บทที่ 20 ละครรักในรถ
“คุณจะทำอะไร?”
หญิงสาวใกับท่าทางที่น่ากลัวของเขา
ั์ตาคมกริบคู่นั้น เย็นะเืราวกับธารน้ำแข็งในหุบเขา แต่ตอนนี้ กลับลุกโชนด้วยเปลวเพลิงแห่งความโกรธ
ไม่มีเหตุผลเลย เขาโกรธเื่อะไรกันแน่?
่สองปีที่ผ่านมา ลู่จิ่นเนี่ยนทนกับอารมณ์ที่แปรปรวนของเขามากมาย แต่ไม่เคยเข้าใจเลยสักครั้งว่าเขาโกรธเพราะอะไร
มุมปากมู่จือเหยียนกระตุกเล็กน้อย ราวกับว่าเขากำลังบังคับตัวเองให้ระงับความโกรธลง
หลังเงียบไปสองสามนาที สุดท้ายเขาก็คลายมือออก
“หลังเลิกงานวันนี้ ฉันจะมารับ” เขาพูด
“อะไรนะ?”
“ก่อนหน้านั้น เธอห้ามเจอใครทั้งนั้น”
มู่จือเหยียนพูดประโยคนี้ออกมาโดยไม่มีเหตุผล จากนั้นก็ไล่เธอลงจากรถ
ลู่จิ่นเนี่ยนรู้สึกสับสนอย่างมาก การที่เขาจะมารับส่งเธอ มันคือความอบอุ่นที่เธอไม่กล้าฝันถึง แต่เมื่อครู่ตอนที่เขาอยู่บนรถสีหน้าของเขากลับโกรธจัด
ถ้าอย่างนั้น ทำไมเขาถึงต้องเสียเวลามาส่งเธอที่บริษัทด้วย?
ลู่จิ่นเนี่ยนเดินข้ามทางม้าลาย และเดินเข้าไปในอาคารสำนักงานที่เธอทำงาน
“สวัสดีค่ะ”
เธอยิ้มทักทายเพื่อนร่วมงานที่บริษัททีละคน
ลู่จิ่นเนี่ยนเป็ผู้จัดการฝ่ายบริหารของบริษัทโฆษณาตงหยาง ซึ่งเป็บริษัทเล็ก ๆ มีพนักงานรวมกันไม่เกินยี่สิบคน ส่วนแผนกบริหารของเธอ รวมเธอด้วยมีเพื่อนร่วมงานเพียงสามคนเท่านั้น
เมื่อเทียบกับมู่สื่ออินเทอร์แนชันนัลกรุ๊ปของมู่จือเหยียน มันก็เหมือนมดตัวเล็ก ๆ ในร่องนิ้วมือ
ลู่จิ่นเนี่ยนเดินไปที่โต๊ะทำงานของเธอ บังเอิญเหลือบไปเห็นช่อดอกไม้วางประดับโต๊ะทำงานของเธอ
“ใครส่งมาคะ?”
“พนักงานร้านดอกไม้ส่งมาค่ะ บอกว่าเป็ของขวัญขอโทษสำหรับผู้จัดการลู่โดยเฉพาะ” เพื่อนร่วมงานตอบ “ผู้จัดการลู่มีแฟนแล้วเหรอคะ?”
ลู่จิ่นเนี่ยนยิ้มอย่างเขินอาย
ไม่มีใครในบริษัทรู้ว่าเธอแต่งงานแล้ว และก็คงไม่มีใครรู้ว่าเธอเป็ภรรยาของประธานบริษัทมู่สื่ออินเทอร์แนชันนัลกรุ๊ปที่มีชื่อเสียงโด่งดัง
นี่เป็ความ้าของมู่จือเหยียน เขาคงคิดว่าการมีเมียที่เป็ลูกนอกสมรส เป็เื่น่าอับอายมาก
แน่นอนว่า ดอกไม้ช่อนี้ก็คงไม่ใช่เขาส่งมาให้เป็แน่
เธอสังเกตดอกไม้ช่อนี้อย่างละเอียด และพบการ์ดใบเล็ก ที่มีเพียงคำง่าย ๆ
“วันนี้เลี้ยงข้าวเย็นฉันด้วย”
ลู่จิ่นเนี่ยนปวดหัวขึ้นมาทันที แม้จะไม่มีชื่อผู้ส่งกำกับไว้ แต่เธอเดาได้ไม่ยากว่านี่เป็ของขวัญจากไป๋จื่อซวิน
ทำไมเขาต้องทำอะไรให้มันดูโอ้อวดแบบนี้ด้วย!
ถ้ามู่จือเหยียนรู้ เธออดหัวเราะเยาะตัวเองไม่ได้ว่า เขาจะรู้ได้อย่างไร? ตอนนี้เขามีคนรักที่บ้านอยู่แล้ว คงไม่สนใจหรอกว่าเธอจะทำอะไรอยู่นอกบ้าน
อาคารมู่ซื่ออินเทอร์แนชันนัลกรุ๊ป
หลังจากมู่จือเหยียนเดินเข้ามาในห้องทำงานของตัวเอง เขาก็คลายหมัดที่กำแน่นออก
ฝ่ามือมีรอยเล็บจิกลึก
เมื่อครู่บนรถ เขาตั้งใจจะซักถามเธอเื่รูปถ่าย แต่กลับถามออกไปไม่ได้ เขากลัวอะไรกันแน่? กลัวว่าถ้าถามไปแล้วจะได้คำตอบที่ชัดเจนอย่างนั้นเหรอ?
เหอะ ผู้หญิงไร้ยางอายแบบนั้น
มู่จือเหยียนคิด หลังจากนี้ผู้หญิงคนนั้นจะต้องให้เขาไปรับส่งทุกเช้าเย็น เขาจะคอยจับตาดูเธอเอง ห้ามให้เธอมีโอกาสออกไปเจอใครอีก
“ท่านประธาน?” เลขาเห็นมู่จือเหยียนกำลังเหม่อลอยอยู่ จึงเอ่ยเตือนเบา ๆ
เขาเก็บความคิดกลับมาแล้วพูดด้วยน้ำเสียงเ็าว่า “ว่ามา”
“นี่คือเอกสารเกี่ยวกับการประชุมผู้ถือหุ้นพรุ่งนี้ค่ะ ประธานกรรมการบอกว่า ท่านจะเข้าร่วมการประชุมผู้ถือหุ้นในครั้งนี้ด้วย”
มู่จือเหยียนพยักหน้า รับเอกสารมาแล้วพลิกดูคร่าว ๆ
ในใจของเขา ไม่มีอารมณ์จะดูเอกสารพวกนี้
ั้แ่เข้ารับ่ต่อประธานบริษัท พ่อไม่เคยเข้ามาแทรกแซงกิจการของบริษัทเลย แต่คราวนี้ท่านกลับจะมาเข้าร่วมการประชุมผู้ถือหุ้นด้วยตัวเอง คงมีเื่สำคัญที่ต้องประกาศแน่นอน
มู่จือเหยียนรู้สึกว่าจะมีบางสิ่งเกิดขึ้น แต่เขาไม่สามารถคาดเดาความคิดของพ่อได้
“เลขาอู๋ ยกเลิกตารางการทำงานใน่บ่ายวันนี้ทั้งหมด ส่วนเื่การประชุมผู้ถือหุ้น ฉันจะไปถามพ่อด้วยตัวเอง”
“เข้าใจแล้วค่ะ”
...
เวลาเลิกงาน
ลู่จิ่นเนี่ยนรู้ว่าไป๋จื่อซวินจะมาหาเธอเพื่อทานข้าวเย็น เธอจึงตั้งใจเลิกงานก่อนเวลาห้านาที และรอไป๋จื่อซวินอยู่ด้านล่างตึกสำนักงาน
“โอ้โฮ มารอฉันที่หน้าประตูเลยเหรอ คิดถึงฉันมากขนาดนั้นเลยหรือไง?” ไป๋จื่อซวินปรากฏตัวตรงเวลา ไม่มีช้าแม้แต่วินาทีเดียว
เธอจ้องเขาด้วยสายตาขุ่นเคือง “ฉันกลัวว่านายจะบุกมาที่บริษัทต่างหาก มันจะน่าอายสำหรับฉันนะ!”
เมื่อเห็นว่าเพื่อนร่วมงานยังไม่ออกมาจากตึก ลู่จิ่นเนี่ยนจึงรีบพาไป๋จื่อซวินไปหลบตัวในมุมที่ไม่มีใครอยู่
“เพื่อนแบบฉันมันน่าอายขนาดนั้นเหรอ แม้แต่เพื่อนร่วมงานก็ไม่อยากให้เห็น” ไป๋จื่อซวินหัวเราะ
“ฉันกลัวคนเข้าใจผิด! ทำไมนายถึงพูดจาเสีย ๆ หาย ๆ อยู่เรื่อย แล้วอีกอย่างนะไป๋จื่อซวิน ฉันพูดชัดแล้วนะว่าฉันแต่งงานแล้ว ถึงเราจะเป็เพื่อนกัน แต่ก็ต้องรักษาระยะห่างเอาไว้ อย่ามาหาฉันบ่อย ๆ โดยไม่มีเหตุผล”
ไป๋จื่อซวินขมวดคิ้วด้วยความไม่พอใจ “เธอเป็คนพูดเองนะว่าจะเลี้ยงข้าวฉันสามมื้อ ตอนนี้กลายเป็ฉันตื้อเธอเหรอ?”
“นั่นก็เพราะฉันจำยอม…” ลู่จิ่นเนี่ยนรู้สึกอึดอัดเล็กน้อย เจอเพื่อนเก่าแบบนี้ที่พูดจาเสีย ๆ หาย ๆ ชอบยุ่งกับผู้หญิง แม้แต่เพื่อนสนิทอย่างเธอเองก็ยังไม่เว้น มันทำให้เธอรู้สึกลำบากใจมาก
ไป๋จื่อซวินยิ้มกว้าง จับแขนเธอแล้วพาเธอเดินออกไป
“เอาละ ฉันจะไม่เถียงกับเธอแล้ว รีบไปเลี้ยงข้าวฉันซะ!”
“วันนี้ไม่ได้”
ลู่จิ่นเนี่ยนดิมทีก็ตั้งใจที่จะออกมาปฏิเสธไป๋จื่อซวิน เพราะตอนเช้ามู่จือเหยียนบอกว่าจะมารับเธอเลิกงาน
แต่พอคิดดูอีกที เธอก็รู้สึกว่าตัวเองน่าขำ
เขาจะมารับเธอเลิกงานได้อย่างไร? มันคงเป็แค่คำพูดพลั้งปากเท่านั้น
“เธอทำตัวเคร่งเครียดขนาดนี้ เป็เพราะคนในตระกูลมู่ควบคุมเธอเกินไปหรือเปล่า?”
“ไม่ใช่ ฉัน…”
ลู่จิ่นเนี่ยนยังไม่พูดจบ ก็รู้สึกขนลุกซู่ไปทั้งตัว
ทันใดนั้น เสียงทุ้มต่ำของผู้ชายคนหนึ่งดังขึ้น “ปล่อยเธอเดี๋ยวนี้”
เธอและไป๋จื่อซวินหันขวับไปมอง ก็พบว่ามู่จือเหยียนยืนอยู่ไม่ไกล ด้านหลังของเขามีรถคันหนึ่งจอดอยู่
เขามาจริง ๆ
ลู่จิ่นเนี่ยนรีบสะบัดมือของไป๋จื่อซวินออก แล้ววิ่งไปหามู่จือเหยียน
“มู่จือเหยียน ฉันกับไป๋จื่อซวินก็แค่...”
เขาไม่สนใจจะฟังคำอธิบายของเธอ เขากระชากแขนของเธออย่างรุนแรงแล้วดันเธอเข้าไปในรถ
ไป๋จื่อซวินวิ่งตามมาสองก้าว แต่ก็ไม่ทันรถที่แล่นออกไปอย่างรวดเร็ว
บนรถ ใบหน้ามู่จือเหยียนดูเคร่งขรึมราวน้ำนิ่ง
“มู่จือเหยียน ฉันกับเขาเป็แค่เพื่อนกันจริง ๆ นะ อีกอย่างฉันตั้งใจปฏิเสธเขาอยู่แล้ว”
เธอพยายามอธิบายอย่างเต็มที่ แต่กลับรู้สึกว่าไม่จำเป็ต้องอธิบายอะไร เพราะเธอกับไป๋จื่อซวินไม่ได้ทำอะไรกันเลย
“คนไร้ยางอาย”
ถ้อยคำเ็าสี่คำนั้นหลุดออกมาจากปากของเขา วินาทีต่อมา เขาก็จอดรถริมทาง กระชากเส้นผมของเธออย่างแรง
ิัของลู่จิ่นเนี่ยนถูกบังคับให้แนบชิดกับเขา เสียงร้องใหลุดออกมา แต่ก็ถูกริมฝีปากของเขากลืนกินเข้าไปจนหมดสิ้น ฟันของเขากัดลงบนริมฝีปากของเธอ
“คุณจะทำอะไร?”
กลิ่นคาวเืโชยออกมาในปาก เสื้อผ้าบนไหล่ของลู่จิ่นเนี่ยนถูกฉีกขาดอย่างไร้ความปรานี
เขาเอนเบาะรถลง แล้วโน้มตัวไปข้างหน้า
ไม่ว่าสายตาของมู่จือเหยียนจะจ้องไปที่ไหน ตรงนั้นล้วนถูกเขาประทับตราไว้ด้วยรอยแดงดั่งกุหลาบ
เขาไม่เปิดโอกาสเธอหายใจ จับคางของเธอไว้ แล้วประทับรอยจูบลงไปอย่างวาบหวาม