิดอ้าอยู่ ปลดปล่อยแสงสว่างที่อบอุ่นและกลิ่นอายของปราณเทวะที่เข้มข้นจนแทบจะกลั่นเป็นหยดน้ำ!
ซูหลงอวิ๋นและหลิงอวี้ซีพุ่งทะยานข้ามผ่านธรณีประตูสวรรค์... ก้าวข้ามเส้นแบ่งระหว่างมิติของปุถุชนและมิติของทวยเทพ!
วูบ!
ความรู้สึกวิงเวียนจากการข้ามมิติเข้าจู่โจมชั่วขณะ ก่อนที่ปลายเท้าของพวกเขาจะแตะลงบนพื้นดินที่มั่นคง
ทันทีที่ลืมตาขึ้น สิ่งแรกที่ต้อนรับพวกเขา มิใช่วิมานสวรรค์ที่วิจิตรตระการตา... ทว่ามันคือ 'แรงโน้มถ่วง' ที่มหาศาลกว่าโลกเบื้องล่างถึงหนึ่งร้อยเท่า!
ตึง!
ร่างของหลิงอวี้ซีทรุดลงกระแทกพื้นทันที แม้แต่นางที่เป็นราชันย์ยุทธ์ขั้นสูงสุด ก็ยังไม่อาจต้านทานแรงกดดันของโลกใบนี้ได้ในทันที!
ซูหลงอวิ๋นเองก็ต้องคุกเข่าลงข้างหนึ่ง กายามังกรเทวะของเขาส่งเสียงลั่นกรอบแกรบ เขากัดฟันแน่น ค่อยๆ ยันกายลุกขึ้นยืนต้านทานแรงกดดันด้วยความเย่อหยิ่งที่ไม่ยอมสยบให้แก่สิ่งใด
เขาสูดลมหายใจลึก ปราณวิญญาณที่นี่หนาแน่นและบริสุทธิ์จนน่าสะพรึงกลัว!
ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้น ทอดสายตามองดูโลกใบใหม่ที่กว้างใหญ่ไพศาลยิ่งกว่าห้ามหาทวีปรวมกันนับล้านเท่า ท้องฟ้าเป็นสีครามกระจ่างใส มีดวงอาทิตย์สีทองคำถึงสามดวงลอยอยู่บนฟ้า ภูเขาสูงเสียดฟ้าลอยล่องอยู่กลางอากาศ น้ำตกสายรุ้งไหลรินลงมาจากหมู่เมฆ
นี่คือ... 'แดนสวรรค์เบื้องบน'! ดินแดนที่แท้จริงของผู้ฝึกยุทธ์ระดับเทวะ!
ทว่า... รอยยิ้มของซูหลงอวิ๋นกลับมิได้เบิกบาน เขารู้ดีว่า การมาถึงที่นี่ในฐานะ 'ผู้ลักลอบเข้าเมือง' ที่ขโมยตั๋วของผู้อื่น ย่อมมิได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากผู้คุมกฎแห่งสวรรค์อย่างแน่นอน
"ยินดีต้อนรับสู่จุดเริ่มต้นใหม่ อวี้ซี..." ซูหลงอวิ๋นกล่าวเสียงแผ่วเบา นัยน์ตาสองสีสาดประกายความตื่นเต้น "ที่นี่... พวกเรามิใช่ผู้ปกครองอีกต่อไป แต่คือผู้บุกรุกที่ต้องเริ่มนับหนึ่งใหม่...!"
การเดินทางในแดนสวรรค์เบื้องบน... ได้เปิดฉากขึ้นแล้ว!
(จบบทที่ 68)