ตอนที่ 30 ใช้หมาหมู่มาทำร้ายคน
" ณ.ลานคัดเลือกศิษย์ใหม่เข้าร่วมนิกายเทพอสูรมังกรคราม บรรดาผู้ที่มาคัดเลือกเข้าเป็นศิษย์ของนิกายปีศาจมารในครั้งนี้มีเกือบหมื่นคน หยางโจวเองครั้งแรกก็คิดว่าจะไม่เขามายุ่งเกี่ยวกับพวกนิกายทั้งสาม แต่เกิดจากบรรดาศิษย์เอกและบุตรชายนิกายทั้งสามมายุ่งเกี่ยวกับภรรยาของตนเอง หยางโจวจำเป็นต้องสั่งสอนเจ้าพวกนี้เสียก่อน โดยหยางโจวเลือกมาที่นิกายของปีศาจมารก่อนเนื่องจากมีผู้มาคัดเลือกเป็นศิษย์ของนิกายปีศาจมารน้อยที่สุด "ซึ่งขณะนั้นเอง ผิงผิงก็กำลังเข้าวัดพลังบ่มเพาะและขั้นยุทธที่ลูกแก้วมังกรครามของนิกายพอดี และจินเก๋อศิษย์เอกของนิกายปีศาจมารก็ได้เข้าไปหาพร้อมกับศิษย์ร่วมนิกายคนอื่น ๆ พอดี "
" พวกเจ้าออกไปให้หมดศิษย์น้องที่งดงามคนนี้ข้าดูแลเอง "
" แต่ว่าศิษย์พี่ใหญ่จินเก๋อ จุดทดสอบวัดพลังลมปราณและขั้นยุทธท่านประมุขนิกายให้พวกข้าดูแลในการคัดเลือกในครั้งนี้ ถ้าลูกแก้วมังกรครามเกิดสูญหายและเกิดอะไรขึ้นมาพวกข้าคงไม่สามารถรับผิดชอบได้นะขอรับศิษย์พี่ใหญ่ "
" บังอาจ ! เจ้าคิดว่าข้าเป็นใครกัน ข้าคือศิษย์เอกของประมุขนิกายเทพอสูรมังกรคราม แม้แต่ผู้อาวุโสของนิกายยังต้องให้เกียตริข้า เจ้าเป็นเพียงแค่ศิษย์หลักธรรมดาคนหนึ่งเท่านั้นบังอาจมาใช้คำพูดเช่นนี้กับข้าอย่างนั้นหรือ ออกไป "
" ตะ แต่ว่า ศะ ศิษย์พี่ใหญ่ "
" นี้เจ้าฟังที่ข้าพูดไม่รู้เรื่องอย่างนั้นรึ ข้าขอประกาศให้ทุกคนรับทราบว่าถ้าเกิดเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นกับลูกแก้วมังกรครามนี้ ข้า จินเก๋อ ศิษย์เอกของประมุขนิกายเทพอสูรมังกรครามจะขอเป็นผู้รับผิดชอบเองแต่เพียงผู้เดียว โดยจินเก๋อได้ประกาศความยิ่งใหญ่ของตนเองออกไปเพื่อให้ผิงผิงได้รับรู้ว่าตัวเองนั้นเป็นศิษย์เอกของประมุขนิกายปีศาจมาร จินเก๋อคิดไปว่าเมื่อซูผิงผิงเมื่อได้รู้ว่าตัวเองเป็นใครต้องประทับใจและต้องหลงรักตัวเองเป็นแน่โดยตัวมันเองไม่ได้รู้เลยว่าซูผิงผิงมองมันเป็นแค่มดปลวกตัวหนึ่งเท่านั้น "
" นี้พวกเจ้าจะเถียงกันอีกนานหมั๊ยข้ายังต้องไปคัดเลือกยังด่านทดสอบอื่นอีก หรือไม่อย่างนั้นพวกเจ้าก้ให้คนอื่นมาทำหน้าที่แทนพวกเจ้าก่อน "
" เอ่อ ! ศิษย์น้องที่แสนงดงามตัวข้ามีนามว่า จินเก๋อ เป็นศิษย์เอกของท่านประมุขนิกายเทพอสูรมังกรคราม เป็นคนที่ทั้งนิกายให้ความเคารพนับถือแม้แต่ผู้อาวุโสของนิกายยังต้องไว้หน้าข้า ข้าสามารถให้ศิษย์น้องที่งดงามเช่นเจ้าผ่านเข้าไปเป็นศิษย์หลักทันที่ ศิษย์น้องไม่จำเป็นต้องผ่านการทดสอบอะไรทั้งนั้น ไม่ทราบว่าศิษย์มีชื่อแซ่อะไรพอจะบอกให้ศิษย์พี่คนนี้ได้รับรู้หรือไม่ "
" เจ้าไม่จำเป็นต้องให้ข้าผ่านโดยวิใช้ธีคดโกงเช่นนี้ ข้าจะผ่านด้วยความสามารถของตนเองเท่านั้น ส่วนชื่อข้าถ้าข้าผ่านข้าจะแจ้งแก่ผู้ควบคุมการทดสอบเองเท่านั้น "
" จินเก๋อเองคิดในใจว่า เห๊อะ ! ไม่มีใครกล้าใช้วาจาเช่นนี้กับข้า เจ้าถือว่าเจ้างดงามอย่างนั้นหรือ รอให้เจ้าผ่านเข้าไปยังนิกายของข้าก่อนเถิด หญิงสาวที่ใช้วาจากับข้าเช่นนี้กับข้า ล้วนอยู่ใต้หว่างขาของข้าทุกคน รอให้ข้าได้เชยชมเจ้าจนอิ่มหน่ำจนหายอยากเสียก่อน ข้าจะให้ศิษย์ชายในนิกายคนอื่นได้เจ้าทุกคนเลย รอข้าก่อนเถอะ "
" เอ่อ ! ศิษย์น้องเจ้าเข้าใจข้าผิดไปแล้ว ตัวข้านั้นเพียงแค่อยากช่วยศิษย์น้องก็แค่เท่านั้ข้าไม่อยากให้เจ้าต้องไปทดสอบด่านต่อสู้กับศิษย์หลักคนอื่น ข้ากลัวใบหน้าอันงดงามของศิษย์น้องจะได้รับอันตรายก็เท่านั้น ถ้าศิษย์น้องไม่รังเกียจด่านทดสอบการต่อสู้ข้าศิษย์พี่คนนี้จะทดสอบเจ้าด้วยตัวของข้าเอง ตอนนี้เจ้าก็มาทดสอบพลังลมปราณและขั้นยุทธที่ลูกแก้วมังกรครามนี้ก่อนเถิด "
" หึ หึ ข้าอยากจะสัมผัสร่างกายเจ้ายิ่งนัก เพียงแค่ข้ายืนอยู่ตรงนี้ยังได้กลิ่นกายที่หอมชื่นใจยิ่งนัก รอให้ถึงด่านทดสอบการต่อสู้ก่อนเถิดข้าจะสัมผัสร่างกายของเจ้าทุกส่วนเลย อ้า ! เพียงแค่ข้าคิดก้มีความสุขแล้ว "
" ด้านหยางโจวเมื่อมองเห็นสายตาของจินเก๋อที่มองผิงผิงภรรยาตนเองด้วยความไม่บริสุทธิใจ หยางโจวจึงได้แทรกตัวไปกอดและหอมแก้มผิงผิงต่อหน้าทุกคนและเข้าไปทอสอบพลังลมปราณและขั้นยุทธที่ลูกแก้วมังกรครามก่อนผิงผิงทันที "
" มั๊บบ "
" จุ๊บบ ! "
" สามีข้า ไหนว่าท่านจะไม่เข้าทดสอบในนิกายใหญ่กันเหตุไฉนท่านจึงมาทดสอบที่นิกายปีศาจมารนี้ได้ "
" ผิงผิงภรรยา ให้ข้าไปทดสอบพลังลมปราณและขั้นยุทธก่อน ข้าเป็นผู้ชายมองผู้ชายด้วยกันออกว่ามีคนคิดไม่ดีกับตัวเจ้า ข้าขอสั่งสอนมันก่อนนะภรรยาข้า "
" ขณะนั้นเองจินเก๋อศิษย์เอกของประมุขนิกายปีศาจมารและคนอื่น ๆ ที่อยู่โดยรอบถึงกับตกตะลึงเมื่อเห็นหยางโจวซึ่งอยู่ ๆ โผล่มาจากไหนก็ไม่รู้พร้อมทั้งกอดและหอมแก้มผิงผิงที่แสนงดงามที่ทุกคนหมายปองอยากจะได้นางมาครอบครอง เมื่อทุกคนเห็นหยางโจวแสดงตนเองว่าเป็นผู้ครอบครองดวงใจของสาวงามที่ตนเองหมายปองจึงมีความคิดที่จะทำลายและสังหารหยางโจวทันที่ โดยเฉพาะจินเก๋อที่ออกอาการโกรธแค้นออกมาทางสีหน้าและคำพูดออกมาทันที่โดยไม่สนว่าใครจะคิดอย่างไร "
" จะ เจ้าสารเลวเจ้าเป็นใครกันที่บังอาจมาล่วงเกินศิษย์น้องที่แสนงดงามต่อหน้าข้าเช่นนี้ เจ้าบังอาจยิ่งนัก เจ้าเป็นมนุษย์หรือเป็นอสูรก็ไม่ใช่ ยิ่งปีศาจมารเจ้าก็ไม่มีทางเป็นเผ่าพันธ์ปีศาจมารของข้าได้ เจ้ามายังสถานที่ทดสอบของนิกายเทพอสูรมังกรครามของข้าได้อย่างไรกัน เจ้าสารเลว "
" หยางโจวเองก็คาดการไว้อยู่แล้วที่จะต้องเจอคำถามนี้ และหยางโจวเองเป็นถึงมหาเทพเทวะที่มีพลังทุกอย่างในเอกภพนี้จึงสามารถใช้ทักษะวิชาของมนุษย์อสูรหรือแม้แต่พลังของปีศาจมารก็สามารถดึงเอาพลังเหล่านี้มาใช้ได้อย่างง่ายดาย โดยเฉพาะเมื่อบริเวณนี้มีปีศาจมารรวมตัวอยู่มากมายหยางโจวก็ได้ดึงเอาพลังที่อยู่รอบตัวมาปกคลุมร่างกายทันที "
" เอ่อ ! ศิษย์พี่ข้าก็เป็นคนของเผ่าพันธ์ปีศาจเช่นกันนะเพียงแต่ข้าไม่ได้ปลดปล่อยพลังลมปราณปีศาจมารมาเท่านั้นเอง ถ้าอย่างนั้นข้าจะปล่อยพลังปีศาจมารให้ท่านดู "
" พรึ๊บบ "
" บึ๊มม ! บึ๊มมม !! บึ๊มมม !!! "
" หยางโจวได้ปล่อยพลังกดทับไปที่จินเก๋อโดยเฉพาะ และได้สร้างค่ายกลปกคลุมร่างกายของจิ่นเก๋อเอาไว้ไม่ให้ใครได้รับรู้ได้ พลังที่กดทับทำใหกระดูกของจินเก๋อแตกร้าวหักทั่วร่างกายและมีเลือดไหลออกจากรูทวารทั้งเจ็ดทันที บุคคลภายนอกก็เห็นเพียงหยางโจวยืนพูดคุยอยู่เฉย ๆ ไม่ได้ทำอะไรจิ๋นเก๋อเลย "
" อะ อ๊ากก ! "
" จะ เจ้าทำอะไรข้า อ๊ากกก !! ทำไมร่างกายถึงปวดร้าวถึงกระดูกเช่นนี้ "
" อ๊ากกก !!! "
" ขณะนั้นร่างกายจินเกอร์ กระดูกได้แตกหักจนล้มลงหมดสติไปทันที่ต่อหน้าศิษย์ร่วมนิกายและผู้อาวุโสและผู้เข้ามาร่วมทดสอบและยังมีเลือดไหลออกมาจากทวารทั้งเจ็ดอีกด้วย "
" และหยางโจวได้เตือนผ่านสายลมให้จินเกอร์ได้รับรู้ก่อนหมดสิไปว่าผิงผิงเป็นฮูหยินของตน ถ้าเจ้าคิดไม่ดีคิดร้ายต่อนางอีก ต่อไปจะไม่เพียงแค่ทำให้เจ้าบาดเจ็บเท่านั้นแม้แต่ดวงจิตและร่างกายจะต้องสูญหายไปจากดวงดาวนี้ทันที "
" สามีข้าท่านทำอะไรเขารึถึงได้มีสภาพเป็นเช่นนี้ไปได้ "
" เปล่า ภรรยาข้าข้าเพียงมาเตือนเขานิดหน่อยเท่านั้นและข้าก็คิดถึงภรรยาที่แสนงดงามของข้าก็เท่านั้นเอง ข้าเลยแวะมาดูเจ้านิดหน่อย "
" ซิ เจ้ามันคนปลิ้นปล่อนตลบแตลงข้ารู้ว่าท่านหึงหวงข้ากลัวว่าใครจะมาเกาะแก๊ะ ข้าละสิ เชอะ "
" แฮะ แฮะ แฮะ เจ้างดงามขนาดนี้จะไม่ให้ข้าหึงหวงได้อย่างไรกัน ถ้าอย่างนั้นข้าไปละ ข้าขอไปดูเสวี่ยเอ๋อ เยี่ยนเอ๋อและอวี้หลั่นก่อนดีกว่า "
" หลังจากหยางโจวก่อเรื่องก่อราวไว้แล้ว โดยไม่อยู่ให้ถูกสอบส่วนก็หายตัวไปทันที่ หลังจากนั้นไม่นานประมุขนิกายปีศาจมารและผู้อาวุโสคนอื่น ๆ ก็มาตรวจหาสาเหตุว่ามันเกิดอะไรขึ้นและมีคนบอกว่าจินเกอร์เพียงพูดคุยกับศิษย์ที่มาร่วมทดสอบก็ล้มลงหมดสติไปอย่างที่ทุกคนเห็น ทุกคนพยายามมองหาหยางโจวแต่ไม่มีใครพบเห็น จึงได้สอบถามซูผิงผิงเพราะหยางโจวแสดงตัวว่าที่สนิทสนมกับซูผิงผิง ซูผิงผิงเพียงบอกแค่ว่าคนรู้จักเท่านั้นถึงจะมีใครคาดคั้นเอาความกับสาวงามมากนัก หลังจากนั้นจึงเริ่มการทดสอบต่อ ผ่านไปไม่นานก็มีอีกสองนิกายใหญ่ก็มีเหตุการณ์ที่ไม่แตกต่างจากนิกายของปีศาจมารมากนัก ทั้งศิษย์เอกและบุตรชายของผู้นำนิกายก็มีสภาพไม่ต่างจินเก๋อเหมือนกันทุกคน ข่าวนี้จึงได้แพร่ออกไปทุกนิกายและทุกสำนักน้อยใหญ่ทันที่ว่ามันเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นกับศิษย์เอกและบุตรชายผู้นำนิกายใหญ่ทั้งสามนิกายกันแน่ ต่างคนต่างความคิด บางคนก็คิดว่ามีการล้างแค้นกันเองของศิษย์ภายในนิกาย บางคนก็บอกว่าอาจเกิดจากความโกรธแค้นของศิษย์เก่าที่ถูกไล่ออกจากสำนักจึงได้ตามมาล้างแค้น บางคนก็บอกว่าเกิดจากนิกายใหญ่ทั้งสามตามล้างแค้นกันเองของบบรรดาเหล่าศิษย์ "
" ขณะนั้นเองหยางโจวผู้ก่อเรื่องราวก็ทำเป็นไม่รับรู้เรื่องราวต่าง ๆ อะไรทั้งสิ้น ก็ไดเดินไปยังสำนักน้อยใหญ่ต่าง ๆ ที่ทำการคัดเลือกศิษย์เข้าสำนัก ขณะนั้นเองก็ได้มองเห็นคนจากนิกายใหญ่ทั้งสามหลายร้อยคนกำลังรุมล้อมจะร้ายคนอยู่กลุ่มหนึ่งซึ่งมีอยู่ประมาณแปดคน หยางโจวจึงหยุดดูว่ามันเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นกันแน่
" พวกเจ้าศิษย์หลักจากสามนิกายใหญ่ช่างบังอาจยิ่งนัก พวกข้าทั้งแปดคนเมื่อถูกขับไล่ออกมาจากนิกายของพวกเจ้าแล้วพวกเราไม่มีอะไรต้องยุ่งเกี่ยวกันอีก พวกเจ้ามาทำร้ายพวกข้าเช่นนี้หมายความว่าอย่างไรกัน เจ้าถือว่าเป็นศิษย์ของนิกายใหญ่แล้วจะมาข่มแหงรังแกคนสำนักของข้าอย่างนั้นได้รึอย่างไรกัน ที่นี้ไม่ใช่นิกายของพวกเจ้าที่คิดจะมาทำร้ายผู้อื่นได้ตามใจ พวกเจ้าไม่คิดหรือว่าท่านเทพอสูรมังกรทุกท่านกำลังดูพฤติกรรมอันต่ำช้าของพวกเจ้าอยู่ "
" ถุย ! ไอ้พวกศิษย์ที่ทรยศและถูกขับไล่ออกจากนิกายเพียงรวมตัวกันไม่กี่คนแล้วคิดจะตั้งสำนักขึ้นมาเพื่อหวังว่าจะมาหาคนมาร่วมเข้าสำนัก เจ้าคงคิดสิว่าจะมีใครมาเข้าร่วมสำนักพวกสารเลวที่รวมตัวกันของทุกเผ่าพันธ์เช่นนี้ ไม่มีใครหน้าไหนที่อยากจะเข้าร่วมสำนักของพวกเจ้าหลอก มนุษย์ก็ไม่ใช่อสูรก็ไม่เชิงยิ่งแล้วไปใหญ่ยังมีพวกมารนอกรีดนี้คนนี้อีก พวกเจ้ามันทำให้สามเผ่าพันธ์เสื่อมเสียชื่อเสียงยิ่งนัก ข้าว่าที่ศิษย์พี่ใหญ่และบุตรชายของนิกายทั่งสามได้รับบาดเจ็บต้องเป็นฝีมือพวกเจ้าแน่เลย ถึงจะไม่ใช่ฝีมือพวกเจ้าพวกข้าก็ต้องทำเพื่อไม่ให้ทั้งสามเผ่าพันธ์มาแปดเปื้อน พวกข้าทั้งสามสำนักใหญ่จะกำจัดพวกทรยศให้หมด "
" เจ้ากล้าใส่ร้ายพวกเราโดยไม่มีหลักฐานอย่างนั้นหรือถึงพวกข้ามีกันไม่กี่คน พวกข้าก็ขอสู้ตายอย่างน้อยพวกข้าจะทำให้พวกเจ้าบาดเจ็บหรือตายไปได้ไม่มากก็น้อย ท่านเจ้าสำนักน้อยใหญ่ที่อยู่บริเวณนี้โปรดให้ความเป็นธรรมแก่พวกข้าด้วย ถึงแม้พวกท่านไม่กล้ายื่นมือเข้ามายุ้งเกี่ยวในเรื่องนี้พวกท่านโปรดแจ้งเรื่องราวที่เกิดขึ้นนี้ให้แก่ท่านเทพอสูรมังกรที่ปกปักรักษาดวงดาวมังกรนี้ให้รับทราบด้วยว่าพวกข้าถูกใส่ร้ายและถูกสังหารอย่างไม่ยุติธรรม "
" เจ้าสำนักน้อยใหญ่ที่อยู่บริเวณโดยรอบต่างก็รับรู้เรื่ิองราวทั้งหมดแต่ก็ไม่มีใครกล้าเข้าไปยุ่งไปเกี่ยวกับเรื่องนี้ได้ เพราะมันเกี่ยวข้องกับนิกายใหญ่ทั้งสาม ถ้าตนเองเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้นมันจะพาความเดือดร้อนมายังสำนักของตนเองได้ ขณะนั้นเองหยางโจวได้ฟังเรื่องราวที่เกิดขึ้นจึงได้ให้ความสนใจแก่คนทั้งแปดคนนี้ทันทีและได้พูดแทรกขึ้นมาท่ามกลางศิษย์หลักทั้งสามนิกายใหญ่หลายร้อยคนและคนสำนักต่าง ๆ ที่อยู่บริเวณนั้น "
" เฮ้อ ! ศิษย์หลักนิกายใหญ่ตั้งมากมายมารุมล้อมทำท่าจะฆ่าแกงแค่คนไม่กี่คนมันน่าขายหน้าสำนักใหญ่ยิ่งนักที่ใช้หมาหมู่มาทำร้ายคนเพียงไม่กี่คนและยังเป็นเรืองที่ไม่รู้ว่าคนกลุ่มนี้ได้ทำผิดอย่างที่พวกนิกายใหญ่ทั้งสามพูดไว้หรือเปล่า "