เมี่ยนจือนางยกยิ้ม เจ้าเล่ห์ ไต่ถามอี้เฉินในทันที "อี้เฉินการเปิดเส้นลมปราณเซียนในตำนานสองเส้น เจ้าทำอะไรได้บ้าง อย่างนั้นหรือ เจ้าช่วยแสดงให้ข้าดูหน่อยได้หรือไม่ ว่ามันจะแตกต่างจากจอมยุทธ์ที่เปิดเส้นลมปราณเซียน เส้นเดียวมากถึงเพียงใด"
สิ้นคำพูดของเมี่ยนจือ ร่างเพรียวบาง อ้อนแอ้นของเยว่ชิงเซียนก็สั่นไหวขึ้นมาน้อยๆ รับรู้ถึงความไม่ปลอดภัยของกายา หนังตากระตุกถี่ยิบ เมื่อในกรอบสายตานาง มองเห็นแสงแวบหนึ่งจากสายตาอี้เฉิน ฉับพลันร่างอี้เฉิน ก็พุ่งเข้าหา ตัวนางราวกับร่างเงาที่วูบไหว สืบฝีเท้าพุ่งปราดมาด้วยความปราดเปรียว และแข็งกร้าว
ฝีเท้าของหญิงสาวถอยห่างในทันใด ก่อนส่งฝ่ามือ โจมตีออกมาด้านหน้าอย่างไม่เก็บออมแรง ทว่าด้วยความเร็วของอี้เฉิน ที่ราวกับเป็นภูตพราย ฝ่ามือของนาง ที่ซัดออกไปหลายครั้งหลายหน ต่างก็ไม่โดนเป้าหมาย เยว่ชิงเซียนแค่นเสียงดุ กล่าวพูดออกมาในทันใดด้วยความไม่จำยอม
"นี่หรือคือการตอบแทนของเจ้าอี้เฉิน เจ้าอย่าลืมข้าพึ่งจะช่วยเจ้ามาเองนะ หรือเจ้าคิดจะลำเลิกบุญคุณข้าในยามนี้"
อี้เฉินที่เริ่มพุ่ง กอดรัดฟัดเหวี่ยง ปัดป้องการโจมตีของเยว่ชิงเซียน หลายสิบหลายร้อยกระบวนท่า จนหญิงสาวหายใจหนักถี่ หน้าอกกระเพื่อมไหว ด้วยความไม่จำยอม ริมฝีปากแดงน้อยเม้มไว้จนแน่นในทันใด ก่อนฝ่ามือขาว ของนางจะถูกอี้เฉิน คว้าหมับ จับล็อกแขนเข้าให้
อี้เฉิน กล่าวพูดออกมาอย่างไม่ลังเล "เหมือนข้าจะสามารถทำสิ่งนี้ได้" สิ้นเสียงอี้เฉิน เขาไม่รอช้า ฝ่ามือที่จับแขนเยว่ชิงเซียนไว้แน่น ส่งปราณพลังเข้าแทรกแซงทะเลความรู้ นางในทันที
ก่อนฝ่ามืออีกข้างอี้เฉิน จะแทงเข้ากลางอากาศที่ว่างเปล่า ก่อนเกิดมิติที่บิดเบี้ยวอย่างรุนแรง เมื่ออี้เฉินดึงมือออกมาจากมิติเผยให้เห็น ฝ่ามือที่มีกระบี่หยก อยู่ในมือ ทำให้เยว่ชิงเซียน เบิกตาออกกว้างจน รูม่านตาขยายออกจนสุด
"เจ้า! เจ้า! นั้นมันกระบี่หยกของข้า พลังของเจ้าสามารถ แทรกแซงมิติได้มากถึงขั้นนี้เลยหรืออี้เฉิน" เยว่ชิงเซียนกล่าวพูด ด้วยความไม่อยากเชื่อสายตา 'นี่มันไม่ต่างอะไรกับอี้เฉิน ไปอยู่ในขั้นพลังเซียนสวรรค์เลยไม่ใช่หรือ นางไม่คิดว่าอี้เฉินจะมีพลังไปอยู่ระดับผู้อาวุโส รับรู้ถึงความห่างชั้นที่มีต่ออี้เฉินในทันใด'
อี้เฉินคลี่ยิ้มออกมาด้วยความยินดี ก่อนจะลองหวดฟาดกระบี่หยก ออกไปด้านหน้า คลื่นรัศมีเข่นฆ่าขยายออกกว้าง ฉีกกระชากมิติแตกออกเป็นเสี่ยงๆ ในพริบตา ตัดผ่าบึงน้ำมืดเป็นทางยาวในฉับพลันที่หวดฟาด
ก่อนอี้เฉินปรายตา ชมกระบี่หยกในมืออยู่แวบหนึ่ง แล้วคืนให้หญิงสาวข้างกาย "ข้าคืนมันให้เจ้าเยว่ชิงเซียน" อย่างไรเขาก็ได้ตัวนางช่วยไว้ แม้หญิงสาวจะมีจิตใจคิดฆ่าสังหารเขาก็ตาม อย่างไรอี้เฉินก็ไม่คิดเอาเปรียบตัวนาง เขาเพียงส่งรอยยิ้มบางไปให้นางเท่านั้น
ทว่าเมี่ยนจือที่เห็นพลังในการแทรกแซงของอี้เฉิน นางกลับยิ้มกรุ้มกริ่ม ฉุกคิดแผนการร้าย หมายมั่นให้อี้เฉินออกไปปล้นชิงของล้ำค่าโดยพลัน
แม้แต่อี้เฉินยังรับรู้ รอยยิ้มที่ชั่วร้ายของเมี่ยนจือ ว่าเมี่ยนจือนางคิดอะไรอยู่ในยามนี้ อี้เฉินกล่าวพูด ห้ามปรามนางออกมาในทันที "ข้ารู้นะเมี่ยนจือ ว่าเจ้าคิดเรื่องชั่วร้ายอะไรอยู่ เจ้าเลิกคิดเรื่องบ้าบอพันนั้นเสีย"
ด้านเยว่ชิงเซียน นางเองก็ไม่สบอารมณ์เช่นกัน เมื่อฝ่ามือของนางยังถูกอี้เฉินกุมไว้แน่นไม่ยอมปล่อยมือนางออก "เจ้าจะปล่อยมือข้าได้หรือยัง"
อี้เฉินยิ้มเจื่อนในทันใด ก่อนจะปล่อยมือจากหญิงสาวด้วยความเสียดาย เยว่ชิงเซียนครั้นหลุดจากฝ่ามืออี้เฉินไปได้ นางจึงผ่อนใบหน้าที่บึ้งตึงลง ก่อนจะผ่อนลมหายใจออกมายาว กล่าวพูดออกมาด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง กลับมามีท่าทีเยือกเย็นอีกครา "ศึกชี้ชะตา ยามนี้คงเริ่มไปแล้วกระมัง เจ้าจะไปหรือไม่"
อี้เฉินยกยิ้มด้วยดวงตาทอประกายเจิดจ้า จนทำให้เยว่ชิงเซียนหนังตากระตุก น้อยๆ กับรอยยิ้มนั้นของอี้เฉิน "ข้ารับคำท้าว่าจะไปเข้าร่วมประลองในศึกชี้ชะตา แล้วข้าจะพลาดได้อย่างไรเล่า"
ในชั่วขณะที่อี้เฉินเอ่ยพูดเสร็จสิ้น เขาก็สัมผัสได้ถึงใครบางกลุ่ม มาเยือนยังสถานที่แห่งนี้ ก่อนอี้เฉินกับ เยว่ชิงเซียน ที่รับรู้ถึงห้วงมิติที่แตกร้าว อยู่ไม่ห่างจากที่พวกเขาอยู่เปิดแยกออกมา พวกเขาต่างก็จ้องมองไปที่รอยแตกของห้วงมิตินั้นอย่างไม่วางตา
เมี่ยนจือนางที่รับรู้ช้ากว่าอี้เฉินกับเยว่ชิงเซียน จากการที่นางไม่อาจหยั่งรู้ ห้วงมิติได้ ถึงกับขมวดคิ้วเข้าหากันเป็นปม เมื่อรับรู้ถึงผู้เปิดเส้นลมปราณเซียนมาเยือน ยังสถานที่แห่งนี้
ก่อนจะปรากฏร่างชายหนุ่ม ใบหน้าเกลี้ยงเกลาหล่อเหลา ให้ความรู้สึกว่าเป็นผู้ใหญ่ ที่อี้เฉินคุ้นเคยเป็นอย่างดี สืบเท้ามาพร้อมสตรี งามเพริศพริ้ง
อี้เฉินกล่าวอุทานออกมาในทันใด เมื่อเห็นมิตรสหาย "ซีเผิง ซีเยว่ กงหนาน เป็นพวกเจ้าเองหรือ ข้าไม่คิดเลยว่าท่านจะเปิดเส้นลมปราณเซียนในตำนานสำเร็จ"
เยว่ชิงเซียนกลับประหลาดใจ ที่ซีเผิงคนดินแดนเบื้องล่าง สามารถเปิดเส้นลมปราณเซียนในตำนานขึ้นมาได้ สีหน้าแววตา นางจึงเต็มเปี่ยมไปด้วยความไม่จำยอม เมื่อมีมด แมลง มายืนเทียบชั้นนาง
แม้แต่เมี่ยนจือที่จดจำสหายของอี้เฉินในยามอดีตได้ นางยังกำหมัดไว้จนแน่น ไม่คิดว่านางจะแพ้เด็กรุ่นหลังเฉกเช่นนี้ เสียงกัดกรามก่นด่า จึงดังเล็ดลอดออกมาตามไรฟันเอ่ยพูดพึมพำออกมาไม่ขาด
อี้เฉินที่เห็นปฏิกิริยาของทั้งสองสาว เขาถึงกับส่ายหัวออกมาน้อยๆ แม้อี้เฉินกับซีเผิง จะไม่ใช่ผู้สูงส่งแต่กำเนิด แต่พวกเขาก็ยังเชื่อมั่นว่า หากบากบั่น ฝ่าฟันไปในเส้นทางข้างหน้า อย่างไม่ย่อท้อ ก็สามารถข้ามขีดจำกัด ไปในเส้นทางข้างหน้าได้
ซีเผิงเขาที่เห็นอี้เฉินยังอยู่ดี ดูอ่อนเยาว์ลงไปราวกับเด็กอายุ18ปี แถมยังรับรู้ถึงแรงกดดัน ที่อี้เฉินปล่อยเล็ดลอดออกมาจากกายา เขาคลี่ยิ้มขึ้นมาด้วยความดีใจ "ข้ารับรู้ถึงปราณพลังที่ผิดแปลก จึงมั่นใจว่าเป็นเจ้าอี้เฉิน หากให้ข้าเทียบกับเจ้า ข้าจะเป็นอะไรได้ เจ้าคงสบายดีนะ" ก่อนซีเผิง จะกวาดสายตาไปมองสตรีทั้งสองที่อยู่ไม่ห่างจากอี้เฉินมากนัก ก่อนเขาจะเอ่ยพูดออกมาอีกครา
"หวังว่าพวกข้า คงจะไม่มาเป็นก้างขวางคอ ของพวกเจ้าหรอกกระมัง"
อี้เฉินปฏิเสธในทันควัน "ไม่ใช่อย่างที่พวกเจ้าคิด พวกเราแค่ เออ"
เมี่ยนจือก่นด่าออกมาในทันที "ไอ้หนู!!เจ้าอย่ามองข้า ด้วยสายตาเช่นนั้น ข้าเห็นเจ้ากับอี้เฉิน ตั้งแต่ขั้นพลังกระจอกงอกง่อย ภายในดินแดนเบื้องล่าง รู้เช่นนี้ข้า ฆ่าพวกเจ้าเสียก็ดี" แม้แต่เยว่ชิงเซียน ยังหน้าพองลมตุ๊บป่องกับคำพูดชายหนุ่มไปแล้วในยามนี้
อี้เฉิน ขำแห้งๆ ออกมาในทันที "แหะๆ" ทว่าคำพูดของเมี่ยนจือกับทำให้ซีเผิง ซีเยว่ กงหนาน ยิ้มไม่ออกในยามนี้ ต่างก็ปรายตามองเมี่ยนจือ ด้วยสายตาคมกล้า เข้าทิ่มแทงหญิงสาวในฉับพลัน จนทำให้เมี่ยนจือต้องหดตัวจนเล็กแคบ
ก่อนอี้เฉินจะตัดบทพูดที่ยุ่งวุ่นวายในยามนี้ "เรื่องอื่นเราไว้คุยกันที่หลังเถอะ ข้ารู้พวกเจ้ามีเรื่องมากมายอยากจะไต่ถาม แต่ข้าต้องไปเข้าร่วมศึกชี้ชะตา"
สิ้นคำพูดของอี้เฉิน ฝ่ามือของเขาก็โบกสะบัด ออกไปด้านหน้าอย่างรุนแรง ห้วงอากาศเกิดมิติผ่าแยกในฉับพลัน ก่อนพวกเขาจะสืบฝีเท้าตามอี้เฉินไปดูชมเรื่องสนุก ถึงแม้เยว่ชิงเซียน จะมีท่าทีอิดออดไม่คิดจะไป แต่ก็ตามฝีเท้าอี้เฉินไปอย่างว่าง่าย อยากจะเห็นศักยภาพอี้เฉินเองเต็มสองตา ว่าเขาอยู่ระดับไหนกันแน่ในยามนี้
เพียงไม่กี่พัน ฝีก้าวที่อี้เฉินสืบฝีเท้าภายในห้วงมิติแตกร้าว พร้อมกับกลุ่มเพื่อนของเขาไม่กี่ชั่วอึดใจพวกเขาก็มาถึง หุบเขาหม้อเพลิง ซึ่งเป็นสถานที่จัดงานประลองชี้ชะตา ฉับพลันห้วงมิติก็บิดเบี้ยวอย่างรุนแรง ก่อนจะแตกออกเป็นเสี่ยงๆ ราวกับกระจกที่แตกร้าว ก่อนกลุ่มของพวกอี้เฉินจะสืบฝีเท้าออกมาจากห้วงมิติที่แตกร้าว
หมู่ชนโดยรอบต่างก็ต้องหันไปมอง กลุ่มของอี้เฉินเป็นตาเดียว เมื่อรับรู้ได้ถึงผู้ที่เปิดเส้นลมปราณเซียนในตำนาน หยั่งรู้ ห้วงมิติ กลุ่มใหม่มาเยือน รอบด้านจึงเกิดความวุ่นวายโดยพลัน