“ตงฟาง” ซิงเยียนยื่นหน้าเข้ามาใกล้ๆ เธอเรียกตงฟางอยู่นานกลับไม่ได้ยินเสียงขานรับจึงเปิดหน้าต่างด้านหลังรถม้าเพื่อจะดูตงฟางว่ายังอยู่หรือไม่ การเดินทางใกล้จะถึงเมืองซ่งแล้วเธอจึงอยากให้ตงฟางเตรียมตัว
“เหม่อลอยอีกแล้ว ทำไมไม่ตอบพี่สาวคนนี้ล่ะ” ตงฟางสะดุ้งตกใจเล็กน้อย จู่ๆซิงเยียนก็ปีนหน้าต่างมานั่งข้างๆเขาทั้งๆที่รถม้ากำลังบินสูงเหนือพื้นดิน
“พี่ซิงเยียน ทำอะไรเนี๊ย”
“นึกว่าไม่สบาย แล้วตงฟางเป็นอะไรไม่พูดไม่จา พี่เรียกตั้งนาน”
ตงฟางถอนหายใจออกมาด้วยความหนักใจ เรื่องที่ทำให้เขานั่งเหม่อลอยเป็นเรื่องของคนจากเมืองหลวง เขาจำได้ว่าตัวเองจัดการระดับราชาวิญญาณไป 50 คนในสุสานจักรพรรดิหม่า หลังจากการฆ่าครั้งนั้นเขาก็พบว่าจำนวนคนในเมืองหลงไห่เพิ่มขึ้นทั้งๆที่มันลดลงไปแล้ว ภายในระยะ 7 วันที่พวกเขาแวะเติมเสบียงที่หลงไห่ คนมากมายเริ่มเดิมทางกลับมาอีกครั้ง เขาจึงมีความรู้สึกว่าเมืองซ่งอาจจะอันตรายกับเขาก็ได้จึงคิดหาทางทำอะไรสักอย่าง ยังดีที่เขาไม่เห็นกลุ่มคนที่อยู่ในสังกัดปราสาทจักรพรรดิที่สั่งคนเลิกไล่ล่าเขา
“ผมกลัวว่าถ้าผมแสดงพลังอีกครั้ง คนที่ไล่ล่าผมจนต้องปลอมตัว พวกมันจะพุ่งเป้าไปยังพี่ซิงเยียน จากนั้นก็หาเรื่องหอประมูลของเรา”
“เรื่องนี้นี่เอง”
“คนของพี่ซิงเยียนจะตามเรามาถึงวันไหนครับ เรื่องที่ให้สำรวจในเมืองต้วนอี้ไปถึงไหนแล้ว”
สุสานจักรพรรดิหม่าตั้งอยู่ใกล้กับเมืองต้วนอี้ แล้วตงฟางยังเปิดใช้งานพลังหลอมเม็ดยาจนผู้คนตื่นตกใจ เขาจึงอยากรู้ว่าเมืองต้วนอี้มีกลุ่มคนแปลกหน้าเดินทางไปแล้วหรือยัง กลุ่มคนที่ว่าคือพวกตามหาตัวของเขาเพื่อแย่งชิงทักษะนิกายโบราณ
“ยังจ้ะ เขาน่าจะตามมาในอีก 1 วัน เอาล่ะพี่สาวเข้าไปข้างในก่อน เราจะเข้าเมืองกันแล้ว ตงฟางอย่าพึ่งคิดอะไรมาก หากพวกมันเป็นแค่ระดับราชาวิญญาณ พี่เชื่อว่าตงฟางสามารถปิดหูปิดตาพวกมันโดยไม่ต้องฆ่าได้”
“นั่นสินะครับ”
ตงฟางฉีกยิ้มเล็กน้อยจนความวิตกหายไป ตอนนี้ในเขตเมืองใหญ่ที่อยู่รอบๆเมืองหลวงจักรวรรดิเทียนหยวน เขาไม่กลัวใครเลย ไม่ว่าจะเป็นการสร้างเรื่อง การหลบซ่อนอย่างมิดชิด เขาสามารถใช้พลังจิตของตัวเองแก้ปัญหาได้ ตงฟางจึงไม่รู้สึกกลุ้มอีกต่อไปเพราะเขาสามารถเปลี่ยนรูปลักษณ์ในความทรงจำของทุกๆคน
“แกสวมใส่ชุดนี้” ตงฟางถอดเสื้อสีดำของเขาให้อสูรโลหิตที่มีระดับราชาวิญญาณขั้น 1 ส่วนตัวของเขาสวมใส่ผ้าคลุมสีขาว ต่อจากนี้ไปการอาศัยอยู่ในเมืองซ่งเขาจะอยู่ในรูปลักษณ์ผู้เฒ่าหนวดขาว คนที่หอประมูลสวรรค์เก้าชั้นฟ้าให้การต้อนรับเป็นอย่างดีเพราะเฒ่าคนนี้เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการใช้ยันต์
“อ้าว ไม่เป็นผู้คุ้มกันแล้วเหรอ” ซิงเยียนมองตงฟางแต่งตัวเป็นชายแก่ ไม่ว่าจะเป็นผิวหนังบริเวณมือที่ยื่นออกมาจากผ้าคลุม หรือจะเป็นรอยย่นบนใบหน้าล้วนเหมือนชายแก่ ทันใดนั้นซิงเยียนก็รีบยกมือปิดหัวเมื่อไม้เท้าเล็กๆในมือของชายแก่ยื่นมาตีหัวเธอเบาๆ
โป๊ก~!
“เรียกผู้อาวุโสสิ”
“โอยๆ รุนแรงจัง หนอยแหนะกล้าตีพี่สาวคนนี้เหรอ เดี๋ยวก็แกล้งให้ไม่ได้นอนหรอก”
“เออพี่ซิงเยียน หอประมูลสวรรค์เก้าชั้นฟ้าต้องมีผู้หนุนหลังที่แข็งแกร่ง ตอนนี้ผมกำลังสร้างผู้หนุนหลังให้อยู่ ตามน้ำไปก่อนสิ”
“จ้าๆ แต่อย่าเคาะหัวสิ” ซิงเยียนใช้มือลูบหัวสองสามที
“ก็ได้ แต่ถ้าไม่ทำลักษณะนิสัยของผมตอนนี้มันจะไม่น่านับถือนะ พี่ต้องเป็นแมวน้อยเมื่ออยู่ต่อหน้าผู้อาวุโสคนนี้”
“แมวน้อยเหรอ พี่สาวชอบ ได้ๆ หากตงฟางอยากให้พี่สาวเป็นแมวน้อยพี่สาวก็จะทำ” ตงฟางกุมขมับตัวเอง อยากจะบ้าตายเพราะพี่สาวชุดแดงเตรียมหาวิธียั่วยวนเขาทุกวิถีทางเพื่อให้เขาเลือดกำเดาไหลให้ได้ หากวันไหนไม่เห็นเลือดกำเดา เธอจะไม่ยอมนอน จนเขารู้สึกปวดหัวมากเพราะตอนนี้เธอกำลังพยายามออดอ้อนเขาให้เหมือนแมวน้อยตัวเล็กๆตัวหนึ่ง แต่ความรู้สึกของเขามันไม่ใช่แมวน้อยเพราะรูปร่างและท่าทางของเธอเป็นเสือสาว
“พี่ซิงเยียนถึงประตูแล้ว เงียบก่อน”
“จ้า!”
ตงฟางเตือนซิงเยียนให้อยู่นิ่งๆตอนนี้พวกเขาเดินทางมาถึงประตูเข้าไปในเมืองซ่งแล้ว ทหารหน้าประตูกำลังเดินตรงมายังรถม้าของพวกเขาเพื่อเก็บค่าผ่านทาง
“พวกเจ้ามาจากไหน” คนขับรถม้ารับหน้าที่ถามตอบทหารเมืองซ่งเช่นเดิม
“พวกข้ามาจากหลงไห่ จองที่พักเอาไว้ในเมืองซ่งจึงจะขอเข้าไปข้างใน”
“1,000 หินวิญญาณสำหรับค่าผ่านทาง” ตงฟางย่นคิ้วเล็กน้อยหลังจากได้ยินจำนวนค่าผ่านทางที่พวกเขาจำเป็นต้องจ่าย ดูเหมือนว่าการที่พี่ซิงเยียนให้ทุกคนที่เดินทางตามมาสวมใส่ชุดปกปิดพลังจะทำให้ทหารไม่ได้เกรงกลัวพวกเขาเลยสักนิด ตงฟางจึงเปิดประตูมองจ้องหน้ามัน จนทำให้นายทหารที่มองตาตงฟางหวาดหวั่นกับพลังที่พุ่งเข้ามาในหัว
“พวกเราเข้าไปได้หรือยัง”
“อร๊ากกก”
ทหารวิ่งจากไปด้วยความรวดเร็ว จนทหารคนอื่นๆสะดุ้งตัวรีบชักอาวุธออกมาเตรียมโจมตี ทันใดนั้นเพื่อนของมันที่วิ่งหนีมาจากรถม้าก็รีบบอกให้พวกมันเปิดทางให้เข้าไป ซึ่งทหารมากมายต่างทำหน้าสงสัยกับอาการหวาดกลัวของเพื่อนที่ให้ไปเก็บค่าผ่านทาง
“ไป ไป ให้พวกมันเข้าไป~!!!”
“เฮ่ย แกเป็นอะไร ค่าผ่านทางล่ะ”
“ไม่ต้อง ไม่ต้องเก็บ ปล่อยผ่านไปเลยข้าไม่อยากตายปล่อยผ่านไป~!”
ท่าทางหวาดกลัวทำให้เหล่าทหารเริ่มไม่กล้าขัดขวางรถม้าของซิงเยียน พวกมันที่ลองสำรวจทุกๆคนพบว่าไม่สามารถสำรวจพลังได้จึงรู้สึกเกร็งเล็กน้อย เดิมทีพวกมันนึกว่าเป็นเพียงแค่รถม้าของเหล่าพ่อค้าจึงจะเข้ามารีดไถ พอสำรวจทุกคนที่เดินตามหลังรถม้าพวกเขากลับไม่ได้เป็นคนธรรมดาอย่างที่พวกมันคิด จากท่าทางการยืนทุกคนล้วนแล้วน่าจะเป็นระดับสูง
“เชิญพวกท่านเข้าไปข้างในเลย”
รถม้าเคลื่อนตัวเข้าไปในเมืองซ่งช้าๆ สาเหตุที่ตงฟางต้องใช้พลังจิตกับทหารคนเมื่อครู่ก็เป็นเพราะว่า เมืองซ่งขึ้นชื่อในเรื่องแดนเถื่อน แม้เมืองแห่งนี้จะมีกฎคล้ายกับเมืองหลงไห่และเมืองต้วนอี้ กฎหมายเหล่านี้กลับใช้งานไม่ได้กับตระกูลใหญ่ทั้ง 3 ในเมือง เนื่องจากพวกมันใช้อำนาจของพลังเข้าข่มขู่ทุกๆอย่างจนอยู่เหนือกฎหมาย สำหรับเจ้าเมืองซ่งเขาเป็นเพียงแค่เจ้าเมืองในนามเท่านั้น เนื่องจากอำนาจของเขาไม่ได้มากมายเหมือนตระกูลทั้ง 3 จึงนั่งในตำแหน่งในนามเจ้าเมืองผู้ที่มีหน้าที่เก็บภาษีส่งให้ทางเมืองหลวงเท่านั้น
“สมกับเป็นแดนเถื่อน”
ซิงเยียนมองผ่านม่านกั้นของรถม้าเพื่อสำรวจผู้คนรอบๆเส้นทางการวิ่งของรถม้า พบว่าทุกคนภายในเมืองล้วนแล้วนำอาวุธของพวกเขาออกมาสะพายตามตัว ไม่ได้เก็บอาวุธเข้าไปในแหวนเก็บของเหมือนเมืองทั้ง 2 ที่เธอไปมา ดูเหมือนพวกเขาเตรียมจะปะทะกันตลอดเวลา
ไม่เพียงแค่อาวุธเท่านั้นที่เธอเห็นมันขัดตา เธอยังเห็นการต่อสู้ในซอยเล็กๆเพื่อปล้นชิงอีกด้วย นับได้ว่าเป็นแดนเถื่อนของแท้
“ตงฟาง ดูท่าการเปิดตึกยันต์สวรรค์ของเราจะยุ่งยาพอสมควร”
“มันก็ไม่แน่หรอกครับ หากที่นี่ใช้กำลังอย่างที่เราเห็น มันอาจจะง่ายก็เป็นได้” ตงฟางสำรวจผู้คนรอบๆด้วยพลังจิตจนพบว่าผู้คนในเมืองนี้แข็งแกร่งมาก ต่างจากผู้คนในเมืองหลงไห่และเมืองต้วนอี้ ด้วยรูปร่างเต็มไปด้วยมัดกล้ามและชอบสะพายอาวุธขนาดใหญ่สวมใส่ชุดหนังสัตว์ประดับด้วยเขี้ยวและเล็บสัตว์อสูรมากมาย มันน่าจะง่ายเพราะคนเหล่านี้น่าจะขาดการคิดวิเคราะห์ไปนานแล้ว เนื่องจากอยู่ในแดนเถื่อนจนใช้กล้ามและพลังเข้าจัดการทุกๆปัญหา
“พี่ซิงเยียน อย่าพึ่งไปที่พัก ไปทำเลที่เราซื้อไว้ก่อน ผมคิดบางอย่างดีๆได้แล้ว”
ตงฟางฉีกยิ้มกว้าง การสร้างตึกยันต์สวรรค์ในเมืองซ่งอาจจะง่ายดายกว่าที่เขาคิดก็เป็นได้ เขาจึงบอกให้พี่ซิงเยียนพาเขามุ่งหน้าไปยังทำเลที่ส่งคนมาซื้อเพื่อสร้างตึกยันต์สวรรค์ กระทั่งพวกเขาเดินทางมาถึงใจกลางเมืองซ่งที่เหมือนจะมีสภาพการเป็นอยู่ที่ดีกว่าบ้านเรือนใกล้เคียงกับประตูเมืองนั้น ตงฟางก็เริ่มก้าวเท้าลงไปจากรถม้ามองไปยังตึกที่ถูกปรับแต่งจนเขาไม่จำเป็นต้องสร้างตึกขึ้นมาใหม่ สามารถเข้าไปเปิดขายสินค้าของเขาได้เลย
“ตงฟาง จะทำอะไรอย่างนั้นเหรอ” แผนที่พวกเธอวางกันเอาไว้ วันนี้จะต้องเดินทางเข้าไปในบ้านพัก จากนั้นก็ไปเยี่ยมตระกูลทั้ง 2 ที่จะผูกมิตร ส่วนเจ้าเมืองไม่จำเป็นต้องเดินทางไปหาเพราะเจ้าเมืองไม่มีอำนาจในเมือง เขามีหน้าที่เพียงแค่เก็บภาษีเท่านั้น การซื้อขายที่ดินคนของเธอที่ส่งมาก่อนทำทั้งหมดแล้วจึงไม่จำเป็นต้องไปยังบ้านเจ้าเมือง
“ผมจะทำให้ตึกยันต์สวรรค์มันกลายเป็นสิ่งที่น่ากลัวจนผู้คนในเมืองนี้ไม่กล้าก่อความวุ่นวาย”
ชาวเมืองมองไปยังคนกลุ่มใหญ่สวมใส่ชุดแปลกตา จากเครื่องแบบที่ไม่ได้มาจากหนังสัตว์อสูรทำให้ชาวเมืองรู้ว่าคนเหล่านี้มาจากเมืองอื่น อย่างไรก็ตามเมื่อทุกคนมองเห็นซิงเยียนสิ่งที่พวกเขาพูดออกมาพร้อมกัน ทำให้ตงฟางรู้สึกไม่พอใจกับพวกเถื่อนเหล่านี้ที่กำลังมองหญิงสาวสวมชุดสีแดงอย่างหื่นกระหาย
“เอาแร่ออกมาให้หน่อยครับ”
แหวนเก็บของจำนวน 10 วงยื่นมาให้ตงฟาง เขาจึงเทสิ่งที่อยู่ข้างในแหวนออกมาด้วยการใช้พลังจิตยกแหวนขึ้นไปบนอากาศ คนที่อยู่รอบๆต่างมองเห็นผงสีดำของแร่ล้วนแล้วแสดงความงุนงงออกมาว่าชายชราสวมชุดขาวกำลังจะทำอะไรกับแร่เหล่านี้ แต่เมื่อทุกๆคนมองจ้องผงแร่ให้ดีพวกเขากลับพบว่ามันเป็นแร่ระดับ 5
“นั่นแร่ระดับ 5”
“มากขนาดนี้เขากำลังจะทำอะไรกันแน่”
“หนีเร็ว หนีออกไปจากที่นี่เร็ว กำลังจะเกิดการต่อสู้ขึ้นแล้ว”
ชาวบ้านรอบๆที่เกิดความสงสัยต่างก้าวเท้าถอยห่างจากจุดที่ตงฟางยืนอยู่ พวกเขารู้ว่าเรื่องวุ่นวายกำลังจะเกิดขึ้นเพราะเมืองแห่งนี้นับถือผู้แข็งแกร่ง การมีคนนอกพกของล้ำค่าเข้ามาอย่างแร่ระดับ 5 จะต้องมีเจ้าถิ่นมายึดพวกมันไปอย่างแน่นอน และมันก็เป็นเช่นนั้นจริง เมื่อจู่ๆกองกำลังราว 2 กองกำลังของเมืองกำลังเดินมุ่งหน้าเข้าไปหากลุ่มของตงฟาง
“เอาล่ะ ตัวละครมาทั้งหมดแล้ว พี่ซิงเยียนพยายามอย่าเดินห่างออกไปไหนนะครับ”
ซิงเยียนพยักหน้าพลางส่งสัญญาณให้คนของเธอถอยห่างจากตงฟางที่ยืนอยู่ใกล้กับกองแร่ขนาดใหญ่ ทันทีที่คนของซิงเยียนถอยห่างออกไป ตงฟางก็ได้นำไม้เท้ากระแทกพื้นจนเกิดแรงสั่นสะเทือนมหาศาลจนคนที่อยู่ใกล้ๆไม่สามารถพยุ่งตัวได้ ภายใต้ไม้เท้าที่กระแทกลงไปบนพื้นดินตงฟางก็เริ่มปลดปล่อยพลังจิตมากมายเข้าไปคลุมตึกหลังใหญ่ตรงหน้าที่ต่อเติมเอาไว้ ภายใต้พลังจิตเลเวล 7 ของตงฟางเขาได้เคาะไม้เท้าอีกครั้งจนทำให้ตึกหลังใหญ่สลายกลายเป็นฝุ่งผง จนกลุ่มคนที่เดินเข้ามาใกล้หยุดเท้าของพวกมันลงด้วยความตื่นตกใจและหวาดกลัว
ตึง~!
ไม้เท้าในมือของตงฟางเคาะเป็นระยะๆเพื่อทำลายตึกที่เขาซื้อเอาไว้ ทันทีที่เขาเคาะไม้เท้าหลังจากทำลายตึกไป ผงแร่ระดับ 5 ตรงหน้าของเขาก็เริ่มลอยเข้าไปก่อตัวเป็นตึกมีรูปลักษณ์ไม่ต่างจากตึกยาสวรรค์เมืองต้วนอี้ แต่มันกลับเป็นตึกที่พิเศษกว่าเพราะตึกนี้ตงฟางเลือกเปิดเผยให้ทุกคนเห็นผิวแร่ระดับ 5 และลวดลายยันต์ที่เขาจงใจทิ้งเอาไว้ เพื่อให้ทุกคนรู้ว่ามันเป็นตึกขายยันต์และค่ายกล
ตึง~!
แร่สีแดงที่จับตัวกันเป็นตึกเริ่มเปล่งแสงสีแดงร้อนออกมา ภายใต้การใช้พลังจิตของตงฟางเริ่มทำให้กองกำลังทั้งสองถอยห่าง ไม่กล้าเข้ามายุ่งเกี่ยว