ยังไม่มีใครได้ทำอะไรต่อเสียงเตือนภัยพลันดังกังวาลทั่วเมืองสุริยัน ราวกับเสียงกรีดร้องเสียดแทงทะลุขั้วหัวใจผู้ได้ยินจนทุกคนตัวแข็งทื่อ เสียงระบบอาร์ติเฟคทั้งหมดภายในเมืองเปิดใช้งานดังตามมาติดๆ
สุริยะเทพจ้องมองแผ่นหลังฟ้าครามชั่วขณะก่อนจะหันมาสบตากับลูกน้องข้างกายที่กำลังหน้าซีดเผือด
“เสียงเตือนนี่มัน!...” เคียวเมพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครื่อ ไม่อยากเชื่อสิ่งที่เกิดขึ้น “ไม่อยากเชื่อว่าพวกมันจะตีฝ่ากำแพงเมืองเข้ามาด้านในได้”
สุริยะเทพดูเหมือนจะรู้เหตุการณ์อยู่ก่อน เขาสงบจิตปล่อยเรื่องตรงหน้าเตรียมรับมือกับหายนะต่อไปที่กำลังมาเยือน
ไม่คิดว่าแม้แต่เทพผู้สร้างยังมิสามารถต้านทานเทพสงคราม ก็มีคิดไว้อยู่บ้างว่าเหตุการณ์แบบนี้อาจเกิดขึ้นได้ แต่ไม่คิดว่าจะเร็วขนาดนี้
“ในที่สุดแนวหน้าก็ถูกตีแตก ศัตรูของเทพผู้สร้างทั่วแผ่นดินไม่ยอมพลาดโอกาสนี้แน่” สุริยะเทพมือรูบคาง สายตาครุ่นคิด “มันเรื่องบังเอิญหรืออย่างไร เหตุใดคู่แค้นศัตรูทุกหมู่เหล่าถึงได้มารวมกันที่เมืองสุริยัน ถ้าหากเป็นแผนของใครบางคนล่ะ? ไม่น่าจะใช่ หากใช่จริงจะมีใครสามารถชักใยทุกขั้วอำนาจได้ คนแบบนั้น? ไม่น่าจะมีอยู่บนโลก พวกเทพสงครามเองล้วนเป็นปัญญาประดิษฐ์ระดับสูง หากถูกใครชักใยคนผู้นั้นต้องมีปัญญาเหนือกว่าพวกปัญญาประดิษฐ์ระดับสูง แต่ควรคิดเอาไว้ว่าเป็นแผนของใครบางคนก่อนจะดีกว่า”
“แย่แน่ เมืองสุริยันไม่เคยถูกกองกำลังไหนตีแตกมาก่อน การป้องกันภายในจึงหละหลวม” เคียวเมเครียด
อืม... เพราะไม่เคยมีใครบุกฝ่าเข้ามาถึงภายในเมืองได้ เพราะไม่เคยพ่ายให้ผู้ใด จึงทำให้เกิดสิ่งที่เรียกว่าความประมาท
“เคียวเม นายจงรีบไปดูเจดีเจ็ดเพลิงกาล อีกนานแค่ไหนกว่าจะสำแดงเดชได้”
ฮ่ะ!.... ชายหนุ่มอ้าปากค้าง “นะ...นี่ท่าน คิดจะใช้เจ้าสิ่งนั้น?”
“เพื่อเอาไว้ในสถานการณ์เลวร้ายที่สุด หากเมืองสุริยันจะพ่ายก็จะลากทุกชีวิตตายตกตามกันไปด้วย”
“ครับ”
สุริยะเทพเดินเหลียวหลังออกจากวิหารแห่งแสงศรัทธา
“ท่านสุริยะเทพ แล้วจันทราเทพล่ะครับ”
สุริยะเทพถอนหายใจจนปัญญาและความรู้สึกไม่เข้าใจในความคิดของนายหญิงตนเอง “ปล่อยจันทราเทพไปก่อน บางทีเราอาจจะใช้ประโยชน์จากนางได้ หากจำเป็นคงต้องสังหารนางแล้วโยนความผิดให้เทพสงคราม”
ในห้องหนึ่งอาบแสงเจ็ดสีสลั่วผสานความมืดอย่างกลมกลืนไม่มืดเกินไป ไม่สว่างเกินจำเป็น ด้านหน้าสุดเป็นบัลลังก์หรูหราโออ่าตระการตา ทั่วทุกมุมห้องตกแต่งอย่างวิจิตร แม้จะวิจิตรงดงามเพียงใด ยังไม่อาจเทียบเคียงสตรีที่นั่งสงบอยู่บนบัลลังก์ในชุดมิโกะมีขาว ผมสีดำยาวถึงหัวเข่า ใบหน้าคมหวานระทึกตราตรึง เสียงฝีเท้ามั่นคงดังใกล้เข้ามาทุกขณะก่อนจะตามมาด้วยเสียงประตูเปิดออกเรียกมิโกะสาวให้ลืมตาขึ้นมองผู้มาเยือน
ฟ้าครามเบิกตาตลึงเล็กน้อยเมื่อจ้องมองหญิงสาวตรงหน้า ก่อนจะแปลเปลี่ยนเป็นสายตาเพ่งพินิจณ์
ฮึ.... “อาชีพที่แข็งแกร่งทัดเทียมกับนักเวทย์ดาบคู่ ไม่ซิ เหนื่อกว่าอีก อาชีพลับที่สามารถครอบครองได้เพียงหนึ่งคน มิโกะแห่งดาวเหนือ”
อินาริเผยยิ้มที่มุมปาก “สมกับเป็นลูกสาวเจ้าของเกม รู้ดีแจ่มแจ่ง มิน่า อาชญากรถึงรุ่งเรืองได้ขนาดนี้”
เฮอะ ฟ้าครามกอดอกเชิด “ขอโทษนะ ฉันไม่เข้าใจว่าเธอกำลังพูดเรื่องอะไร ใช่ ฉันเป็นลูกสาวจ้าวของเกม เรื่องนั้นเป็นความจริง แต่ถ้าเธอคิดว่าฉันใช้ข้อมูลภายในมาบอกพี่ศิ เธอคิดผิด ฉันไม่เคยก้าวก่าย ถามข้อมูลเกี่ยวกับเกมอะไรทั้งนั้น ทั้งหมดเป็นความสามารถของพี่ศิลาล้วนๆ”
หึ.... “แม้ศิลาจะเก่ง แต่ฉันไม่คิดว่าเขาจะรู้ทุกอย่าง ข้อมูลเกี่ยวกับเกมได้ด้วยตนเอง ชิ้นส่วนดวงใจภูติ ชิ้นส่วนวิญญาณธรรมชาติ วงแหวนโลกา มันไม่บังเอิญเกินไปหน่อยหรือไงที่ศิลาเป็นผู้เล่นเพียงคนเดียวที่สามารถครอบครองไอเทมทั้งหมด ค้นหาที่ซ่อนไอเทมลับพบ ผู้เล่นเป็นร้อยพันล้าน แต่น่าแปลก สถานที่เก็บซ่อนไอเทมพิชิตเกมกลับมีผู้เล่นเพียงคนเดียวที่รู้และค้นพบมันมาโดยตลอด”
“ก็พี่ศิลาของฉันเก่ง” ฟ้าครามเชิดหน้ายืดอกภาคภูมิใจ “แล้วสองหนุ่มข้างกายเธอเล่าทำอะไรได้บ้าง พูดฉอดๆ น้ำไหลไฟดับ ลองมองย้อนดูตัวเองบ้างไหม ได้อาชีพลับมาอย่างถูกต้องหรือเปล่า ส่วนตัวฉันคิดว่าไม่นะ”
“นี่เธอ!!...”
“ทำไม!!” เจ้าหล่อนชี้หน้า คลื่นพลังสีดำและสีขาวแผ่ออกจากร่างสองสาวปะทะกันดังกระหึ่ม อากาศกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด
พลังศักดิ์สิทธิ์? เรามีสกิลต้านทานพลังศักดิ์สิทธิ์ทำให้ไร้ผลอย่างสิ้นเชิง แต่ทำไม่? พลังของอินาริถึงได้ผล ความบริสุทธิ์ของพลัง เป็นพลังศักดิ์สิทธิ์ล้วนๆไร้ซึ่งพลังใดเจือปนทำให้ก้าวข้ามพลังศักดิ์สิทธิ์ธรรมดา และยังใช้ออกมาโดยมิโกะแห่งดาวเหนือ
ฮึมมม... คลื่นพลังแตกระเบิด ครื่นน วิหารแห่งแสงศรัทธาสั่นสะท้านราวกับจะถล่มในไม่ช้า
“ทำไม ฉันพูดแทงใจดำหรือไง” ฟ้าครามยิ้มเย๊าะ
“ไม่เข้าใจ เธอหมายถึงอะไร และอีกอย่างคำพูดของเธอ ฉันไม่จำเป็นต้องให้ความสนใจอะไร เธอไม่อยู่ในสายตาฉันเลยด้วยซ้ำ หากไม่ใช่คุณหนูตระกูลอัลไซส์แล้วล่ะก็ เธอก็เป็นได้เพียงผู้หญิงดาดดื่นคนหนึ่งที่ทำอะไรนอกจากร้องขอคนอื่น หากไม่มีศิลาสักคนและล่ะก็”
ฟ้าครามอมยิ้มพยักหน้าหลับตาฟัง เดินกอดอกวนไปมายิ้มหน้าเชิด
“ก็แบบว่ามีอะคะ อิจฉาอ่ะเด้ ที่เธอพูดมาทั้งหมดพอดีว่าฉันมีครบทุกอย่าง แล้วเธอล่ะมีอะไร เพราะไม่มีเลยต้องการจะละเลียดละเลียของคนอื่นว่างั้น? คิดจะแย่งของของเขาหน้าด้านๆเพื่อให้ตนเองมีเหมือนอย่างคนอื่น”
“นี่เธอ!!”
“ทำไม หึ ฉันพูดถูกใช่ไหมล่ะ แบบนี้อาการที่เธอเป็นเขาเรียกว่าอะไรน๊าาาา... อ๋อ อิจฉา”
อินาริยืนกำหมัดสั่นระริกอารมณ์เดือดพุ่งพล่าน
“ไม่แปลกหร๊อก ทำไงได้ก็คนมันเกิดมาพร้อมสรรพ ทั้งรูปร่างหน้าตา ฐานะ วาสนา เธอจะอิจฉาก็ไม่แปลก”
เพรี้ยบพร้อม? อินาริฉีกยิ้ม “ใช่หรอ ไม่ใช่ว่าเธอพิการหรอกหรอ”
ฟ้าครามรู้สึกตัวชาเหมือนถูกสายฟ้าฟาดหรืออะไรมากระชากวิญญาณอย่างแรง เจ้าหล่อนถอนหายใจออกมา
พอกันที ตัดสินใจได้แล้ว แม่นี่คงเก็บไว้ไม่ได้ นิสัยเหยียดปมด้อยของคนอื่นแบบนี้รู้ได้เลยว่าเธอเป็นคนประเภทไหน
“อ่าว เงียบทำไมล่ะ แทงใจดำเหรอ”
“ใช่ ตอนนี้จะเรียกว่าฉันร่างกายสมบูรณ์ 80% หรือคนกึ่งพิการก็ว่าได้ ฉันยอมรับ แต่ว่านะ จิตใจของฉันสมบูรณ์ ไม่ได้พิการ”
อินาริยิ่งเดือด เหตุใดหญิงสาวตรงหน้าเธอถึงไม่โกรธจัดจนสติแตก
“ฉันถึงได้บอกไง หากเธอไม่ใช่คุณหนูอัลไซส์ คิดเลอะว่าศิลาจะทนอยู่ ทนคบกับเธอ”
ฮ่า...ฮ่า... โอ๋ยฮา “อย่ามายั่วโมโหฉันเลย” ฟ้าครามเปลี่ยนมาเคร่งขรึมจริงจัง “ของ ของฉัน ฉันรู้ดีว่าเป็นยังไง รู้ดีพอๆกับตัวฉันเองเลยล่ะ”
“อย่างงั้นหรอ รู้ของตัวเองดี? แล้วทำไมต้องมาเหม็นขี้หน้าฉันด้วย ถ้าไม่ใช่เพราะกลัวศิลาจะมาหลงฉัน” อินาริกอดอกเชิด เธอไม่มีอะไรสู้หญิงสาวตรงหน้าได้เลยสักอย่าง แต่นั่นไม่ใช่ปัญหา ผู้ชาย ยังไงก็คือผู้ชาย ไม่ว่าจะดีเลิศสักแค่ไหนความเป็นเสือย่อมมีอยู่ในตัว มีเหยื่อมาล่อถึงหน้ามีหรือที่เสือมันจะไม่กิน
ฟ้าครามไม่ได้สนใจอะไรไม่แม้จะใส่ใจ หากของของเธอไม่ใช่ผู้ชายแบบศิลาป่านนี้คงสติแตกวิ่งเข้าไปฟาดปากแล้วเป็นแน่แท้ ทว่าพี่ศิของเธอนั้นแตกต่างเรื่องนั้นเธอรู้ดีแจ่มใจ เพราะเขาเป็นคนแบบนั้นถึงทำให้เธอเฝ้ารอคอยและยกทั้งหมดให้กับเขา
“คิดว่าฉันหึงเธอกับพี่ศิหรอ หึ.. เปล่าเลย ทำไมฉันต้องหึงล่ะ” ฟ้าครามไม่เคยหึงศิลากลัวว่าเขาจะไปยียอสาวอื่นเพราะเธอมั่นใจในตัวคนของเธอ เพียงแต่เจ้าหล่อนไม่ชอบให้ใครมาละเลียดกับของรักที่สุดในชีวิตของเธอ หากแค่มองเธอเข้าใจทำไงได้ก็ของของเธอมีดีเกินที่สาวไหนจะไม่เหลียวมองและนั่นยิ่งทำให้เธอรู้สึกภาคภูมิเมื่อได้เห็นสายตาอิจฉา แต่ทว่าหากเป็นสายตาละเลียดละเลียแล้วล่ะก็เธอไม่ยอม อีกอย่างที่ยอมไม่ได้เลยคือคนประเภทรู้ว่าเขามีเจ้าของแต่ยังกลับพยายามสอดแทรกระหว่างกลางคนสอง
“ไม่ได้หึง? ไม่ได้หึงแต่กลับไม่พอใจที่ฉันมองศิลาเนี่ยนะ โอ๋ย..แบบนั้นเขาเรียกว่าหึงแล้วเธอ ทำไม กลัวเขาจะมาหลงฉันขนาดนั้นเลยหรอถึงได้จะแว้งกัดตลอด”
“มันเธอมากกว่ามั้งยายงูพิษที่หาโอกาสแว้งฉก ฉันไม่ได้หึงพี่ศิเลย ไม่กลัวด้วยว่าเขาจะไปหลงอะไรเธอ แต่ฉันไม่ชอบให้พวกงูพิษมามองละเลียดกับของของฉัน โดยเฉพาะพวกหน้าไม่อาย”
มิโกะคนงามเบ้ปากพยักไหล่ตอบกลับแบบไม่ยีหร่ะว่า “แล้วไง ปากบอกมั่นใจแต่การกระทำมันขัดแย้งกันนะเธอ ไม่แปลกหร๊อก ฉันเข้าใจที่เธอหึง ผู้ชายเขาก็เบื่อเป็น เธอกลัวเขาเบื่อใช่ไหมละถึงได้หึงโหดขนาดนี้ ไม่ยอมให้สาวใดเข้าใกล้เขา ขี้หึงเกินไปไม่งามนะจ๊ะตัวเธอ”
ฟ้าครามยืนเกาหัว เธอเนี่ยนะไม่ยอมให้สาวใดเข้าใกล้ศิลา หากบอกว่าเธอกีดกันแล้วมันผิดหรือไง หากหญิงสาวพวกนั้นที่ผ่านเข้ามาในชีวิตศิลาต้องการความสัมพันธุ์แบบเพื่อนจะไม่ว่าสักคำ แต่คนพวกนั้นไม่ได้คิดแบบนั้นและมันผิดหรือไงที่เธอปกป้องของรักของเธอ
“ปากบอกมั่นใจในของของตัวเอง เฮออ...อย่างว่า ผู้ชายที่มีสายตาเจ้าชู้บาดลึกเย๊ายาวเชื้อเชิญขนาดนั้น ไม่แปลกหรอกที่เธอจะกลัวและไม่มั่นใจในตัวเขา เพราะคนอย่างศิลาฉันคิดว่าเขาสามารถไปจากเธอได้ทุกเมื่อและสามารถหาใหม่ได้ทันที อันนี้ต้องเข้าใจนะแม้ว่าเขาจะเป็นของของเธอ แต่ก็ใช่ว่าคนอื่นจะไม่มีสิทธิ์เป็นเจ้าของ เธอก็ต้องทำใจนะ ผู้ชายดีๆมากด้วยเสน่ห์ขนาดนั้นใครเขาก็อยากได้เป็นธรรมดา ไม่คิดบ้างหรอว่าเขาเองก็อาจจะอยากลองกินลองชิมรสชาติใหม่ๆบ้าง”
“อย่าเอาฉันไปเปรียบกับเธอซี่.... ถ้าเป็นเธอเขาคงจะเบื่อ” ฟ้าครามเบ้ปากเอียงคอน้อยๆ “แต่เผอิญว่าฉันอร่อย แบบที่ว่าเขาสามารถกินได้ทั้งชีวิตโดยไม่เบื่อ”
“ช่างกล้าพูดไม่อายปาก มั่นใจในตัวเองจังนะ”
“แน่นอน ทำไมฉันต้องอาย ทำไมฉันต้องไม่มั่นใจ ในเมื่อฉันมีดีและมั่นใจในทั้งหมดและมั่นใจในของของฉันเท่ากับหรือมากกว่าที่ฉันมั่นใจในตัวเองด้วยซ้ำ และฉันก็ไม่ได้ไร้สาระขนาดที่ว่าต้องหึงของตัวเองกลัวว่าจะไปยุ่งกับใคร มองดูแล้วเธอคงไม่เคยมีแฟนถึงได้ตัวสั่นขนาดนี้จนไม่สนใจว่าเขามีเจ้าของแล้ว ฉันจะสอนอะไรให้นะ ความหึงนะนับเป็นเสน่ห์ของผู้หญิง หากใช้แต่พองามพอควรจะทำให้รักหวานชื่นไม่เลี้ยนเกินไป ไม่แข็งเกินไปและไม่ขมขื่น จะช่วยทำให้รักดียิ่งขึ้น ขอบอกไว้เลยว่าฉันไม่มีแม้สักเศษความคิดว่าพี่ศิลาจะไปหลงเธอ เพราะอะไรนะหรอ เพราะฉันมั่นใจในตัวเองว่ามีดีขนาดเธอเทียบไม่ติด เห็นม๊ะ ฉันสวยเลิศมากด้วยเสน่ห์ขนาดนี้ ทำไมต้องกลัวว่าของของฉันจะหนีหายไปหาของไม่ได้มาตรฐานมากินด้วย ในเมื่อมีของเกรดพรีเมี่ยมพร้อมเสริฟให้ทุกวัน”
จี๊ดดดด..เลยค่ะ เจ็บปวดทุกประโยครวดร้าวทุกดอกที่ถูกตอกกลับ
“ใครจะไปรู้ ของพรีเมี่ยมอาจจะไม่เท่าของเกรดธรรมดาก็ได้ เรื่องแบบนี้มันอยู่ที่รสนิยมค่ะ ไม่ใช่มาตรฐาน”
“งั้นหรอ แล้วของธรรมดาที่ว่านั่นถูกปากนีโอหรือเปล่าล่ะ” ฟ้าครามกล่าวเสียงเย็นแววตาวาวเป็นประกาย
มิโกะคนงามสะท้านเฮือกอย่างแรงสีหน้าบอกไม่ถูกสับสนกระวนยุ่งยากใจ
ดูเหมือนประโยคเมื่อครู่จะสะท้านใจเธอพอสมควร ดูจากท่าทางสีหน้าที่เปลี่ยนไปแล้วต้องบอกว่าอาจจะสะท้านรุนแรงเลยก็ว่าได้ สายตาคมกล้าจ้องมองมายังจันทราเทพ สตรีที่งดงามอันดับหนึ่งในใต้หล้าอย่างแค้นเคือง
“ทำไม? คิดว่าฉันดูไม่ออกหรือไง” ฟ้าครามกล่าวเสียงเย็น “เพียงแค่เธอมาที่บ้านฉันกับพี่ศิ ฉันก็จับพิรุธได้แล้ว ตลอดเวลาที่เธอมองพี่ศิลาอย่างละเลียดชะม้ายชายตา สายตาของนีโอมันบอกทุกอย่างชัดเจน อ่อ.. ไม่ต้องถามนะว่าพี่ศิจะดูออกไหม เพราะขนาดฉันยังดูออก”
อินาริกำหมัดฟันกัดแน่นก่อนจะคลายอารมณ์พูดเสียงเจือนว่า “เธอจะไปรู้อะไร”
“แน่นอนล่ะฉันจะไปรู้อะไร เพราะเรื่องของเธอฉันไม่มีความจำเป็นต้องรู้ รู้แค่ว่าตั้งแต่เห็นเธอชะม้ายตาให้พี่ศิ ให้ก็อยากจะฉะกับเธอจนตัวสั่นเป็นเจ้าเข้า พูดแล้วก็เอาเลยดีกว่า”
พูดจบน้องฟ้าครามแม่หวานใจเจ้าของผู้กุมหัวใจศิลาไม่รอช้า ดาบโทสึกะอาบคลื่นพลังแห่งสูญสาดแสงวาบก่อนจะฟันฟาบจากขวาไปซ้าย
“ในนามแห่งข้า มิโกะแห่งดาวเหนือ คนทรงเพลิงสุริยัน ขออาจเอื้อมอัญเชิญมังกรวารี เทพเจ้ามิฟูเนะ มัตสึริ จงมาสถิตในกายข้า ณ.บัดนี้”
บึ่มมม... คลื่นพลังศักดิ์สิทธิ์สีขาวหนักหน่วงหนักแน่นพุ่งออกจากร่างอินาริสูงขึ้นฟ้าเป็นเสาแสง วิหารแห่งแสงศรัทธาสั่นสะเทือนอย่างวิปริต เหนือศรีษะมิโกะคนงามปรากฎมังกรตัวยาวแบบจีนร่างสีขาวอาบออร่าพลังสีฟ้าใบหน้าดุร้ายแววตาสีฟ้าครามดุจน้ำทะเล ขนาดตัวยาวสามสิบเมตรกว้างสามเมตร มันบินวนรอบร่างอินาริอย่างเกรี้ยวกราดก่อนจะประทับลงร่างมิโกะสาว
อาชีพนักเวทย์ดาบคู่นั้นแข็งแกร่งที่สุด ทว่ายังมีอีกหนึ่งอาชีพที่มีไว้ให้ผู้เล่นเพียงคนเดียวที่บรรลุเงื่อนไขหากทำได้ อาชีพลับเพียงหนึ่งเดียวนั้นคือ มิโกะแห่งดาวเหนือหรือองเมียวแห่งดาวเหนือ เป็นอาชีพที่เหนือกว่านักเวทย์ดาบคู่ อาชีพนี้แม้แต่ชิงหลงที่เป็นผู้พัฒนาเกมยังลืมไปเลยว่ามี เพราะเงื่อนไขการได้มานั้นยากเย็นต่อให้เป็นศิลาก็ไม่สามารถบรรลุผ่านเงื่อนไขได้อย่างแน่นอน
การได้อาชีพลับสุดยอดมีเงื่อนไขเพียงหนึ่งข้อเท่านั้น และเงื่อนไขที่ว่าคือผู้เล่นต้องไม่เคยสังหารสัตว์อสูร มอนสเตอร์ สิ่งมีชีวิตทั้งหมดสักตัวตั้งแต่เริ่มเกมจนเลเวลถึงสี่สิบระบบจะทำการมอบอาชีพให้ และหลังจากได้อาชีพมาแล้วผู้เล่นคนนั้นจะไม่สามารถต่อสู้เองได้ แต่มีหนึ่งสกิลที่แสนร้ายกาจคือสามารถเรียกเทพเจ้าทุกองค์มาสถิตภายในร่างและรับใช้ได้อย่างไร้เงื่อนไขต่อให้เทพเจ้าตนนั้นจะเป็นเทพพิทักษ์ของผู้เล่นอื่นก็ตามหรือแม้แต่เป็นมหาเทพ หรือมหาเทพสงคราม หากมีตำแหน่งเป็นเทพมิโกะก็สามารถเรียกออกมาได้ทันที ขอเพียงแค่เทพตนนั้นยังมีชีวิตอยู่และผู้เล่นรู้จักชื่อก็สามารถเรียกมารับใช้ได้ทันทีจำกัดเรียกได้มากสุดแปดตน
เหตุนี้ อินาริจึงมั่นใจว่าเธอไม่มีทางแพ้ฟ้าครามที่เป็นจันทราเทพอย่างแน่นอน หากหมดหนทางเอาชนะจริงๆเธอจะเรียกจันทราเทพเข้ามาสถิตในร่างแล้วปลิดชีพตนเองเสียเลย แบบนั้นฟ้าครามก็จะตายด้วยเช่นกัน หากฟ้าครามตายจะไม่สามารถกลับมาจุติได้อีกแล้วเพราะนี่ถือเป็นลาสแพตช์การดำเนินเรื่องได้มาถึงจุดสิ้นสุด
ท่าไม่ดีแล้ว
ศิลายืนขึ้นพรวดพราด ตอนนี้เขากำลังนั่งทานขนมปังดูถ่ายทอดสดอยู่ในร้านค่าเฟ่ภายในนครตำหนักศิลาอย่างใจเย็น ทว่าตอนนี้สีหน้าของศิลาเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง แม้ในจอจะไม่ได้จับภาพทางพวกฟ้าครามแต่เขาที่เป็นส่วนหนึ่งของโลกรับรู้ได้ราวกับกำลังนั่งชม
“เอาไงดี” ศิลาครุ่นคิด “คงต้องไปดูใกล้ๆเสียแล้ว”