บทที่ 50
ลงทะเบียบจอมยุทธ์
ชายคนหนึ่งก้าวเข้ามาภายในห้องหลี่หยางกำลังนั่งอยู่เหลือบสายตาของตัวเองไปมองเขาทำการใช้หางตาของตนเองจ้องมองคนผู้นั้น
คนผู้นั้นเป็นชายที่มีช่วงอายุอยู่ระหว่างซักประมาณเลขสามมีร่างกายไม่อ้วนไม่ผอมถือว่าสมส่วนดูดีสวมใส่ชุดผ้าแพรสีแดงดูดีมีระดับทั่วทั้งกายนั้นสวมใส่เครื่องประดับที่เป็นพวกแก้วแหวนเงินทองอยู่ไม่ใช่น้อยบุคลิกภายนอกเป็นคนที่มีท่าทางสง่างามใบหน้าเองก็เกลี้ยงเกลาและดูดี
คนผู้นี้บุคลิกท่าทางภายนอกมองดูแล้วมีบุคลิกท่าทางภายนอกสุขุมแต่ว่าก็มองดูใบหน้าเป็นมิตร
---
ชื่อผู้ดูแลของสมาคมจอมยุทธ์ LV.81
เผ่ามนุษย์ เพศ ชาย
HP[5350/5350]
--
ข้อความจากระบบได้ปรากฏขึ้นมาด้านหน้าของเขา
หลี่หยางใช้ดวงตาของตนเองมองไปที่ข้อความที่มันตามกฎขึ้นด้านหน้าของเขา‘ ความแข็งระดับนี้ถือว่าแข็งแกร่ง สมกับเป็นคนของสมาพันธ์จอมยุทธ ”
คนผู้นั้นเดินตรงเข้ามาอย่างรวดเร็วมาหยุดอยู่บริเวณตรงโต๊ะที่พวกเขานั่งอยู่บนใบหน้านั้นเต็มไปด้วยรอยยิ้มส่งสายตามองทั้ง 4ที่นั่งอยู่เบื้องหน้าของตนเอง
ด้วยระดับฝีมือขนาดเขาสามารถมองเห็นลมปราณภายในร่างกายของอีกฝ่ายอย่างชัดเจนเพราะแบบนั้นไม่สามารถแยกแยะความแข็งแกร่งของทั้ง 4คนได้
“ สตรีผู้นี้จะลงทะเบียนเป็นจอมยุทธด้วยอย่างนั้นหรือ?” มันทำการยื่นหน้าเข้าไปถามอย่างรวดเร็วเพราะว่าสามารถสังเกตได้ว่าภายในร่างกายของหนิงเอ๋อร์ไม่มีพลังลมปราณน่าจะเป็นคนที่ไม่ได้เรียนวรยุทธ
อี้ชิงหันไปตอบกลับอย่างรวดเร็ว “ ไม่ขอรับคนที่ลงทะเบียนเป็นจอมยุทธมีแค่ข้าและเขาทั้งสอง ”
เรื่องนี้ไม่ได้ผิดพลาดจากคนผู้นั้นคาดเดาเอาไว้สักเท่าไหร่มันทำการพยักหน้าถอยใบหน้ากลับมาเล็กน้อยก่อนที่จะทำการแนะนำตัว “ข้ามีนามว่าป๋ายจิน ”
“ เป็นคนของสมาพันธ์จอมยุทธรับหน้าที่ดูแลคนที่จะมาเข้าร่วมสมาพันธ์จอมยุทธมีหน้าที่ในการอธิบายเกี่ยวกับกฎระเบียบต่างๆและก็สิ่งที่ต้องปฏิบัติตาม”
เมื่อได้พูดจบคนผู้นั้นก็ทำการนำบางอย่างออกมามันเป็นแผ่นกระดาษสีน้ำตาลเมื่อนำออกมาก็ยื่นให้กับทั้ง 3 ที่จะเข้าร่วมสมาพันธ์จอมยุทธ
อี้ชิงทำการหยิบแผ่นกระดาษนั้นขึ้นมาและใช้ดวงตาของตนเองอ่านมันอย่างรวดเร็ว
เมื่อได้ทำการอ่านมันจบหันไปมองที่นายท่านของตนเองก่อนจะพยักหน้า
ของพวกนี้มันคือกฎระเบียบที่ต้องยึดมั่นตามกฎของสมาพันธ์จอมยุทธมันถูกเขียนเอาไว้ภายในแผ่นกระดาษเหล่านี้หมดแล้ว
โดยกฎของสมาพันธ์จอมยุทธมันเองก็มีกฎที่ยึดตามหลักคุณธรรมไม่ปล้นชิง ไม่เข้าร่วมพรรคมาร ไม่ยุ่งเกี่ยวสมาพันธ์จันทราสีเลือดและก็ต้องยึดตามหลักคุณธรรมทุกอย่าง
เพราะว่าสมาพันธ์จอมยุทธเป็นเพียงแค่สมาพันธ์เลยไม่มีกฎที่แน่นอนในการยึดติดพวกคนที่มาลงทะเบียนเป็นจอมยุทธ
ด้วยกฎของคุณธรรมพวกนี้พวกเขาสามารถยอมรับได้
อี้ชิงทำการยื่นแผ่นกระดาษนั้นทำไปก่อนจะกล่าว “พวกเราตกลงตามนี้สามารถลงทะเบียนได้เลยหรือไม่ ”
ป๋ายจินกำลังยืนอยู่พยักหน้าก่อนจะกล่าว “ แน่นอนว่าย่อมได้ถ้าเช่นนั้นเชิญพวกท่านแจ้งชื่อให้กับข้าข้าจะทำการลงทะเบียนและก็นำป้ายมาให้กับทุกท่าน”
“ อี้ชิง ”
“ หลันเซ่อ ”
ป๋ายจินใช้ดวงตาของตนเองมองตรงไปยังหลี่หยางที่ยังคงนั่งอยู่หลี่หยางกำลังนั่งเงียบ ก่อนที่เขาจะทำการเหลือบสายตากลับมามองที่ป๋ายจินแล้วกล่าว“ ซีหยวน ”
“ ถ้าเช่นนั้นพวกท่านก็รออยู่ที่นี่สักพักจะมีน้ำชาแล้วก็ขนมนำมาให้พวกท่านเรื่อยๆถือว่าเป็นการต้อนรับจากสมาพันธ์ข้าจะทำการจัดเตรียมเรื่องราวทุกอย่างให้เรียบร้อยแล้วก็นำป้ายมามอบให้กับทุกท่าน” เมื่อพูดจบคนผู้นั้นก็เดินออกไป
ประตูไม้ได้ถูกปิดลงอีกครั้งป๋ายจินที่เดินออกมาบริเวณด้านนอกแสดงใบหน้าจริงจังดวงตาของคนผู้นั้นเหลือบไปมองบริเวณประตูไม้ “ อันตรายจริงๆไม่คิดว่าจะมีคนที่สามารถปกปิดตนเองได้มิดชิดขนาดนั้นอยู่ด้วย ”
คนผู้นี้พยายามมองดูพลังภายในร่างกายของหลี่หยางแต่ว่าแม้เขาจะมีสายตาที่ช่างสังเกตเพียงใดก็ไม่สามารถมองพลังที่อยู่ภายในร่างกายของหลี่หยางได้ว่าเป็นลมปราณแขนงใด
ในขณะเดียวกันภายในห้องหลังจากที่คนของสมาคมเดินออกไปหลี่หยางที่กำลังนั่งกอดอกอยู่พูดขึ้น “คนผู้นั้นสังเกตข้าอยู่ตลอดเวลาคงจะสงสัยในตัวตนของข้าอยู่ไม่น้อย ”
หลี่หยางเองก็รู้เช่นเดียวกันว่าคนผู้นั้นพยายามสังเกตเขาอยู่ตลอดเวลาแต่เพราะว่าเขาสวมใส่หน้ากากอสูรอยู่ มันเลยไม่สามารถสังเกตเห็นได้
หลังจากนั้นพวกเขานั่งรออยู่ภายในห้องต้อนรับของสมาพันธ์จอมยุทธอีกสักพักใหญ่ๆ
ป๋ายจินกลับมาภายในห้องอีกครั้งพร้อมกับป้ายสมาพันธ์จอมยุทธพวกเขานั้นเป็นจอมยุทธระดับทองแดงที่อยู่ในขั้นต่ำที่สุด
ป้ายถูกนำมาส่งมอบถือมือแต่เมื่อส่งมอบป้ายเสร็จเรียบร้อยป๋ายจินที่กำลังยืนอยู่บริเวณหัวโต๊ะทำการพูดขึ้น“ ไหนๆพวกท่านก็เดินทางมาได้ถูกจังหวะแล้วอยู่ที่นี่อีกสักสองวันเป็นอย่างไร ”
อี้ชิงมองอย่างรวดเร็วก่อนจะถาม “ ที่บอกว่าอยู่อีกสองวันหมายความว่าอย่างไรสองวันต่อจากนี้จะมีอันใดเกิดขึ้นอย่างนั้นรึ?? ”
คำพูดของอีกฝ่ายแฝงเร้นเลศนัยเอาไว้หลายส่วนมันเลยทำให้เขานั้นรู้ว่าน่าจะมีบางอย่าง
ป๋ายจินกล่าวด้วยรอยยิ้มอย่างไม่ปกปิดว่า “อีกสองวันที่สมาพันธ์จอมยุทธ์ของหมู่บ้านไร้นามแห่งนี้จะมีงานใหญ่จัดขึ้นเป็นงานชุมนุมจอมยุทธของหมู่บ้านไร้นามมีแขกมากมายเดินทางมาด้วยเพราะแบบนั้นพวกท่านเองก็น่าจะอยู่เข้าร่วมด้วย”
“ ภายในงานแห่งนั้นมีคนมากมายมาเข้าร่วมบางทีอาจจะมีจอมยุทธป้ายหยกเดินทางมาด้วยก็ได้”
หลี่หยางที่กำลังนั่งอยู่ด้วยท่าทางกอดอกอย่างเรียบเฉยดวงตาของเขาเหลือบไปมองคนผู้นั้นหนึ่งจังหวะเขาแสดงความสนใจเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอยู่หลายส่วน
อี้ชิงทำการหั่นใบหน้าของตัวเองไปหานายท่านของตนหลี่หยางผงกหัวตอบรับกลับมา
อี้ชิงได้รับคำสั่งเช่นนั้นหันกลับไปมองที่คนของสมาพันธ์จอมยุทธอีกครั้งแล้วกล่าว“ ได้ขอรับถ้าจะทำการอยู่ตามคำเชิญ ”
…
หลังจากที่จัดการเกี่ยวกับเรื่องของสมาพันธ์จอมยุทธเสร็จเรียบร้อยพวกเขาได้ทำการเดินทางกลับมาที่โรงเตี๊ยม
เข้ามาภายในห้องพักของตนเอง หลี่หยางถอดหน้ากากที่ตนเองสวมใส่ออกเดินตรงไปนั่งบริเวณโต๊ะใจกลางห้องหนิงเอ๋อร์ทำการวิ่งไปเตรียมน้ำชาอย่างรวดเร็วตรงกับมาแล้วก็รินน้ำชาให้กับนายท่านของตนเอง
อี้ชิงและหลันเซ่อนั่งลงที่เก้าอี้ฝั่งตรงข้ามของหลี่หยาง
หลันเซ่อผู้ที่เปิดปากถามออกมาก่อน “ นายท่านจะอยู่จริงๆอย่างนั้นหรือขอรับ? ”
หลี่หยางยกถ้วยน้ำชาที่เพิ่งถูกรินจนเต็มด้านหน้าขึ้นมาดื่มอย่างช้าๆก่อนจะตอบกลับไป“ มันก็น่าสนใจดีไม่ใช่รึ? ตอนนี้ถ้าทำอะไรเสร็จหรือยังเสร็จก่อนเวลากำหนดเหลือเวลาอีกเป็นเดือนเพราะแบบนั้นการจะอยู่เข้าร่วมงานในครั้งนี้มันเองก็น่าจะทำให้ข้าได้เปิดหูเปิดตาอยู่บ้าง?”
หลี่หยางอันที่จริงแล้วภายในใจของเขาโดนคำว่าจอมยุทธป้ายหยกออกมาหลอกล่อเขานั้นอยากจะเจอจอมยุทธ์ป้ายหยกจริงๆว่าจะแข็งแกร่งเพียงใด
อี้ชิงกำลังนั่งอยู่ยื่นหน้าเข้ามาใกล้ๆแล้วก็พูด “แต่ว่าเรื่องนี้นายท่านเองก็จำเป็นจะต้องระวังนะขอรับ ”
หลี่หยางหันไปมองเอียงข้อสงสัย “หมายความว่าอย่างไรที่บอกว่าต้องระวัง? ”
“ ก็ส่วนใหญ่แล้วภายในสถานการณ์เช่นนี้ถ้ามีการชุมนุมจอมยุทธขึ้นมาบางทีอาจจะมีคนของราชวงศ์เดินทางมาด้วยก็ได้ ”
“ แม้ว่าหมู่บ้านไร้นามแห่งนี้จะเป็นสมาพันธ์จอมยุทธที่ไม่ตั้งอยู่ภายในเมืองแต่ว่าความใหญ่โตของสถานที่แห่งนี้เรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในสาขาที่ใหญ่ที่สุดของสมาพันธ์จอมยุทธภายในดินแดนห้าธาตุเลยก็ได้เพราะแบบนั้นมันอาจจะมีโอกาสเป็นอย่างมากที่ว่าในครั้งนี้จะมีคนของราชวงศ์เดินทางมาด้วย”
“ เพราะนั้นถ้ามีคนของราชวงศ์เดินทางมาด้วยบางทีอาจจะมีคนจำได้ว่านายท่านเป็นคนของตระกูลหลี่” อี้ชิงยังคงกำชับนายของตนเองในเรื่องที่จำเป็นจะต้องปิดตนเองเอาไว้
หลี่หยางแสดงใบหน้าเรียบเฉย ก่อนที่จะพยักหน้าตอบรับกลับไป
“ ถึงอย่างไรก็มีเวลาอยู่ที่หมู่บ้านแห่งนี้สองวันถ้าเช่นนั้นพวกเราจะกระทำอันใดดี? ” หลันเซ่อพูดขึ้นพร้อมกับเอียงคอคนผู้นี้ไม่มีหลักแหล่งที่แน่นอนที่ผ่านมาเขาใช้ชีวิตอย่างตามใจและอิสระโดยทั่วไปแล้วก็จะไม่อยู่กับที่
เพราะแบบนั้นในครั้งนี้ที่ต้องมาปักหลักอยู่ที่สถานที่แห่งนี้มันเลยกลายเป็นว่าตัวของเขารู้สึกเบื่อหน่ายในระดับหนึ่ง
หลี่หยางยกยิ้มที่มุมปากดวงตาของเขามองตรงไปยังบริเวณหน้าต่างที่ถูกเปิดเอาไว้ทิศทางที่ตรงกับบริเวณหน้าต่างมันน่าจะเป็นบริเวณป่าด้านนอกหมู่บ้าน
หลี่หยางจึงทำการยกยิ้มและพูดขึ้นมา “เจ้าไม่ลองออกไปบริเวณชายป่านอกหมู่บ้านดูล่ะบริเวณนั้นน่าจะมีหมีหิมะอยู่ไม่ใช่น้อยลงไปต่อสู้กับมันน่าจะทำให้เช่าเพิ่มความแข็งแกร่งได้”
หลันเซ่อได้ยินเช่นนั้นดวงตาเปล่งประกายเขาทำการลุกขึ้นอย่างรวดเร็วมือทั้งสองข้างประสานกันกล่าวออกไปอย่างเข้มแข็ง “ขอบคุณนายท่านที่ชี้แนะ!!! ข้ายังไม่เคยสู้กับหมีเลยในครั้งนี้น่าจะเป็นโอกาสที่ดี”
หลี่หยางที่กำลังนั่งอยู่ถ้วยน้ำชาภายในมือของเขาถึงกับนิ่งสนิทใบหน้าอึ้งไปชั่วขณะพลางคิดในใจ ‘ เอาจริงงั้นรึพูดออกไปเล่นๆเจ้านี่คิดจะทำตามคำแนะนำจริงๆ?’
หลังจากนั้นหลี่หยางก็ทำการพักอยู่ที่หมู่บ้านไร้นามเป็นเวลาสองวันเพื่อที่จะรอวันชุมนุมจอมยุทธแห่งหมู่บ้านไร้นามเดินทางมาถึงในการชุมนุมจอมยุทธ์ในครั้งนี้เขาอยากจะทำการเข้าร่วมเพื่ออยากจะเปิดหูเปิดตามองดูจอมยุทธในใต้หล้าของดินแดนแห่งนี้สักหน่อยว่าเป็นอย่างไรบ้าง
ช่วงเวลาสองวันนั้นผ่านพ้นไปอย่างรวดเร็วเดินทางมาถึงในวันที่จะมีงานชุมนุมจอมยุทธของหมู่บ้านไร้นามจัดขึ้น
จบบท