ั์เนตรวาวเยิ้มไปด้วยแรงปรารถนาวูบไหวกับความแปลกใหม่ที่กำลังพบเจอ แต่ไม่รอช้าปฏิบัติตามผู้ใหญ่ที่นำทาง ดึงกางเกงตัวเองลงพร้อมชิ้นผ้าซับในพร้อมๆ กัน
แต่ดวงตาไม่สามารถละไปจากภาพท่อนเนื้อเรียบเนียนที่น้ำใสวาวผุดปลายหัวดั่งรอคอยให้เลียชิมได้
มองได้แวบเดียวเท่านั้น คอกลับถูกดึงรั้งเล็กน้อยตามด้วยใบหน้าคมสันเลื่อนมาจูบดูดดื่มอีกครา ฝ่ามือผู้นำทางโอบรอบสองท่อนเนื้อเข้าหากัน ธานินท์เริ่มเปร่งเสียงยามฝ่ามืออุ่นร้อนกว้างขยับโอบขึ้นลงเชื่องช้า
“อืม”
ลมแ่ออกจากปากราวกับไร้เรี่ยวแรง ไม่นานโชตะดึงรั้งมือเด็กหนุ่มให้กอบกุมแทนเพื่อตัวเองจะได้ไล่ชิมเนื้อหวานตรงหน้า
“กำแน่นอีก”
ธานินท์มองเนื้อในมือและทำตามอย่างไม่เกี่ยง คราบน้ำฉ่ำวาวรอบเนื้อยิ่งเพิ่มมวนให้ความเสียวซ่านพลุ่งพล่าน ขยับเป็จังหวะจนได้รับเสียงครางกลับมา ไม่รอช้าลงแรงหนักขึ้นอีก
ทั้งสองขบกลั้นไม่ให้เสียงดังมาก เพราะยังอยู่ในห้องน้ำ
แต่นี่ล่ะทรมานยิ่งกว่า
“พี่มาร์ช…”
ผู้มากประสบการณ์เวียนเล่นกลับซอกคอหนาขาวกรุ่น ฝืนไม่ให้กัดเพราะเกรงว่าจะเป็รอย แต่ถ้าได้อยู่บนเตียงด้วยกันเมื่อไหร่
เขาไม่ปล่อยให้มันเรียบเนียนปกติแบบนี้แน่
ริมฝีปากอิ่มขบกัดเข้าหากันยามใบหน้าคมสันแตะไต่ลงมากลางอก พรบจูบอย่างจงใจกลางจุกหน้าอก ซ้ำยังขบกัดจนดันเด้งสู้เนื้อผ้า คราบชื้นเหนียวเย็นหวาบผ่านเสื้อพลอยให้ห้วงขุมขนลุกชันเรียงตัวระนาว ธานินท์กัดกรามระบายความอัดอั้นจากการโดนเล้าโลมเต็มเหนี่ยว
“เร็วอีก”
โชตะละจากเนินอกกว้าง ใจจริงเขาอยากถลกเสื้อนี้ให้ออกไปไกลๆ แต่ขณะเดียวกันก็อยากปลุกปั่นอารมณ์ของธานินท์ให้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และเรื่อยๆ
สายตาก้มมองส่วนล่างที่ถูกจับแนบสนิท นอกจากเด็กนี่จะจูบเก่ง มือหนาๆ ใหญ่ๆ นี่ก็รู้จังหวะดีเสียด้วย ไม่ต้องสงสัยว่าถ้าเป็เอวจะดีขนาดไหน เงยหน้าเล็กน้อยสบประสานตา จงใจพูดยั่วยวนหวังให้เดือดด่านอีกขั้น
“เก่งนะเนี่ย”
ชมแล้วกดปากแนบชิดพลางกัดเนื้อปากนิ่มหนึ่งทีอย่างยั่วยวน
ทันใดนั้นท้ายทอยก็ถูกดึงรั้งให้แนบชิดก่อนจะถูกจับแลกลิ้นอีกรอบ ในยามที่ปากโจมตีกับปากเขา อีกมือขยับกำระหว่างสองเนื้อที่พันไม่รอบรักษาความเร็วต่อเนื่อง
สองริมฝีปากที่แนบสนิทกันครางชิดกันยามความสุขสมใกล้เวียนมาถึง โชตะผละหน้ามาซบบ่ากว้างแล้วคำรามเสียงดัง ตามด้วยความหยาดหนืดเย็นเฉียบรอบเนื้อจึงก้มมองอย่างเหน็ดเหนื่อย
เสร็จสมทั้งคู่
“จับไว้ก่อนนะ”
พร่ำบอกเด็กหนุ่มที่หอบหายใจไม่ต่างกัน สภาพคือหนังเรทดีๆ นี่เอง
คว้าทิชชู่หลายแผ่นมาเช็ดซับทั่วเนื้อที่เปื้อนคราบขาว ก่อนจะจับมือหนากว้างมาเช็ดซับให้จรดทั่วซอกนิ้วอย่างใส่ใจ
“โทษทีที่ใจร้อน”
สีหน้าของธานินท์กลับเข้าสู่โหมดปกติแล้ว ก็คือไอ้หน้าตื่นๆ ปนเขินอาย หรือพูดง่ายๆ ก็คือหน้าที่เห็นแล้วเขาเก็บเอาไปคิดวนเวียนหมกมุ่นปานโรคจิต
เย็นไว้ไอ้มาร์ช น้องไม่ได้หนีไปไหน
ยามสองหนุ่มขยับเสื้อและกางเกงให้เข้าที่เข้าทางดังเดิม โชตะทาบมือลงไปข้างแก้มเรียบเนียนไร้หนวดเคราเล็กน้อย เอ็นตัวโน้มหน้าเข้าใกล้
และยิ้มกริ่มกับปฏิกิริยาหลับตาพริ้มรอคอย
“รอนี่ก่อน เดี๋ยวพี่ไปซื้อน้ำมาให้เช็ดอีกรอบ”
“.......”
หลังซื้อน้ำมาเพื่อเช็ดทำความสะอาดพอให้สบายเนื้อสบายตัวทั้งคู่ โชตะก็พาเด็กหนุ่มไปทานร้านอาหารใกล้ๆ
พอได้….เสร็จ หัวก็ปลอดโปร่งโล่งใช้เวลาได้อย่างสบายใจ เขาชวนธานินท์คุยหลายเื่เหมือนที่ผ่านมา แต่จับได้หลายรอบเช่นกันว่าถูกมองตามไม่ว่างเว้น ตอนโดนจับได้ก็หลีกหนีเขาให้วุ่น
“ผมขอเลขบัญชีหน่อยได้ไหมครับ”
ทันทีที่รถยนต์คันหรูเลื่อนมาส่งตรงถึงหน้าหอ เด็กหนุ่มก็ทวงขอเลขบัญชีทันที เหตุเพราะเขาแอบจ่ายเงินก่อนมื้อค่ำด้วยกันจบลง
ไม่เช่นนั้นค่าอาหารรวมเกือบพันนั่นธานินท์ต้องไม่ให้เขาจ่ายแน่ และเป็ไปตามคาดการณ์ที่กำลังหาทางคืนเงินให้ได้
“ไว้เลี้ยงพี่กลับคราวหลัง”
สีหน้านั่นดูไม่ค่อยพอใจกับคำตอบ จึงยิ้มขำออกมาอย่างชอบใจ จงใจหลุบมองกลีบปากหยักอิ่มด้วยสายตาเป็นัยอย่างเจตนาแล้ววกกลับไปยังดวงตาคู่คมอีกรอบ
แน้วโน้มตามการคาดคะเน ธานินท์คงไม่เกี่ยงอะไรทั้งนั้นถ้าเขาอยากมีเซ็กส์ด้วยวันนี้ หรือแม้แต่ในห้องน้ำนั่น แต่เขาอยากปลุกปั่นในความ้าของเด็กผู้ชายนิ่งๆ ที่เหมือนไม่ถือสาอะไรกับเขามาก ให้ถึงจุดที่ธานินท์ทนไม่ไหวอยากได้เขา
“อังคารหน้า”
เซ็กส์น่าจะสนุกขึ้นหลายเท่า
“พี่มีรางวัลให้ถ้าเจย์ชนะ”
“......รางวัลอะไรครับ”
ร่างสูงมองมานิ่งสนิทแต่ยังไงก็ตามเด็กคนนี้น่าจะอ่านความหมายแอบแฝงออก
โชตะเอื้อมมือไปจับฝ่ามือกว้างที่คาบนตักขึ้นมา ซึ่งมือหนาๆ ที่เขาถูกใจหนักหนานี้โอนอ่อนไม่ฝืนเกร็งปล่อยให้จับต้องตามที่รุ่นพี่้า
ั์เนตรสั่นระริกยามริมฝีปากอิ่มกดจูบลงบริเวณเรียวนิ้ว ก่อนที่โชตะจะนำสองนิ้วชี้และกลางเข้าปากไปจนสุดโคนนิ้ว ััอุ่นร้อนตามด้วยเรียวลิ้นตวัดหนึ่งทีทำสติที่คุมอยู่เริ่มหลุดลอย มองกลีบปากอิ่มที่เลื่อนห่างออกอย่างเชื่องช้าตาวาว
“ถ้าเจย์เข้ารอบ เจย์ใช้นิ้วกับพี่ได้”
ปฏิกิริยาตรงหน้าน่าพึงใจ ยามคิดว่าได้ผลจึงปล่อยมือหนาที่เปื้อนคราบน้ำใสออก ทว่าเขาประเมินความร้ายกาจของเด็กหนุ่มไม่ทัน
มือนั่นรั้งจับข้อมือเขาไว้แทน
“แล้วถ้าผมแพ้….พี่มีรางวัลปลอบใจผมไหม”
ความคาดหวังผ่านดวงตาเล็กๆ นั่นเรียกรอยยิ้มติดมาทั่วใบหน้าอีกครั้ง
“ได้คืบจะเอาศอกนะเนี่ย”
“เอาทำไมครับศอก”
เลิกคิ้วกับคำโต้ตอบทันที ยิ้มหัวเราะพลางรั้งข้อมือกลับนุ่มนวลพอไม่ให้เสียมารยาท และธานินท์ก็ยอมปล่อยแต่โดยดี ส่วนรอยยิ้มที่ได้แถมกลับมาเพิ่มความกระชุ่มกระชวยในหัวใจได้เป็อย่างดี ย้ำเติมความจริงที่ว่า…
เขากำลังโดนเด็กเล่น
“พี่ไม่มีรางวัลปลอบใจ”
“.........”
“เพราะยังไงเจย์ก็เข้ารอบอยู่แล้ว”
ว่าแล้วก็ยื่นมือไปขยี้ผมนิ่มอีกรอบพร้อมขำระลอกหนึ่ง หารู้ไม่ว่าััเล็กๆ น้อยๆ เพียงนิดส่งผลมหาศาลต่อความรู้สึกอีกคนมากเพียงใด…
วันแข่งขันของจริงเวียนมาถึง เขาพึ่งรู้เช่นกันว่าธานินท์เลือกแข่งในโซนจังหวัดนครปฐม
“ป๊าด เด็กมึงยี่สิบจริงดิ?”
ส่วนคนที่กำลังชื่นชมรูปร่างธานินท์ข้างๆ เขาตอนนี้คือ ‘ภูศิษ’ หรือ ‘คอปป์’ สามีของพี่สาวเขาที่สนิทมาั้แ่ที่ทั้งคู่คบกันใหม่ๆ และทั้งคู่ก็พึ่งเข้าพิธีวิวาห์ใช้ชีวิตแบบครอบครัวกันจริงๆ จังๆ ั้แ่ปีที่ผ่านมา
ความเป็กันเองของผู้ชายคนนี้จึงทำให้ความสัมพันธ์เขากับอีกฝ่ายสมานฉันท์ขั้นด่ากัน เขาเลยสนิทกับภูศิษมาโดยตลอด
ภูศิษแสดงท่าทีตะลึงงันชัดเจนหลังเขาชี้ไปยังธานินท์ที่กำลังยืนคุยกับผู้เข้าแข่งขันคนอื่นๆ ตรงโซนเตรียมตัว ใช้สิทธิ์อวดว่าเป็เด็กในสังกัด
ส่วนไอ้ซิคแพ็คสวยๆ กล้ามแน่นปึกนั่นล่อตาล่อใจหญิงชายทั่วสนามแข่ง
“ชื่อเจย์ เรียนสาขาเดียวกับผม น้องอยู่ปีสอง”
“ดีว่ะ หุ่นขนาดนี้ กูปั้นอยู่สามสี่ปีกว่าจะได้”
ความจริงวันนี้โชตะชวนเพื่อนสนิทอย่างอธิศมาชมการแข่งขันวันนี้ แต่มันติดสาวเลยต้องหาชวนคนอื่นมาแทน
โชคดีประจวบเหมาะภูศิษทักมา ที่สำคัญพี่เขยเขาคนนี้ทำงานในสมาคมเกี่ยวกับการว่ายน้ำของประเทศ วันนี้เป็วันพักผ่อนหลังจากไปตรวจตาการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศทางภาคเหนือ เป็โอกาสอันดีจึงลากมาดูความสามารถของเด็กตัวเอง
ระหว่างนั่งมองอาหารตาระยะไกล รีบยกมือโบกเล็กน้อยยามเสี้ยวหน้าคมสันที่เก็บผมไว้ใต้หมวกสีดำเงยมองมา
“มึงบอกน้องเขาป่ะเนี่ยว่าพากูมาด้วย”
“ไม่ได้บอก”
“ไม่ใช่ว่าเข้าใจว่ากูกับมึงมีซัมติงกันนะ”
ขำขันแ่เบาอย่างชอบใจ เฝ้ามองร่างสูงใหญ่ไม่ละสายตา
ว่าไปก็เริ่มนึกภาพที่ธานินท์หวงเขาไม่ออก ไอ้ท่าทีนิ่งๆ นั่นไม่น่าจะหึงได้ ส่วนอีกเื่….คงไม่มีเื่ให้มาหึงหวงกัน
“แล้วกัสแข่งวันไหน เห็นได้ยินมาผ่านๆ”
โชตะชะงักยิ่งกว่าชะงักทันที
ตาย! เขาลืมเสียสนิทว่าน้องชายตัวเองก็แพลนจะเข้าแข่งรายการระดับชาตินี้เหมือนกัน
“ถ้าจำไม่ผิดเร็วๆ นี้เหมือนกันครับ”
“อย่าบอกนะจำของเด็กได้ แต่จำของน้องตัวเองไม่ได้”
เขากับน้องชายวันนึงนี่แทบจะเจอกันบ้างไหมนะ แม้จะเรียนมหาวิทยาลัยเดียวกันหรือแม้กระทั่งนานๆ ทีกลับไปเยี่ยมบ้านพ่อแม่ที่มี ‘สิงหา’ อาศัยอยู่ด้วย เบ็ดเสร็จตกเดือนละไม่กี่ครั้งเท่านั้น ล่าสุดก็ตอนที่พาไปกินราเม็งร้านที่ธานินท์ทำงานพาร์ทไทม์
ยิ่งโตยิ่งต่างใช้ชีวิตของตัวเอง สิงหาเองก็มีชีวิตส่วนตัวกับเพื่อนและเที่ยวเล่นอย่างที่เป็ เขาก็เช่นเดียวกัน
คงไม่ใช่เื่ใหญ่อะไร เพราะสิงหาก็ไม่ได้บอกอะไรเขาทั้งนั้นเกี่ยวกับโปรแกรมแข่งฝั่งตัวเอง
ไม่นานการแข่งขันรอบที่ธานินท์ลงสมัครไปก็เริ่มขึ้น ฟรีสไตล์ระยะหนึ่งพันห้าร้อยเมตรนี้เขาเชื่อลึกๆ ว่าเด็กหนุ่มคนนี้ผ่านฉลุยแน่นอน
ลู่น้ำหลายคนยืนเรียงเตรียมตัว ทันทีที่เสียงให้สัญญาณดังขึ้นทุกคนก็พุ่งลงน้ำรวดเร็วจนมองตามไม่ทัน เวลาดำเนินไปเพียงยี่สิบวินาที ธานินท์กลับแตะขอบเป็คนแรกแล้วพลิกตัวสะบัดกลับทางอีกฝั่งต่อจนทั่วสนามส่งเสียงดัง
“โห คนอื่นกลับบ้านเหอะถ้าเด็กมึงจะว่ายไวขนาดนี้”
คำชมสร้างสรรค์ยังออกมาจากภูศิษเรื่อยๆ ในฐานะคนที่คลุกคลีกับวงการนี้มานาน เด็กคนนี้ดูทรงน่าจะทำได้เร็วขึ้นแน่ในอนาคตข้างหน้า
โชตะแทบนั่งไม่ติดที่นั่ง ผ่านไปร่วมสิบนาทีใกล้ครบรอบ แม้จะทิ้งห่างกับผู้เข้าแข่งขันคนอื่น แต่ทุกอย่างรู้สึกกดดันไปหมด แค่นั่งเชียร์ยังหายใจไม่ทั่วท้อง แล้วคนที่ผุบๆ โผล่ๆ เหนือน้ำเล่า
ไม่นานต่อจากนั้นผู้ที่ทำระยะได้ครบรอบและโผล่เหนือน้ำในที่สุดหลังผ่านร่วมเกือบสิบเก้านาทีเป็คนแรก….ก็คือเด็กเขาเอง
ให้มันได้อย่างนี้!
่เย็นธานินท์จำต้องกลับบ้านกับพี่เขยเพื่อไปทานมื้อเย็นร่วมกับครอบครัว ทว่าเขากลับได้กลิ่นลางๆ บางอย่างใกล้เข้ามา
ไม่มีสักครั้งที่สิงหาไม่มาร่วมทานข้าวกับครอบครัว นอกเหนือจากว่าจะยังไม่กลับมาจากข้างนอก แต่ครั้งนี้แปลกไป
“พี่โรส”
‘พิจิกา’ หรือ ‘โรส’ เ้าของใบหน้าสวยคมนี้เป็พี่สาวแท้ๆ ของเขาเอง หากนับตามความเป็จริง เขาแทบไม่ได้เจอพี่น้องท้องเดียวกันเลยด้วยซ้ำไม่ว่าจะพิจิกาหรือสิงหา
“กัสรู้ไหมว่าวันนี้ผมกับพี่คอปป์ไปไหน”
พิจิกาที่กำลังเก็บจานใบสุดท้ายหลังล้างเก็บเสร็จเลิกคิ้วอย่างแปลกใจ ตอบไปตามตรงเพราะไม่คิดว่ามีอะไรมาก
“รู้นะ เพราะพี่พูดอยู่ว่ามาร์ชกับคอปป์จะมาช้าเพราะไปดูเพื่อนว่ายน้ำ”
จบกัน!
ท่าทีคอตกเกาหัวนั่นพลอยให้พี่สาวมองตามอย่างงงัน
“ทำไม หรือโกรธอะไรกัน”
“ไม่มีอะไรครับ”
เขาไม่ควรโทษใครทั้งนั้น ไม่ว่าจะพิจิกาหรือภูษิต ทุกคนต่างบอกกันตามปกติอย่างที่ควรจะเป็ หลักๆ คือเขาที่ละเลยน้องชายตัวเอง
แม้จะยังไม่ได้เห็นหน้าหรือพูดคุยกัน เขาอ่านใจน้องชายตัวเองออกหมดสิ้น เด็กนี่ขี้งอนเป็ทุนเดิม
ก๊อก ก๊อก
เสี่ยงมาเคาะประตูห้องนอนหวังหว่านล้อมชวนพูดคุยเื่การแข่งขัน ประตูเปิดออกในวินาทีถัดมา
…..ส่วนสีหน้าแววตาที่กำลังเห็นขณะนี้ ชัดยิ่งกว่าชัด
“นอนหรือยัง”
“จะนอนแล้ว”
สิงหาที่สูงพอกันกับเขาอยู่ในชุดนอนเรียบร้อยเบี่ยงสายตาหนี ทำท่าเหมือนไม่อยากมองกันนัก สร้างความหนักใจเงียบๆ ให้พี่ชาย
“พรุ่งนี้ทำอะไร ว่างไหม จะชวนไปเที่ยว”
“ไม่ว่าง”
“แล้วว่างวันไหน”
“ไม่แน่ใจ มีอะไรอีกไหม ผมจะนอนแล้ว”
จงใจเน้นประโยคหลังปิดการสนทนา ตอนนี้พึ่งเพียงสามทุ่มกว่าเท่านั้นและเขารู้นิสัยการนอนของน้องชายตัวเองดี ตีสี่นู่นเด็กนี่ถึงนอน
ครั้นจะบังคับให้มาพูดกันตรงๆ ก็กลัวว่าจะทำทุกอย่างให้แย่ลง คงต้องปล่อยให้อยู่กับตัวเองไปก่อน
“ไม่เป็ไร งั้น-”
สิ้นคำประตูก็ถูกปิดลงอัดหน้าทันที
“แน่ใจนะว่าไม่ได้โกรธกัน”
พิจิกาที่เดินขึ้นบันไดมาทักน้องชายของตนที่ดูทรงไม่ค่อยดีนัก กอดอกจดจ้องรอคอยคำแก้ตัว
คนที่เตรียมตัวคิดหาทางง้อเพิ่มถอนหายใจและกรอกตาขึ้นบนอย่างเหนื่อยหน่าย…..
ร่างสูงใหญ่ยืนหยุดบริเวณใต้ตึกเรียนประจำคณะ ในมือพิมพ์ระรัวเพื่อจัดการตารางงานพาร์ทไทม์ของตน ธานินท์ตาพร่างพรายกับไอเดียนึงที่บรรเจิด โฟกัสไปที่ช่องแชทหนึ่งในมือถือ
แรงประทะ่แขนทำเอาโทรศัพท์ตกกระทบพื้นปูนเสียงดัง
ั์เนตรเหลือบมองสาเหตุทันที แต่ก็เป็อีกครั้งเดิมๆ ที่เขาเห็นสายตาจากผู้ชายตรงหน้า
“โทษที ไม่ได้ตั้งใจ”
สิงหา ผู้ชายเขาที่เกลียดเขาเข้าไส้เข้าพุงมาั้แ่ไหนแต่ไร เขาไม่เคยเป็เพื่อนกับหมอนี่ แค่่มอปลายบังเอิญเรียนโรงเรียนเดียวกันจวบจนมหาวิทยาลัย โชคดีที่ยังไม่ได้เรียนสาขาเดียวกัน ไม่เช่นนั้นต้องมีเืตกยางออกไปข้าง
ขนาดไม่เคยคุยหรือคบกันแบบเพื่อนหมอนี่ยังเกลียดเขาขนาดนี้
ั์เนตรคู่คมที่เสมือนโชตะไม่ผิดเพี้ยนมองเขาหัวจรดเท้า ไม่คิดช่วยเก็บโทรศัพท์ใดๆ แล้วเดินจากไปในที่สุด ก้มมองโทรศัพท์ตัวเองที่หน้าจอแตกร้าวอย่างเหนื่อยใจ….