สิ้นเสียงเตือนที่ชวนขนลุก ชายหนุ่มคว้าของบนหัวเตียง ก่อนจะฉีกซองเล็กๆ สีเงินนั้นด้วยฟันคมแล้วใส่ครอบดุ้นลำยาวเอาไว้ เขาพรมจูบทั่วร่างกายที่ดูบอบบางนั้น ขบเม้นจนมันเป็รอยแดงจ้ำ ก่อนจะดูดคลึงเอาลิ้นล้อกับเม็ดบัวที่กำลังตั้งขึ้นชูชัน
“...อื้อออ”
เสียงครางของหญิงสาวเริ่มดังขึ้นอีกครั้ง ชายหนุ่มจับแก่นกายที่ห่อหุ้มพลาสติกบาง ถูไถไปกับกลีบบัว ก่อนจะยัดมันเข้าไปทีเดียวจนสุดลำ
“อ้ะ กรี๊ดดด..อุ๊ปส์ ”
เสียงกรี๊ดเล็ดลอดออกมาด้วยความเจ็บ ปากบางเล็กของหญิงสาวถูกปิดด้วยมือใหญ่ ชายหนุ่มนำมืออีกข้างที่ว่าง ไปกดเรียวขาของหญิงสาวไว้ เพราะเธอพยายามใช้เข่าดันหน้าท้องชายหนุ่มให้ออกจากหว่างขาเธอ
พลั้บ พลั้บ พลั้บ~
“อื้อออ อ้ะ อ้ะ ~~”
เสียงครางกระเส่าของชายหญิงดังสลับกันเคล้าคลอกับเสียงเตียงคิงไซส์ที่กำลังโยกชนกับผนังห้อง
“...อาาา แม่ง แน่นชิบ”
หญิงสาวตรงหน้าที่เอาแต่เกร็ง สร้างความเจ็บที่ลำท่อนแข็งของชายหนุ่ม เขายิ่งกระแทกเอวเข้าไปแรงขึ้น จนหญิงสาวน้ำตาไหลนองหน้า
ร่างเล็กขยับขึ้นลงตามแรงกระแทกนั้น เธอกำผ้าปูไว้แน่นเพื่อระบายความเจ็บและเสียวซ่านของตัวเองไว้ มืออีกข้างข่วนที่แผ่นหลังของชายหนุ่ม ลากจนเกิดรอยแดงยาวตามเล็บ
“...อาาา จะ แตก…”
พลั้บ พลั้บ พลั้บๆๆๆ
“อ้ะ อาา ซี้ดดด”
ชายหนุ่มครางกระเส่า ก่อนจะยัดสะโพกเน้นๆ จนสุดลำไป 3-4 ที แล้วร่างกายก็ชักกระตุกเกร็ง เสียงหอบถี่ของทั้งคู่ดังขึ้นพร้อมกันก่อนที่เขาจะปล่อยร่างบางตรงหน้าให้ได้พักก่อน
“...คืนนี้โดนอีกหลายน้ำเลยล่ะ”
เขากระซิบข้างหูหญิงสาวตัวเล็ก ที่ตอนนี้ได้สลบคาเอวเขาไปแล้ว ก่อนจะนอนบีบเคล้นก้อนซาลาเปาสาว เพื่อเตรียมปล่อยน้ำรอบถัดไป
-------------------------------------------------------------------------------------------
“อื้อออ~”
ฉันร้องขึ้นด้วยความปวดตุบที่หัว และเจ็บแสบที่หว่างขา
ก่อนจะลืมตาขึ้นช้าๆ เพราะแสบตาด้วยแสงที่ส่องลอดมาทางกระจกระเบียงบานใหญ่
‘ที่นี่ ที่ไหนกัน??’
ฉันมองไปรอบๆ ห้องด้วยความงุนงง หลังเริ่มมีสติประติดประต่อสถานการณ์ได้ ก็พลิกตัวไปเจอชายหนุ่มปริศนาที่นอนคว่ำหน้า โชว์กล้ามหลังเป็มัดๆ และรอยข่วนของเล็บแดงเป็ทางยาว
“..ชิบแล้ว”
ฉันสบถออกมาเบาๆ เพราะเื่ที่ความจำขาดๆ หายๆ คือการที่ฉันกับผู้ชายแปลกหน้าเร่าร้อนกันบนเตียงนี้ เป็เื่จริง!
ฉันพยายามลุกออกจากเตียง แต่พอเท้าแตะพื้น กลับทรงตัวไม่อยู่และล้มพับลงไป
ตุ๊บ!!
ฉันรีบหันไปดูชายหนุ่มแปลกหน้าที่นอนหลับอยู่บนเตียง โชคดีที่เขายังไม่ตื่น ต้องรีบชิ่งก่อนที่เื่จะไปไกลกว่านี้ ฉันพยายามพยุงตัวลุกขึ้นอีกครั้ง มองรอบๆ ห้องเพื่อหาเสื้อผ้าตัวเอง
“อี๋แหวะ เหม็นเหล้าชะมัด”
ฉันจับชุดเดรสสั้นสีขาวที่กองอยู่บนพื้น มันไม่ใช่แค่เหม็นกลิ่นไวน์ แต่มันเปียกชุ่มจากการลงสระของฉันด้วย
ฉันเหลือบไปเห็นตู้เสื้อผ้าหลังใหญ่แอบลื้อๆ ค้นๆ หาเสื้อผ้าที่เหมาะกับตัวเองและหนาพอที่จะไม่เห็นว่าฉันโนบรา
“ชุดวอร์ม … เออ ใส่ๆ ไปก่อนละกัน ขอละนะ”
ฉันรีบใส่ชุดวอร์มหนากางเกงที่ยาวและโหลมจนฉันต้องพับมันขึ้นเกือบครึ่งนึง หลังสำรวจตัวว่าพร้อม ฉันก็ย่องออกจากห้องไปโดยทิ้งชายหนุ่มแปลกหน้าที่ยังหลับฝันดีนั้นไว้คนเดียว
ฉันนั่งแท็กซี่มาถึงห้องแล้ว โชคร้ายที่ดันหากระเป๋าตังไม่เจอจนต้องไปขอยืมเ้าของหอมาจ่ายก่อน
…กระเป๋ากับโทรศัพท์ ลืมไว้ในห้องปาร์ตี้นั่น
“แม่งเอ้ยยยย ยัยข้าวหอม!! เลิกกินเหล้าตลอดชีวิต!”
ฉันสบถและทุบตีหัวตัวเองเบาๆ ข้อหาเมาและนัวกับผู้ชายที่ไม่รู้จัก ถึงแม้ว่านั่นจะเป็ครั้งแรกที่ลงสนามภาคปฏิบัติ แต่ก็ไม่ได้คิดจะมอบมันให้ชายแปลกหน้า แถมยังลืมกระเป๋าตังกับโทรศัพท์ไว้อีก
ทำไงดีวะเนี้ย ถ้าจะกลับไปเอา คงซื้อใหม่ดีกว่า!!
ฉันรีบสบัดความคิดทิ้ง ก่อนจะเร่งอาบน้ำแต่งตัวเพื่อไปเรียนภาคบ่ายต่อ
“เน้ๆๆๆ ยัยข้าว เมื่อคืนหล่อนโกหกฉันหรอ”
ยัยแพรรี่เพื่อนตัวดี กอดอกมองฉันอย่างคาดโทษที่ไม่ได้ไปงานวันเกิดเ้าหล่อน (จริงๆ ต้องเรียกว่า ‘ ไปไม่ถึง ‘ คงจะเหมาะกว่า)
“กะ โกหกอะไรหรอ”
“เธอบอกว่าถึงข้างล่างตึกแล้ว ฉันส่งคนไปรับ รอเกือบชั่วโมงก็ไม่มีวี่แววเธอเลย”
หึ้มมมม ฉันสิควรโกธร เพราะหล่อนไม่ลงมารับเองนั่นแหละ ฉันถึงติดบ่วง ไปกับเจ๊กะเทยนั่น
“ขะ ขอโทษ พอดี มีเื่นิดหน่อย ให้รีบกลับน่ะ”
“อย่างน้อยโทรบอกก่อนสิยัยบ้า ฉันโทรไปก็ปิดเครื่อง นึกว่าหล่อนโดนฉุดไปซะอีก”
“แหะๆ สงสัยแบตหมดน่ะ”
“ไม่ต้องมาแหะ..ว่าแต่สภาพเธอเหมือนโดนรุมโทรมมาเลยนะ ป่วยหรือเปล่า หน้าซีดๆ แถมเดินเหมือนคนขี้คาตูดเลยอ่ะ”
ยัยแพรรี่ทำท่าล้อเลียนฉัน ..ก็เออเซ้ ฉันพึ่งโดนรุมโทรมมา แต่เป็การรุมโทรมของชายคนเดียวนะ!
“ปะ เป็เมนส์น่ะ”
ฉันโกหกยัยแพรรี่ไปงั้น เพราะใครจะกล้าบอกล่ะว่าพึ่งไปนัวกับคนแปลกหน้ามาไม่รู้กี่ยกจนหมดคืน สภาพเลยเป็งี้
ติ่ง ติง ติ้งงง~~
“..ประกาศ ขอเชิญนักศึกษาอรัญญา เหมวิรัตน์ชานนท์ คณะบริหารธุรกิจปี 3 ที่ห้องทะเบียนในเวลานี้ค่ะ ขอบคุณค่ะ”
ติ่ง ติง ติ้งงง ~~
เสียงประชาสัมพันธ์จบลง แต่ความงงของฉันพึ่งเริ่ม เพราะเสียงประกาศนั้น คือเรียกฉันเองค่ะ
“เค้าประกาศเรียกแกนิ ให้ไปเป็เพื่อนไหม”
“ไม่เป็ไร แกอยู่รออาจารย์เถอะ ฝากเช็คชื่อเผื่อด้วยละกัน “
ฉันฝากเื่ยัยแพรรี่ก่อนจะรากสังขารของตัวเองไป ณ จุดหมาย
“สวัสดีค่ะ หนูชื่ออรัญญา .. “
“อ่อ ที่ประกาศหาเมื่อกี้ใช่ไหม อ่ะ มีผู้ปกครองฝากของไว้ให้”
อึก!
ฉันตาลุกโตด้วยความใ เพราะของที่อาจารย์ฝ่ายทะเบียนส่งให้คือกระเป๋าคู่ใจ ที่สะพายไปด้วยเมื่อคืน
‘ไอ้บ้านั่น มันตามฉันมาถึงมอเลยหรอ’
ฉันหันขวับไปที่รถสปอร์ตหรูคันสีดำเงางามนั่น พยายามจ้องเข้าไปในกระจกแต่ไม่เห็นแม้แต่เงาคน เพราะรถนั่นดันติดฟิล์มดำไว้รอบคัน
“...ต้องใช่แน่ๆ เพราะในมอไม่เคยมีใครขับรถแบบนี้มาก่อน”
ฉันคว้ากระเป๋ามาปิดหน้าไว้ ก่อนจะรีบวิ่งประหนึ่งเป็โจรกระชากสร้อย
“คะ คงจำหน้าไม่ได้หรอกมั้ง ในห้องก็มืด แถมต่างคนต่างเมานิ”
ฉันพึมพำปลอบใจตัวเอง ก่อนจะตั้งสติแล้วรีบเข้าตึกไปเรียนต่อ