“นักศึกษาหวังเฉินจิ้งจอกเก้าหางและมังกรถือเป็นการโจมตีและสนับสนุนที่สมบูรณ์แบบที่สุดความแข็งแกร่งของนายจะถูกแสดงออกมาอย่างเต็มที่ก็ต่อเมื่อนายเข้าสู่คณะประจัญยุทธ์ของเราเท่านั้น”
“พวกเราสามารถตอบสนองทุกความต้องการของนายได้ นอกจากนี้คณะประจัญยุทธ์ยังขอรับรองว่าเมื่อนายบรรลุพลังระดับเปลี่ยนอาชีพขั้นสามเราจะจัดหาสัตว์อสูรเทวะร่างยักษ์ให้อีกหนึ่งตัว!”
อาจารย์จากคณะประจัญยุทธ์เบียดเสียดแทรกตัวมาด้านหน้าด้วยร่างกายอันกำยำดวงตาของเขาเปล่งประกายร้อนแรง
เมื่อได้ยินเงื่อนไขของอาจารย์ผู้นี้หวังเฉินก็พยักหน้าในใจ
มหาวิทยาลัยเหยียนหลงแบ่งออกเป็นสามวิทยาลัยตามแนวทางอาชีพในอนาคตของนักศึกษาได้แก่ คณะประจัญยุทธ์ คณะเวทศาสตร์ และคณะกำลังสนับสนุน
ในฐานะผู้ฝึกสัตว์อสูรยักษ์สายอาชีพของหวังเฉินนั้นไม่มีขีดจำกัด ถือเป็นสายอาชีพที่ยืดหยุ่นสามารถเข้าร่วมวิทยาลัยใดก็ได้ในสามแห่งนี้
แต่โดยส่วนตัวแล้วเขามักจะเอนเอียงไปทางคณะประจัญยุทธ์มากกว่าเพราะเทียบกับการหลบอยู่ด้านหลังแล้วปล่อยทักษะเขาย่อมชอบที่จะพุ่งเข้าประจันหน้ากับศัตรูในระยะประชิดมากกว่า
ในตอนนี้เมื่อเห็นใบหน้าของหวังเฉินเผยแววครุ่นคิดอาจารย์โดยรอบก็พลันกระสับกระส่ายขึ้นมาทันที
“นักศึกษาหวังเฉิน อย่าไปฟังไอ้หัวโล้นนั่นพูดเพ้อเจ้อนะ!”
“นายในฐานะผู้ฝึกสัตว์อสูร โดยเฉพาะผู้ฝึกสัตว์อสูรยักษ์ในอนาคตเมื่อสัตว์อสูรเพิ่มขึ้นค่าประสบการณ์ที่ต้องใช้ในการเลื่อนระดับจะมหาศาลอย่างยิ่ง”
“หากนายเข้าคณะประจัญยุทธ์การฝึกฝนของพวกเขาจะทำให้การพัฒนาความแข็งแกร่งของนายล่าช้าลงอย่างมาก”
“มาที่คณะเวทศาสตร์ของเราเถอะ!แค่ทักษะเวทมนตร์เพียงครั้งเดียวก็สามารถกวาดล้างศัตรูได้ในพริบตารับรองว่านายจะอัปเลเวลอย่างรวดเร็วแน่นอน!”
“อาจารย์ขอสัญญาว่าคณะเวทศาสตร์จะไม่เพียงมอบทรัพยากรสำหรับการเติบโตทั้งหมดให้แก่นายแต่ยังสามารถมอบคัมภีร์ทักษะระดับ S สองเล่มให้ด้วย!”
อาจารย์หญิงจากคณะเวทศาสตร์เบียดไอ้หัวโล้นออกไปแล้วหยิบคัมภีร์ทักษะสองเล่มออกมาแกว่งในมือ แสดงความจริงใจอย่างเต็มเปี่ยม
หลังจากเธออาจารย์คนอื่นๆ ก็ต่างพากันเสนอตัวให้แต่ละวิทยาลัยของตนเองเช่นกันต่างใช้ถ้อยคำโน้มน้าวใจ ทั้งด้วยอารมณ์และเหตุผลแสงสว่างจากคัมภีร์ทักษะระดับสูงและอุปกรณ์ต่างๆสาดส่องจนหวังเฉินรู้สึกมึนงงไปหมด
“เอ่อ… อาจารย์ทุกท่านครับ…”
“รอให้การประลองจัดอันดับสิ้นสุดลงก่อน แล้วผมค่อยตัดสินใจดีไหมครับ?”
หวังเฉินมองอาจารย์โดยรอบที่ดูเหมือนจะพร้อมลากตัวเขาออกไปทันทีก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะอย่างขมขื่น
ช่างกระตือรือร้นเกินไปแล้ว!
“ดี! ดี! ไม่ต้องรีบร้อน นายยังมีเวลาคิดพิจารณาแต่จำไว้ว่าอย่าเลือกไอ้พวกบ้าระห่ำพวกนั้นก็พอ!”
“ไม่มีปัญหา นี่เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการวางแผนในอนาคตแต่ผมเชื่อว่าคุณจะเลือกคณะประจัญยุทธ์ของเรา คุณเป็นนักรบโดยกำเนิดจะไปคบค้ากับพวกสำอางได้อย่างไรกัน?”
“…”
อาจารย์รอบข้างต่างพยักหน้าเห็นด้วยกับคำพูดของหวังเฉิน แต่ก็ยังคงจ้องหน้ากันอย่างดุเดือดราวกับมีดินปืนในแววตา
เมื่อเห็นภาพนี้หวังเฉินก็อดไม่ได้ที่จะส่ายหน้าและหัวเราะอย่างขมขื่นก่อนจะกล่าวลาและเดินตรงไปยังบริเวณที่นักศึกษาใหม่ยืนอยู่
…
ในขณะเดียวกันเหล่านักศึกษาใหม่ที่ยืนอยู่ใจกลางลานกว้างมองร่างที่เดินออกมาจากการถูกอาจารย์รายล้อม ใบหน้าของแต่ละคนก็ดูไม่สู้ดีนัก
ทำไมถึงเป็นแบบนี้?
พวกเขายืนอยู่อย่างโดดเดี่ยวไม่มีอาจารย์คนไหนเข้ามาสอบถามเลยแม้แต่คนเดียวแล้วทำไมหวังเฉินถึงได้รับความนิยมขนาดนั้น?
ในหมู่นักศึกษาใหม่ทั้งหลายกลุ่มเจ็ดหนุ่มสาวที่ดูโดดเด่นเป็นพิเศษนั้นกลับจ้องมองไปยังหวังเฉินด้วยสายตาขุ่นเคือง
เจ็ดคนนี้คือผู้ที่ได้รับการคาดการณ์ว่าจะเป็นอันดับหนึ่งในการประลองจัดอันดับของนักศึกษาใหม่ปีนี้พวกเขาล้วนเป็นนักเรียนหัวกะทิจากแต่ละมณฑล
“พวกคุณคิดยังไงกัน?” ชายหนุ่มร่างกำยำหน้าตาธรรมดาหนึ่งในเจ็ดเอ่ยถาม
เขาชื่อจ้าวลี่อาชีพอัศวินศักดิ์สิทธิ์ (พาลาดิน) เป็นอาชีพพิเศษ เลเวล 60มาจากมณฑลหลิวเยว่
“ไร้สาระน่า แค่มีสัตว์อสูรยักษ์สองตัวแล้วจะยังไง? ไอ้พวกชนชั้นต่ำที่ถูกยกยอในตอนนี้ยิ่งถูกยกสูงเท่าไรก็ยิ่งตกลงมาเจ็บแรงเท่านั้นแหละ!”
ชายหนุ่มผู้มีออร่าเย็นชาที่อยู่ข้างๆส่ายหน้าอย่างดูถูก
คนผู้นี้ชื่อโจวอู่เป็นนักเรียนหัวกะทิจากมณฑลหมิงกวง มาจากตระกูลผู้มั่งคั่งชั้นนำของมณฑลหมิงกวงความแข็งแกร่งของเขาเทียบเท่ากับจ้าวลี่
เมื่อได้ยินโจวอู่กล่าวถึงพื้นเพของหวังเฉินเด็กสาวคนหนึ่งในกลุ่มเจ็ดคนก็หัวเราะเยาะออกมา
“จริงด้วย เลเวลแค่ 40 ยังไม่อาจเทียบชั้นกลุ่มแนวหน้าของนักศึกษาใหม่ได้อีกทั้งอุปกรณ์และก็ทักษะห่างจากพวกเราเกินไปมาก”
“รอดูตอนที่เขาได้อันดับบ๊วยในการประลองจัดอันดับเถอะ! ฉันอยากรู้จริงๆว่าเขาจะยังกล้ามาที่มหาวิทยาลัยเหยียนหลงได้ยังไง”
“นั่นแหละ!”
เมื่อได้ยินเช่นนั้นเด็กสาวอีกคนในกลุ่มเจ็ดคนก็พยักหน้าเห็นด้วย และพูดด้วยน้ำเสียงประชดประชันว่า
“ทุกคนก็ได้รับการประเมินระดับ SSS เหมือนกันแต่อาจารย์กลับปฏิบัติกับเขาแตกต่างจากพวกเราขนาดนี้พอการประลองจัดอันดับสิ้นสุดลง เขานั่นแหละที่จะต้องอับอายขายหน้า”
“การประลองจัดอันดับจะมีรอบการแข่งขันบนเวที เมื่อถึงตอนนั้นต้องจัดการหวังเฉินอย่างหนักให้พวกอาจารย์รู้ว่าพวกเราต่างหากที่เป็นอัจฉริยะตัวจริง!”
เมื่อได้ยินคำพูดของเธอผู้ที่เดิมทีไม่คิดจะเข้าร่วมวงสนทนาหลายคนก็อดไม่ได้ที่จะแสดงความไม่พอใจออกมา
เด็กสาวคนนี้พูดได้ถูกต้องทุกคนได้รับการประเมินระดับ SSS เหมือนกันแต่กลับได้รับการปฏิบัติที่แตกต่างกันอย่างชัดเจนมันเป็นสิ่งที่พวกเขาไม่อาจยอมรับได้
…
“นายดูเป็นที่นิยมดีนะ!”
ขณะที่หวังเฉินเดินมาหยุดที่บริเวณนักศึกษาใหม่ซือถูอวี้ก็พูดขึ้นอย่างมีนัย
เมื่อได้ยินเช่นนั้นหวังเฉินเหลือบมองสายตาอาฆาตที่พุ่งมายังตนเอง ก็ได้แต่ลูบจมูกอย่างจนใจ
เข้ามาเรียนได้แค่สองวันเขาก็สร้างความเกลียดชังให้นักศึกษาใหม่แทบจะทุกคนแล้ว
นี่คงเป็นครั้งแรกในมหาวิทยาลัยเหยียนหลงเลยก็ว่าได้!
แต่ถึงกระนั้นนอกจากความจนใจเล็กน้อย เขาก็ไม่ได้รู้สึกหวาดกลัวอะไร
ไม่ว่าจะเป็นความเกลียดชังหรือความรักมันเกี่ยวอะไรกับเขากัน?
เขามาที่มหาวิทยาลัยเหยียนหลงเพื่อพัฒนาความแข็งแกร่งของตัวเองไม่ใช่เพื่อสร้างความสัมพันธ์
“วัวควายย่อมอยู่รวมกันเป็นฝูง สัตว์ร้ายย่อมเดียวดาย!”
หวังเฉินกล่าวด้วยน้ำเสียงเนิบช้าก่อนจะจ้องมองไปที่ไหล่ของซือถูอวี้ “เธอทำพันธสัญญาผูกมัดกับหมาป่าจันทราแล้วเหรอ?เจ้าตัวเล็กนี่ชื่ออะไร?”
“เสี่ยวไป๋!”
ซือถูอวี้เหล่ตามองหวังเฉินแล้วหันหน้าหนีทันที
“น่าเสียดายที่สัตว์ร้ายบางตนเป็นพวกวิปริต!”
เธอพึมพำเสียงเบา
เมื่อได้ยินคำพูดของเธอมุมปากของหวังเฉินก็กระตุกเล็กน้อย
ให้ตายเถอะ!นี่คงเป็นสิ่งที่ติดอยู่ในใจเธอไปแล้ว!
แต่ตอนนี้เขาก็ไม่ทันได้อธิบายอะไรมากนักในระหว่างที่ทั้งสองคนกำลังคุยกัน หญิงสาวในชุดคลุมเวทมนตร์ตัวหลวมๆก็เดินขึ้นไปยังแท่นสูงที่อยู่ตรงกลางลานกว้าง
“ทุกคนโปรดอยู่ในความสงบ!”
ไม้เท้าเวทมนตร์ในมือของเธอชี้ลงเบาๆกระแสพลังไร้รูปก็พลันแผ่กระจาย บรรยากาศที่เคยจอแจบนลานกว้างก็เงียบสงบลง
ในชั่วพริบตาทุกคนก็มองไปที่เธอด้วยความคาดหวัง
“ทุกคนโปรดทราบ การประลองจัดอันดับแบ่งออกเป็นสองส่วนคือการบุกดันเจี้ยนและการประลองบนเวทีอันดับของพวกคุณจะถูกตัดสินโดยคะแนนเฉลี่ยสูงสุดจากทั้งสองส่วน”
“ห้าสิบอันดับแรกจะเข้าสู่กระดานจัดอันดับนักศึกษาใหม่และได้รับรางวัลและสิทธิพิเศษตามลำดับ”
“ส่วนที่เหลือในอีกหนึ่งเดือนข้างหน้าจะได้รับเพียงค่าตอบแทนพื้นฐานเท่านั้น”
“ฉันคืออาจารย์ซุนเหมียวจากคณะเวทศาสตร์ผู้รับผิดชอบการตัดสินการบุกดันเจี้ยน”
“หากไม่มีใครมีข้อโต้แย้ง การประลองจัดอันดับจะเริ่มขึ้น ณ บัดนี้!”
อาจารย์ซุนเหมียวกวาดสายตาไปยังนักศึกษาใหม่ที่อยู่ตรงหน้าเมื่อเห็นว่าไม่มีใครเอ่ยปาก เธอก็ยกไม้เท้าเวทมนตร์ในมือขึ้นทันที
ครืนนนน!ครืนนน! ครืนนน!
พลังเวทอันบ้าคลั่งพุ่งขึ้นจากไม้เท้าเวทมนตร์ทันใดนั้นลานกว้างก็ปั่นป่วนไปด้วยกระแสลม
ประตูแสงขนาดมหึมาปรากฏขึ้นตรงหน้าของนักศึกษาใหม่ทุกคนในชั่วพริบตา