[จบ]Death System จอมเวทย์ท้าความตาย

    76 ความลับ

    “เงียบก่อน นายน้อย 11 กำลังจะบอกความลับบางอย่าง”


    นักเวทย์รอบข้างเงี่ยหูฟัง พี่ชายของเขาแต่ละคนก็เงียบเช่นเดียวกัน ไม่มีใครกล้าที่จะส่งเสียงดังรบกวนแอนเดอร์สันเลยสักคน


    ความจริงแอนเดอร์สันไม่มีความลับอะไรจะบอก เขาสามารถใช้เวทย์เกินความสามารถได้เพราะฉายาผู้หยิบยืมบทเวทย์ การที่เขามีมานาเยอะกว่าคนปกติทั่วไปทำให้เขาใช้เวทย์ระดับสูงได้เกินกว่าระดับของตนเองก็จริง เพียงแต่ว่ามันไม่สามารถใช้เวทย์ที่สูงกว่าระดับตัวเองมากๆได้ ดังนั้นก่อนจะเดินทางออกมาจากพื้นที่คำสาปเขาจึงมองหาสิ่งที่เป็นประโยชน์ภายในวงล้อเสี่ยงโชคเอาไว้ เพราะรู้ว่าหากเขาออกมาจากพื้นที่คำสาปจะต้องได้ตั๋วจำนวนมากแน่นอน 


    ในตอนที่เขาก้าวขาออกมาจากพื้นที่คำสาปไม่นานมานี้ แอนเดอร์สันได้ซื้อฉายาหนึ่งที่ทำให้เขาแข็งแกร่งและมีโอกาสรอดมากยิ่งขึ้น ด้วยการใช้ตั๋วไป 1,000 แลกกับฉายาผู้หยิบยืมบทเวทย์ส่งผลให้เวทย์ระดับสูงสามารถใช้งานได้ขอแค่มานาของเขามีเพียงพอจะใช้งานมัน ซึ่งฉายานี้เองนั้นเป็นฉายาพิเศษเช่นเดียวกัน มันไม่จำเป็นต้องปลดล็อกจิตวิญญาณเขาจึงไม่ต้องเพิ่มภาระให้กับตัวเองเพื่อจะปลดล็อกระดับนักเวทย์ 300 ปี


    “สิ่งที่ทำให้ฉันใช้เวทย์คำสาปได้มากมายเหรอ ทำไมไม่ลองทำความเข้าใจคำสาปให้ได้ 13,015 รูปแบบในพื้นที่คำสาปเหมือนฉันล่ะ หลังจากที่ฉันเข้าใจคำสาป 13,015 รูปแบบจนได้ความสามารถที่ไม่ต้องร่าย ไม่ต้องวาดวงเวทย์หากต้องการใช้งาน ฉันก็สามารถใช้เวทย์คำสาปได้เท่าที่อยากจะใช้แล้ว”


    คิ้วของทุกคนย่นเข้าหากันหลังจากรู้ว่าสิ่งที่แอนเดอร์สันพูดเป็นเรื่องเกินกว่าที่จะทำตามได้ ตั้งแต่ตระกูลสกอร์เปี้ยนส์ถือกำเนิดขึ้นมายังไม่เคยมีใครได้รับคำสาปจากพื้นที่แห่งนี้เกินสี่พันรูปแบบ แอนเดอร์สันกลับบอกให้ทุกคนทำให้ได้เหมือนอย่างเขาถ้าหากจะใช้งานคำสาประดับที่สูงกว่าตน อ


    ย่างไรก็ตามทุกคนที่คิดจะจัดการแอนเดอร์สันกลับลังเล เนื่องจากไม่รู้ว่าแอนเดอร์สันใช้คำสาปได้ถึงระดับใด  แม้คำพูดของแอนเดอร์สันจะทำตัวเหมือนกับว่าคำสาปทั้ง 13,015 รูปแบบจะใช้ได้ทั้งหมด หลายคนกลับยังไม่เชื่อที่เขาพูดเพราะคิดว่ามันคงเป็นทริคบางอย่าง


    “เอาล่ะเด็กๆ ได้เวลากลับแล้วเราควรจะรีบกลับกันได้แล้วนะ ตอนนี้พ่อน่าจะรอทุกคนอยู่ที่บ้านแล้ว”


    แอนเดอร์สันมองไปยังแม่ของพี่ 1 ที่เข้ามาขัดขวางเรื่องราวมากมายที่กำลังเกิด เขารู้ได้ในทันทีเลยว่าผู้หญิงคนนี้ต้องการทำอะไรถึงเข้ามาเตือนทุกคนให้กลับบ้าน การที่ทุกคนกำลังเกิดความสงสัยและเกิดความแคลงใจกับตัวเองที่เข้าไปเลือกฝ่าย หลังจากแอนเดอร์สันแสดงพลังของเขาออกมาก็ทำให้หลายคนเริ่มสงสัยแล้วว่าตัวของพวกเขาเลือกหนุนหลังถูกคนหรือไม่


    นายน้อยลำดับที่ 1 และนายน้อยลำดับที่ 3 และ 4 แม้จะมีพลังเวทย์ 800 ปีขึ้นไป กลับได้รับคำสาปน้อยกว่านายน้อย 11 ที่มีพลังน้อยกว่า หลายคนจึงคิดว่าการเลือกในครั้งนี้มันเหมาะหรือเปล่า


    การตกลงกันของพวกเขายังไม่ได้เขียนเป็นลายลักษณ์อักษรจึงทำให้ทุกคนกล้าที่จะสงสัยในการเลือกของตัวเอง แอนเดอร์สันที่รู้ว่าแม่ของพี่ 1 ต้องการเข้ามาหยุดกระบวนการคิดของทุกคนที่พยายามจะเปลี่ยนฝ่ายและย้ายข้าง เขาจึงปล่อยตามน้ำไปเพราะยังไงแผนของเขาในการเพิ่มจำนวนตั๋วก็เริ่มขึ้นแล้ว


    “อา ~  ผมขอไม่กลับไปพร้อมกันนะครับเพราะมีเรื่องที่จะต้องทำภายในพื้นที่แห่งนี้”


    แอนเดอร์สันยกมือเล็กน้อยเพื่อให้ทุกคนรู้ว่าเขาเป็นคนพูด


    “พอดีผมจำเป็นต้องไปปลดล็อกพรของผม คงต้องอยู่ที่นี่สักระยะจนกว่าจะปลดล็อกพรของผมได้”


    “ถ้าอย่างนั้นพวกผมจะพาคุณชายไปยังพื้นที่ปลดล็อกนะครับ”


    พ่อบ้าน 2 คนอาสาพาแอนเดอร์สันไปยังสถานที่ปลดล็อก แอนเดอร์สันจึงขอบคุณทุกๆคนที่มาดูการทดสอบของนายน้อยตระกูลสกอร์เปี้ยนส์ ทันทีที่นักเวทย์รู้ว่ากิจกรรมของตระกูลสกอร์เปี้ยนส์จบลงแล้วนี้เองต่างก็เริ่มทยอยกลับเช่นเดียวกัน ภายในเขต 4 ที่เข้ามานั้นเป็นพื้นที่ที่น่ากลัวพอสมควร นอกจากมอนสเตอร์ที่มีระดับมากกว่า 400 ปีแล้วยังมีคำสาปคอยโจมตีเล่นงาน การที่พวกเขาเห็นการใช้คำสาปซ้อนคำสาปของแอนเดอร์สันจึงพยายามตีตัวออกห่างจากพื้นที่แห่งนี้


    พรึ่บ!


    นักเวทย์คนแล้วคนเล่าพุ่งตัวจากไป กลุ่มตระกูลใหญ่และตระกูลหลักที่มาดูหลานชายของพวกเขาทำความเข้าใจคำสาปต่างก็พุ่งกลับเช่นกัน กระทั่งรอบข้างแอนเดอร์สันเหลือเพียงพ่อบ้าน 2 คนเท่านั้น เขาก็เริ่มสำรวจตัวเองพลางมองไปยังการแจ้งเตือนที่กำลังประกาศระดับอันตรายที่กำลังลดลง การที่นักเวทย์ผู้ทำให้ระบบแจ้งเตือนเดินทางจากไปโดยไม่เกิดการไล่ล่า แอนเดอร์สันจึงพลาดที่จะได้ตั๋ว ถึงอย่างนั้นแอนเดอร์สันกลับดีใจเพราะนักเวทย์ที่ต้องการฆ่าเขายังคงมีความคิดนี้อยู่หลายคน และพวกมันไม่ได้เดินทางหนี ทำเพียงถอยไปตั้งหลักเพื่อรอให้แอนเดอร์สันเดินทางออกจากที่แห่งนี้เท่านั้น ด้วยการที่พวกเขามีความคิดที่จะฆ่าหลงเหลืออยู่ทำให้ระดับอันตรายยังคงอยู่ที่ 210


    “คนตระกูลไหนกันนะ”


    แอนเดอร์สันมองเข้าไปในแกนพลังเวทย์ จากการใช้เวทย์คำสาปก่อนหน้านี้เขาใช้พลังเวทย์ไปเยอะพอสมควร ดังนั้นเขาจึงใช้ตั๋วซื้อยาฟื้นฟูมานาจากทางระบบมาฉีดเพื่อทำให้ตัวเองพร้อมฆ่า ทันทีที่พ่อบ้านเห็นแอนเดอร์สันฟื้นฟูมานาจนเสร็จพวกเขาทั้งสองล้วนหันมองหน้ากัน ด้วยปริมาณยาและสีของยาที่แอนเดอร์สันใช้งาน บ่งบอกว่ามันเป็นยาสำหรับนักเวทย์ 600 ปี ไม่ใช่ยาของนักเวทย์ 300 ปี ถึงอย่างนั้นพวกเขาไม่มีสิทธิสงสัยจึงทำหน้าที่พ่อบ้านตามที่นายท่านของพวกเขากำชับต่อไปเพื่อให้แอนเดอร์สันสามารถปลดล็อกพรได้ตามจุดประสงค์ที่เขาเดินทางมายังสถานที่แห่งนี้


    “พ่อบ้านไปกันเถอะ ผมพร้อมแล้ว”


    แอนเดอร์สันลุกยืนขึ้นมาตั้งหลักแล้ววิ่งตามพ่อบ้านไปยังสถานที่ปลดล็อกพรลูกหลานผู้ต้องสาปมาคัส การที่เขาเลือกใช้วันนี้ในการปลดล็อกแทนที่จะแอบมาเงียบๆนั้น ก็เพราะว่าเขาไม่มั่นใจว่าจะปิดตาพี่ชายทุกคนได้ ดังนั้นเขาจึงใช้วันนี้ที่มีโอกาสรอดสูงที่สุดเดินทางเข้าไปปลดล็อก ถ้าเขาปล่อยไปนานกว่านี้แล้วเกิดพี่เขารู้ตัว จำนวนนักฆ่าจะมากกว่านี้ ซึ่งมันเกินกว่าที่เขาจะเอาชีวิตรอดได้ วันนี้ที่ทุกคนมาดูการสืบทอดคำสาปยังไม่ใช่จำนวนนักเวทย์มากมายแต่อย่างใด แอนเดอร์สันจึงคิดว่าเขามีโอกาสรอดมากที่สุดจึงเลือกเป็นวันนี้แทน


    “พ่อบ้าน ผมจะบอกความจริงเลยแล้วกันนะครับ ตอนนี้มีคนต้องการจะฆ่าผม ในขณะที่ผมกำลังวิ่งไปนี้พวกมันก็พยายามจับตามองดูผมทุกฝีก้าว”


    พ่อบ้านทั้งสองมองหน้ากัน พวกเขารู้สึกตกใจมากยิ่งขึ้นหลังจากได้ยินสิ่งที่นายน้อยเล่าให้ฟัง การที่ตกใจนั้นไม่ใช่เพราะว่าพวกเขากำลังจะตายแต่เป็นเพราะตกใจที่แอนเดอร์สันรับรู้ได้ถึงคนที่คิดจะฆ่าเขา ด้วยขอบเขตเวทย์ตรวจสอบที่พ่อบ้านทั้ง 2 ปลดปล่อยออกไปไกลมากและยังไม่สามารถตรวจจับอะไรได้นอกจากมอนสเตอร์ แอนเดอร์สันกลับบอกว่ามีคนมองดูพวกเขาทุกฝีก้าว


    “นายน้อย 11 โปรดวางใจ พวกเราได้รับคำสั่งให้มาปกป้องนายน้อยจนกว่าจะถึงบ้าน”


    “ผมกลัวว่าจะกลับไม่ถึงนี่สิ เอาเป็นว่าถ้าเป็นไปได้หากผมให้สัญญาณหนีก็พากันหนีไปเลยนะ”


    แอนเดอร์สันไม่พูดจาใดๆต่อ เขาทำเพียงแค่นำการ์ดโจมตีออกมาใช้งาน 1 ใบเพื่อใช้กับเวทย์สายลมเสริมความเร็วเพื่อยกระดับความเร็วของเขาให้เป็นระดับ 6 แม้เขาจะใช้เวทย์ระดับ 6 ได้แล้วก็จริง เขากลับยังไม่ได้ทำความเข้าใจเวทย์ระดับ 6 เกี่ยวกับการเสริมความเร็วให้กับร่างกายเลยสักธาตุ


    “เพิ่มความเร็วขึ้นให้ถึง 600 ปีเลยครับ ผมรับได้”


    พ่อบ้านตกใจอีกครั้งแล้วทำตามที่แอนเดอร์สันบอก การเดินทางครั้งนี้พวกเขาไม่สนใจมอนสเตอร์เลยสักตัว ทำเพียงแค่วิ่งหลบเลี่ยงพวกมันไปเรื่อยๆมุ่งหน้าสู่สถานที่ปลดล็อกพรลูกหลานผู้ต้องสาปมาคัส ทันใดนั้นการแจ้งเตือนของแอนเดอร์สันก็ดังขึ้นส่งผลให้เขาฉีกยิ้มกว้างกับตั๋วจำนวน 2,100 ที่ได้มา ดูเหมือนว่าความเร็วของเขาจะทำให้หลุดออกจากการจับตามองของพวกที่ตามหลัง เขาจึงได้ตั๋วชุดแรกจากพวกมันมาเก็บเอาไว้ใช้


    [แจ้งเตือน โฮสต์รอดพ้นจากเรื่องราวที่นำไปสู่ความตายได้สำเร็จ ได้รับตั๋วสุ่มรางวัล 2,100 ใบ]


    “รวมแล้ว 8,020 ใบสินะ”


    รอยยิ้มแอนเดอร์สันฉีกกว้างมากกว่าเดิมขึ้นไปอีก อย่างไรก็ตามเขาจะขอหยุดการซื้อฉายาเอาไว้ก่อน เนื่องจากว่ามันอาจจะมีฉายาที่ต้องปลดล็อกจะกลายเป็นการกดทับระดับพลังเวทย์ให้เขาอยู่ 300 ปีไปอีกนาน ดังนั้นแอนเดอร์สันจึงจะนำมันไปใช้กับอย่างอื่นที่จะทำให้เขามีโอกาสรอดในตอนที่ถูกจำกัดพลังเวทย์


    “เดี๋ยวนะ ตอนนี้เราถูกจำกัดพลังเวทย์ไว้ที่ 300 ปี แต่เรากลับสามารถใช้เวทย์ระดับสูงได้ ทำไมเราไม่ทำให้ตัวเองใช้เวทย์ระดับสูงได้มากขึ้นล่ะ”


    แอนเดอร์สันมองดูข้อจำกัดของตัวเอง แม้เขาจะถูกล็อกพลังเวทย์ไว้ที่ 300 ปี ตัวของเขากลับสามารถใช้เวทย์ระดับสูงได้  ไม่เพียงเท่านั้นระบบกลับไม่ได้นำพลังเวทย์ 300 ปีของเขามาใช้ในการคำนวณพลังทำลายของเวทย์ระดับสูง ด้วยผลของฉายาผู้หยิบยืมบทเวทย์ ระบบได้นำพลังทำลายจากค่าเฉลี่ยของนักเวทย์ที่ใช้เวทย์ระดับนั้นๆ มาเป็นพื้นฐานให้กับเขาแล้วลดพลังทำลายของมันลงครึ่งหนึ่ง หมายความว่าถ้าเขาใช้เวทย์ระดับ 8 พลังทำลายของเวทย์ที่ใช้งานได้จะเท่ากับเวทย์ระดับ 8 ที่ถูกลดพลังทำลายลง 50 % ซึ่งมันเป็นพลังทำลายที่มากกว่านักเวทย์ 300 ปีที่เขาเป็น


    หลังจากที่แอนเดอร์สันเห็นช่องทางในการเอาชีวิตรอดโดยที่ระบบยังมองว่าเขาอ่อนแอจนไม่ส่งผลต่อตั๋วที่ได้รับในอันตรายต่างๆ แอนเดอร์สันจึงเข้าไปซื้อยาที่จะช่วยให้เขารักษาตัวและฟื้นฟูมานาได้รวดเร็วจนใช้ตั๋วไป 800 ใบ จากนั้นเขาก็สั่งให้ระบบเหลือตั๋วเอาไว้ 1,500 ใบเพื่อใช้ในยามฉุกเฉิน แล้วใช้ที่เหลือในการสุ่มทันทีด้วยตั๋วจำนวน 5,720 ใบเขาหวังว่าตัวเองจะได้พลังเวทย์หลายร้อยปีเพื่อเพิ่มความจุแกนพลังเวทย์ให้เขาใช้เวทย์ได้ยาวนานมากยิ่งขึ้น


    [แจ้งเตือน ท่านได้รับบะหมี่ 1 ชามจากการสุ่มของรางวัล]


    แอนเดอร์สันปล่อยให้ระบบแจ้งเตือนต่อไป พลางมองซ้ายแลขวาจดจำเส้นทาง ในการวิ่งไปเรื่อยๆนี้เองนั้นแอนเดอร์สันยังไม่คิดจะดึงมอนสเตอร์เข้ามาเพราะเขากลัวว่าพวกมันจะขัดขวางการปลดล็อกพร แอนเดอร์สันจึงจะรอในช่วงขากลับ นอกจากเขาจะตกอยู่ในอันตรายจากพวกที่ไล่ตามหลัง เขายังได้รับอันตรายจากมอนสเตอร์จนทำให้ตั๋วเพิ่มจำนวนขึ้นได้อีก


    “นายน้อย 11 เรามาถึงกันแล้ว ด้านหน้ามีเพียงแค่ผู้ที่ได้รับพรเกี่ยวกับคำสาปที่เดินเข้าไปได้ครับ”