ทลายสวรรค์ กลืนพิภพ

    ตอนที่ 51 ใบหน้าอันสมบูรณ์แบบ

    ถึงจะเสียพลังไปเยอะ แต่จะรอให้ผึ้งเหล่านี้โดนตัวไม่ได้เป็นอันขาดพิษมันค่อนข้างร้ายแรง  “นาฟเหวี่ยงหมัดออกไปข้างหน้าทันที  “ตูม!”  เสียงระเบิดราวกับเสียงปืนใหญ่ดังสนั่นไปทั้งสนาม  ผึ้งกว่าพันตัว ที่พุ่งเข้ามาแตกกระจายออกเป็นเสี่ยงๆ ในพริบตา 

      ผู้ชมรอบสนามยิ่งตกตะลึงกันไปใหญ่ “นะ นะ นี่มันพลังโจมตีอะไรกัน อยู่ระดับไหนกันแน่เหรอเกิดเป็นเสียงพูดคุยไปทั่วทั้งสนาม

    “ไม่นาน ม่านพลังที่คลุมสนามแข่งขันไว้ จู่ๆ  ก็ค่อยๆ หดลงราวกับฟองอากาศใสๆ หดตัวลงคลอบคลุมผึ้งดำเหล่านี้ไว้  บีบอัดจนเล็กมาก แล้วค่อยๆ ลอยกลับเข้าไปในโถของ ปีกมรณะ  เจ้าหน้าที่ของ โคลิเซี่ยม เริ่มเข้ามาเครียร์พื้นที่ หามปีกมรณะขึ้นเปล ออกไป  “ผู้ชมโดยรอบเริ่มทยอยกันออกนอกสนาม    “ส่วนนาฟเดินกลับเข้าฝั่ง B ตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่มีใครรู้

     

        “ขณะที่นาฟอยู่ที่ห้องรับรอง “ปี๊บๆ ๆ สัญญาณในบัตรสมาชิกก็ดังขึ้นมา ภาพฉายจากหน้าจอขึ้นบนอากาศ    “แจ้งรายการเงินเข้า”

    เดิมพัน 5 ล้านเหรียญ , เงินส่วนต่าง 10% จากการชนะการแข่งขัน  5 ล้านเหรียญ ยอดรวม 10 ล้านเหรียญ  

    นักสู้ “น้ำตาเลือด”เป็นอันดับรายชื่อนักสู้ลำดับที่ 28   แทน “ปีกมรณะ

     

    วันนั้นนาฟรอ จนถึงช่วงค่ำ ถึงออกจากโคลิเซี่ยม  สังเกตจากคนเริ่มกลับออกไปหมดแล้ว  “ก่อนหน้านั้นมีคนหลายกลุ่มมาดักรอนาฟไม่รู้ว่ามาดี มาร้าย อีกอย่างตอนนี้นาฟยังไม่อยากพบเจอใคร  

    ก่อนออกไปยังแอบมองไปที่ป้ายประกาศที่เริ่มประโคมข่าวเรื่อง”อันดับรายชื่อนักสู้ที่มีการเปลี่ยนแปลง ชื่อ”น้ำตาเลือด” เริ่มมีชื่อที่ป้ายประกาศ

     

       ค่ำคืนนั้นนาฟว่าจะแวะไปดู น้องสาวเหมยหลิน ว่าเป็นยังไงบ้าง ไม่ลืมที่จะแวะซื้ออาหารสดๆรสชาติอร่อยเพื่อไปแบ่งปันให้ ขณะเดินผ่านช่วงอาคารที่ 4ก่อนจะถึงทางเข้าอุโมงค์ อยู่ ๆ เด็กสาว วิ่งกระโจนออกมา มองเห็นนาฟ“พี่ชายช่วยด้วย! “พี่ชายช่วยด้วย!

    เหมยหลินวิ่งหนี มาถึงตัว นาฟ รีบกระโดดเกาะแขนนาฟไว้  “พี่ชายช่วยด้วย! พวกมันจับคนข้างล่างไปหมดแล้ว

    มีชายฉกรรจ์ 3 คน ใส่ชุดสูทสีดำวิ่งตาม เหมยหลินมา  จู่ๆ ก็หยุดกะทันหันชายฉกรรจ์มองเห็นเด็กหนุ่ม ที่อยู่ข้างเด็กสาว แล้วทั้งสามก็ถอยกลับออกไป

    นาฟ ที่มองเห็นเหตุการณ์อยู่แล้ว  “เหมยหลิน เจ้าเป็นอะไรรึเปล่า?

      “ไม่เป็นไร  พี่ชายนาฟ มาทันเวลาพอดี ไม่งั้นข้าคง!

     “พวกคนข้างล่างโดนจับไปหมดเลยเหรอ

      “ใช่ค่ะ!พวกมัน พวกสมาคมใต้ดิน

     

     

      นาฟอยากจะตามพวกมันไปแต่วันนี้คงไม่เหมาะ พลังร่างกายหายไปมากอาจพลาดเสียทีให้พวกมันได้

     “งั้นวันนี้เจ้าไปอยู่กับข้าก่อน!    เหมยหลินมองหน้านาฟจากนั้นพยักหน้า

    นาฟพาเหมยหลินเดินทางโดย รถเคลื่อนพลังแบบเหมาเช่าให้ไปส่งเสียค่าใช้จ่ายเยอะหน่อยแต่มีความเป็นส่วนตัวมาก

    เพราะในการเดินทางไปแต่ละที่ ล้วนเต็มไปด้วยเจ้าหน้าที่ของอาณานิคม

    ถ้าคนเหล่านี้เห็น เหมยหลิน ในสภาพหน้าดำเปื้อนผงถ่าน เสื้อผ้าขาดคงรู้ทันทีว่าเป็น ผู้อพยพจากแดนนอก

    รถได้มาส่งบริเวณใกล้ๆ ที่พัก นาฟนึกได้ว่าต้องซื้อสินค้าจำพวกเสื้อผ้าเครื่องใช้ผู้หญิงเลยพาเหมยหลิงแวะร้านแลกสินค้าใกล้ๆ ที่พักก่อน

    ขณะนาฟเดินไปแลกซื้อสินค้าในร้าน  

    “เจ้าหน้าที่อาณานิคมที่รับหน้าที่ตรวจตราบริเวณนี้  เห็น เหมยหลิน ยืนอยู่หน้าร้านแลกซื้อสินค้า   ดูแล้วท่าทีแปลกๆ จึงตรงเข้ามาหาทันที  เหมยหลินเห็นว่าเจ้าหน้าที่กำลังเดินเข้ามาหาตน“ทำอะไรไม่ถูกขณะที่จะหันไปเรียกพี่ชาย  นาฟได้ออกมายืนอยู่หน้าเหมยหลินแล้ว

    พร้อมโชว์เครื่องหมายบางอย่าง ให้เจ้าหน้าที่ดู  เจ้าหน้าที่ถึงกับยืดตัวตรง

     “ขออภัยครับท่าน!  แล้วเดินจากไป

    เหมยหลิน มองภาพตรงหน้า อย่างแปลกใจ  “ท่านพี่ เป็นใคร?ไหนบอกว่าพึ่งเข้ามาจากแดนนอก

     

     

      “น้องสาวไม่ต้องกังวลไป ข้าแค่โชคดีได้เข้าทำงานที่หนึ่ง

    นาฟ พา เหมยหลิน ขึ้นไปที่ห้องพัก   “เหมยหลินถึงกับตกใจถึงความใหญ่โตหรูหรา  “ห้องพักของพี่ชายนี่หรูหรามากเลย ตั้งแต่เกิดมาข้าไม่เคยเห็นเลย     “ไม่ใช่ห้องของข้าหรอก! เป็นห้องของพี่สาวที่ร่วมงานด้วย    

    นาฟบอกวันนี้ไม่ต้องคิดอะไรมาก มีห้องว่างเหลืออีก 3ห้องให้เหมยหลินเลือกเอา  นาฟส่งเสื้อผ้าเครื่องใช้ผู้หญิงให้

    “น้องสาวไปทำความสะอาดล้างเนื้อ ล้างตัวก่อน แล้วออกมารับประทานอาหารกัน  เหมยหลินพยักหน้าเดินเข้าห้องไป

    นาฟจัดแจง อาหารเครื่องดื่มไว้รอ อยู่สักพัก เหมยหลินก็ยังไม่ออกมานาฟรอไปอีกสักพักเห็นว่านานแล้ว กำลังเดินไปเรียก

    อยู่ๆ เด็กสาวเปิดประตูออกมา นาฟมองไปที่เด็กสาว ถึงกับตกใจพูดอะไรไม่ถูก  “ใบหน้านี่ ทำไมถึง?

       “พี่ชาย ข้าขอโทษข้าจำเป็นต้องอำพรางใบหน้า

       “มะ มะไม่เป็นไร! มา เหมยหลิน กินข้าวกัน ข้าจัดไว้หมดแล้ว

    เหมยหลินเดินมาที่โต๊ะอาหาร เห็นของที่วางอยู่บนโต๊ะ อยู่ๆน้ำตาก็ไหล

    “เจ้าเป็นอะไรรึเปล่า     

    “เปล่าค่ะพี่ชาย ข้าแค่ไม่คิดว่าจะมีวันนี้  ข้าเคยคิดแต่เรื่องอยากจะตายไปให้พ้นๆแต่ละวัน  ไม่เคยคิดว่าจะมีวันที่ได้ล้างตัวด้วยน้ำสะอาดวันที่ได้กินอาหารอุ่นๆ สดๆ วันที่ได้มีที่นอนนุ่มๆ วันที่ไม่ต้องระแวดระวังภัยจากรอบด้าน  แต่ตอนนี้ทุกสิ่งมันอยู่ตรงหน้าข้าแล้ว  “ข้าไม่ได้ฝันไปใช่มั๊ยพี่ชาย

     

    วันนั้นเป็นวันที่ เหมยหลินได้กินอาหารอย่างมีความสุขที่สุดในชีวิตได้หัวเราะได้ดื่มด่ำกับบรรยกาศ ที่สวยงาม  ปล่อยตัวปล่อยกายอย่างไม่มีความกังวลใดๆ

     นาฟมองใบหน้าของเด็กสาวตรงหน้า  “ผู้หญิงที่มีใบหน้าสวยสมบูรณ์แบบขนาดนี้ทำไมต้องเกิดมาโชคร้าย มีชีวิตที่ต้องดิ้นรนเอาตัวรอดอยู่ตลอดเวลา   “นาฟนึกถึงเรื่องของตนเอง แล้วข้าล่ะเป็นใครจนป่านนี้แล้วยังจดจำอะไรไม่ได้สักอย่าง