แม้ว่านางจะเป็ผู้หญิง ผนวกกับตระกูลของนางเลือกปฏิบัติกับสตรีเพศ แต่ทว่าลูกพี่ลูกน้องคนนี้กลับมีกลิ่นอายที่แข็งแกร่ง อีกทั้งความสามารถด้านกระบวนยุทธ์ของนางก็เป็เลิศไม่น้อย แม้แต่ หวัง ชง ก็ไม่มีทางรอดจากความพ่ายได้ภายในสามกระบวนท่า
หลังจากที่ไม่สามารถเอาชนะนางได้ สุดท้ายเขาจึงทำได้เพียงแค่วิ่งหนีออกไปเท่านั้น อย่างไรก็ตาม ลูกพี่ลูกน้องคนนี้กลับมีเส้นสายภายในเมืองหลวงที่ดีอย่างไม่น่าเชื่อ
ไม่ว่า หวัง ชง จะหนีไปที่ใด เขาก็ไม่สามารถรอดพ้นจากเงื้อมมือของนางไปได้ ที่สำคัญ เขาก็ยังไม่รู้ว่าผู้หญิงสวมเสื้อผ้าสีแดงตรงริมถนนก็ยังเป็คนสนิทของนาง
สิ่งที่แย่ยิ่งกว่านั้นก็คือ นางมักจะกระโจนเข้าไปพัวพันปัญหาของผู้อื่น โดยเฉพาะปัญหาของเขา จากคำกล่าวของนางดูเหมือนว่านางอยากมีน้องชายมาตลอด แต่ทว่าท่านลุงใหญ่ และท่านป้าของ หวัง ชง ก็ไม่อาจมอบสิ่งนั้นให้กับนางได้
ดังนั้น นางจึงมักมอง หวัง ชง เป็น้องชายของนางอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็เช่นไรพวกเขาก็ยังคงสืบสายเืมาจากท่านปู่คนเดียวกัน นอกจากนี้นางยังไม่ชอบให้ หวัง ชง เรียกนางว่า ลูกพี่ลูกน้อง แต่ชอบให้เรียกว่า พี่หญิงรอง ราวกับว่าพวกเขาเกิดมาจากมารดาคนเดียวกันก็ว่าได้
หวัง ชง มักจะรู้สึกปวดเศียรเวียนเกล้าขึ้นมาอย่างรุนแรงในทุกครั้งที่เขาได้พบกับนาง
บ่อยครั้งในอดีตขณะที่ หวัง ชง ออกไปเตร็ดเตร่อยู่กับสหายของเขา แล้วถูกขัดขวางจากนาง ด้วยสิ่งที่เกิดขึ้นเ่าั้มันทำให้ศักดิ์ศรีของเขาลดลงไปไม่น้อย
ในเมื่อไม่อาจเอาชนะนางได้ด้วยการต่อสู้ และไม่อาจรอดพ้นจากเงื้อมมือของนางได้เช่นนี้ หวัง ชง จึงทำได้เพียงแค่ยอมรับความพ่ายแพ้โดยไร้หนทางเท่านั้น
“ทำไม!? ข้าจะมาหาเ้าไม่ได้รึ!?”
หวัง จูเหยียน เงยหน้าขึ้นพร้อมกับจ้องมองไปยัง หวัง ชง ด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความไม่พอใจ เมื่อเห็นเช่นนั้น หวัง ชง จึงรีบโบกมือไปมาพร้อมกับกล่าวออกมาว่า
“ไม่ใช่เช่นนั้น!! มันจะเป็แบบนั้นไปได้อย่างไร!?”
อย่างไรก็ตาม หวัง ชง ตระหนักดีว่าลูกพี่ลูกน้องคนนี้ไม่ได้หาเขาเพียงเพราะอยากมาเฉยๆ แน่นอน นางจะต้องมีเื่อะไรบางอย่างที่เกี่ยวข้องกับเขา และรอจนกว่าเขาจะออกมาจากหอตรวจการณ์ต้าหลี่อยู่ก่อนแล้ว
เมื่อได้ยินเช่นนั้น หวัง จูเหยียน ก็พยักหน้าด้วยความพอใจก่อนจะก้มหน้าแต่งเล็บของนางอีกครั้ง เมื่อนางไม่ได้กล่าวอะไรออกมาเช่นนี้ หวัง ชง จึงทำได้เพียงแค่นั่งเงียบๆ และรอให้นางกล่าวเหตุผลออกมาเท่านั้น
“ข้าได้ยินมาว่า่สองวันที่ผ่านมาเ้าไปที่โรงเตี๊ยมกระเรียนไพศาลเพื่อสั่งสอน เหยา เฟิง งั้นรึ!?”
ขณะที่กำลังแต่งเล็บ หวัง จูเหยียน ก็กล่าวถามออกมาด้วยน้ำเสียงเยาะเย้ย
ก่อนที่ หวัง ชง จะกล่าวตอบออกไปนั้น เขาได้เหลือบมองไปยังหญิงสาวผู้สวมเสื้อผ้าสีแดงด้านข้างของ หวัง จูเหยียน เล็กน้อย ซึ่งในตอนนี้ใบหน้าของนางแสดงให้เห็นถึงความตกตะลึงอย่างชัดเจน
“พี่หญิงรอง ท่านพูดอะไรเช่นนั้น เหยา เฟิง พ่ายแพ้ให้กับพี่ใหญ่ และพี่รองของข้า หลังจากที่มันไม่อาจเอาชนะท่านพี่ทั้งสองได้แล้ว มันจึงส่งสุนัขรับใช้ หม่า โจว มาเล่นงานข้า มันก็ไม่แปลกที่ข้าจะโกรธและไปตามตัวเขาที่โรงเตี๊ยมกระเรียนไพศาลเพื่อไกล่เกลี่ย นั่นทำให้เกิดความขัดแย้งขึ้นเล็กน้อย ไม่ใช่เื่ใหญ่อะไร!!”
หวัง ชง กล่าว
เขารู้สึกถึงความเย็นเยียบภายในหัวใจของตน แต่เดิมแล้วเื่ที่เกิดขึ้นภายในโรงเตี๊ยมกระเรียนไพศาล ควรจะจบลงด้วยการเป็การทะเลาะของเด็กๆ ระหว่างตระกูล หวัง และตระกูล เหยา เท่านั้น
แต่ทว่าบรรพบุรุษเฒ่าของตระกูล เหยา กลับทำให้เื่นี้มันยุ่งยากมากขึ้น โดยการนำเื่นี้กราบทูลต่อองค์จักรพรรดิ
ภายในแผ่นดินต้าถังตระกูล เหยา และตระกูล หวัง เปรียบได้กับต้นไม้ใหญ่สองต้น ทั้งมิตรสหาย และลูกหลานของพวกเขาแพร่กระจายอยู่ทั่วทั้งอาณาจักร
ตระกูลต่างๆ และขุนนางจำนวนมากต่างก็มีส่วนเกี่ยวข้องกับเื่นี้ นั่นจึงทำให้มันยิ่งกลายเป็เื่ใหญ่ขึ้นมาอย่างมาก
หากไม่ใช่เพราะเหตุนี้แล้ว ท่านลุงใหญ่ของเขาไม่มีทางมายังครอบครัวของเขา เพื่อสอบถามถึงเื่นี้ด้วยตัวเองแน่นอน
อย่างไรก็ตาม หวัง ชง รู้ดีว่านี่เป็เพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น
การที่ลูกพี่ลูกน้องของเขา หวัง จูเหยียน มาพบกับเขาเช่นนี้ ก็เพื่อมาถามปัญหาที่เกิดขึ้นด้วยตัวเอง ทว่า หวัง ชง ตระหนักดีว่านี่เป็เพียงแค่ฝนปรอยลงมาก่อนพายุใหญ่จะเข้า หลังจากนางมาพบเขาก็ยังมีคนอื่นๆ อีกมากแน่นอน
“หึ!! ความขัดแย้งเล็กๆ น้อยงั้นรึ!? เ้าคิดว่ามันเป็แบบนั้นจริงๆ งั้นรึ!?”
หวัง จูเหยียน เงยหน้าขึ้นมองไปยัง หวัง ชง พร้อมกับกล่าวออกมาด้วยเสียงเย็น
“เหยา เฟิง พ่ายแพ้ให้กับเ้าจนได้รับาเ็หนัก อีกทั้งบรรพบุรุษเฒ่าตระกูล เหยา ยังกราบทูลเื่นี้ต่อองค์จักรพรรดิปราชญ์อีกด้วย เ้ายังจะบอกว่ามันเป็เพียงความขัดแย้งเล็กๆ น้อยๆ อีกงั้นรึ!?”
“พี่หญิงรอง นี่ไม่ใช่ความผิดของข้า!!”
หวัง ชง โพล่งออกมา
“ท่านลองคิดดูว่า เหยา เฟิง อายุเท่าไหร่ แล้วข้าอายุเท่าไหร่ แล้วเช่นนั้นข้าจะสามารถเอาชนะเขาได้อย่างไร!? นี่มันเป็เื่ตลกเกินไปแล้ว หากข้ามีความสามารถเช่นนั้น ข้าคงไม่ถูกพี่หญิงรองจับขึ้นมาบนรถม้าเช่นนี้หรอกจริงไหม!?”
หญิงสาวที่สวมเสื้อผ้าสีแดงพยักหน้าเบาๆ นางสามารถบอกได้อย่างชัดเจนว่า หวัง ชง นั้นไม่ได้มีความสามารถในการต่อสู้ที่สูงนัก ไม่ต้องกล่าวถึงการรับมือกับ เหยา เฟิง แม้แต่นิดเดียว แม้แต่องครักษ์ของตระกูล เหยา เขาก็ไม่ใช่คู่มือด้วยซ้ำ
“.......นอกจากนี้แล้ว เหยา กวงยี่ ก็อยู่ที่นั่นด้วย ทั้งโรงเตี๊ยมเต็มไปด้วยคนของตระกูล เหยา ไม่ว่าพวกเขาจะพูดอย่างไรแม้ว่ามันจะไม่ได้เป็สิ่งที่เกิดขึ้นภายในนั้น มันก็ยังเป็เื่จริงอยู่ดี!!”
ขณะที่ หวัง ชง กล่าวต่อออกมานั้น สามารถมองเห็นความขุ่นเคืองบนใบหน้าของเขาได้อย่างชัดเจน
“ทุกคนต่างก็รู้ดีว่าแผนการของตระกูล เหยา นั้นแยบยลเพียงใด ในมุมมองของข้าแล้ว พวกเขาอาจจะรู้อยู่แล้วว่าข้าต้องไปที่นั่น จึงได้วางกำลังคนไปไว้เช่นนั้นเพื่อเป็กับดักสำหรับข้า ข้าเองก็โดนความโกรธบังตาจนมืดบอด จึงพาตนบุกไปทำลายการชุมนุมของ เหยา เฟิง นั่นเป็โอกาสทำให้พวกเขาใส่ร้ายข้าว่าทำร้าย เหยา เฟิง ท่านไม่คิดหรือว่ามันเป็คำโกหก!!”
“เ้าพูดจริงรึ!?”
ในที่สุด หวัง จูเหยียน ก็เงยหน้าขึ้นพร้อมกับมองไปที่ หวัง ชง อีกครั้ง เห็นได้ชัดว่าในครั้งนี้นางเชื่อคำกล่าวของเขาอยู่ไม่น้อย
“มันเป็ความจริงทั้งหมด!! คนอื่นๆ อาจจะไม่รู้จักข้ามากนัก แต่ว่าพี่หญิงรองท่านรู้จักข้าดี ปกติแล้วข้าใช้เวลาไปกับการเที่ยวเล่นเท่านั้น ข้าจะเอาเวลาที่ไหนไปฝึกฝน เช่นนั้นแล้วข้าจะสามารถเอาชนะ เหยา เฟิง ที่ได้รับการกล่าวขานว่าเป็อัจฉริยะในสายฝึกยุทธ์ได้เช่นไร!?”
หวัง ชง กล่าว ตามหลักแล้วเขาไมได้โกหกออกมาแต่อย่างใด เพราะคนที่เล่นงาน เหยา เฟิง จริงๆ คือบุตรสาวคนเล็กแห่งตระกูล หวัง โดยที่เขาไมได้ทำอะไรมากนัก
“เอาล่ะ!! ข้าจะเก็บคำพูดของเ้าเอาไว้ เหยา เฟิง เป็คนที่มักจะอยู่เหนือคนรอบข้างเสมอ เมื่อเทียบกับความสามารถของเ้าแล้ว มันเป็ไปไม่ได้เลยที่เ้าจะสามารถเอาชนะ เหยา เฟิง ได้!!”
หวัง จูเหยียน ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้าเห็นด้วยกับคำกล่าวของ หวัง ชง
“เอาล่ะ!! เ้าผ่านการทดสอบของข้าแล้ว!! ตะไบเล็บที่เ้าได้ให้ข้าไว้ ใช้งานได้ดีทีเดียว เ้ายังมีสิ่งดีๆ แบบนี้อยู่อีกไหม!?”
หวัง ชง มองไปที่ตะไบเล็บในมือของ หวัง จูเหยียน นี่เป็สิ่งที่เขาให้กับนางไว้เมื่อนานมาแล้ว เพื่อให้นางพอใจ อย่างไรก็ตาม เขาลอบกลอกตาไปมา ลูกพี่ลูกน้องคิดว่าเขามีกระเป๋าวิเศษแบบหุ่นยนต์แมวที่สามารถสร้างอุปกรณ์ต่างๆ ได้ตาม้างั้นหรือ!?
อีกทั้งยังเป็เวลาเพียงไม่นานหลังจากที่เขามอบตะไบเล็บให้กับนาง นี่นางไม่ได้โลภมากเกินไปใช่ไหม
“อะไรนะ!! ช้าก่อน จูเหยียน นี่เ้าจะบอกว่าตะไบเล็บที่ไม่เหมือนใครในเมืองหลวงนี่ เป็สิ่งที่ลูกพี่ลูกน้องของเ้าสร้างขึ้นงั้นรึ!?”
ก่อนที่ หวัง ชง จะได้กล่าวอะไรออกมานั้น หญิงสาวที่สวมเสื้อผ้าสีแดงด้านข้างก็โพล่งขึ้นมา พร้อมกับจ้องมองมายัง หวัง ชง ั้แ่ศีรษะจรดปลายเท้า
“ใช่!! ทำไมรึ!? อย่าบอกนะว่าหญิงชราเช่นเ้าริอ่านเป็วัวแก่กินหญ้าอ่อน!?”
หวัง จูเหยียน กล่าวหยอกล้อ
“แหม.....ยัยสาวน้อย!! ไม่มีคำพูดอื่นที่มันดีกว่าหญิงชราจากปากเ้าแล้วใช่ไหม!?”
หญิงสาวชุดแดงยอกย้อน
“อย่าพูดเลย!! เ้าคิดว่าข้าไม่เห็น หรือว่าเ้าจ้องตะไบนี้ตั้งนานแล้ว!! เอาไปเถอะถ้าเ้าอยากได้!!”
หวัง จูเหยียน หรี่ตาลงเล็กน้อยขณะที่กล่าวออกมานั้น นางยังส่งตะไบเล็บไปให้กับผู้หญิงชุดแดงอีกด้วย
“คิคิ ขอบคุณพี่สาว จูเหยียน สำหรับน้ำใจของท่าน!!”
ผู้หญิงชุดแดงหัวเราะลั่น พร้อมกับรีบคว้าตะไบเล็บเอาไว้ก่อนจะลูบคลำมันเบาๆ ราวกับว่ามันเป็สมบัติล้ำค่าของนาง
แม้ว่าจะตะไบเล็บนี้จะไม่ใช่สมบัติล้ำค่า หรือตำรายุทธ์ที่น่าทึ่ง และไม่ใช่สิ่งที่เป็ประโยชน์ต่อผู้ชายก็ตาม แต่ผู้หญิงทั้งสองต่างก็หมายปองมันไม่น้อย และสุดท้ายนางก็มีไว้ใน
หญิงสาวชุดแดงกอดตะไบเล็บไว้ในอ้อมอกของนางแน่น ใบหน้าของนางประดับไว้ด้วยรอยยิ้มกว้าง
“ในเมื่อพี่สาวคนนี้ได้มอบของขวัญแล้ว ไฉนยังไม่ไสหัวออกไปจากรถม้าของข้าอีกเล่า!! หรือว่าเ้ารอให้ข้ามอบน้องชายของข้าให้กับเ้าอีก!?”
หวัง จูเหยียน กล่าวออกมาด้วยความไม่พอใจเล็กน้อย
“กล้าให้ก็กล้าเอา!! ข้าก็หวังอยู่ล่ะน้า!!”
ผู้หญิงชุดแดงหัวเราะออกมาเบาๆ ขณะที่มองไปยัง หวัง ชง ด้วยแววตาทรงเสน่ห์ อย่างไรก็ตาม สุดท้ายแล้วนางก็เปิดประตูรถม้าพร้อมกับก้าวลงไปในที่สุด
นางได้เดินทางมาถึงจุดหมายของนางแล้ว และ หวัง จูเหยียน ก็ให้นางลงไปทันที
“พี่หญิงรอง นางคือใครหรือ!?”
หวัง ชง กล่าวถามขณะที่สายตาของเขายังจับจ้องไปยังทิศทางที่ผู้หญิงชุดแดงมุ่งหน้าไป หน้าอกทั้งสองข้างของเขากระเพื่อมขึ้นลงจากหัวใจที่เต้นระรัวอยู่ภายใน
แม้ว่านางจะสวมชุดคลุมสีแดงมิดชิดก็ตาม แต่ทว่าแววตาของนางที่มองมายังร่างกายของเขา มันทำให้ หวัง ชง รู้สึกราวกับว่าเขากำลังถูกนางขูดเนื้อออกไปสองถึงสามชิ้นก็ว่าได้
“บุตรสาวของท่านเสนา เยว่ เ้าสนใจนางรึ!?”
หวัง จูเหยียน กล่าวหยอกล้อ
“จะเป็แบบนั้นไปได้อย่างไร!! ......ฮี่ๆ พี่หญิงรอง ข้าคิดว่าตอนนี้ท่านคงหมดธุระกับข้าแล้วใช่ไหม!?”
หวัง ชง กล่าวพลางหัวเราะออกมาเบาๆ
อย่างไรก็ตาม หวัง จูเหยียน ไม่ได้กล่าวอะไรออกมา แต่ทว่าแววตาของนางที่จ้องมองมายัง หวัง ชง กลับเย็นยะเยียบลงไปอีกครั้ง นางปิดประตูของรถม้าพร้อมกับดึงไปที่ใบหูของ หวัง ชง อย่างรวดเร็ว
หากเทียบกับก่อนหน้านี้แล้ว มันดูราวกับว่านางเป็คนละคนก็ว่าได้
“เ้าเด็กเหลือขอ!! เ้ารู้ไหมว่าเ้าสร้างปัญหาอะไรเอาไว้!?”
“อย่าบอกข้าว่าการที่เ้าไปโรงเตี๊ยมกระเรียนไพศาล ทั้งหมดเพื่อไปพบ เหยา เฟิง ด้วยเื่ของ หม่า โจว หากข้ารู้ว่าเ้าเอาตระกูลของเราเข้ามาพัวพันกับปัญหาใหญ่เช่นนี้เพียงเพราะความโง่เขลาของเ้า ข้าจะเป็คนแรกที่หักขาของเ้า!!”
หวัง จูเหยียน จ้องมองไปที่ หวัง ชง ด้วยใบหน้าเ็า เขารู้สึกราวกับว่านางกำลังสนทนาอยู่กับคนแปลกหน้า แม้ว่าเขาจะรู้จักกับนางมานานแล้วก็ตาม แต่นี่เป็ครั้งแรกที่เขาได้เห็นนางโกรธมากเช่นนี้
ในตอนนี้ ภายในรถม้ามีเพียงพวกเขาสองคนเท่านั้น
หวัง ชง ลังเลอยู่ชั่วครู่ก่อนจะตัดสินใจกล่าวออกมา
“พี่หญิงรอง ท่านเชื่อข้าไหม!?”
หวัง ชง นั่งตัวตรงพร้อมกับกล่าวออกมาด้วยใบหน้าจริงจัง
“หากไม่เชื่อเ้าข้าคงไม่พาลูกสาวของท่านเสนา เยว่ มาที่นี่ เพื่อเป็พยานให้กับเ้า และลบล้างชื่อเสียงด้านลบให้กับเ้าหรอก!!”
หวัง จูเหยียน กล่าวขึ้นมาด้วยใบหน้าที่ยังคงเต็มไปด้วยความเ็า
“เอาล่ะ ฟังข้าให้ดี!! ข้าตั้งใจไปที่โรงเตี๊ยมกระเรียนไพศาล และตั้งใจให้น้องสาวเอาชนะ เหยา เฟิง!! ความจริงแล้วข้าตั้งใจทำลายการนัดพบของท่านพ่อ และ เหยา กวงยี่!! เนื่องจากข้าล่วงรู้แผนการทั้งหมดของมัน!!”
หวัง ชง กล่าวออกมาด้วยความจริงจัง
“อะไรนะ!?”
สีหน้าของ หวัง จูเหยียน เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว นางกล่าวถามออกมาด้วยใบหน้าที่ดุดัน “เ้าแน่ใจเื่นี้ไหม!?”
หวัง ชง พยักหน้ารับอย่างหนักแน่น
“ข้าจะเชื่อเ้าในเื่นี้!!”
ใบหน้าของ หวัง จูเหยียน เปลี่ยนแปลงไปอีกครั้ง แต่ท้ายที่สุดแล้วนางก็เลือกที่จะไม่ถามอะไรออกมาอีก
“ท่านจะไม่ถามเกี่ยวกับมันหรือ!?”
หวัง ชง กล่าวออกมาด้วยความประหลาดใจ
“ไม่จำเป็!!”
หวัง จูเหยียน กล่าวพลางโบกมือไปมาด้วยรอยยิ้มบางๆ ท่าทีของนางดีขึ้นกว่าก่อนหน้านี้อย่างมาก
“ถึงเ้าจะซุกซน และเอาแต่เที่ยวเล่นไปวันๆ ก็ตาม แต่มันก็แค่นั้น ถึงอย่างไรเราก็ยังเป็คนของตระกูลเดียวกัน ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นเ้าไม่มีทางทำร้ายคนในตระกูลแน่นอน!!”
“พี่หญิงรอง.....ท่าน.......!!”
เมื่อมองไปยัง หวัง จูเหยียน ลูกพี่ลูกน้องของเขาคนนี้ หวัง ชง ก็รู้สึกประทับใจในตัวของนางขึ้นมาไม่น้อย แม้ว่าเขาจะเอาแต่เที่ยวเตร่ และสร้างปัญหามากมายให้กับตระกูลก็ตาม แต่มันก็เป็ความจริงที่เขาไม่เคยคำทำร้ายตระกูลของเขา
คนเดียวที่เข้าใจถึงสิ่งนี้คือลูกพี่ลูกน้องของเขา หวัง จูเหยียน
แม้ว่านางมักจะขัดขวางไม่ให้เขาออกไปไหนมาไหนได้ตามสะดวก และมักจะตบตีเขาเพื่อสั่งสอน สุดท้ายนางก็ยังปล่อยให้เขาไปอยู่ดี
ทว่าเื่ที่เกิดขึ้นกับ เหยา เฟิง นั้นถูกบรรพบุรุษเฒ่าตระกูล เหยา นำขึ้นกราบทูลเรียนต่อองค์จักรพรรดิ มันจึงทำให้คนของตระกูล หวัง ทั้งหมดเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องกับเื่นี้ และนั่นก่อให้เกิดความโกลาหลครั้งใหญ่ขึ้นในเมืองหลวง
สำหรับเื่ใหญ่ที่เกิดขึ้นเช่นนี้ แม้ว่าเขาจะยังไม่ได้กล่าวอธิบายออกมาก็ตาม แต่ทว่านางกลับไว้ใจเขาอย่างง่ายดาย
หวัง ชง ไม่รู้ว่าเขาควรจะกล่าวอะไรออกมา
“สองสามวันนี้ตระกูลของเราตกอยู่ในความวุ่นวาย ทั้งท่านพ่อของข้า ท่านป้า และสามีของท่าน รวมไปถึงลูกๆ ของพวกท่านต่างก็โกรธแค้นเ้ามาก ข้าเป็คนแรกที่เริ่มเคลื่อนไหว ถึงข้าจะไม่ได้มาที่นี่ แต่สุดท้ายแล้วพวกเขาก็จะมาหาเ้าอยู่ดี!!”
หวัง จูเหยียน กล่าวออกมาด้วยใบหน้าเคร่งขรึม
“บุตรสาวของท่านเสนา เยว่ เป็คนที่มีไหวพริบรอบด้าน หากว่านางเริ่มเคลื่อนไหวปัญหาของเ้าก็ย่อมไม่ใช่เื่ยากจะจัดการ นี่เป็เหตุผลที่ทำให้ข้าต้องพานางมาด้วยในวันนี้ สำหรับท่านป้า และสามีของท่าน ข้าจะถ่ายทอดคำพูดของเ้าให้กับพวกท่านเอง ตราบใดที่เ้ามั่นใจว่าสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่เพราะความบาดหมางส่วนตัวของเ้ากับ เหยา เฟิง แล้ว ข้าจะหาทางช่วยเ้า!!”
“ขอบคุณพี่หญิงรอง!!”
หวัง ชง กล่าวขอบคุณออกมา เพราะอย่างไรแล้ว หวัง จูเหยียน มีความสัมพันธ์ที่ดีต่อท่านป้า และสามีของนางอย่างมาก ตลอดเวลาที่ผ่านมานางสามารถแสดงความคิดเห็นของนางได้โดยที่ทั้งสองคนให้การยอมรับ
ตราบใดที่ลูกพี่ลูกน้องคนนี้ของเขาเริ่มเคลื่อนไหว มันย่อมไม่ใช่เื่ยากนักที่จะเกลี้ยกล่อมป้าของเขา และสามีของนางได้
.....................