ตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ที่พวกของเคโดนลอบทำร้ายจนต้องเข้าโรงพยาบาล ชมรมมวยไทยก็เริ่มอยู่กันไม่สุขและออกล่าสิงห์กันอย่างเต็มกำลัง แต่ก็ไม่มีใครรู้ว่าสิงห์ไปอยู่ที่ไหน ทว่าพวกนักเรียนต่างสถาบันที่มาด้อม ๆ มอง ๆ บ่อยครั้งก็เริ่มที่จะลงไม้ลงมือกับนักเรียนโรงเรียนเบียวศาสตร์มากขึ้น ถึงแม้จะถูกตำรวจจับพวกมันก็จะมาเพิ่มกันอีกเรื่อย ๆ จนมารู้ทีหลังว่า เค ไบรท์ หิน และก็จอร์จถูกตั้งค่าหัวโดยใครบางคนที่ร่ำรวยเอามาก ๆ ยกเว้นตูนกับสิงห์ที่ไม่มีการถูกตั้งค่าหัวเหมือนคนอื่น ๆ
จากวันนั้นก็ผ่านมาหลายวัน ตูนก็ได้มาขอคำปรึกษาเพียงดาวอยู่ที่ห้องสภานักเรียน
“นี่เธอคิดว่าอาจจะเป็นไปได้ไหมที่สิงห์จะล่าค่าหัวเพื่อนของตัวเองเพื่อที่จะเอาเงินไปเลี้ยงดูเด็ก ๆ ที่บ้านเด็กกำพร้าน่ะ...”
“หึ! ต่อให้โลกแตกหรือมนุษย์ต่างดาวบุกก็ไม่มีทางเป็นไปได้หรอกเรื่องนั้น” เพียงดาวตอบกลับมาด้วยความมั่นใจเอามาก ๆ ว่าสิงห์ไม่มีทางทำแบบนั้นแน่
“เธอหมายความว่ายังไง...? ก็สิงห์เขาอยู่บ้านเด็กกำพร้าไม่ใช่เหรอ...?”
“...นายรู้ไหมว่าสิงห์ถูกเรียกว่าอัจฉริยะทางด้านอะไรของโรงเรียนนี้?”
“ไม่รู้... เจ้าพวกนั้นไม่เคยบอก...”
“สิงห์น่ะถูกเรียกว่าอัจฉริยะทางด้านการเงินที่ต่อสู้เป็นนิดหน่อย เมื่อหลายปีก่อนตอนที่ฉันอยู่ ป.6 โรงเรียนนี้มีปัญหาทางด้านการเงินขนาดหนัก พ่อฉันและผู้บริหารคนอื่น ๆ ต่างก็เครียดกันมากจนไม่รู้จะจัดการกับปัญหานี้ยังไง จนเกือบจะได้ปิดโรงเรียนนี้แล้วด้วยซ้ำ แต่จู่ ๆ ไอ่หมอนี่นี่แหละก็เดินเข้ามาไม่พูดไม่จาและบอกให้พ่อฉันและผู้บริหารคนอื่นทำอย่างงู้นอย่างงี้และบอกความเป็นไปได้ที่ฟังแล้วชวนคล้อยตามมีความน่าเชื่อถือแต่ก็เพื่อแลกกับอิสรภาพในการใช้ชีวิตในโรงเรียนและงบประมาณและคนดูแลเด็ก ๆ ในบ้านเด็กกำพร้า แล้วใครมันจะไปเชื่อคำพูดของเด็ก ป.6 ที่จู่ ๆ ก็เดินเข้ามาสั่งนู่นสั่งนี่ล่ะจริงไหม? แต่ ณ วินาทีนั้นพวกเขาหมดหนทางไม่มีอะไรจะเสียแล้วจึงได้ตัดสินใจลงเงินก้อนสุดท้ายตามที่สิงห์บอกและโรงเรียนของเราก็เติบโตมาถึงทุกวันนี้”
“งั้นถ้าเก่งขนาดนั้นก็ไม่ต้องมาเรียนแล้วสิ...”
“ใช่ นายพูดถูก เก่งขนาดนั้นไม่ต้องมาเรียนก็ได้ ฉันเคยถามหมอนั่นไปรอบหนึ่งแล้วล่ะนะ”
‘นี่สิงห์! ถ้านายเก่งขนาดนั้นก็ไม่ต้องมาโรงเรียนแล้วก็ได้หนิ!’
‘ไม่เอาอ่ะ…. ถ้าไม่มาโรงเรียนฉันก็ไม่มีเพื่อนน่ะสิ....’
ตูนที่ได้ยินแบบนั้นก็เริ่มเชื่อขึ้นมานิดหนึ่งแล้วว่าสิงห์ไม่ได้เป็นคนทำ แต่อีกใจหนึ่งเขาก็ยังคงลังเลอยู่ดี
“แล้วทำไมต้องทำกับเคแบบนั้นด้วยล่ะ มีแค่หมอนั่นคนเดียวนั่นแหละที่ทำกับเคแบบนั้นได้ พวกฉันไม่มีทางทำแบบนั้นหรอกนะ แถมยังทิ้งข้อความไว้ด้วย...”
“ก็นั่นแหละที่ฉันกำลังสงสัย ฉันพยายามจะติดต่อทุกช่องทางแล้วก็ไม่สามารถติดต่อได้ ขนาดคนในบ้านเด็กกำพร้ายังไม่รู้เลยว่าเขาไปไหน...”
เมื่อปรึกษาหารือเสร็จ ตูนก็ได้รับข้อความจากเพื่อน ๆ ให้ไปรวมตัวกันที่สวนสาธารณะขนาดย่อม ๆ ในโรงเรียน ซึ่งพอเขาไปถึง ไบร์ท หินและจอร์จก็ได้มานั่งรออยู่ก่อนแล้ว และตูนก็ได้เข้าไปนั่งเพื่อพูดคุยถึงปัญหาที่เกิดขึ้น
“ไอ่พวกที่มาป้วนเปี้ยนแถวนี้มันมาล่าค่าหัวพวกเรานี่เอง! คิดว่าตัวเองเป็นโจรสลัดหรือไงวะ!!? มีผลปีศาจให้กินด้วยไหมล่ะไอ่พวกสลัดผักเอ้ย!!!” หินบ่นเสียงดังออกมาด้วยความไม่สบอารมณ์
“Clam dowm Mr.หิน ก็จริงอยู่ที่พวกมันมาป้วนเปี้ยนแถวนี้ แต่พวกมันก็เหมือนแค่มาสังเกตุการณ์เฉย ๆ ถึงแม้เด็ก ๆ ของเราจะไปมีเรื่องด้วยบ่อย ๆ ก็เถอะ...”
“ฉันพึ่งรู้มาว่าพวกเราโดนตั้งค่าหัวกัน หัวละ 50,000 บาท และเป็นเรื่องที่รู้กันในหมู่วัยรุ่นเท่านั้น แต่ก็มีแค่ตูนและสิงห์ที่ไม่ถูกตั้งค่าหัวก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไม...?”
“50,000 เลยเหรอไบรท์!? ว่าแต่พวกนายคิดว่ายังไงบ้าง คิดว่าเป็นฝีมือของสิงห์จริง ๆ หรือเปล่า มีใครติดต่อเขาได้บ้างไหม?”
ทุกคนเงียบลงไปทันทีเมื่อได้ยินคำถามนี้ก่อนที่ไม่นานจากนั้นไบร์ทก็ตอบกลับมา
“พวกชมรมมวยไทยที่ออกไปตามล่าสิงห์ก็โดนเล่นกลับมาซะยับ ไม่รู้ว่าเป็นฝีมือของเจ้าสิงห์หรือของเด็กสถาบันอื่นที่มาป้วนเปี้ยนอยู่แถวนี้กันแน่ แต่ที่แน่ ๆ ไม่ใช่พวกเราที่โดนตั้งค่าหัว คนอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องก็โดนตั้งหัวละ 1000-2000 เติ้ลและต้าก็โดนตั้งหัวละ 10,000 และเห็นว่าได้เงินจริง ๆ ด้วย ซึ่งได้จากใครเราก็ไม่รู้….”
เหตุการณ์เริ่มซับซ้อนมากขึ้นเรื่อย ๆ สิงห์ก็ติดต่อไม่ได้ แถมยังโดนตั้งค่าหัวจนเด็กสถาบันอื่นเข้ามาระรานอีก จนกระทั่งภายในคืนวันนั้น เคก็ได้กลับมามีสติอีกครั้ง เมื่อเพื่อน ๆ รู้ข่าวก็ได้รีบไปหาเขาที่โรงพยาบาลทันที
“นายเห็นหน้ามันไหมเค!? เป็นสิงห์จริง ๆ ใช่ไหม!?” ตูนรีบถามออกมาด้วยความร้อนรน
“อึ่ก... อา... ฉันไม่แน่ใจ เห็นหน้ามันไม่ชัดน่ะ แต่รูปร่างนี่ถ้าไม่ใช่ก็ใกล้เคียงเลยล่ะ...”
เมื่อพวกตูนได้ยินแบบนั้นก็ยังไม่ปักใจเชื่อ 100% จนกระทั่งหลายวันผ่านไป ช่างเป็นเรื่องบังเอิญหรือนี่กระไรที่โรงเรียนไฟฟ้าดับพอดีกับที่ไบรท์ แซมและออโต้กำลังซ้อมบาสกันอยู่ 3 คนตอนกลางคืน และในจังหวะที่ลูกบาสกลิ้งออกไปข้างสนามไหลเข้าไปในมุมมืด มันก็ได้ไปกระทบเข้ากับขาของใครบางคนซึ่งดูแล้วไม่ได้มาอย่างเป็นมิตรแน่ ๆ
“เห้ย ตัวใหญ่แบบนั้น ไอ่สิงห์เหรอวะ ได้ข่าวว่ากำลังโดนชมรมมวยไทยล่าตัวอยู่หนิ จะมาขอความช่วยเหลือเหรอ?” แซมพูดออกมาด้วยความติดเล่นนิดหน่อย ทว่าจังหวะนั้นไบรท์และออโต้ก็ได้เหลือบไปเห็นไม้เบสบอลที่ทำจากเหล็กอยู่ในมือของเด็กหนุ่มร่างใหญ่คนนั้น ซึ่งแซมก็เป็นคนที่อยู่ใกล้กับเขามากที่สุด ไบรท์และออโต้จึงรู้ได้ทันทีว่าอันตรายกำลังมาเยือน
“แซมระวัง!!!!”
“หือ!?”
ปัง!!!
“อ้ากกกก!!!!!”
แซมโดนไม้เบสบอลเหล็กฟาดเข้าไปที่ขาอย่างแรงจนล้มลงไป ฉับพลันออโต้ก็ได้พุ่งกระโดดหมุนตัวเตะเข้าไปที่ขมับของมันแต่ทว่ามันกลับไม่รู้สีกสะทกสะท้านและหวดไม้เบสบอลกลับเข้าไปที่ขาของออโต้อย่างเต็มแรงจนเขาล้มตามแซมลงไป ซึ่งตอนนี้ก็เหลือแค่ไบรท์คนเดียวแล้ว
“ฉันไม่รู้หรอกนะว่านายจะเป็นสิงห์ตัวจริงหรือสิงห์ตัวปลอม แต่ถึงจะเป็นตัวจริงทำแบบนี้มันก็เกินไปแล้วนะเว้ย...”
ไบรท์ได้กระโดดหมุนตัวเตะกลับหลังเข้าไปกลางลิ้นปี่ของอีกฝ่ายอย่างเต็มแรงจนร่างใหญ่กระเด็นออกไป แต่ก็ยังคงไม่เห็นหน้าคร่าตาของมันอยู่ดี และจากนั้นไม่นาน มันก็ได้ใช้ไม้เบสบอลยันตัวเองลุกขึ้นมา จนกระทั่งไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ ผู้ที่สามารถยืนอยู่ได้เป็นคนสุดท้ายก็คือเด็กหนุ่มร่างใหญ่คนนั้น สายตาของมันจ้องมองลงมาที่ร่างของเด็กหนุ่มทั้ง 3 ที่สภาพค่่อนข้างย่ำแย่นอนหมดสติอยู่บนพื้น ก่อนที่มันจะเดินกระเผกออกไปพร้อมกับทิ้งข้อความไว้เหมือนเดิม
- ณ โรงพยาบาล -
ตูน หินและจอร์จได้มาถึงห้องฉุกเฉินก็ได้พบกับโบว์ที่เรียนจบไปแล้วกำลังโอบกอดพลอยที่กำลังร้องไห้เอาไว้ในอกแน่น
“รอบนี้เป็นไบรท์กับ 2 คนนั้นเหรอ...?”
“นี่จอร์จ ดูท่าว่าเราจะต้องระวังตัวมากขึ้นกว่าเดิมแล้วล่ะ คนต่อไปที่อาจจะโดนอาจจะเป็นนายหรือไม่ก็ฉันก็ได้...” หินพูดออกมาด้วยท่าทางเข้มแข็งเพื่อเป็นขวัญกำลังใจเพราะถ้าต้องสู้กับสิงห์จริง ๆ คงจะต้องทุ่มสุดตัวด้วยทุกอย่างที่ตัวเองมี
และตั้งแต่วันนั้นไม่ใช่แค่ชมรมมวยไทย แต่ชมรมบาสและชมรมเทควันโดก็ต่างพากันออกล่าสิงห์กันให้วุ่น เรียกได้ว่าตอนนี้เขาได้กลายเป็นศัตรูของคนครึ่งโรงเรียนไปแล้ว ส่วนชมรมเพาะกายกับชมรมมวยสากลก็ยังคงเก็บตัวอยู่อย่างระมัดระวังและพยายามจะไม่ไปไหนมาไหนคนเดียว
จนกระทั่งหลายวันผ่านไป ตกเวลากลางคืนที่ฟิตเนสของชมรมเพาะกาย หินก็ได้นั่งอยู่ข้างในเหมือนกับกำลังรอคอยการมาถึงของใครสักคน จนกระทั่ง…
พรึ่บ!
จู่ ๆ แสงไฟในฟิตเนสของเขาก็โดนตัดไปอย่างดื้อ ๆ และดูเหมือนว่าจะเป็นที่นี่ที่เดียวอีกด้วยเพราะตึกรอบข้างยังคงสว่างอยู่ และไม่นานหลังจากนั้น เด็กหนุ่มร่างใหญ่คนนั้นก็ได้โผล่ออกมา
“ฉันกำลังรอแกอยู่เลย... แกนี่เหมือนไอ่สิงห์จริง ๆ ด้วยว่ะ ช่างมันเถอะ เดี๋ยวได้สู้ก็รู้เองว่าเป็นตัวจริงหรือตัวปลอม!”
พูดจบ หินก็ได้พุ่งตัวเข้าไปแลกหมัดกับเด็กหนุ่มร่างใหญ่ตรงหน้าไปคนละที แต่ทว่าหินกลับเป็นฝ่ายที่ล้มลงไปเองซะอย่างงั้นโดยที่อีกฝ่ายแค่เกิดอาการเซถอยออกไป
“อึ่ก!” หินที่รู้สึกว่ามันมีอะไรผิดปกติก็ได้เหลือบไปมองที่มือของฝ่ายตรงข้าม “หึ! สนับมือเหรอ? แถมยังเป็นสนับอย่างดีอีกด้วย ดูเหมือนว่าแกจะเตรียมตัวมาอย่างดีเพื่อที่จะมาจัดการฉันเลยล่ะสิท่า แกตกต่ำมากขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ฮะสิงห์!”
และผลลัพธ์ก็เป็นอย่างทุกที เด็กหนุ่มร่างใหญ่คนนั้นเป็นฝ่ายชนะไปและได้พ่นสเปรย์ทิ้งข้อความเหมือนเดิมไว้ที่บนตัวของหินที่กำนอนหมดสติอยู่บนพื้น
จนกระทั่งวันถัดมา ก็เหลือเพียงแค่ตูนและจอร์จสองคนที่อยู่ในโรงเรียน
“My friend ตอนนี้ทั้งโรงเรียนกำลังวุ่นวายเลยล่ะ ชมรมเพาะกายก็เริ่มออกล่าสิงห์เหมือนกับเขาด้วย มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่เนี่ย...?”
“ฉันไปขอดาวดูกล้องวงจรปิดมาและก็ได้เห็นไอ่หมอนั่นแล้วล่ะ รูปร่างเหมือนกับสิงห์จริง ๆ นั่นแหละ แต่ก็มองหน้าไม่ชัดเลยไม่สามารถตีความเป็นคนอื่นได้เลยนอกจากไอ่หมอนั่นคนเดียวในตอนนี้”
ไม่เพียงแต่ที่พวกเขาจะต้องรับมือกับคนคนนั้นที่ไม่รูัจะบุกเข้ามาเมื่อไหร่ แต่ยังต้องรับมือกับเด็กสถาบันอื่น ๆ ที่มาก่อความวุ่นวายรอบ ๆ โรงเรียนอีกด้วย เรียกได้สถารการณ์ของโรงเรียนเบียวศาสตร์ในตอนนี้ค่อนข้างวุ่นวายเอามาก ๆ
จนกระทั่งหลายวันผ่านไป ตูนและจอร์จก็ได้ข้อสันนิษฐานว่ามันจะไม่เข้ามาเมื่ออยู่ในที่ที่แสงสว่างมากพอที่จะเห็นหน้าได้ต่อให้จอร์จออกไปยืนคนเดียวดกลางแจ้งเป็นชั่วโมงมันก็ไม่ออกมา จนพวกเขาคิดแผนการบางอย่างขึ้นมาได้
ในสนามบาสในโดมที่เดียวกันกับที่ไบรท์และเพื่อนโดนเล่นงาน จอร์จก็ได้ไปยืนกลางสนามท่ามกลางแสงไฟที่สว่างจ้า และจังหวะนั้นเอง แสงไฟก็หายพรึ่บลงไปทันทีพร้อมกับร่างของเด็กหนุ่มร่างใหญ่คนหนึ่งที่โผล่ออกมาในเงามืดพร้อมกับผ้าขนาดใหญ่ผืนหนึ่ง
“ไง Mr.สิงห์~ รอฉันอยู่หรือเปล่า~”
ไม่พูดพล่ำทำเพลง ร่างใหญ่ก็ได้พุ่งเข้ามาประเคนหมัดเข้าไปที่จอร์จทันทีซึ่งจอร์จก็สามารถหลบได้อย่างสบาย แต่ทว่าในระหว่างที่เขากำลังจะสวนกลับไปก็เหมือนกับว่าอีกฝ่ายรู้ว่าจอร์จมีดีในด้านความเร็วมันจึงได้เอาผ้าใหญ่ ๆ ที่มันถือมาด้วยคลุมไปที่ตัวของเด็กหนุ่มผมทองจนเขาไม่สามารถมองเห็นอะไรได้และขยับร่างกายได้ลำบาก ทว่าในจังหวะที่จอร์จกำลังจะโดนเล่นงานนั้นนั้นเอง
“CQC 10 เมตร!!” (ไร้พ่ายคังดง แชวอนซอก : LOOKISM)
ตูนที่กำลังรอจังหวะก็ได้โผล่ออกมาโจมตีเข้าไปที่ร่างใหญ่ตรงหน้าแบบไม่ยั้งมือจนมันต้องถอยออกไป
“ฉันไม่รู้หรอกนะว่านายทำแบบนี้ทำไมน่ะสิงห์ แต่ขอร้องล่ะ หยุดเถอะนะ”
จากนั้นจอร์จก็ได้สะบัดผ้าทิ้งไปพร้อมที่จะโต้กลับได้ในทันที ซึ่งตอนนี้ก็กลายเป็น 2 ต่อ 1 มันพุ่งเข้ามาโจมตีพวกเขาทั้ง 2 คนอย่างต่อเนื่องแต่ทว่า ตูนและจอร์จก็เก่งขึ้นมากท่าเทียบจากตอนที่พวกเขาอยู่ ม.4 ทั้งทางด้านร่างกายและสติปัญญา ทำให้พวกทั้ง 2 คนสามารถรับมือกับเด็กหนุ่มร่างใหญ่ตรงหน้าได้อย่างไม่ยากเย็นอะไรนัก มันเลยโดนซัดอยู่ฝ่ายเดียวจนเริ่มรู้ตัวว่าสู้ไม่ไหว มันจึงได้พยายามที่จะหลบหนีออกไป
“นายจะไปไหนน่ะสิงห์!!!”
และในขณะที่ตูนกับจอร์จกำลังวิ่งตามไป จู่ ๆ ก็ได้มีเด็กจากสถาบันต่าง ๆ ที่มาป้วนเปี้ยนอยู่แถวโรงเรียนได้รวมตัวกันเข้ามาขวางทางพวกเขาไว้ แต่ด้วยความห่างชั้นของฝีมือ พวกมันก็โดนตูนและจอร์จเก็บเรียบไปในเวลาเพียงไม่กี่นาทีและเด็กหนุ่มร่างใหญ่คนนั้นก็ได้หายตัวไปแล้ว
มันเกิดอะไรขึ้น!? สิงห์ทำแบบนี้ทำไม!? จะจบ ม.6 อยู่แล้วแท้ ๆ เชียว เค ไบรท์ หิน โดนเก็บไปทีละคนด้วยลูกไม้สกปรก แต่ก็นะ นอกสังเวียนมันไม่มีกติกา เหตุการณ์จะเป็นเช่นไร โปรดติดตามตอนต่อไป...