สมรภูมิที่เคยคึกคักไปด้วยเสียงคำรามของมอนสเตอร์ เสียงระเบิด และเสียงกรีดร้อง บัดนี้กลับตกอยู่ในความเงียบงันที่น่าอึดอัด ทุกสิ่งหยุดนิ่ง ราวกับถูกสะกดด้วยเวทมนตร์อันทรงพลัง ไม่มีใครกล้าขยับ ไม่มีใครกล้าส่งเสียง แม้แต่หายใจยังต้องแผ่วเบา
ร่างของหลี่ชิงยืนตระหง่านอยู่ท่ามกลางซากปรักหักพัง ราวกับเสาหลักที่ค้ำจุนโลกไว้ พลังงานสีดำที่แผ่ออกมาจากร่างของเขาไม่ได้เป็นเพียงแค่พลังงาน มันคือไอสังหาร ความตายที่จับต้องได้ ความรู้สึกสิ้นหวังที่แผ่ซ่านไปทั่วทุกหนแห่ง มันกดดันทุกคนที่อยู่ใกล้เคียง ทำให้พวกเขารู้สึกเหมือนกำลังยืนอยู่หน้าเหว ไอเชือดเฉือนรุนแรงที่แผ่ออกมาจากตัวเขากรีดบาดผิวหนังและจิตใจของพวกเขา แม้แต่ผู้นำทั้งสี่แห่งเงาแห่งหายนะยังต้องชะงักไปชั่วขณะ พลังงานที่น่าสะพรึงกลัวเช่นนี้ พวกมันไม่เคยสัมผัสมาก่อน มันแตกต่างจากพลังงานใดๆที่พวกมันเคยรู้จัก พลังงานที่บริสุทธิ์ โหดเหี้ยม และไร้ความปราณี
หลี่ชิงยกดาบในมือขึ้นอย่างช้าๆ ท่าทางของเขาเรียบง่าย สงบ และไร้ซึ่งความรู้สึกใดๆ ราวกับเขาไม่ใช่ผู้ที่กำลังต่อสู้ แต่เป็นเพียงผู้สังเกตการณ์ กระนั้น มันก็แฝงไว้ด้วยความหนักแน่นและอำนาจที่ไม่อาจมองข้ามได้ ไม่มีใครคาดเดาได้ว่าเขาจะทำอะไรต่อไป ทุกสายตาจับจ้องไปที่เขาอย่างไม่วางตา เฝ้ารอการเคลื่อนไหวครั้งต่อไป
แล้วเขาก็เคลื่อนไหว
เป็นการวาดดาบที่เรียบง่ายที่สุด ตรงไปตรงมาที่สุด ราวกับเป็นเพียงการขีดเส้นในอากาศ ไม่มีลวดลายวิจิตรบรรจง ท่วงท่าที่สวยงาม หรือพลังพิเศษใดๆให้เห็น มีเพียงความเร็วที่น่าเหลือเชื่อ และความแม่นยำที่ไร้ที่ติ ดาบของเขาเคลื่อนที่ผ่านอากาศอย่างเงียบเชียบ ราวกับมันไม่ได้มีอยู่จริง
แต่ลิลิธสัมผัสได้ถึงอันตรายที่ไม่อาจมองข้ามได้ สัญชาตญาณของมันร้องเตือนให้หลบหนีจากดาบเล่มนั้นให้เร็วที่สุด มันไม่เคยรู้สึกถึงความรู้สึกเช่นนี้มาก่อน ความรู้สึกของการเผชิญหน้ากับความตายโดยตรง ความรู้สึกที่ทำให้มันหวาดกลัวจนสั่นสะท้าน
มันเบี่ยงตัวหลบอย่างสุดกำลัง ร่างกายที่เคยเคลื่อนไหวด้วยความเร็วเหนือแสง บัดนี้กลับดูเชื่องช้าและเงอะงะ มันพยายามที่จะหลีกเลี่ยงดาบของหลี่ชิง แต่มันก็สายเกินไป
ฉัวะ
เสียงแหวกอากาศเบาๆ ดังขึ้น เสียงที่แผ่วเบาแต่คมกริบ เสียงที่ดังเข้าไปถึงก้นบึ้งของจิตใจ เสียงที่ทำให้ทุกคนรู้สึกเหมือนถูกดาบเล่มนั้นกรีดบาด แขนขวาของลิลิธขาดออกจากร่างอย่างง่ายดาย ราวกับมันเป็นเพียงกิ่งไม้แห้งๆ กระเด็นลอยไปในอากาศพร้อมกับเลือดสีดำที่พวยพุ่งออกมา เลือดที่ร้อนระอุและชั่วร้าย เลือดที่สามารถกัดกร่อนทุกสิ่งที่สัมผัส เลือดที่ทำให้ทุกสิ่งที่มันสัมผัสกลายเป็นความมืด
ความเงียบเข้าปกคลุมทั่วทั้งสมรภูมิอีกครั้ง แตครั้งนี้มันเป็นความเงียบที่หนักอึ้งและน่าตกตะลึงยิ่งกว่าเดิม ทุกคนต่างเบิกตากว้างด้วยความไม่อยากจะเชื่อ พวกเขาไม่เคยเห็นอะไรเช่นนี้มาก่อน ไม่เคยคิดว่าจะมีใครที่สามารถทำร้ายผู้นำแห่งเงาแห่งหายนะได้ง่ายดายเช่นนี้ ไม่เคยคิดว่าจะมีใครที่แข็งแกร่งได้ถึงเพียงนี้
เหล่าจักรพรรดิที่กำลังต่อสู้อย่างยากลำบากถึงกับหยุดชะงัก พวกเขาจ้องมองไปยังหลี่ชิงด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความสงสัยและประหลาดใจ พวกเขาไม่รู้ว่าชายผู้นี้เป็นใคร ไม่เคยเห็นเขามาก่อน ไม่รู้ว่าเขาต้องการอะไร แต่รู้ว่าเขาแข็งแกร่ง แข็งแกร่งจนน่าเหลือเชื่อ และหวังว่าเขาจะมาช่วยพวกเขา
ผู้นำทั้งสี่แห่งเงาแห่งหายนะเองก็เช่นกัน พวกมันไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะมีใครที่สามารถทำร้ายลิลิธได้ง่ายดายเช่นนี้ ไม่เคยเจอใครที่สามารถเอาชนะพวกมันได้ พวกมันเริ่มหวาดหวั่น สงสัย และไม่รู้ว่าควรทำอย่างไรต่อไป ไม่รู้ว่าหลี่ชิงคือใคร และต้องการอะไร
แม้แต่มาสเทมาที่กำลังจะโจมตีก็ยังต้องหยุดชะงักไปชั่วครู่ พละกำลังมหาศาลของมันราวกับถูกแช่แข็ง ความบ้าคลั่งในดวงตาของมันถูกแทนที่ด้วยความประหลาดใจ มันไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น ทำไมมันถึงไม่สามารถขยับได้ ทำไมพลังงานของมันถึงอ่อนแอลง
แต่เพียงชั่วครู่เท่านั้น สัญชาตญาณดิบก็ทำให้มันพุ่งเข้าใส่หลี่ชิงด้วยความเร็วสูงสุด มันไม่สนว่าหลี่ชิงจะแข็งแกร่งแค่ไหน ไม่สนว่ามันจะต้องตาย มันจะบดขยี้เขาให้แหลกเป็นผุยผง ทำลายทุกสิ่งที่ขวางหน้า มันคือความบ้าคลั่งที่แท้จริง
แกบังอาจ มาสเทมาคำราม เสียงของมันก้องกังวานด้วยความโกรธ เสียงที่ทำให้พื้นดินแตกร้าว ทำให้ทุกคนหวาดกลัว ทำให้ทุกสิ่งสั่นสะเทือน
หลี่ชิงไม่รอช้า เขาฟันดาบอีกครั้ง
คราวนี้เป็นการฟันดาบขึ้นในแนวตั้ง พลังงานสีดำพุ่งออกมาจากดาบของเขา พลังงานที่เข้มข้นและทรงพลัง พลังงานที่สามารถทำลายทุกสิ่ง พลังงานที่มาพร้อมกับไอเชือดเฉือนรุนแรงกว่าเดิม พลังงานที่ทำให้ทุกคนที่อยู่ใกล้เคียงรู้สึกเหมือนถูกดาบเล่มนั้นแทง ปะทะเข้ากับการโจมตีของมาสเทมาอย่างจัง
ตูม
เกิดเสียงระเบิดดังสนั่น แรงปะทะทำให้พื้นดินสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ฝุ่นควันตลบอบอวลไปทั่วบริเวณ ทุกคนต้องยกมือขึ้นบังตา ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ใครเป็นผู้ชนะ หรือใครเป็นผู้แพ้
เมื่อฝุ่นควันจางลง ทุกคนก็ต้องตกตะลึงอีกครั้ง หลี่ชิงยืนหยัดอยู่ตรงนั้นอย่างมั่นคง ไม่ได้รับบาดเจ็บแม้แต่น้อย ราวกับเขาไม่ได้รับผลกระทบจากการระเบิด ราวกับเขาเป็นอมตะ ในขณะที่มาสเทมาถอยหลังไปหลายก้าว ร่างกายของมันสั่นเทาอย่างรุนแรง ราวกับมันได้รับบาดเจ็บสาหัส ราวกับมันกำลังจะตาย
ลิลิธและมาสเทมามองหน้ากันด้วยความตกตะลึง พวกมันไม่เคยเจอใครที่แข็งแกร่งเช่นนี้มาก่อน ไม่เคยคิดว่าจะมีใครที่สามารถเอาชนะพวกมันได้ พวกมันเริ่มหวาดกลัว สงสัย และไม่รู้ว่าควรทำอย่างไรต่อไป ไม่รู้ว่าหลี่ชิงคือใคร และต้องการอะไร
ถอย ลิลิธออกคำสั่งเสียงเย็น เสียงที่แสดงถึงความเยือกเย็น ความเด็ดเดี่ยว และความสิ้นหวัง
พวกมันรีบถอยกลับไปรวมกลุ่มกับอาซาเซลและเบเรียล ผู้นำทั้งสี่แห่งเงาแห่งหายนะยืนเรียงกันเป็นแนวหน้า เผชิญหน้ากับหลี่ชิง พวกมันไม่กล้าประมาทเขาอีกต่อไป รู้ว่าเขาคือศัตรูที่แข็งแกร่งที่สุดที่พวกมันเคยเจอ และต้องทำทุกวิถีทางเพื่อเอาชนะเขา
อาซาเซลขมวดคิ้วมุ่น มันจ้องมองไปยังหลี่ชิงอย่างไม่วางตา พยายามที่จะวิเคราะห์พลังงานของเขา หาคำตอบ และเข้าใจว่าชายผู้นี้คือใคร
คลื่นพลัง คล้ายกันมาก มันพึมพำกับตัวเอง..