ฟ้องอาจารย์
เสวี่ยฉีจ้างและผู้ติดตามสองคนรีบลงมาที่ลานจอดรถชั้นใต้ดิน ใบหน้าของเขายังไม่ดีขึ้นมาแม้แต่น้อย มันยังคงซีดขาวอยู่
ชัดเจนว่าความหวาดกลัวที่เขามีต่อหลินเฉิน ไม่ได้หายไปไหน มันยังคงมีอยู่
“นายน้อยเกิดอะไรขึ้นกับท่าน?” หนึ่งในผู้ติดตามถามออกมาด้วยความสงสัย เขาไหนเลยเคยเห็นเสวี่ยฉีจ้างเป็นแบบนี้มาก่อน
ถ้าเป็นตามปกติ หลินเฉินที่กล้าพูดออกมาแบบนั้น คงจะถูกฆ่าตายไปแล้ว
ผู้ติดตามอีกคนก็รู้สึกสงสัยเช่นเดียวกัน แต่เขาไม่ได้ถามออกมา ทำเพียงแค่รอคำตอบเท่านั้น
“ไม่ดี มันเป็นผู้ฝึกตน!” เสวี่ยฉีจ้างสูดลมหายใจเข้าลึก พลางพูดออกมา
“อะไรนะ?” ทั้งสองผู้ติดตามตกใจ พวกเขารู้สึกไม่อยากจะเชื่อ เพราะไม่ว่าจะมองมุมไหน หลินเฉินในสายตาของพวกเขาก็เป็นเพียงแค่คนธรรมดาเท่านั้น ไม่มีทางเป็นผู้ฝึกตนไปได้
พวกเขาเชื่อในสายตาของตัวเองเป็นอย่างมาก ถึงแม้ว่าพวกเขาจะไม่ได้แข็งแกร่งเหมือนกับเสวี่ยฉีจ้างที่เป็นถึงผู้ฝึกตนระดับราชาดวงดาวขั้นกลาง แต่พวกเขาก็เป็นถึงผู้ฝึกตนระดับเทพสวรรค์ขั้นปลายกันทั้งคู่
“มันเป็นผู้ฝึกตนไม่ผิดแน่ ทั้งยังแข็งแกร่งกว่าข้ามากด้วย ถ้าข้าคิดไม่ผิด มันน่าจะเป็นผู้ฝึกตนระดับราชาดวงดาวขั้นปลาย!” เสวี่ยฉีจ้างพูดด้วยใบหน้าที่มืดมน
“ผะ...ผู้ฝึกตนระดับราชาดวงดาวขั้นปลาย!” ทั้งสองผู้ติดตามร้องออกมาเสียงสั่น น้ำเสียงเจือความหวาดกลัวเอาไว้
ระดับราชาดวงดาวขั้นปลาย แข็งแกร่งกว่าพวกเขาถึงหนึ่งระดับใหญ่ๆ หากว่าเผชิญหน้ากัน พวกเขาต้องถูกฆ่าตายในทันทีทันใดแน่
มันเป็นไปไม่ได้เลยที่พวกเขาจะไม่รู้สึกหวาดกลัว
“ใช่ ไม่ผิดอย่างแน่นอน แต่ข้าจะไม่ยอมกลืนลมหายใจนี้ ข้าต้องการให้มันตาย!” เสวี่ยฉีจ้างพูดอย่างเย็นชา แววตาปรากฏความต้องการฆ่าสังหารอันมากล้นออกมา
การที่เขารีบพาสองผู้ติดตามออกมานั้น มันเป็นความอัปยศอดสูที่สุดในชีวิตของเขา เขาไม่เคยเผชิญกับเรื่องนี้มาก่อน เขาแน่นอนว่าจะไม่ปล่อยผ่านมันไป!
โดยไม่ลังเล เสวี่ยฉีจ้างออกคำสั่งต่อสองผู้ติดตามในทันที “พวกเจ้าคนหนึ่งไปหาข้อมูลของมันมาให้ข้า ส่วนอีกคนรีบติดต่อท่านอาจารย์ของข้า!”
ทั้งสองคนไม่รอช้า คำสั่งของเสวี่ยฉีจ้างถือเป็นที่สุด คนหนึ่งรีบวิ่งออกไป ส่วนอีกคนรีบหยิบโทรศัพท์ออกมากดโทรออก ส่งให้กับเสวี่ยฉีจ้าง
เสวี่ยฉีจ้างรับมาแนบหู รอสายอยู่ไม่นาน ก็มีคนรับ น้ำเสียงที่แก่ชราเสียงหนึ่งดังผ่านสายมา
“มีเรื่องอะไรรึศิษย์ข้า?”
“ท่านอาจารย์ท่านต้องช่วยข้า!” หลังจากที่ได้ยินเสียงของผู้เป็นอาจารย์ เสวี่ยฉีจ้างรีบฟ้องในทันที
เขาพูดอย่างรวดเร็วว่าเกิดอะไรขึ้นกับเขา รวมทั้งใส่สีตีไข่ให้หลินเฉินดูเป็นคนเลวสุดขีด
“บัดซบ! มันกล้ามีความคิดที่จะฆ่าเจ้าผู้ซึ่งเป็นศิษย์ของข้าหม่าหุนคนนี้รึ ช่างรนหาที่ตายยิ่ง!”
หม่าหุนคำรามออกมาด้วยความโกรธ เขาเป็นผู้อาวุโสคนหนึ่งของนิกายหมอกหิมะ ทั้งยังไม่ใช่ผู้อาวุโสธรรมดาๆ เป็นผู้อาวุโสหก
มีพื้นฐานฝึกตนในระดับราชาดวงดาวขั้นปลาย ใกล้ที่จะทะลุสู่ระดับจักรพรรดิเทวะขั้นต้นแล้ว
สาเหตุที่ตำแหน่งผู้อาวุโสหกของเขามั่นคงอยู่ได้ทุกวันนี้ เป็นเพราะว่าเสวี่ยฉีจ้าง ลูกศิษย์ที่ภาคภูมิใจของเขาได้รับเลือกให้เป็นบุรุษศักดิ์สิทธิ์ของรุ่นนี้
เมื่อมีคนคิดที่จะมาฆ่าลูกศิษย์ของเขา เป็นธรรมดาที่หม่าหุนจะโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ
“จ้างเอ๋อร์ เจ้ารอข้าอยู่ที่เซี่ยงไฮ้ ข้าจะรีบเดินทางไปโดยเร็ว!” หม่าหุนพูดเสียงเย็น
“ทราบแล้วขอรับท่านอาจารย์” เสวี่ยฉีจ้างพูดคุยกับหม่าหุนอีกเล็กน้อย ก่อนที่จะวางสายไป
“ไอ้สารเลว เมื่อท่านอาจารย์ของข้ามาถึง แกได้ตายแน่!” เสวี่ยฉีจ้างหัวเราะออกมาอย่างเย็นชา เขาแทบจะรอไม่ไหวแล้ว ที่จะได้เห็นหลินเฉินตาย
ด้วยความแข็งแกร่งของหม่าหุนอาจารย์ของเขา ถึงแม้ว่าจะมีระดับพื้นฐานฝึกตนอยู่ในระดับเดียวกันกับหลินเฉินในความคิดของเขา เขาเชื่อว่าอาจารย์ของเขาจะสามารถฆ่าหลินเฉินได้อย่างง่ายดาย
“มันกล้าหือกับบุคคลยอดเยี่ยมอย่างนายน้อย แน่นอนว่ามันย่อมต้องตาย!” ผู้ติดตามรีบพูดประจบ ส่งผลให้รอยยิ้มของเสวี่ยฉีจ้างกว้างขึ้น
เขาตบไหล่ผู้ติดตามอย่างพึงพอใจ รู้สึกว่าผู้ติดตามคนนี้เลี้ยงไม่เสียข้าวสุก รู้จักประจบเขา
“พวกเราไปรอที่รถกันเถอะ” เสวี่ยฉีจ้างพูดพลางเดินไปที่รถยนต์คันหรู
รอที่เขาหมายถึงย่อมเป็นรอข้อมูลของหลินเฉินจากหนึ่งในผู้ติดตามของเขาที่ไปหามา
เวลาผ่านไปครึ่งชั่วโมง หนึ่งในผู้ติดตามได้กลับมา
“นายน้อย ข้าได้ข้อมูลของมันมาแล้วครับ” ไม่พูดไม่ได้ว่าผู้ติดตามคนนี้มีความสามารถและทำงานได้รวดเร็วมาก เพียงแค่ครึ่งชั่วโมงก็หาข้อมูลของหลินเฉินมาได้
“รีบพูด” เสวี่ยฉีจ้างเร่งให้อีกฝ่ายรีบพูดออกมา เขาในตอนนี้ต้องการที่จะรู้อย่างมากว่า หลินเฉินที่แท้แล้วเป็นใคร มาจากที่ไหน
“หลินเฉินอายุสามสิบสี่ปี มีภรรยาคนหนึ่ง มีลูกสาวสองคน อาศัยอยู่กับพ่อแม่” ผู้ติดตามพูดอย่างรวดเร็ว เขาพูดเฉพาะเรื่องที่สำคัญเท่านั้น
“อะไรนะ มันมีภรรยาและลูกแล้ว?” เสวี่ยฉีจ้างประหลาดใจ คิดไม่ถึงว่าหลินเฉินจะมีภรรยาและลูกแล้ว
“บัดซบ! ขนาดมีภรรยาและลูกแล้ว ยังกล้ามายุ่งกับเฟิ่งซูหานของข้า!” เขาสบถออกมาด้วยความโกรธ
แน่นอน เฟิ่งซูหานไม่ใช่ของเขาแต่อย่างใด เป็นเขาทึกทักเอาเองฝ่ายเดียว
“พวกเจ้าสองคนรีบไปที่ครอบครัวของมัน ฆ่าทุกคนในครอบครัวของมันซะ ส่วนข้าจะรอท่านอาจารย์อยู่ที่นี่!”
“รับทราบ!” ทั้งสองผู้ติดตามไหนเลยกล้าขัดคำสั่งของเสวี่ยฉีจ้าง พวกเขารีบออกไปอย่างรวดเร็ว
หลังจากที่สองผู้ติดตามออกไปแล้ว มุมปากของเสวี่ยฉีจ้างก็ยกยิ้มขึ้นมาอย่างเย็นชา “กล้าที่จะแตะต้องผู้หญิงที่ข้าหมายปอง มาดูกันเถอะ ว่าจุดจบของแกและครอบครัวจะเป็นยังไง!”
สองผู้ติดตามของเสวี่ยฉีจ้างใช้เวลาไม่ถึงครึ่งชั่วโมงก็มาถึงบ้านของหลินเฉิน
พวกเขายืนอยู่บนท้องฟ้า จ้องมองลงไปด้วยสายตาอันเย็นชา จากนั้นพวกเขาก็มองหน้ากัน พลางพยักหน้าให้กัน
“ลงมือ!”
ทั้งสองคนเตรียมที่จะลงมือ ทว่าก่อนที่พวกเขาจะได้ลงมือนั้น ร่างของพวกเขาก็แตกสลายออกเป็นฝุ่นควัน แม้แต่ตอนตาย ก็ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองตายยังไง!
ผู้ที่ลงมือฆ่าสองคนนี้ไม่ใช่ใครที่ไหน นอกจากเสี่ยวไป๋ ลำพังผู้ฝึกตนระดับเทพสวรรค์สองคนจะรอดพ้นสายตาของผู้ฝึกตนระดับเข้าสู่เทวะขั้นปลายอย่างเธอไปได้ยังไง
ยิ่งพอสัมผัสรับรู้ได้ว่าพวกนี้ไม่ได้มาดี เธอก็ไม่ลังเลเลยที่จะจัดการฆ่า จนไม่เหลือซากอย่างที่เห็น!
จบบทที่ 139