คำพูดของเจียงฉิงฟางทำให้ทั้งเจียงโซ่วและลู่เหมยนิ่งงันไปพวกเขาทั้งคู่รักและลำเอียงต่อเจียงฉิงหร่วนจริงๆ อย่างที่เจียงฉิงฟางเอ่ยออกมาแต่หากถามถึงว่าผู้ใดทำให้เขาและภรรยาได้หน้าได้ตามากที่สุดก็ยังเป็นเจียงฉิงฟางอยู่ดียามนี้ก็เห็นได้อย่างชัดเจนว่าเจียงฉิงเหยาตั้งใจจะหาเรื่องเจียงฉิงฟางอย่างไม่ลืมหูลืมตาพวกเขาที่เป็นทั้งบิดาและมารดาจะต้องตัดสินใจแล้วว่าจะหลับหูหลับตาช่วยเจียงฉิงเหยารังแกเจียงฉิงฟางหรือว่าจะขัดแย้งกับบ้านใหญ่ของสกุลเจียงด้วยการออกหน้าช่วยเจียงฉิงฟาง
“ฉิงฟางหากเจ้าไม่ได้มีใจคิดจะยั่วยวนเขยใหญ่แล้วทำไมเขาจึงได้มายืนอยู่ที่รั้วบ้านของเจ้าเล่า”คำถามประโยคนี้ของเจียงโซ่วชี้ชัดให้เจียงฉิงฟางได้รับรู้แล้วว่าเขายังยินดีที่จะอยู่ภายใต้เงาของพี่ชายด้วยการหลับหูหลับตาช่วยเจียงฉิงเหยารังแกนาง
“ท่านพ่อเขาเองก็บอกออกมาแล้วว่าเขาเป็นผู้มาเอง เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับข้า”เจียงฉิงฟางเอ่ยพลางทอดถอนใจออกมา
“เพราะก่อนหน้านี้เจ้ายั่วยวนเขาไว้นางตัวดีวันนี้ข้าจะต้องสั่งสอนให้เจ้าได้รู้ซึ้งว่าสามีของผู้อื่นเจ้าไม่อาจจะเล่นหูเล่นตาได้”เจียงฉิงเหยาเอ่ยพลางหันไปส่งสัญญาณให้คนงานของบิดาของนางบุกเข้าไปจับกุมเจียงฉิงฟางแต่เจียงฉิงฟางกลับประกาศกร้าวออกมา
“หากผู้ใดกล้าบุกรุกเข้ามาในรั้วบ้านของข้าก็ลองดูข้าจะได้ประกาศให้คนทั่วไปได้รู้ว่าหัวหน้าหมู่บ้านต้าหนิวแห่งนี้ไร้คุณธรรมตนเองไม่อาจจะควบคุมบุตรชายบุตรสะใภ้ของตนเองได้ก็โยนความผิดทั้งหมดมาให้ข้ารังแกสตรีไร้ทางสู้ผู้หนึ่งที่ต้องเลี้ยงดูบุตรชายและบุตรสาวตามลำพังเช่นข้า”คำพูดของเจียงฉิงฟางทำให้หัวหน้าหมู่บ้านอย่างเฉินเซียวรีบส่งเสียงโต้แย้งออกมาในทันที
“สะใภ้บ้านจ้าวข้าคนนี้หาได้เป็นอย่างที่เจ้าพูด เพียงแต่วันนี้เจ้าลงมือหนักหน่วงจนเกินไปจนถึงขั้นทำให้ลูกสะใภ้บ้านข้าหมดสติ” คำพูดของเฉินเซียวทำให้เจียงฉิงฟางร้องเฮอะ!ออกมา
“ในฐานะที่เป็นผู้หลักผู้ใหญ่ของหมู่บ้านไม่สอบสวนก่อนเลยหรือว่าเป็นผู้ใดที่เป็นคนหาเรื่องก่อน”เมื่อเจียงฉิงฟางเอ่ยจบเจียงฉิงเหยาก็ไม่รอช้าหันไปสั่งคนของบิดาของนางในทันที
“ท่านพ่อสามีเป็นหัวหน้าหมู่บ้านก็จริงแต่นี่เป็นเรื่องความขัดแย้งของบุตรสาวบ้านสกุลเจียงท่านพ่อสามีนับเป็นคนนอกย่อมไม่มีสิทธิ์ที่จะเข้ามายุ่งเกี่ยวอยู่แล้วพวกเจ้ามัวรออะไร เข้าไปจับตัวคุณหนูรองให้ข้า แล้วตบปากนางให้ข้าคนละสิบทีผู้ใดตบปากนางได้ครบสิบครั้งข้าจะให้รางวัลคนละหนึ่งตำลึง”คำสั่งของเจียงฉิงเหยาทำให้คนงานที่ติดตามมาด้วยของเจียงฝูถีบประตูรั้วจนพังแล้วพุ่งเข้าหาเจียงฉิงฟางในทันที
“ฉิงฟาง!”ลู่เหมยเอ่ยเรียกบุตรสาวด้วยความเป็นห่วงถึงอย่างไรเจียงฉิงฟางก็เป็นบุตรสาวของนางหากถูกคนงานของเจียงฝูบุกเข้าไปทำร้ายเช่นนี้นอกจากจะเสื่อมเกียรติเป็นอย่างมากแล้วยังทำให้ชื่อเสียงต้องมัวหมองไปด้วยส่วนเฉินอี้ก็พุ่งเข้าไปในรั้วบ้านด้วยตั้งใจว่าจะช่วยเหลือเจียงฉิงฟางไม่ให้คนงานเหล่านั้นรังแกนาง
“ผู้ใดกล้าลงมือกับข้าก็เข้ามา”เจียงฉิงฟางเอ่ยพลางดึงมีดสั้นออกมาแทงคนงานคนแรกที่เข้าไปถึงตัวของนางคนงานของเจียงฝูล้วนเป็นคนงานใช้แรงงานทั่วไปพวกเขามีหน้าที่แค่เพียงทำงานในไร่ไม่เคยฝึกฝีมือการต่อสู้ย่อมยากจะต่อสู้กับเจียงฉิงฟางที่เคยเรียนศิลปะการต่อสู้มาจากโลกของตนก่อนที่นางจะทะลุมิติเข้ามาในนิยายนางเคยเป็นตัวประกอบที่รับงานทั่วไปรวมถึงการเป็นนักแสดงแทนนักแสดงหลักในฉากต่อสู้อีกด้วยนางย่อมต้องเรียนรู้ศิลปะการป้องกันตัวมาไม่น้อยอีกทั้งเพื่อให้รูปร่างของตนเองดีอยู่เสมอนางชอบเข้าโรงยิมเพื่อฝึกชกมวยเป็นประจำดังนั้นเมื่อต้องต่อสู้กับคนงานที่ไม่มีอาวุธในมือนางจึงจัดการกับคนเหล่านั้นได้อย่างง่ายดาย
“ฉิงฟาง”เฉินอี้ที่เดิมทีจะเข้ามาช่วยนางอุทานออกมาด้วยความตกใจเมื่อคมมีดของเจียงฉิงฟางเกือบจะแทงเข้ามาที่ต้นแขนของเขา
“พวกเจ้าออกไปเสียให้หมด”เจียงฉิงฟางเอ่ยออกมาด้วยดวงตาอันแดงก่ำเจียงฉิงเหยาที่คาดไม่ถึงว่าเจียงฉิงฟางจะมีความสามารถในการต่อสู้ถึงขั้นนี้อดอุทานออกมาไม่ได้
“นางเป็นบ้าไปแล้ว”
“ใช่!ข้าเป็นบ้าไปแล้วดังนั้นจงจำเอาไว้ให้ดีว่าข้าเจียงฉิงฟางคนนี้เป็นคนบ้าที่ไม่ยอมให้ผู้ใดรังแก”เจียงฉิงฟางเอ่ยออกมาพลางหันไปมองบิดาและมารดา รวมไปถึงท่านลุงใหญ่และท่านป้าสะใภ้ใหญ่ของตนเองด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเย็นชา
“พวกท่านกลับไปเสียพาคนสกุลเจียงเหล่านี้กลับไปด้วยวันหน้าก็จงจำเอาไว้ด้วยว่าเจียงฉิงฟางผู้นี้จะขอตัดขาดกับสกุลเจียงของพวกท่านด้วยตนเองในเมื่อวันนี้พวกท่านเลือกที่จะทอดทิ้งข้าตัวข้าเองก็ไม่ยินดีที่จะปล่อยให้ตนเองมีส่วนเกี่ยวข้องกับสกุลที่เต็มไปด้วยคนใจดำอย่างสกุลเจียงอีกต่อไปแล้ว”เจียงฉิงฟางเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
“เจียงฉิงฟางนี่เจ้ากล้าเอ่ยปากตัดขาดกับสกุลเดิมของตนเองเชียวหรือ”คำถามของเจียงฝูทำให้เจียงฉิงฟางเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงเย้ยหยันในทันที
“สกุลเดิมที่ไม่เคยปกป้องไม่เคยเป็นที่พึ่งพิงให้ได้แถมยังคิดแต่จะรังแกกันเช่นนี้ข้าจะไม่ขอเข้าไปข้องเกี่ยวอีกต่อไปแล้ว”
“ดี!เจ้าจงจำเอาไว้ให้ดีข้าเองก็จะรอดูว่าหญิงหม้ายไร้สามีคอยดูแลเช่นเจ้าจะเอาตัวรอดได้อย่างไร”เมื่อเจียงฝูเอ่ยจบก็ส่งเสียงเรียกลูกน้องของตนเองที่ได้รับบาดเจ็บกันอย่างถ้วนหน้าด้วยน้ำเสียงดุดัน
“เจ้าพวกคนไม่ได้เรื่องยังไม่รีบลุกอีก”เมื่อเจียงฝูเอ่ยเช่นนี้ลูกจ้างของเขาก็พยายามประคับประคองกันและกันออกจากบ้านของสกุลจ้าวอย่างทุลักทุเล
“ฉิงฟาง”เฉินอี้เอ่ยพึมพำออกมาเสียงเบาท่าทีที่เต็มไปด้วยความแข็งกร้าวของเจียงฉิงฟางในยามนี้แตกต่างจากเจียงฉิงฟางที่เขารู้จักเป็นอย่างมาก
“ท่านกลับไปได้แล้ววันนี้ท่านประสบความสำเร็จในการทำให้ข้ากลายเป็นขี้ปากของชาวบ้านอีกครั้งแล้ว”เมื่อเจียงฉิงฟางเอ่ยเช่นนี้เฉินอี้ก็กวาดตามองไปยังเพื่อนบ้านหลายคนของเจียงฉิงฟางที่ในยามนี้กำลังยื่นหน้ามาจับตามองความเคลื่อนไหวในลานบ้านของสกุลจ้าว
“เฉินอี้กลับบ้านได้แล้ว รวมไปถึงเจ้าด้วยฉิงเหยา”เฉินเซียวออกคำสั่งด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความไม่พอใจเจียงฉิงฟางเป็นที่พูดถึงของชาวบ้านแทบจะทุกวันอยู่แล้วแต่เขาที่เป็นหัวหน้าหมู่บ้านกลับไม่เคยถูกนำมาพูดถึงในทางเสียหายแต่วันนี้ชื่อเสียงของเขาคงจะต้องมัวหมองไปเพียงเพราะบุตรชายและบุตรสะใภ้ของเขาแล้ว
“ท่านพ่อสามีแต่ข้า...” เจียงฉิงเหยายังไม่ทันได้เอ่ยจนจบประโยคเฉินเซียวก็เอ่ยวาจาข่มขู่นางในทันที
“หากเจ้ายังขืนพูดมากอีกเมื่อกลับไปถึงบ้านข้าจะให้ลูกชายของข้าหย่าขาดกับเจ้าเสีย”เมื่อเฉินเชียวเอ่ยเช่นนี้เจียงฉิงเหยาก็พลันเข่าอ่อนทรุดไปนั่งคุกเข่าบนพื้นในทันที
“ท่านพ่อสามี”นางเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงอ้อนวอนแต่เฉินเซียวกลับไม่สนใจหันไปส่งสัญญาณให้คนของตนไปจับตัวเฉินอี้เอาไว้แล้วเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความจริงจัง
“พาตัวคุณชายกลับบ้าน”เมื่อเอ่ยจบเฉินเซียวก็หันไปจ้องมองเจียงฉิงฟางอีกครั้งแล้วจึงได้สะบัดชายแขนเสื้อแล้วเดินจากไปโดยมีภรรยาและคนของเขาที่ช่วยกันควบคุมตัวของเฉินอี้แล้วพาเขากลับบ้านไปด้วยกันเจียงฉิงเหยาหันไปมองบิดามารดาของตนเองแล้วจึงได้หันไปมองเจียงฉิงฟางด้วยสายตาอาฆาตแต่เพราะไม่อาจจะรั้งอยู่ได้ต่อนางจึงต้องรีบติดตามคนจากบ้านสามีเพื่อกลับบ้านเมื่อตัวต้นเรื่องไม่อยู่แล้วคนสกุลเจียงคนอื่นๆ ก็พากันทยอยกลับเหลือแค่เพียงเจียงโซ่วและลู่เหมยที่ยืนจ้องมองเจียงฉิงฟางอย่างทำอันใดไม่ค่อยจะถูก
“ฉิงฟางวันพรุ่งนี้เจ้าค่อยไปขอขมาท่านลุงท่านป้าของเจ้าก็แล้วกัน”เมื่อเอ่ยจบเจียงโซ่วก็เดินกลับบ้านสกุลเจียงโดยมีลู่เหมยติดตามกลับไปด้วย
“เหตุใดข้าต้องไปขอขมาพวกเขาด้วยตัดขาดก็คือตัดขาดข้าคนนี้ไม่มีทางกลืนน้ำลายของตนเองอย่างเด็กขาด”เจียงฉิงฟางเอ่ยพึมพำเบาๆแล้วลงมือซ่อมประตูของรั้วบ้านให้กลับมาใช้งานได้อีกครั้ง