The Age of Apocalypse (ศักราชสิ้นสูญ)

    บทที่ ๔๖ เจโรแก้แค้น

            “ลูกพี่เจผมเจอไอ้หมอนั่นแล้ว”ผู้เล่นในชุดแปลกประหลาดที่ดูไม่เข้ากันวิ่งพรวดเข้ามาในถ้ำที่พักของพวกเขา

            ลูกพี่เจหรือเจโรที่นั่งอ่านข่าวตามบอร์ดสนทนาลุกพรวดขึ้นมาทันที

            “มันอยู่ไหน!”เจโรได้ยินว่าลูกน้องมันเจอตัวคนที่ฆ่าเขาเมื่อวันก่อนก็รีบตะโกนถามสวนกลับไปทันทีพวกพ้องอีกสิบกว่าคนที่บ้างนั่งบ้างนอนอยู่ในซอกถ้ำก็ตื่นตัวขึ้นรวมถึงหัวหน้าของกลุ่มโจรที่เล่นไพ่อยู่กับรองหัวหน้าก็หันมามอง

            “ผมเจอมันเพิ่งเดินออกจากไตรเหมันต์ไปตะกี้ตรงประตูเหนือ”

            “พี่ใหญ่ไปกันเถอะ!” เจโรหันไปขอความเห็นเชิงขอร้องกับพี่ใหญ่ของกลุ่ม

            ชายร่างใหญ่พยักหน้าปากหนาเผยรอยยิ้มของความสนุกสนาน

            “ไปกัน”

            การออกปล้นคราวก่อนนับเป็นหนึ่งในความผิดพลาดของเจโรเดิมทีเห็นว่าพวกพ่อค้าไม่กี่คนกับเด็กหน้าใหม่น่าจะเป็นหมูในอวยให้พวกเขาเชือดง่ายๆแต่ที่ไหนได้ กลับเสียรู้พวกมันจนตายยกก๊วนกลับมา

            ลูกผู้ชายฆ่าได้หยามไม่ได้เจโรกลับมาเล่าเรื่องนี้ให้พี่ใหญ่ฟังอย่างโกรธแค้นแน่นอนว่าในส่วนที่ตัวเองเสียท่าอย่างสะบักสะบอมต้องกลบเกลื่อนให้ผ่านไปเน้นหนักตรงความเจ้าเล่ห์เพทุบายของไอ้หน้าใหม่นั่น ว่ามันลอบกัดยังไง รังแกเขาแบบไหนและในที่สุด พี่ใหญ่ก็รับปากว่าจะช่วยเขากู้หน้ากลับมา

            หลายวันมานี้เจโรจึงส่งลูกน้องห้าหกคนไปตระเวนเดินดูในเมืองไตรเหมันต์ดูเผื่อว่าจะสวนทางกับหมอนั่นบ้าง จนมาถึงวันนี้ ในที่สุดก็ได้เบาะแสมา

            โจรสิบห้าคนออกเดินทางในทันทีและเพราะไม่มีของอะไรให้เก็บจึงมีความคล่องตัวสูง

            พวกเขาเป็นกลุ่มโจรที่เล่นเกมมาเกือบสี่เดือนในเกมทุกครั้งที่ปล้นอะไรมาได้ก็จะรีบปล่อยของ เปลี่ยนไอเทมเป็นเงินทองเพื่อระบายของร้อนยกเว้นจะเจออะไรถูกใจก็จะเก็บไว้ใช้เอง ของมีค่าในถ้ำจึงมีอยู่ไม่กี่ชิ้น จึงเคลื่อนไหวได้ทันที

            พี่ใหญ่ของพวกเขาชื่อกามอนตอนนี้เลเวลสูงถึงหกสิบ เก่งกาจด้านมายาเวทอย่างมาก ตั้งแต่เล่นเกมมายังไม่เคยมีครั้งไหนที่ปล้นฆ่าไม่สำเร็จ ลูกน้องทุกคนจึงยอมรับนับถือ

            คนทั้งหมดมีเลเวลเฉลี่ยอยู่ที่สี่สิบเศษเพราะทำอาชีพโจรกันมาระยะหนึ่งจึงรู้ดีว่าทักษะเสริมด้านการเคลื่อนไหวจะช่วยให้ปล้นแล้วหนีได้เร็วทุกคนจึงมีทักษะประเภทเพิ่มความเร็ว ไม่ก็ประยุกต์ใช้ทักษะด้านนี้จนเชี่ยวชาญ

            สิบห้าคนวิ่งตะบึงผ่านแนวป่านอกเมืองเริ่มต้นด้วยความเร็วสูงบวกกับความช่ำชองในเส้นทาง ไม่นานก็อ้อมมาถึงด้านเหนือ สาวรอยไปเรื่อยๆก็เจอรอยย่ำผ่านหิมะตรงขึ้นไปในหุบเขา

            เจโรที่นำอยู่หัวแถวยิ้มกริ่มยิ่งวิ่งยิ่งเร็ว ไม่นานนักก็เห็นผู้เล่นในชุดสีน้ำเงินคนหนึ่ง ก้มๆ เงยๆอยู่ลิบตา เดินพลางหยุดพลาง เหมือนจับเส้นทางไปต่อไม่ถูก

            “ใช่หมอนั่นมั้ย?”เจโรในชุดสายยุทธเวทถามลูกน้องคนที่มาแจ้งข่าว

            “ผมขอดูแป๊บลูกพี่”ระยะไกลเกือบห้าสิบเมตร อย่าว่าแต่หน้าเลย ชายหรือหญิงยังดูไม่ชัดจะให้เขามั่นใจได้ไง แม้คนคนนั้นจะสวมเสื้อคลุมสีน้ำเงินเหมือนไอ้หมอนี่ที่เขาบังเอิญเจอก่อนออกจากเมืองแต่ก็ไม่แน่ว่าอาจจะเป็นผู้เล่นคนอื่นที่บังเอิญผ่านมาทางนี้ก็ได้

            “ช่างมันยิงเลย” เจโรไม่ทันตัดสินใจ แต่กามอนเฉียบขาดกว่ากันเยอะ

            ยังไงพวกเขาก็เป็นโจรปล้นฆ่าถูกคนหรือผิดคน ยังไงก็ได้ของเหมือนกัน จะพิรี้พิไรทำไม

            รองหัวหน้ากลุ่มคว้าไรเฟิลกระบอกยาวออกมาถือค้างเอาไว้ปรับศูนย์เล็งอยู่สามอึดใจเพื่อหวังทำดาเมจหนักหน่วงในครั้งเดียว

            ปืนนับเป็นของหายากในเกมไม่ใช่ว่ามันเป็นของดีอะไร แต่เพราะมันใช้งานยาก แถมยังมีราคาแพง หากไม่มีทักษะรสายนเวทประกอบดาเมจยังสู้ดาบง่อยๆ ที่ระดับต่ำกว่าหนึ่งเกรดไม่ได้ จึงไม่เป็นที่นิยมในหมู่ผู้เล่นที่ไม่ใช่สายช่างทำให้หากพบคนใช้อาวุธประเภทนี้ เก้าในสิบจะต้องเป็นผู้เล่นสายไอเทมเท่านั้น

            เปรี้ยง!

            กระสุนขนาด15 มม. จากไรเฟิลประดิษฐ์กระบอกนี้แหวกอากาศไปด้วยความเร็วเสียง ระยะทางห้าสิบเมตรเสมือนชั่วลัดนิ้วเดียวแค่เสี้ยววินาทีถัดมา ผู้เล่นในชุดน้ำเงินนั่นก็ถูกกระสุนเจาะเข้าให้ที่ไหล่ซ้ายร่างกระเด็นลอยไปสามเมตรจากแรงปะทะ ล้มนิ่งไม่ไหวติง

            ลูกน้องที่เหลือรู้แนวทางการโจมตีดีเพราะเคยเห็นเหตุการณ์แบบนี้มานักต่อนักทุกคนจึงใส่เต็มฝีเท้า วิ่งเข้าไปหาเหยื่อที่นอนเลือดอาบอยู่ไกลๆ นั่นทันที

             

            ………………..

             

            เปรี้ยง!

            หูได้ยินเสียงปั๊บเส้นประสาทก็ตอบสนองฉับพลัน แต่เพราะเว้นห่างจากเกมไปนาน ทักษะอะไรที่มีก็ไม่เหมือนเมื่อก่อนวิฬาร์จึงหลบกระสุนนัดนี้ไม่พ้น หัวสมองยังไม่ทันนึกอะไร หิมะใต้ฝ่าเท้าก็พลิกขึ้นมากลบหน้า

            “เชี่ยแม่ง!” เขาสบถด่าออกมาอย่างหงุดหงิด ดีที่การโจมตีนี้ไม่ถึงตายแต่เลือดก็ลดไปครึ่งหลอด เขาจึงร่ายเวทฟื้นพลังทันทีนับว่าโชคดีที่คนยิงเล็งเป้าได้ไม่แม่น ถ้าเกิดนัดนี้โดนเข้ากลางหัวเขาวิฬาร์คงต้องไปเกิดใหม่ทันที

            ใช้เวทระดับต่ำอัดใส่ตัวแค่สี่บทเลือดก็เกือบฟื้นขึ้นมาเต็ม บาดแผลก็สมานตัวเรียบร้อย วิฬาร์จึงเพิ่งสังเกตว่านี่เป็นบาดแผลกายภาพไม่มีสถานะผิดปกติจากเวทมนตร์ เมื่อพิเคราะห์เหตุรวมกับเสียงปืนเมื่อครู่วิฬาร์ก็เดาว่าคนใช้คงเป็นผู้เล่นสายไอเทม ไม่อย่างนั้นปืนนี่คงไม่มีพลังโจมตีหนักหน่วงขนาดนี้แต่คงผนึกพลังลงไอเทมได้ยังไม่ดีพอ การโจมตีจึงไม่เกิดผลพวงอื่นตามมา เป็นแค่บาดแผลกระจอกที่รักษาได้ง่ายมากเท่านั้น

            พอเขาฟื้นตัวจนเกือบหายดีหูก็ได้ยินเสียงฝีเท้าสับสนมาจากเบื้องหลัง หันไปดูก็เห็นสัตว์อสูรสี่ตัวถลาเข้ามาตามด้วยผู้เล่นด้านหลังอีกเป็นโขยง

            เขามองอย่างงุนงงเพราะไม่รู้จักหน้าค่าตาของไอ้พวกนี้ แต่ดูจากชุดที่แต่ละคนใส่ก็พอเดาได้

            ผู้เล่นพวกนั้นใส่ชุดแปลกประหลาดจนถึงขั้นน่าเกลียดทำให้วิฬาร์รู้ว่าเป็นโจรแน่นอน

            ปกติการตายในเกมระบบจะบังคับดรอปไอเทมและเงินอยู่แล้วแต่การดรอปก็มีขอบเขตอยู่ที่ชิ้นเดียวกับเงินแค่ 20% เพราะถ้าเกิดดรอปออกมาหนักกว่านี้เกรงว่าคงมีคนเลิกเล่นเกมนี้เกินครึ่ง

            ผู้เล่นแต่ละคนมีความถนัดคนละสายแถมแต่ละสายยังมีสาขาย่อยลงไปอีก ไอเทมในเกมก็มีหลากหลาย ทั้งที่ดรอปจากสัตว์อสูรหรือที่ประดิษฐ์กันเองจึงมีให้เลือกสรรจำนวนมาก ของที่พวกนี้ปล้นฆ่ามาได้แต่ละทีจึงแทบไม่ซ้ำกัน การจะดรอปเสื้อผ้าเครื่องประดับให้เข้าชุดกันจึงเป็นไปไม่ได้ทำให้โจรพวกนี้ต้องจำใจใส่แบบมิกซ์แอนด์ไม่แมทช์นี้ วิฬาร์จึงแยกออกได้อย่างชัดเจนว่าพวกนี้เป็นโจรมากกว่าผู้เล่นทั่วไป

            เมื่อรู้ว่าเป็นโจรเรื่องราวทั้งหมดก็กระจ่าง วิฬาร์ที่หงุดหงิดอย่างหนักจึงคิดระบายอารมณ์

            พวกโจรทั้งสิบห้าคนนับว่าดวงโคตรซวยจริงๆวิฬาร์วันนี้มีทักษะแปดสายครบซ้ำยังสูงถึงขั้นกลาง นับเป็นมังกรในฝูงแกะพูดว่าเขาแค่ถุยน้ำลายใส่ พวกนี้ก็ตายยังไม่เกินไป แถมถ้าเกิดพวกมันตายด้วยฝีมือเขาจะเอาไปโพนทะนาที่ไหนก็ไม่มีใครเชื่อ วิฬาร์จึงไม่มีข้อจำกัดในการใช้พลังฝีมือ

            เหยี่ยวนภาครามงูสามเหลี่ยมลายนิล และสองภูตน้ำเกล็ดฟ้ามาถึงตัววิฬาร์เป็นกลุ่มแรกเขารับมือด้วยท่าทีเยือกเย็น แผ่อาณาเขตเวทเพลิงออกจากเท้า เพิ่มอัตราการติดคริติคอลฮิตให้กับการโจมตีถัดจากนี้ไม้กายสิทธิ์ในมือแกว่งไกว แม้ถูกรุมแต่กลับเป็นฝ่ายได้เปรียบ

            ถึงการต่อสู้จะวุ่นวายแต่หนึ่งใจแบ่งใช้สอง มือไม้รับการโจมตี แต่ปากขมุบขมิบร่ายกระบวนเวทผสานอย่างหนึ่งรอไว้กะกวาดทีเดียวหมดกระดาน

            “ใช่หมอนั่นจริงด้วยลูกพี่!” โจรคนที่เห็นหน้าวิฬาร์ชัดหันกลับไปตะโกน จากนั้นกระโดดเข้าร่วมวงโจมตีเตรียมจับวิฬาร์มัดเป็นบ๊ะจ่าง รอเอาใจลูกพี่

            วิฬาร์ได้ยินเสียงตะโกนก็งงหนักหมอนี่รู้จักเขาด้วย?

            เรื่องถูกปล้นอาจเป็นเรื่องใหญ่สำหรับคนทั่วไปแต่ไม่ใช่กับวิฬาร์ เขาจึงไม่ได้เอาเรื่องเมื่อครั้งก่อนมาจำใส่ใจขนาดค่าหัวไอ้ผู้เล่นเจเจอะไรนั่นก็ยังไม่ได้เอาไปขึ้นเงินชื่อยังจำได้ไม่ครบคำเลย เขาจึงจำหน้าโจรที่ดักปล้นคราวก่อนไม่ได้

            รับมือกับสี่สัตว์อสูรหกผู้เล่น วิฬาร์ยังยันไว้ได้ แต่เหมือนโจรพวกนั้นจะไม่ได้สังเกต แต่ละคนเบียดเข้ามาเรื่อยๆส่วนโจรที่ถนัดเล่นระยะไกลก็ยืนอยู่ชายขอบ วิ่งวนไปวนมา ยิงเวทโจมตีบ้างฟื้นพลังบ้าง ใส่เข้ามาด้านใน

            แม้ความจริงการตั้งรับโจรพวกนี้จะไม่เหลือบ่ากว่าแรงวิฬาร์แต่ท่าทีที่พวกนั้นเห็นคือเขากำลังรับมืออย่างทุลักทุเล เดี๋ยวม้วนกลิ้ง เดี๋ยวบิดตัวท่าทางพิลึกพิลั่นยังกะปลาสดบนเขียงในตลาด ดิ้นรนกระเสือกกระสนเอาชีวิตรอด พี่ใหญ่จึงยืนมองภาพนี้อย่างเบาใจเจโรเองก็ยืนยิ้มอยู่ข้างๆ รอดูวาระสุดท้ายของวิฬาร์ แต่ไม่มีใครสังเกตเลว่าตอนนี้โจรทุกคนยืนอยู่ในอาณาเขตธาตุมืดที่วิฬาร์กางรอเอาไว้แต่ต้นครบทุกคนแล้ว

            กระบวนเวทผสานค่ายกลตาบอด

            พอได้จังหวะวิฬาร์ก็กระตุ้นกระบวนเวทที่ผสานจากมรณเวท ธาตุเวท และดาราเวทออกมาเป็นค่ายกลทันที

            วงเวทใต้เท้าพลันเรืองแสงวิบวับบ้างดำบ้างแดงวงกลมขนาดเล็กใหญ่ไม่เท่ากันสูบพลังเวทออกจากตัวเขาอย่างหิวกระหายจนวิฬาร์ต้องคว้ายาฟื้นพลังเวทระดับต่ำขึ้นมาดื่มสามขวดเพื่อทดแทนพลังที่หายไปต่อลมหายใจการต่อสู้ไปอีกช่วง

            เวทมนตร์ชุดนี้มีประสิทธิภาพมากกว่าดินแดนอนธการจากสายดาราเวทเพียงลำพังอย่างน้อยสามเท่าอาณาเขตก็กว้างกว่า แสดงผลได้ยาวนานกว่า ขอแค่ก้าวเข้ามาในวงเวทแล้วต่อให้หนีรอดไปได้ ก็ยังติดคำสาปตาบอดต่อเนื่องอีกสามวินาทีแม้ว่าจะเปลืองพลังเวทมนตร์ไม่น้อย แต่รับรองว่าคุ้มค่า

            ความจริงวิฬาร์เองก็อยากใช้เวทมนตร์ระดับกลางแต่เพราะเขาเลเวลยังน้อย พลังเวทมนตร์อ่อนด้อย แถมต้องใช้เวลาร่ายนานแม้ว่ามันจะมีอานุภาพสูง แต่จะทำให้เกิดรอยต่อของการต่อสู้เยอะเกินไป ไม่เหมาะกับสถานการณ์ตะลุมบอนแบบนี้

            โจรสิบห้าคนยังแกว่งดาบสะบัดไม้เท้าอยู่ก็จริงแต่ทุกคนโลกมืดไปแล้ว ตอนนี้ทุกคนมองไม่เห็นแม้แต่มือตัวเองต่อให้วิฬาร์ยื่นแก้มให้ต่อยก็ไม่มีทางโดน การโจมตีถัดมาจึงไม่โดนเขาเลยแม้แต่นิดเดียวบางคนเสียจังหวะหนักหน่อย ก็ล้มลงไปนอนกองอยู่บนพื้น

            กระบวนเวทผสานค่ายกลสั่นสะเทือน

            พอพลังเวทฟื้นขึ้นมาจนมากพอเขาก็เสริมเวทอีกชุดลงไป

            พื้นดินไหวตัวพะเยิบพะยาบคนที่ยืนไม่นิ่งก็ล้มคว่ำ ไอ้คนที่คว่ำไปก่อนก็ถูกคนที่มาทีหลังชนล้มลงไปอีกรอบทุกอย่างสับสนวุ่นวาย

            พอตาบอดคราวนี้วิฬาร์ก็ยิ่งได้ใจ คว้าหอกเวทวชิระออกมา ผนึกเวทมนตร์หลายสายลงไปหอบใหญ่จากนั้นเริ่มเก็บคนที่อยู่วงนอกสุดก่อน

            พี่ใหญ่คือคนที่มีประสบการณ์ในการปล้นมากที่สุดพอรู้ตัวว่าตาบอดก็แน่ใจได้ทันทีว่าโดนคำสาป วิธีแก้คำสาปที่ง่ายสุดคือใช้เวทสายสุคติเวทหักล้างแต่เขาที่เล่นสายมายาเวทไม่มีของแบบนั้นจึงเลือกพาตัวเองออกห่างจากศัตรูให้ได้มากที่สุดเพื่อหนีจากอาณาเขต ปกติคำสาปพวกนี้ไม่ได้มีผลตลอดไปอย่างมากสิบวิครึ่งนาทีก็หมดอานุภาพ หรือขอเพียงพ้นพื้นที่อาคมก็พอ ไม่อย่างนั้นเสกทีตาบอดสิบนาที นี่ก็ไม่ต่างจากเปิดโปรโกงเกมแล้ว

            แต่ที่ไหนได้เท้าขวาเพิ่งจะเหยียบขอบนอกค่ายกล ปลายหอกของวิฬาร์ก็เสียบทะลุกลางอกแล้วบิดคว้านหัวใจก็ถูกกระชากหายไปทันที

            นับหนึ่งสองสามฉลามไม่ทันขึ้นบก โจรก็ตายไปแล้วสามคน

            พอสี่ห้าหกอีกสี่ก็ตามลูกพี่ไป

            ค่ายกลตาบอดวิฬาร์มีผลแค่สามสิบวินาทีไม่นานมันจึงหยุดลง แต่ค่ายกลสั่นสะเทือนมีผลนานกว่านั้นตัวเขาที่เป็นเจ้าของเวทมนตร์ไม่ได้รับผลกระทบ จึงเดินได้อย่างเป็นธรรมชาติส่วนพวกโจรที่เพิ่งตาบอดยังล้มลุกคลุกคลานกันอยู่ ตกเป็นเป้าโจมตีอีกรอบ

            มีคนทุกลักทุเลแต่ก็มีคนตั้งตัวได้ ลูกน้องโจรสองคนที่มีฝีมือดีที่สุดในกลุ่มดีดตัวเข้าหาวิฬาร์ เป็นเพราะเล่นสายยุทธเวททักษะด้านกำลังกายและการตอบสนองจึงดีกว่าคนอื่น พอค่ายกลตาบอดสิ้นฤทธิ์ พวกมันก็กลับมาเล็งเป้าหมายได้อีกครั้งคนนึงใช้ดาบ อีกคนใช้ขวาน เงื้อฟันวิฬาร์จากสองมุมด้านหลัง การลงมือนับว่าเข้าขั้นวิฬาร์จึงอดเผยรอยยิ้มชื่นชมไม่ได้

            แต่ชื่นชมก็ส่วนชื่นชมกระทืบก็ส่วนกระทืบ

            วิฬาร์เหลือบมองด้วยหางตาใช้มายาเวทผ่านแหวนบนนิ้ว แยกร่างจากหนึ่งเป็นสาม กระจายตัวล้อมสองคนไว้ตรงกลางร่างจริงเปลี่ยนตำแหน่งไปด้านข้าง จากนั้นเท้าซ้ายยันพื้น เท้าขวายกขึ้นเวทดินผนึกลงที่ปลายเท้าอย่างแข็งกร้าว เพิ่มพลังป้องกันจนเทียบเท่ากับโล่ระดับ D ตระเตรียมปะทะกับปลายดาบ

            โจรพวกนี้เพิ่งจะเลเวลสี่ห้าสิบปกติเน้นพวกมากเข้าว่า ประสบการณ์ต่อสู้จะไปเอามาจากไหน แม้เลเวลสูงแต่ความสามารถยังไม่เท่าคมวายุที่เขาเคยเจอ้วยซ้ำเห็นวิฬาร์แยกร่างได้ก็งุนงงจนไปต่อไม่ถูก แต่ละคนสุ่มเลือกร่างเงาที่ใกล้มือ ฟาดขวานเหวี่ยงดาบเข้าหาเป้าหมายอย่างขอไปที

            แต่เหมือนว่าพวกมันคนนึงโชคดีไม่น้อยเจอวิฬาร์ตัวจริงเข้าให้

            เกิดเสียงเปรี้ยงดังขึ้นติดๆกันสองครั้ง ปลายดาบที่ปะทะกับเท้าของวิฬาร์หักสะบั้นส่วนเจ้าของดาบที่ทะยานเข้ามาสุดตัวก็จูบเข้ากับฝ่าเท้าของวิฬาร์จนหน้ายู่คอย่น

            ส่วนอีกคนที่เลือกร่างเงาผิดนั้นขวานศึกขนาดใหญ่สับลงโดนร่างปลอมแล้วกระแทกพื้นจนจมหายไปครึ่งเล่มแรงสะท้อนจากการโจมตีทำเอาแขนทั้งสองข้างไร้ความรู้สึก

            จากนั้นวิฬาร์พลันตวัดหอกกลับหมุนตัวอีกสามรอบ เสกเวทง่อยๆ สองสามอันเพื่อตรึงการเคลื่อนไหวไม่ให้หลบได้สองหัวก็แยกออกจากคอ เลือดกระเซ็นจนแดงฉาน ย้อมเกล็ดหิมะบนพื้นจนละลายเป็นธารโลหิต

            ลงมืออีกไม่กี่อึดใจโจรที่เหลือก็ตามกามอนไปโดยทิ้งช่วงห่างกันไม่มากนัก ไอเทมสิบห้าชิ้น เงินหลายร้อยเหรียญกองเกลื่อนกลาด




            อู้ววว ฉากต่อสู้นี้เป็นไงบ้างครับ สะใจกันมั๊ย???

    คล้ายกับเรื่องThe Age of Apocalypse (ศักราชสิ้นสูญ) ที่คุณอ่าน