เทียนหลง ดันเจี้ยน สเลเยอร์

    บทที่ 122

    “ดันเจี้ยนเหมือนมีอะไรแปลกๆไปหรือเปล่านะ..” ไอซ์กล่าวกับตัวเองในขณะที่ตอนนี้เขาอยู่ที่ชั้น 61 ซึ่งเป็นชั้นของเยติตัวใหญ่ที่ต่อสู้ด้วยค่อนข้างยาก หิมะหนาตาพร้อมกับพายุหิมะ นอกจากจะมีวิสัยทัศน์ที่แย่แล้ว มันยังเป็นตัวกำบังชั้นดีของพวกเยติยักษ์อีกด้วย“คงจะคิดมากไปเองล่ะมั้ง..”ไอซ์ต้องส่ายหัวให้กับความคิดของเขาเล็กน้อย ก่อนจะเดินไปที่ประตูมิติประจำชั้น เพราะเขาได้ใช้เวลาอยู่ในดันเจี้ยนนี้มากถึง 2 ชั่วโมงแล้ว และช่วงนี้ก็ไม่ค่อยจะได้พักผ่อนสักเท่าไร การพักผ่อนถือว่าเป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญเช่นกันในการฝึกฝนร่างกาย หากร่างกายไม่พร้อมก็ไม่มีทางที่จะพัฒนาไปข้างหน้าได้ ดังนั้นวันนี้เขาคิดว่าควรที่จะพอเท่านี้ก่อน เอ๊ะ! นั่นมัน!... ไอซ์ที่เดินออกจากดันเจี้ยนมาได้ไม่นาน เขาก็พบกับกลุ่มคนจำนวนหนึ่งที่ล้อมรอบหญิงสาวตัวน้อยเอาไว้ เมื่อเห็นแล้วมันก็อดที่จะของขึ้นไม่ได้ ตัวเขาเองก็เพิ่งจะเจอกับเหตุก่อการร้ายมาเมื่อเช้า ในใจคิดว่าพวกผู้ก่อการร้ายพวกนี้มันช่างกล้ามากจริงๆที่ลงมืออีกครั้ง เลือดในตัวของไอซ์ในด้านคุณธรรมปรากฏขึ้นมา และไม่รีรอที่จะพุ่งตัวเข้าไปจัดการกับพวกมันอีกครั้ง“หยุด! เดี๋ยวนี้เลยนะเจ้าพวกโจรร้าย ปล่อยตัวเด็กสาวคนนั้นซะ..” ไอซ์กล่าวพร้อมกับเก๊กท่าอย่างหล่อเท่ ในใจคิดภูมิใจไม่น้อยเลย ประกอบกับชุดที่แต่งอยู่เหมือนกับพระเอกในอนิเมะแล้ว ยิ่งทำให้ดูสมจริงเอามากๆ แต่มันกลับไม่ใช่ในโลกแห่งความเป็นจริง ‘หึหึ อึ้งไปเลยล่ะสิ..’ ไอซ์กล่าวในใจ ครั้งหนึ่งในชีวิตเขาอยากจะลองทำมันสักครั้งจริงๆ และในที่สุดโอกาสนั้นก็มาถึง เขาจะพลาดมันได้ยังไง “……...”ทุกคนที่ได้ยินก็หันมาให้ความสนใจในตัวไอซ์ พวกเขาหันมองซ้ายมองขวาเล็กน้อย แน่นอนว่าหญิงสาวที่อยู่กลางวงล้อมด้วยเช่นกัน และเธอคนนี้ก็คือท่านหญิงที่ใครต่างเรียกขาน“เจ้าพวกโจรร้าย พวกเจ้ายังไม่ยอมปล่อยตัวเด็กผู้หญิงคนนั้นอีกอย่างนั้นเหรอ.. ได้! งั้นพวกเจ้าจะต้องเจอกับท่าไม้ตายอันยิ่งใหญ่ของข้าผู้นี้…” ไอซ์ที่ตอนแรกกล่าวเหมือนพระเอกหนังไทย สักพักบทพูดของเขาก็เปลี่ยนไปเหมือนเป็นพวกตัวร้ายในหนังจีนทันที มันเป็นความผสมผสานที่แปลใหม่ดีแท้ แต่ระหว่างที่บอดี้การ์ดกำลังทำหน้ามึนงงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ร่างกายของไอซ์ก็พุ่งไปทางหญิงสาวด้วยความไวที่เร็วกว่าแสง และฉกเอาตัวของหญิงสาวมาไว้ในอ้อมกอดแล้ว ก่อนที่เขาจะหันมาพูดอย่างหล่อๆ“..หึหึ เจ้าพวกตัวประกอบประจำเรื่อง พวกเจ้าไม่มีทางจะสู้ข้าได้หรอก ฮ่าๆ..” ไอซ์กล่าวก่อนจะหัวเราะออกมาเสียงดัง และเป็นเวลาเดียวกันกับที่พวกเขาชักปืนออกมาจากกระเป๋าสูท“เฮ้ย! เล่นปืนเลยเหรอ.. ไม่เป็นไรนะสาวน้อย เดี๋ยวพี่ชายคนนี้จะปกป้องน้องสาวเอง” คำพูดของไอซ์มันกลับมาเหมือนอนิเมะอีกครั้ง อาจจะเป็นเพราะว่าเขาศึกษาดูพวกนี้มาน้อยก็เป็นได้ ทำให้คำพูดมันเพี้ยนไปเพี้ยนมา แต่ตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่จะมากล่าวถึงเรื่องนี้ เขาจำเป็นต้องปกป้องเด็กสาวอย่างสุดชีวิต“เจ้าพวกโง่.. ลดปืนลงเดี๋ยวนี้...” ผู้ที่เป็นหัวหน้าบอดี้การ์ดกล่าวกับลูกน้องของเขาเสียงดัง เพราะการเล็งปืนไปที่ท่านหญิงเป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้ บางทีถ้าปืนของพวกเขาลั่นขึ้นมาอาจจะพลาดไปโดนกับท่านหญิงเอาได้ ตอนนี้วิธีที่ดีที่สุดควรจะเป็นการเจรจามากกว่า เพราะอีกฝ่ายก็ยังไม่ได้ไปไหน ยังหยุดอยู่กับที่ และไม่มีท่าทีเหมือนจะหนีออกไปจากที่นี่เลย พรรคพวกอะไรก็ไม่มี“เจ้าหนู.. แกต้องการอะไร?..” หัวหน้าบอดี้การ์ดกล่าว“หึหึ มาแล้วๆ คำพูดของเจ้าพวกตัวประกอบ.. จะอะไรซะอีกล่ะ ฉันกำลังปกป้องน้องสาวคนนี้จากเจ้าพวกผู้ก่อการร้ายอย่างแกไง..” ไอซ์กล่าวพร้อมกับสะบัดหน้าเก๊กเท่ๆไปด้วย และไม่ว่าใครได้ยินก็ต่างต้องแสดงสีหน้าเอือมระอาออกมา เหมือนมีอีการ้องมาดัง ‘ก๊ากๆๆ’ แก้เงียบในจังหวะซิทคอมอย่างนี้“...เออ เจ้าหนู แกเข้าใจผิดแล้ว เราเป็นบอดี้การ์ดของท่านหญิง..” หัวหน้าบอดี้การ์ดพยายามจะอธิบายถึงบทบาทของตัวเอง แต่ไอซ์กลับยกนิ้วชี้ขึ้นมาก่อนปัดโนๆ เหมือนกับพระเอกในการ์ตูน“มุขนี้มันเก่าไปแล้วเฟ้ยยย.. ใครมันจะไปเชื่อ โอ๊ย!...” ไอซ์กล่าวตอบกลับ ก่อนที่เขาจะถูกโจมตีจากจุดที่คาดไม่ถึง เพราะมันมาจากมือน้อยๆของหญิงสาวในอ้อมกอด“ไม่เป็นไรละนะน้องสาว ปลอดภัยแล้ว.. โอ๊ย!.. โอ้ๆๆ ไม่เป็นอะไรนะ พ่อแม่สมัยนี้ใช้ไม่ได้เลยนะ ปล่อยเด็กตัวน้อยๆออกมาเดินเล่นได้ยังไงกัน..โอ๊ย!..” ไอซ์กล่าวพร้อมกับโอ๋ปลอบเด็กน้อยที่กำลังเสียขวัญอยู่ แต่เขาก็โดนตีรัวๆมันจึงทำให้เขาสงสัยเอามากๆ“..ฉันไม่ใช่เด็กน้อย..” เธอกล่าวออกมาเสียงเรียบๆ เหมือนกับไม่มีอะไรให้น่าตื่นเต้น“ไม่เป็นไรนะ เดี๋ยวพี่ชายจะพากลับไปหาผู้ปกครองเอง..” ไอซ์ที่มองยังไง ผู้หญิงในอ้อมกอดนี้ก็เป็นเด็กน้อยชัดๆ แต่แล้วกำปั้นน้อยๆก็ทุบเข้ามาที่หัวของไอซ์อีกครั้งหนึ่งทันที“..ก็บอกว่าไม่ใช่เด็กน้อยไง..” หลังจากนั้นก็เป็นฉากที่ทั้งสองทะเลาะกันอย่างกับเด็กน้อย เสียง และท่าทางของหญิงสาวยังเหมือนกับคนที่ไร้ความรู้สึก ไม่สิ! มันต้องเรียกว่าหน้านิ่งๆถึงจะถูก ประกอบกับโทนเสียงที่เรียบๆ ดูไม่โกรธหรือจริงจังอะไรนั้น ทำให้ดูเหมือนนางเอกตัวน้อยในอนิเมะ“แฮ่ๆๆ ขอโทษครับ เหมือนว่าผมจะเข้าใจผิดไปหน่อย..” ไอซ์เกาหัวเล็กน้อยก่อนจะกล่าวหัวเราะเขินๆกับการกระทำหลังจากที่ได้ยินเรื่องราวทั้งหมดจากปากของตัวท่านหญิงคนนี้ในเวลาต่อมา“ช่างเถอะ..เราไปทำธุระของเราต่อดีกว่า” ท่านหญิงยังคงกล่าวเสียงเรียบๆเช่นเดิม“ไม่ได้นะขอรับท่านหญิง! ถึงชายคนนี้จะกระทำเพราะ..” แต่เรื่องราวนี้ สำหรับบอดี้การ์ดแล้วมันกลับเป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้ ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใด แต่ความจริงที่ว่าชายคนนี้จับตัวท่านหญิงไป มันก็ยังเป็นเรื่องจริงอยู่วันยันค่ำ ในขณะที่เขากำลังจะกล่าวเหตุผลต่างๆ ก็พบกับสายตาของท่านหญิงที่จ้องเขามา ทำให้เขาถึงกับพูดไม่ออก“ฉันบอกว่าให้ปล่อยไป.. มันคงจะเป็นเวรกรรมของฉัน...ล่ะมั้ง” ท่านหญิงกล่าวกับบอดี้การ์ดเล็กน้อย สำหรับท่านหญิงแล้ว เธอคงจะรู้สึกผิดไม่น้อยที่เมื่อตอนกลางวัน เธอเองนั่นแหละที่เป็นต้นเหตุทำให้เกิดเหตุการณ์ก่อการร้าย จึงคิดว่าเป็นเวรเป็นกรรมของตัวเอง ชายคนนั้นคงจะระแวงเรื่องพวกผู้ร้ายมากไปหน่อยเท่านั้นเอง จึงคิดจะปล่อยๆไป และด้วยคำพูดนั้นบอดี้การ์ดจะทำอะไรได้อีก เขาเงียบลงในทันที แต่ก็ยังไม่พอใจสักเท่าไร เขาจึงหันไปทางไอซ์ที่กำลังเกาหัวหงึกๆไม่ไกล ก่อนที่เขาจะกล่าวเตือนสักเล็กน้อย“นี่เจ้าหนู.. ด้วยความเมตตาของท่านหญิง วันนี้แกรอดไปได้ สำนึกบุญคุณด้วยล่ะ..” บอดี้การ์ดกล่าว“แฮ่ๆ เข้าใจแล้วครับพี่บอดี้การ์ดสุดเท่..” ไอซ์กล่าวจะหันหลังกลับไปอีกทาง และเตรียมที่จะเดินจากไป ทางด้านของท่านหญิงเองก็เช่นกัน“จริงสิ! เด็กน้อย.. ไม่สิ! ท่านหญิง ‘วาตานาเบะ ชิกะ’ สินะ..” ไอซ์ที่จู่ก็กล่าวออกมา และด้วยคำพูดนั้นมันทำให้ท่านหญิงหรือชิกะถึงกับหยุดนิ่งไปในทันที บอดี้การ์ดที่มีความไวต่อชื่อต้องห้ามนี้ พวกเขายกปืนขึ้นมาจ่อเตรียมไปที่ชายที่กล่าวชื่อนั้นออกมา“เจ้าหนู.. แกเป็นใครกันแน่..” หัวหน้าบอดี้การ์ดกล่าว ไอซ์ที่ได้ยินอย่างนั้น เขาก็ยิ้มออกมาที่มุมปากเล็กน้อย ก่อนจะก้มศีรษะลงอย่างสง่างาม“ขออภัยที่กระผมแนะนำตัวช้าไปสักเล็กน้อย... ผมมีชื่อว่า ‘ไอซ์’ แต่ใครๆในเมืองนี้จะรู้จักผมในนาม ‘อนุวัฒน์’...”