บรรยากาศอันร่มรื่น 360 องศารอบๆศาลากลางน้ำ มันทำให้จิตใจของสตรีผู้นี้สงบมากขึ้น นางสูดหายใจเข้าพร้อมกับพ้นลมหายใจออกมาด้วยรอยยิ้มอันมีความสุข ผ้าหลายสีถูกวางเรียงรายบนโต๊ะ เส้นด้ายหลายม้วนถูกจัดเรียงให้สวยงาม สาวใช้สองคนกำลังนั่งตัดผ้าไว้สำหรับเย็บหมอน ส่วนสนมลีนั้นกำลังนั่งมองปลาที่แหวกไหว้อยู่ในน้ำอย่างอิสระ ไม่นานนักความสวยงามและบรรยากาศอันแสนสงบสุขก็ถูกปกคลุมซะมิด เมื่อสนมฮงเดินผ่านมาแล้วเห็นว่าสนมลีอยู่คนเดียว
"ข้าไม่เคยคิดเลยว่าสตรีแปลกประหลาดอย้างเ้าจะมีวันนี้ด้วย"
"พระสนมฮง!"
"ใช่..ช้าเอง!..พักนี้สีหน้าดูดีขึ้นนะ เเต่ก่อนข้าไม่เคยเห็นเ้าก้าวขาออกจากจวนผีสิงของเ้าเลย"
"เอ่อ..คือ..ข้า.."
"อ่อ…ข้าลืมไปว่าเดี๋ยวนี้เ้ามีเพื่อนเคียงข้างแล้ว เฮอะ!..แล้วเป็ยังไง..เพื่อนสนิทเ้าหายไปไหนเสียล่ะ เหตุใดถึงได้มานั่งคนเดียวเช่นนี้?"
"พระชายา…."
"อย่าเรียกนางว่าชายาต่อหน้าข้า!!..เพราะในสายตาข้า นางก็เเต่สตรีประหลาดคนนึง เช่นเดียวกับเ้านั่นแหละ"
"..................."
"เงียบ..เฮอะ!..เพราะเ้าเป็เช่นนี้แหละ ท่านพี่จึงไม่เคยเข้าหาเ้าเลย..ผิดจากข้าเป็อย่างยิ่ง เมื่อคืนท่านพี่อี้เฉียนไปหาข้าถึงจวน คงไม่ต้องให้ข้าบอกนะว่าหลังจากนั้นเกิดอะไรขึ้น…อ่อ..และเ้าก็ไม่ต้องอิจฉาข้านะเพราะถึงอย่างไรเสีย ท่านพี่อี้เถียนก็ไม่มีวันที่จะเข้าหาสตรีประหลาดเช่นเ้าได้"
".............." สนมลีได้เเต่ก้มหน้าน้ำตาคลอเบ้า เนื่องจากนางไม่สู้คนจึงมักจะโดนสนมฮงพูดจาไม่รักษาน้ำใจอยู่เป็ประจำ นางเองไม่เคยตอบโต้และเอาเเต่ตัดพ้อกับตัวเองว่า อาจเป็เพรสะนางไม่ดีพอนางจึงไม่ได้รับคำชื่นชมจากอี้เถียนเลยแม้เเต่ครั้งเดียว
"เฮ้อ!!เวลาที่ข้าพูดกับเ้าแล้ว ข้ารู้สึกเบื่อเอามากๆ เสี่ยวอี้..เ้าคิดว่าลูกของข้ากับท่านพี่อี้เฉียนจะเป็ลูกชายหรือลูกสาวกันล่ะ?"
"คุณหนูต้องให้กำเนิดองค์ชายเเน่นอนเ้าค่ะ และในภายภาคหน้าองค์ชายน้อยก็จะได้ขึ้นปกครองหยุนเปิงอย่างเเน่นอนเ้าค่ะ"
"ฮ่าฮ้าฮ่า เ้าได้ยินไหมสนมลี เ้าล่ะ..ไปถึงขั้นไหนแล้ว ฮึฮึ!" สนมฮงตั้งใจเดินผ่านมาเยาะเย้ยสนมลีเพื่อให้นางเสียใจจนร้องไห้ เเน่นอนว่าการที่ใครถูกต่อว่ามักจะเสียใจเป็เื่ธรรมดา เเต่ทว่าสนมลีกลับไม่ได้เสียใจในเื่ที่อี้เถียนไม่เข้าหานาง เเต่นางกลับเสียใจที่นางไม่สามารถเเข็งแกร่งหรือตอบโต้อะไรกลับได้เลยนั่นเอง ในตอนนั้นเองหวังอี้เถียนก็เดินผ่านมาพอดี
"สนมลี..นั่นเ้าทำอะไรน่ะ?...เ้าร้องไห้!!..ใครทำอะไรเ้า?"
"เปล่าเ้าค่ะ หม่อมฉันไม่ได้เป็อะไร ว่าเเต่องค์ชายกำลังจะไปไหนหรือเ้าคะ?"
"ข้าหรอ..ไม่มีอ่ะ เช่นนั้นข้าขอนั่งเล่นกับเ้าที่นี่ละกันนะ พวกเ้ากำลังปักผ้าอยู่งั้นหรือ?"
"เ้าค่ะ ข้ากับซูเจินนัดกันว่าจะมาปักหมอนนุ่นด้วยกันที่นี่เ้าค่ะ"
"ซูเจินน่ะหรอ…เเต่นางบอกกับข้าว่านางอยากจะพักผ่อนนี่นา"
"เช่นนั้นหรือเ้าคะ"
"อืม..ข้าก็เพิ่งออกมาจากไปเยี่ยมนางนี่แหละ..ไม่เป็ไรเพราะเดี๋ยวข้าจะเป๋นลูกมือให้เ้าแทนซูเจินเอง ดีไหม…บอกก่อนว่าข้าไม่ค่อยถนัดกับเื่นี้ เเต่เพื่อทำหน้าที่แทนซูเจินแล้ว ข้าอี้เถียนสู้ไม่ถอยอยู่แล้ว..มาเริ่มจากตรงไหนเ้าบอกข้ามาได้เลย"
"จะดีหรือเ้าคะ…ข้าว่างานนี้มันคงไม่เหมาะกับบุรุษเช่นองค์ชายหรอกเ้าค่ะ ข้าว่าองค์ชายนั่งเป็เพื่อนข้าก็พอเ้าค่ะ"
"ข้ารู้ทันนะ…เ้ากลัวว่าข้าจะทำผ้าพวกนี้พังใช่หรือไม่ ฮ่าฮ้าฮ่า!!!"
"องค์ชาย!!..ข้าน้อยมิบังอาจเ้าค่ะ"
"เอาเถอะ..ถ้างั้นข้าจะนั่งดูเ้าทำก็พอ.."
"เ้าค่ะ"
"สนมลี…น้ำตาไม่เหมาะกับใบหน้าอันงดงามของเ้าหรอก อย่าให้ข้าเห็นมันบนใบหน้างามๆของเ้าอีกนะ รู้ไหม?" อี้เถียนเอื้อมมือขึ้นมาเช็ดน้ำตาให้สนมลี ก่อนจะเอื้อมมืออีกข้างขึ้นไปลูบผมสนมลีอย่างเเผ่วเบาคล้ายจะปลอบใจนาง ในตอนนั้นเองซูเจินก็ได้มาถึงพอดี แว๊บแรกที่มองเข้าไปคือนางเห็นพวกเขาสองคนกำลังนั่งมองตาซึ่งกันและกัน ซูเจินรีบ ดึงเเขนสาวใช้ที่เดินมาด้วยวิ่งไปซ่อนตัวที่พุ่มไม้เเถวนั้นเพื่อแอบดูความเป็ไป
"พระชายา ทำอะไรเพคะ?"
"จุ๊ๆๆอย่าส่งเสียงดัง เ้าไม่เห็นหรอว่าอี้เถียนกำลังสวีทกับสนมลีอยู่ พวกเราไม่ควรเข้าไปเป็ก้างขวางคอพวกเขานะ"
"สวีท!!? ก้างขวางคอ..คืออะไรหรือเพคะ?"
"ก็….เออชั่งเถอะ..อธิบายไปก็ไม่เข้าใจหรอก เอาเป็ว่าพวกเขาสองคนกำลังใช้เวลาร่วมกันอยู่ เรากลับจวนกันเถอะ"
"อ้าว..แล้วหมอนนุ่นล่ะเพคะ?"
"เอาไว้วันหลังค่อยมาทำก็ได้ ข้าคิดว่าสนมลีก็คงอยากให้ข้าทำเช่นนี้ เพื่อนที่ดีต้องสร้างเเต่บรรยากาศดีๆให้เพื่อน เ้าว่าจริงไหม?"
"จะเป็ไปได้หรือเ้าคะ เพราะจากที่ผ่านมาพระสนมลีดูท่าทางจะไม่สนใจผู้ใดเลยนะเ้าคะ"
"ไม่จริงหรอก ผู้หญิงทุกคนก็้าความรักทั้งนั้นแหละ เ้าดูเเววตาของนางในตอนนี้สิ…ข้านี่แหละจะทำให้นางรู้จักกับความรักให้ได้ ไม่เชื่อเ้าก็คอยดู"
"พระชายาจะทำอะไรหรือเพคะ?"
"ตอนนี้ยังคิดไม่ออก เอาเป็ว่า ปล่อยให้พวกเขาจู๋จี๋กันไปก่อน"
"จู๋จี๋..หรือเ้าค่ะ"
"โอย!!ชั่งเถอะ เรากลับจวนดีกว่า..ไปเร็ว..ค่อยๆลุกอย่าให้พวกเขาเห็นนะ พยุงข้าด้วยนั่งนานตะคริวกินขาหมดแล้วเนี้ย โอ้ยเจ็บ!.." ซูเจินค่อยๆย่องเดินออกไปให้ห่างจากบริเวณนั้น ทั้งนี้ก็เพื่อให้อี้เถียนและสนมลีได้พัฒนาความสัมพันธ์กันและเพื่อดึงเพื่อนออกมาจากความโดดเดี่ยวนั่นเอง ซูเจินรีบกลับจวนเพื่อคิดแผนจะให้ทั้งสองคนสปาร์คกันให้ได้…