ฮวาเสี่่ยวซี จอมป่วน (จบ)

    ตอนที่ 66 น้ำตาหลั่ง..ใจสลาย

    แม้ร่างกายจะปฏิเสธสัมผัสจากภรรยาอย่างรุนแรงราวกับมีสิ่งแปลกปลอมที่ไม่อาจยอมรับได้ ทว่าในส่วนลึกของจิตใจฮวาเจิ้นกลับรู้สึกผิดบาปอย่างแสนสาหัส ความรู้สึกขัดแย้งภายในกัดกินเขาอย่างเงียบเชียบก่อนที่เขาจะตัดสินใจชำระล้างร่างกายด้วยน้ำเย็นยะเยือกหวังจะดับความร้อนรุ่มในใจที่ปะทุขึ้นทุกครั้งที่ภรรยาเข้าใกล้


    "หลันเออร์.... ข้า.... ขอโทษ"เสียงของเขาแหบพร่า หายใจหอบถี่ราวกับคนจมน้ำ ใบหน้ายังคงแดงก่ำ ดวงตาทั้งสอง

    ข้างมีเส้นเลือดฝอยแตกกระจายเหงื่อเม็ดโตไหลซึมทั่วใบหน้าคมคายที่บัดนี้ดูเครียดเกร็งหลิวฮูหยินมองสามีด้วยความตกใจ นางเห็นท่าทางของเขาไม่ปกติอย่างยิ่ง


    "ท่านพี่.... ท่านใจเย็นก่อนนะเจ้าคะข้าจะไปเรียกหมอ... ไม่สิ ต้องเรียก ฮวาหยาง ท่านรอข้าก่อนนะเจ้าคะ"


    หลิวฮูหยินรีบร้อนก้าวเท้าออกจากห้องนอนไปยังส่วนที่เป็นห้องอาบน้ำอย่างรวดเร็ว"มีใครอยู่หน้าห้อง! ไปตามคุณชายใหญ่มาพบข้าโดยเร็ว! เร็วเข้า!"เสียงของนางตื่นตระหนก


    "ฮูหยินเกิดอะไรขึ้นเจ้าคะ?" บ่าวชราที่ยืนรออยู่หน้าห้องเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง


    "ไม่มีอะไร พวกเจ้าเฝ้าอยู่หน้าห้องเอาไว้ได้ยินอะไรก็ทำเฉยเสีย" หลิวฮูหยินสั่งการเสียงเข้มบ่าวรับใช้ก้มหน้ารับคำ

    และถอยไปยืนรออยู่หน้าห้องต่อไปหลิวฮูหยินสั่งการเสร็จกำลังจะหมุนตัวกลับเข้าไปในห้อง บุตรชายคนโต ฮวาเหลียนก็รีบวิ่งเข้ามาพร้อมกับฮวาหยาง พวกเขามีสีหน้าตื่นตระหนกและเป็นกังวล


    "ท่านแม่เกิดอะไรขึ้นหรือขอรับ?"เสียงของฮวาหยางกล่าวถามด้วยความร้อนรนยังไม่ทันที่ใครจะได้ตอบคำถามใดๆ ก็ได้ยินเสียงล้มตึงดังมาจากด้านในห้องน้ำพวกเขาทั้งสองต่างสะดุ้งตกใจ ฮวาหยางเร็วกว่าใครเพื่อนรีบวิ่งไปยังห้องอาบน้ำทันทีด้วยความใจหาย


    เมื่อฮวาหยางผลักประตูเข้าไปก็เห็นภาพที่ทำให้หัวใจของเขาร่วงหล่นวูบ บิดาของเขานอนคว่ำอยู่กับพื้นห้องอาบน้ำร่างกายเปลือยเปล่า เลือดสีแดงสดไหลทะลักออกมาจากมุมปากเป็นทางที่พื้นกระเบื้องเย็นเยียบปนเปื้อนไปด้วยรอยเลือดเป็นวงกว้างฮวาเหลียนที่ตามเข้ามาทีหลัง คว้าจับขอบประตูไว้แน่น เอ่ยถามด้วยเสียงสั่นเครือ


    "พี่ใหญ่.... ท่านพ่อเป็นอะไรไป?!"


    "อย่าเพิ่งถามอะไรเลยช่วยข้าพาท่านพ่อไปนอนบนเตียงก่อนเร็วเข้า" ฮวาหยางออกคำสั่งเสียงเครียดพวกเขา

    สองพี่น้องรีบพยุงร่างบิดาคนละข้างกึ่งลากกึ่งแบกมาวางไว้บนเตียงอย่างทุลักทุเลเมื่อเห็นสภาพบิดาที่เนื้อตัวยังคงแดงก่ำราวกับถูกไฟเผาและส่วนอวัยวะสำคัญของบุรุษยังคงแข็งชันไม่ลดละ พวกเขาก็ทำหน้ากระดากอายเล็กน้อยหันไปมองมารดาแล้วเอ่ยกับนางด้วยความเกรงใจ


    "ท่านแม่....ข้าจะช่วยจัดการเช็ดตัวทำความสะอาดท่านพ่อ ท่านแม่..... จะ... ออกไปรอข้างนอกก่อนดีหรือไม่ขอรับ?"ฮวาหยางเอ่ยด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก


    หลิวฮูหยินทำสีหน้าบึ้งตึงเล็กน้อยนางจ้องมองบุตรชายทั้งสองด้วยสายตาที่ไม่เข้าใจ "นี่สามีข้านะร่างกายของเขาน่ะ ข้าเห็นมาตั้งเท่าไหร่ต่อเท่าไหร่ พวกเจ้าเป็นบุตรชายของข้าคนที่ข้าคลอดออกมาเอง คิดว่าข้าจะอายหรืออย่างไร?"


    "เจ้าจะทำอะไรก็ทำ ข้าจะอยู่ที่นี่นี่คือสามีข้า เจ้าจะมาไล่ข้าไปอยู่ที่ไหนอีก" นางกล่าวเสียงหนักแน่น

    ฮวาหยางทำสีหน้าเหยเกเล็กน้อย"ไม่ใช่ท่านแม่..... ข้าคิดว่า... มันไม่ค่อยน่าดูเท่าไหร่ขอรับ"


    "เจ้าจะทำอะไรก็ทำไปเถอะ คิดว่าข้าไม่เคยเห็นของพ่อเจ้าหรืออย่างไรแล้วพวกเจ้าสองคนเกิดมาได้อย่างไร ยังจะมาเรื่องมากอีกรีบจัดการเช็ดตัวให้พ่อเจ้าเสียแล้วค่อยมาเล่าให้แม่ฟังว่าเกิดอะไรขึ้นกับพ่อเจ้ากันแน่"หลิวฮูหยินตัดบทอย่างเด็ดขาด


    ฮวาหยางถอนหายใจอย่างจนปัญญาเขาลุกขึ้นไปค้นหายากับชุดที่บิดาถอดทิ้งไว้แล้วเดินกลับมาประคองศีรษะบิดาอย่างเบามือ ป้อนยาใส่ปากแล้วค่อยๆ กรอกน้ำตามลงไปจากนั้นเขาก็หันไปสั่งน้องชาย


    "เจ้าไปเอาน้ำกับผ้ามาช่วยเช็ดตัวให้ท่านพ่อเถอะ"ฮวาเหลียนเดินไปจัดการตามคำสั่งของพี่ใหญ่ ฮวาหยางพามารดามานั่งลงตรงตั่งนุ่มหยิบกาน้ำชาเทใส่จอกแล้วยื่นให้กับมารดา นางรับมาแล้วมองไปยังใบหน้าของบุตรชายจ้องเขาก่อนที่จะยกจอกน้ำชาขึ้นจิบ ก่อนจะวางลง เอ่ยกับบุตรชายอย่างจริงจัง


    "เจ้ามีเรื่องจะพูดกับแม่ใช่หรือไม่หยางเออร์"


    ฮวาหยางพยักหน้าเขาหันไปทางบิดาที่ตอนนี้ฮวาเหลียนเช็ดตัวให้ด้วยสภาพทุลักทุเล อาวุธประจำกายเริ่มลดขนาดลงฮวาเหลียนเช็ดทำความสะอาดเสร็จจัดการใส่เสื้อผ้าให้บิดาเสร็จแล้วก็เอาผ้าห่มขึ้นมาคลุมร่างเขาเอาไว้การหายใจและเนื้อตัวที่แดงก่ำเมื่อแรกที่เข้ามาเห็นตอนนี้เป็นปกติไม่มีอาการอันใดอีกแล้ว


    ฮวาเหลียนเดินกลับมานั่งยังเก้าอี้ตรงข้ามกับมารดาฮวาหยางเห็นว่าทั้งสองคนตั้งหน้าตั้งตารอฟังว่าเขาจะพูดสิ่งใดฮวาหยางกระแอมกระไอเบาๆ ก่อนจะเกริ่นเข้าเรื่อง "เมื่อหลายเดือนก่อนที่อยู่ชายแดนท่านพ่อออกไปขับไล่ศัตรูระหว่างนั้นท่านพ่อถูกธนูดอกหนึ่งที่พุ่งออกมาเฉียดเข้าที่แขนแต่ว่าปลายธนูนั้นเคลือบด้วยยาพิษสองชนิดไว้ที่ปลายธนูชนิดแรกเป็นยาปลุกกำหนัด" เขาเว้นช่วงแล้วหันไปมองมารดากับน้องชายมารดาใบหน้าซีดเผือด เอามือปิดปากไว้แน่น น้ำตาเอ่อล้นออกมาฮวาเหลียนไม่ต่างจากมารดา แต่เขาดีหน่อยไม่มีน้ำตา แต่อาการนิ่งตะลึงยังคงอยู่เขากล่าวต่อ

    "ยาอีกชนิด มีชื่อว่าราคะนารี.....มีฤทธิ์ที่แปลกพิลึกพิลัน"


    "อย่างไร.... บอกแม่มาอย่ามาอำอึงให้แม่โมโห" หลิวฮูหยินเริ่มหงุดหงิดกับบุตรชายคนโตที่หยุดพูดราวกับกำลังชั่งใจ


    "คือ มันมีฤทธิ์กับบุรุษที่ได้รับพิษให้มีความต้องการหญิงสาวที่ช่วยเขาแก้พิษยาปลุกกำหนัดที่ได้รับ มีความถวิลหาต้องการเพียงนางเพียงผู้เดียวเท่านั้น"


    "ฮวาหยาง!!!"เสียงตะโกนของนางอาจจะดังไปถึงนอกเรือน เมื่อนางได้รับรู้ว่าต่อไปนี้จิตใจของบิดามีแต่หญิงอื่น น้ำตาของมารดาไหลลงมายังกับน้ำตกในหน้าฝน

    ฮวาเหลียนรีบเข้าไปกอดประคองมารดาทันทีที่ได้ยินคำเล่าจากพี่ใหญ่


    "พี่ใหญ่.... ท่านอย่ามาล้อเล่นท่านคิดว่าท่านพ่อจะเป็นไปได้หรือ ท่านพ่อรักท่านแม่อย่างกับอะไรดี"


    "น้องรอง...... ข้าไม่ได้โกหก...เพราะจิ้นอ๋องก็ได้รับพิษเช่นเดียวกัน"


    "จิ้นอ๋อง... ก็ได้รับพิษเช่นเดียวกันหรือหรือว่าพวกเขาสองคนใช้ผู้หญิงคนเดียวกันแก้พิษ?" ฮวาเหลียนตั้งข้อสงสัยด้วยความสับสน


    ฮวาหยางเอามือกุมขมับ"เจ้าเลิกคิดไปไกลได้ไหม ฟังข้าเล่าก่อน"


    "ได้.... พี่ใหญ่เชิญพูด"เขายังคงปลอบใจมารดา และยังก่อกวนประสาทฮวาหยางไม่หยุด


    "เรื่องท่านอ๋องนั้นข้าจะไม่พูดถึง แต่เรื่องนี้พวกเขาไม่ได้มีผู้หญิงคนเดียวกันข้าจะเอาแต่เรื่องของท่านพ่อก็แล้วกัน"


    ฮวาหยางเล่าเรื่องราวเป็นฉากๆจบลงที่หญิงสาวนางนั้นหายตัวไป โดยที่พวกเขาไม่รู้ว่าเหตุใดนางจึงหายตัวไปหากนางต้องการตำแหน่งในจวนกั๋วกงแห่งนี้ "นางอาจวางแผนล่อเหยื่อก็ได้ ท่านไม่เคยได้ยินหรือปล่อยเพื่อจับ?"


    ฮวาหยางทำตาขึงขังใส่น้องชาย "จะฟังต่อไหมถ้าไม่ฟังข้าก็ไม่เล่าให้ฟัง"


    "ฟังสิ.... ฟัง ท่านเล่ามากำลังสนุก"


    "สนุกกับผีนะสิ....หุบปากไปเลยนะแม่จะฟังให้รู้เรื่อง เจ้าทำให้พี่ชายเจ้าโมโหแล้วนะ"หลิวฮูหยินปรามบุตรชายคนเล็ก ฮวาเหลียนหัวเราะแหะๆ


    "ตามที่ข้าเล่ามาท่านหมอชราเพียงแค่ทำยาลูกกลอนระงับอาการชั่วคราวไว้ได้ แต่ว่ายิ่งกินก็จะยิ่งได้ผลน้อยลง คงจะดื้อยาแล้วขอรับ"


    "เจ้าจะบอกอะไรกับแม่ หยางเออร์?"หลิวฮูหยินถามเสียงสั่นเครือ


    "ข้าต้องการไป๋หลิน.... หญิงสาวคนนั้นหลันเออร์ข้าขอโทษ" เสียงบุรุษที่อ่อนระโหยโรยแรงดังแว่วมาจากเตียงนอนฮ

    วาเจิ้นกำลังพยายามยันกายลุกจากเตียงนอน หลิวฮูหยินสะบัดมือบุตรชายคนรองออกจากกายเดินตรงไปยังสามีด้วยน้ำตานองหน้าและสีหน้าบึงตึง นางเดินไปถึงเขาก็ลุกขึ้นมานั่งได้ตามปกติ นางเงื้อมือ...


    เพี๊ยะ! เพี๊ยะ!


    ฮวาหยางและฮวาเหลียนนิ่งราวกับถูกสาปกลายเป็นหินนี่พวกเขากลายเป็นพยานแห่งความรักอันร้อนแรงของบิดามารดาแล้วหรือพวกเขาสะบัดหน้าหนีทันที ไม่ใช่... มารดากำลังตบหน้าบิดาอย่างแรงติดๆ กัน!


    ฮวาเจิ้นถูกภรรยาตบหน้าไปสองทีแก้มทั้งสองข้างขึ้นรอยฝ่ามือสีแดงก่ำทันที ก่อนที่พวกเขาจะทันรู้สึกอะไร

    ฮวาเจิ้นก็ร้องโอดโอยออกมา "โอ้ย! ๆ ๆ ๆเจ็บชะมัด!" หลิวฮูหยินสะบัดมือไปมาด้วยความเจ็บปวดนางนึกเสียใจที่ตบหน้าสามีแล้วมือของนางกลับเจ็บเสียเองหันไปมองหน้าสามีอีกครั้งด้วยความขุ่นเคือง


    ฮวาเจิ้นคิดจะลุกไปจับมือภรรยาดูแต่เขาก็หยุดชะงัก ฮวาหยางรีบวิ่งเข้ามาจับมือมารดาไว้แน่น หันไปสั่งน้องชายทันที

    "เหลียนเออร์ ไปเอายามาทาให้ท่านแม่เร็วเข้า!"


    ฮวาเหลียนวิ่งหายาทาไปทั่วห้องอย่างวุ่นวายส่วนหลิวฮูหยิน หันไปจ้องมองสามีด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความผิดหวังและเสียใจ


    "ท่าน.... ท่านทำให้ข้าเสียใจเหลือเกิน"


    "หลันเออร์... ข้าขอโทษ"ฮวาเจิ้นเอ่ยเสียงแผ่ว


    "อย่าเอาแต่ขอโทษ.....ท่านยังรักข้าอยู่หรือไม่?" นางถามซ้ำน้ำเสียงสั่นเครือ


    "ข้ายังรักเจ้า....แต่ว่าข้าก็คิดถึงไป๋หลิน.... ฮูหยิน ข้าต้องการนาง"


    จบสิ้นแล้วทุกสิ่ง...ฮวาหยางแทบอยากจะยกมือขึ้นปิดปากบิดาเสียเดี๋ยวนี้คำสารภาพที่แสนซื่อตรงกลับกรีดลึกในหัวใจของผู้เป็นภรรยา


    "ท่านแม่.... อย่าไปฟังท่านพ่อเลยเขาไม่ได้สติสัมปชัญญะพอ!" ฮวาหยางรีบเอ่ยแก้ต่างน้ำเสียงร้อนรนหวังจะบรรเทาความเจ็บปวดของผู้เป็นมารดา


    "แม่รู้..."หลิวฮูหยินตอบเสียงแผ่วเบา ดวงตาเหม่อลอยราวกับคนไร้ซึ่งวิญญาณ"...อย่างนั้นก็ตามหานางเถอะ... เจ้าพาพ่อเจ้าไปอยู่เรือนอื่นเสียแม่อยากอยู่คนเดียว... สักพัก" นางโบกมือห้ามบุตรชายทั้งสองอย่างอ่อนแรงราวกับเรี่ยวแรงทั้งหมดได้มลายหายไปกับคำพูดเหล่านั้น


    "ท่านแม่.... ท่านจะ...." ฮวาหยางถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือมองมารดาด้วยความกังวลจับใจ กลัวว่าความเสียใจจะกัดกินนาง


    หลิวฮูหยินฝืนยิ้มเศร้าสร้อยให้บุตรชายรอยยิ้มที่แสนจะขมขื่น "เจ้าคิดไปไกลแล้ว ..... แม่ขอเวลา...ขอเวลาคิดทบทวนเรื่องราวทุกอย่าง... เพียงลำพังเท่านั้น" น้ำตาที่เอ่อคลอหน่วยไหลอาบแก้มอย่างช้าๆไร้ซึ่งเสียงสะอื้นใดๆทว่ากลับบาดลึกในความรู้สึกของผู้ที่มองเห็นยิ่งกว่าเสียงร่ำไห้ใดๆ ในโลก


    ฮวาหยางพยักหน้าอย่างเข้าใจฮวาเหลียนวิ่งกลับมาพร้อมกับยาในมือ ยืนงงเหมือนไก่ตาแตกเมื่อเห็นพี่ชายพยุงร่างของบิดาลุกออกจากเตียง แต่แล้วก็มีน้ำเสียงเข้มตะคอกมาจากฮวาหยาง"จะยืนเซ่ออยู่ทำไม?!.... มาช่วยข้าพาท่านพ่อไปพักที่เรือนนอกเร็วเข้า!"


    "ออ.... ได้."ฮวาเหลียนรีบวิ่งเข้ามาช่วยพยุงอีกข้าง "ท่านแม่... ยา.... ท่านทาก่อนนะขอรับข้าไปช่วยพี่ใหญ่พาท่านพ่อไปก่อนนะขอรับ"


    "อืม.... รีบพาพ่อเจ้าไปเสียเถิด"หลิวฮูหยิน โบกมือไล่คนทั้งสามออกจากห้องนอน ปล่อยให้น้ำตาไหลอาบแก้มอย่างเงียบงัน