“ทำไมเ้าถึงแต่งตัวแบบนั้นล่ะ หว่านชิง” ซูฟานที่ปลอมเป็ชายชราใที่มองเห็นหญิงสาวสวมชุดงิ้วแต่เขาพอจะเดาออกว่าผู้หญิงคนนี้คือหว่านชิง
“ท่านเศรษฐีตังหานจะแจกแปะก๊วยต้มน้ำขิงให้ทุกคนที่เข้ามาชมงิ้วเ้าค่ะเขา้าอาสาสมัครโดยให้สวมชุดงิ้วเดินแจกขนมดังกล่าว ข้าก็เลยอาสานี่ท่านยังจำข้าได้อีกอย่างนั้นหรือ” หว่านชิงทึ่งว่าขนาดตนแต่งหน้าเข้มแล้วสามีกำมะลอก็ยังจำนางได้
“ก็พวกเรานัดเจอกันที่หน้าโรงงิ้ว และเ้าเดินมาหาข้า ข้าก็เลยเดาออกน่ะสิ”ซูฟานกล่าว
“แล้วไปเ้าค่ะ” หว่านชิงกลัวโจวเว่ยจำนางได้
“เ้าเองก็จำข้าได้อย่างนั้นหรือ” ซูฟานสงสัย
“ท่านปลอมตัวเป็ชายชรา แต่ยังยืนอย่างสง่าผ่าเผยข้าว่าท่านเดินหลังค่อมก็ดีนะเ้าคะ” หว่านชิงเสนอแนะ
“งั้นข้าเข้าไปก่อนนะ เ้าไปทำงานเถอะ มีคนกวักมือเรียกเ้าแล้วน่ะ”ซูฟานชี้ไปทางฝั่งตรงข้ามโรงงิ้วตรงจุดนั้นได้มีกลุ่มหญิงสาวสวมชุดงิ้วกำลังช่วยกันขนข้าวของไปที่ด้านหลังของโรงงิ้ว
“เ้าค่ะ” หว่านชิงหันตาม
ซูฟานซึ่งปลอมเป็ชายชราได้เดินไปนั่งตรงแถวหลังเยื้องจากแม่สามีและลูกสะใภ้ไปทางซ้ายหน่อยนึงโดยโจวเว่ยและซูฟานต่างนั่งตรงริมทางเดินแต่คนละฝั่งกัน
ทุกคนต่างปรบมือเมื่อนักแสดงงิ้วเริ่มการแสดง
ซูฟานจ้องโจวเว่ยอย่างไม่วางตาแต่ถึงกระนั้นเขาก็ไม่พบว่าโจวเว่ยจะแสดงพฤติกรรมผิดปกติอะไรเลยอาจเป็เพราะโจวเว่ยมีความจำเสื่อมจริงๆ ตอนนี้นางเป็เพียงผู้หญิงใสซื่อบริสุทธิ์คนหนึ่งเท่านั้น
ระหว่างพักการแสดง่ครึ่งแรกของเื่พนักงานอาสาสมัครที่สวมชุดงิ้วก็ได้เดินออกมาจากทางด้านหลังและเดินแจกถ้วยขนมแปะก๊วยต้มน้ำขิงให้กับทุกคน
หว่านชิงได้ถือถาดถ้วยขนมไปแจกท่านซูฟานที่ปลอมเป็ชายชราจากนั้นก็เดินไปหาโจวเว่ย ระหว่างเดินไป ซูฟานได้จงใจขัดขาของหว่านชิงมีผลทำให้ถ้วยขนมหกรดใส่โจวเว่ยเข้าอย่างจัง
“ว๊าย!” โจวเว่ยใ
“นี่มันอะไรกันน่ะ ทำไมซุ่มซ่ามแบบนี้ ห๊า” แม่สามีของโจวเว่ยดุหญิงสาวสวมชุดงิ้ว
“ขออภัยด้วยเ้าค่ะ ข้าไม่ได้ตั้งใจ” ระหว่างขอโทษหว่านชิงได้หันหน้ากลับไปหานายท่านนางก็เห็นเขาทำท่ายักไหล่และหันหน้าไปทางอื่นโดยทำเป็ไม่รู้ไม่ชี้นางจึงรู้ทันทีว่าคนที่ขัดขานางก็คือนายท่านนั่นเอง
“ไม่เป็ไรเ้าค่ะ นางคงไม่ได้ตั้งใจจริงๆ” โจวเว่ยไม่ถือสาเอาความ
“เลอะเทอะหมดแล้ว จะทำยังไงดี” แม่สามีสงสารลูกสะใภ้
“ข้ามีชุดให้เปลี่ยนเ้าคะ ถ้าแม่นางไม่รังเกียจ” หว่านชิงรีบเสนอ
“มันจะดีงั้นหรือ” แม่สามีไม่เห็นด้วยที่โจวเว่ยจะต้องสวมชุดคนอื่น
“ก็ดีเหมือนกัน ชุดอยู่ไหนล่ะ ข้าอยากดูงิ้วต่อ” โจวเว่ยไม่รังเกียจ
“ระวังตัวด้วย คนเรารู้หน้าไม่รู้ใจ” แม่สามีระแวงคนแปลกหน้า
“เชิญทางนี้เ้าค่ะ” หว่านชิงนำทางไปที่ห้องแต่งตัวของโรงละครงิ้ว
พอไปถึงหว่านชิงก็ยื่นชุดของตัวเองให้
“เอ๊ะ! ทำไมชุดนี้มันคุ้นๆ นะ” โจวเว่ยเอะใจว่าทำไมเหมือนเสื้อผ้าของหว่านชิง
“แหม เสื้อผ้าก็มีเหมือนกันได้นะเ้าคะ” หว่านชิงรีบแก้ตัว
เนื่องจากเป็ผู้หญิงด้วยกันโจวเว่ยจึงกล้าถอดเสื้อผ้าจนเหลือแต่ชุดเอี๊ยม
หว่านชิงใเมื่อเห็นหัวไหล่ด้านขวามีปานแดงรูปร่างเหมือนเต่านางก็เลยเผลอชี้ไปที่ปานและทักว่า “พี่จือหม่าอี้!”
“อะไรนะ! เ้าเรียกข้าว่าอะไรนะ” โจวเว่ยได้ยินไม่ชัด
“อ้อ ปะ ปะ เปล่า ข้าตะลึงที่เห็นปานรูปเต่าเ้าค่ะ” หว่านชิงกล่าวกลบเกลื่อน
“ใช่มั้ย เหมือนเต่าใช่มั้ย นี่เป็ปานโดยธรรมชาติ ข้าไม่ได้สักด้วย”โจวเว่ยอวดหัวไหล่ ทำให้หว่านชิงมองเห็นปานชัดเจนมากขึ้น
“ข้าได้ข่าวว่าท่านความจำเสื่อม เป็ความจริงงั้นหรือเ้าคะ” หว่านชิงสงสัย
“ข้าจำอะไรไม่ได้เลย เ้ารู้มั้ยสามีของข้าถือโอกาสที่ข้าป่วยไปมีผู้หญิงคนใหม่ด้วย” โจวเว่ยมีน้ำตาคลอ
“ท่านอย่าน้อยใจไปเลยนะเ้าคะ” หว่านชิงพยายามปลอบ
“ข้าทำใจได้แล้วล่ะ” โจวเว่ยคิดว่าถึงอิจฉาริษยาฮูหยินรองไปก็เท่านั้นพอแต่งตัวเสร็จก็ส่องคันฉ่องแล้วกล่าวว่า “ข้าแต่งตัวเสร็จแล้วชุดนี้เหมือนชุดที่ฮูหยินรองใส่เลยนะ”
“เสื้อผ้ามีเหมือนกันได้เ้าค่ะ” หว่านชิงย้ำ
“ข้าต้องรีบออกไปแล้ว เดี๋ยวท่านแม่เป็ห่วง” โจวเว่ยเดินออกไปนั่งข้างๆแม่สามีดังเดิมเพื่อชมงิ้วต่อ
หว่านชิงเดินไปกระซิบชายชรา“ท่านต้องรับผิดชอบไปซื้อเสื้อผ้าให้ข้าใหม่ด้วยนะเ้าคะท่านจงใจแกล้งข้า”
“งั้นออกไปเลยดีมั้ย” ซูฟานชวน
“ข้าไม่สะดวก ข้ายังแต่งชุดงิ้วอยู่เ้าค่ะ” หว่านชิงมองดูตัวเองหากเดินออกไปในสภาพนี้ คนในตลาดคงมองนางเป็ตาเดียว
“ก็ได้ ก็ได้ งั้นรออยู่ที่นี่ ข้าจะรีบออกไปเดี๋ยวนี้” ซูฟานยอมรับผิดชอบ
“ท่านจะไม่ถามขนาดตัวของข้าสักคำเลยงั้นหรือ” หว่านชิงสงสัย
“ขนาดตัวของเ้าก็พอๆ กับโจวเว่ยนั่นแหละ ข้าจำได้น่า” ซูฟานกล่าว
หว่านชิงมองดูนายท่านแกล้งเดินหลังค่อมออกไปจากโรงงิ้วและคิดในใจว่า “นายท่านชอบหาเื่มาให้ข้าเสมอดีที่ฮูหยินใหญ่ไม่โกรธข้า ไม่งั้น ข้าคงโดนตบหน้าไปแล้ว”
และแล้วหว่านชิงก็ได้สวมชุดใหม่เดินกลับบ้านไปพร้อมกับซูฟานระหว่างทาง ซูฟานก็เลยทัก “ทำไมหน้าซีดอย่างนั้นล่ะโจวเว่ยดุด่าเ้าอย่างนั้นหรือ”
“เปล่าเ้าค่ะ นางให้เกียรติข้า” หว่านชิงกล่าว
“แล้วเ้าเป็อะไร หรือว่าโกรธข้า” ซูฟานไม่ได้มีเจตนาแกล้งหว่านชิงเพียงแต่เขา้าทดสอบโจวเว่ยเท่านั้น
“ไม่มีอะไรจริงๆ เ้าค่ะ” หว่านชิงยังคงสงสัยเื่ปานรูปเต่า
หว่านชิงกำลังจะเดินเข้าไปในบ้านแต่ถูกนายท่านรั้งตัวไว้
“ช้าก่อน!” ซูฟานรีบจับข้อมือของฮูหยินรอง
“ทำไมงั้นหรือเ้าคะ” หว่านชิงแปลกใจว่าเหตุใดนายท่านถึงไม่รีบเข้าบ้าน
“ให้ท่านแม่และโจวเว่ยเดินเข้าไปก่อน พวกเราไปดูหิ่งห้อยที่ริมลำธารกันเถอะ”ซูฟานชวน เขายังไม่อยากรีบกลับบ้านเพราะกลัวท่านแม่สงสัยว่าทำไมกลับบ้านเร็วหรือว่าไม่ได้ไปเที่ยว
“นี่คือการแวะไปเที่ยวงั้นหรือเ้าคะ” หว่านชิงสงสัย
“เ้าจะได้แสดงสีหน้าผ่อนคลายไงล่ะ เ้าเดินขมวดคิ้วตลอดทางเลยรู้ตัวรึเปล่า” ซูฟานทัก
“ก็ได้เ้าค่ะ” หว่านชิงคิดว่าเผื่อตนจะเลิกคิดถึงอดีต
สองหนุ่มสาวเดินไปที่ริมลำธารและได้ชมหิ่งห้อยสมใจแต่หว่านชิงกลับไม่สนใจวิวทิวทัศน์รอบตัวนางยังคงนึกถึงปานบนตัวของโจวเว่ยที่มีตำแหน่งและลักษณะคล้ายปานบนตัวของพี่สาวแท้ๆของนาง
“ทำไมเ้าถึงแสดงสีหน้าไม่มีความสุขเลยล่ะ” ซูฟานมองเห็นหว่านชิงมีสีหน้าเคร่งเครียดเช่นเดิม
“ถ้าข้ามากับคนรักจริงๆ ก็คงมีความสุขเ้าค่ะ” หว่านชิงกล่าวอ้าง
“เ้ามีคนรักแล้วอย่างนั้นหรือ” ซูฟานสงสัย
“ยังเ้าค่ะ” หว่านชิงส่ายหน้า
“ทำไมล่ะ” ซูฟานแปลกใจ
“ข้าจะต้องตามหาท่านแม่และพี่สาวให้พบก่อนเ้าค่ะ” หว่านชิงมีภารกิจที่ต้องทำ
“นี่พวกเ้าพลัดพรากจากกันอย่างนั้นหรือ” ซูฟานเริ่มสงสาร
หว่านชิงพยักหน้าและมีน้ำตาคลอ
“พวกเรากลับกันเถอะ” ซูฟานรีบตัดบทเพราะไม่กล้าปลอบใจเขา้าเว้นช่องว่างระหว่างเขากับหว่านชิง
“ก็ดีเ้าค่ะ” หว่านชิงปาดน้ำตา
สองสามีภรรยากำมะลอต่างคนต่างเดินไปที่บ้านตระกูลซูราวกับคนไม่รู้จักกันเพราะต่างคนต่างคิดถึงเื่ราวของตนเอง
***************************
ณค่ำคืนดึกสงัด
หว่านชิงฝันถึงเื่ราวในอดีตนางฝันเห็นเด็กหญิงสองคนวัย 11 ขวบกับ 8 ขวบโดยเด็กหญิงที่โตกว่าได้จูงมือเด็กอีกคนไปที่หน้าผาด้วยกัน
“ไหนล่ะท่านแม่ ไหนท่านพี่บอกว่าท่านแม่รออยู่บนหน้าผาไงล่ะ” เด็กหญิงวัยอ่อนกว่าพยายามมองหาท่านแม่
“เ้าไม่เชื่อข้าอย่างนั้นหรือ” เด็กหญิงคนพี่กล่าวด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ
“ท่านชอบหลอกข้านี่ รู้มั้ยว่าพฤติกรรมหน้าไหว้หลังหลอกมันไม่ดีนะ” เด็กคนน้องเตือน
“ข้าเป็พี่เ้านะ เ้ากล้าสั่งสอนข้าได้ยังไง” เด็กคนพี่ตะคอก
“พี่ที่ไม่น่าเคารพน่ะสิ ข้ารู้ตัวตนที่แท้จริงของท่านแม้คนอื่นจะไม่ยอมเชื่อข้าก็ตาม” เด็กคนน้องเห็นธาตุแท้ของพี่สาวหมดแล้ว
“โน่น! ท่านแม่อยู่ตีนเขา กำลังเดินขึ้นมาบนนี้” เด็กคนพี่ชี้ให้ดู
“ไหน ไม่เห็นจะมี” เด็กคนน้องพยายามมองแล้วมองอีก
“ทำไมตาถั่วแบบนี้ล่ะ นั่นไงดูดีๆ สิ” เด็กคนพี่ยังคงชี้สะเปะสะปะไปทั่ว
“ไหน มองยังไงก็ไม่เห็นจะมี ว๊ายยยยย” สติของเด็กหญิงคนน้องวูบดับลงนางได้แต่ถามในใจว่า “ท่านพี่ผลักข้าตกเขาทำไมกันนี่ท่านพี่กล้าฆ่าข้าเลยอย่างนั้นหรือ”
สักพักหว่านชิงก็สะดุ้งตื่น
“ฝันถึงเหตุการณ์ในอดีตอีกแล้ว พี่จือหม่าอี้!ทำไมพี่ถึงช่างโเี้อำมหิตแบบนี้ ข้าเป็น้องสาวของท่านนะ”
***************************
เช้าวันรุ่งขึ้นซูฟานยืนส่งฮูหยินรองขึ้นรถม้าอยู่หน้าประตูบ้านหลังจากนั้นก็เดินกลับไปพบท่านแม่และโจวเว่ยที่ห้องโถง
“อยู่บ้านนี้ไม่ทันไร ก็หาเื่กลับบ้านเกิดเสียแล้ว” ท่านแม่บ่น
“โธ่! ท่านแม่ หว่านชิงคงคิดถึงญาติของนางน่ะขอรับอีกอย่างนางอยู่ที่นี่ก็อยู่เฉยๆ เปล่าๆ เพราะท่านแม่ได้ให้สาวใช้สองคนทำงานบ้านแทนนางแล้วนี่ขอรับ”ซูฟานแก้ตัวแทนฮูหยินรอง
“มันก็จริง ว่าแต่ เ้าเองก็กลับไปนอนห้องฮูหยินใหญ่สิยังไงพวกเ้าก็ถือว่าเป็สามีภรรยากัน” ท่านแม่ถือโอกาสนางอยากให้ลูกชายและลูกสะใภ้ปรับความเข้าใจกัน
“เอ่อ ลูกมีธุระต้องเดินทางไปต่างเมืองขอรับ ต้องขออภัยจริงๆ” ซูฟานรีบอ้าง
“ไม่เป็ไรหรอกเ้าค่ะท่านแม่ ท่านพี่จะต้องทำงาน” โจวเว่ยน้อยใจแต่ก็ต้องกล่าวไปเช่นนั้น
“ขอบใจที่เข้าใจข้านะฮูหยิน” ซูฟานรีบพูด
“เ้าจะไปตอนไหนล่ะ” ท่านแม่สงสัย
“เย็นนี้ขอรับ” ซูฟานรีบไป กลัวท่านแม่วางแผนจับคู่
“เ้านี่ไม่ค่อยอยู่บ้านเลยนะ” ท่านแม่บ่น
“ไว้ลูกหาเวลาชดเชยให้นะขอรับ” จากนั้นซูฟานก็ขอตัวไปที่ห้องทำงานในใจคิดว่า “ข้ายังไม่พร้อมจริงๆข้าต้องแน่ใจก่อนว่าโจวเว่ยเป็ผู้บริสุทธิ์”
***************************
ณศาลเมืองกวานเหลียง
“เ้าขอเข้าพบข้า จะมาร้องทุกข์เื่อะไรอย่างนั้นหรือ” ใต้เท้าหยางกล่าว
“เรียนใต้เท้าข้าได้ข่าวมาว่าที่เมืองกวานเหลียงพบศพหญิงวัยกลางคนไร้ญาติถูกพิษฮัวเหมยใช่มั้ยเ้าคะ”หว่านชิงเกริ่น
“ใช่แล้ว แล้วยังไงงั้นหรือ” ใต้เท้าหยางนึกออก
“ขอข้าดูศพนางจะได้หรือไม่ เผื่อข้ารู้จักนางเ้าค่ะ” หว่านชิงร้อนใจ
“ไม่ต้องดูหรอก ข้ารู้แล้วว่านางคือ จือชางิ” ใต้เท้าหยางสืบได้แล้ว
“อะไรนะเ้าคะ….ท่านแม่!” และแล้วสติของหว่านชิงก็ดับวูบไปในบัดดล