เมื่อไป๋ฉีได้ยินที่ว่าที่ภรรยาว่ามาก็เริ่มกระจ่าง ตัวเขาวันๆใช้เวลาอยู่กับน้องๆทั้งสองคนไม่ได้สนใจโลกภายนอกมากนัก จึงไม่ได้รับรู้เรื่องอิทธิพลของตนเองมากเท่าไหร่
"แล้วทำไมพวกเธอไม่มีใครมาอยู่กับฉันบ้างล่ะ ไปอยู่กับจิงลี่และซุนหรงกันหมด แบบนี้สามีอย่างฉันก็น่าเห็นใจแย่"ไป๋ฉีกล่าวถามแกมต้นพ้อเบาๆ สาวๆก็พากันหัวเราะออกมา
"เอาล่ะๆ ไม่ต้องน้อยใจไป เอาเป็นว่าให้พี่โนอาไปอยู่กับน้องจิวลี่เพราะน้องมากยังไม่ค่อยมีประสบการณ์ ส่วนพี่เซอินไปอยู่กับซุนหรงก็แล้วกัน เดี๋ยวฉันอยู่กับนายเองดีไหม" โรสเสนอความคิดเห็น แน่นอนว่าสาวๆอีกสองคนไม่ได้ขัดข้องอะไร พวกเธอจะอยู่กับใครก็ได้ เพราะถึงอย่างไรเมื่อทำภารกจเสร็จก็ต้องกลับมาเจอกันที่บ้านอยู่ดี
"เอาแบบนั้นแหละ"ไป๋ฉีพยักหน้าอย่างเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง การได้โรสมาเป็นรองหัวหน้านับว่าดีไม่น้อย เพราะบอกตามตรงว่าเขาไม่ถนัดเรื่องสั่งการเท่าไรนัก เนื่องจากอู่จินหยางสั่งสอนเขามาให้เป็นนักสู้ประเภทโซโล่
"แล้วทั้งสามหน่วยมีหน้าที่ทำอะไรอย่างนั้นหรือ"โนอาถาม เพราะเธอต้องการที่จะเก็บข้อมูลไปใช้ในการช่วยจางจิวลี่บริหารหน่วยงาน
"จะว่าไปผู้บัญชาการอู่ชิงบอกว่า หน่วยมังกรฟ้าของจิวลี่ทำหน้าที่ป้องกันน่านฟ้า หน่วยมังกรนิลกาฬทำหน้าที่บุกเบิกภาคพื้นดิน ส่วนหน่วยมังกรครามของฉันทำหน้าที่สำรวจท้องทะเล"
"ที่ผู้บัญชาการอู่ชิงจัดมาอย่างนี้ เขาบอกเหตุผลมาว่า ฉันน่าจะแข็งแกร่งที่สุดในหมู่ทั้งสามคนก็เลยให้ไปรับมือกับอบิสใต้ทะเลที่อันตรายมากที่สุด"ไป๋ฉีตอบไปตรงๆตามที่ได้รู้มา
เอาจริงๆแม้เขาจะชอบทะเลมากแต่ก็ไม่ค่อยถูกโรคกับอบิสใต้ทะเลสักเท่าไหร่นัก เพราะแต่ละตัวที่เขาเห็นในตอนไปสำรวจนั้นเรียกได้ว่าน่ากลัวจริงๆ
"อืม เข้าใจล่ะ พอดีเลยหน่วยเก่าของฉันก็ทำหน้าที่รับมืออบิสจากบนฟ้าเหมือนกัน ดังนั้นฉันกับน้องจิวลี่ไม่มีปัญหา"โนอากล่าวราวกับมันไม่ใช่เรื่องใหญ่สำหรับเธออย่างไรอย่างนั้น
"ฮิฮิ ที่กองกำลังเก่าของฉันก็เป็นหน่วยสำรวจเช่นเดียวกัน ดังนั้นฉันอยู่กับซุนหรงได้สบาย"เซอินกล่าวอย่างอารมณ์ดี
"ถึงการสำรวจใต้น้ำจะแปลกใหม่อยู่บ้างแต่ก็น่าสนใจไม่น้อยเลยทีเดียว ฉันจะช่วยนายอย่างเต็มที่ก็แล้วกัน"โรสกล่าวและหันไปยิ้มให้กับไป๋ฉี ชายหนุ่มก็พลันยกยิ้มตอบกลับเช่นเดียวกัน
หลังจากที่ตกลงเรื่องแบ่งคนไปหน่วยงานต่างๆเรียบร้อย ทั้งไป๋ฉีและสาวๆก็พากันเข้านอนไป ในช่วงนี้เป็นช่วงที่หน่วยของเขายังไม่เป็นรูปเป็นร่าง ดังนั้นพวกเขาก็ยังคงต้องสังกัดหน่วยเดิมของตนเองไปก่อน
แน่นอนว่าในตอนนี้ทุกคนต่างว่างงาน ดังนั้นไป๋ฉีจึงใช้ช่วงเวลานี้คอยเลี้ยงดูน้องชายและน้องสาวของเขาเป็นอย่างดี และใช้เวลาช่วงกลางคืนในการควบแน่นพลังปราณจักรวาลหรือฟรอสให้กลายเป็นของเหลวหรือน้ำ
ช่วงชีวิตของไป๋ฉีวนลูบอยู่เช่นนี้ไปจนถึงเดือนที่สอง ดราก้อนเอ็มไพร์ก็มีข่าวดี เพราะได้เทพสงครามเพิ่มอีกสองคนนั่นคือจิงจิงและอู่จินหยาง ไป๋ฉีออกจากบ้านไปหาทั้งสองโดยเร็ว
จากนั้นก็ร่วมฉลองกับคนของหน่วยมังกรขาวถึงสามวันสามคืนด้วยกัน เรียกได้ว่าเมาจนแฟนสาวทั้งห้าคนต้องมาลากตัวกลับบ้านเลยทีเดียว
วันเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว ในที่สุดเวลาสามเดือนก็มาถึงเสียที ตอนนี้ในห้องโถงใหญ่ของดราก้อนเอ็มไพร์ถูกประดับไปด้วยผ้าแพรสีแดงงดงาม และมีแขกมากมายที่เขามาร่วมแสดงความยินดีกับไป๋ฉีและเจ้าสาวทั้งห้าคนของเขา
สื่อมวลชนมากหน้าหลายตาก็ไม่พลาดที่จะมาเข้าร่วมเพื่อถ่ายทอดสดการแต่งงานครั้งนี้ให้ทุกคนบนโลกได้ร่วมรับชมไปด้วยกัน เพราะทุกการเคลื่อนไหวไป๋ฉีนั้นทำให้ทุกคนบนโลกสนใจ
เมื่อได้ฤกษ์ยาม เหล่าพ่อแม่ของเจ้าบ่าวเจ้าสาวก็นั่งลงยังที่นั่งของตนเองใบหน้าประดับไปด้วยรอยยิ้มพิมพ์ใจ ไป๋ฉีในชุดเครื่องแบบนายพลสีขาวเดินขึ้นมาสร้างความฮือฮาให้หลายคนที่มาเข้าร่วมงานแต่ไม่ใช่นักสู้ไม่น้อยเลยทีเดียว เนื่องจากทั้งยศและระดับของไป๋ฉีพึ่งจะมาเปิดเผยอย่างเป็นทางการในวันนี้ ดังนั้นจึงไม่แปลกที่หลายคนจะตกใจ
"พระเจ้า พลเอก! เขาคือเทพสงคราม ไป๋ฉีเป็นเทพสงครามแล้ว"คำพูดแนวนี้ดังขึ้นมาไม่ขาดสาย ก่อนที่จะเงียบไปเพราะผู้บัญชาการอู่ชิงได้ขึ้นไปยังบนเวทีเพื่อเป็นพิธีกร
"สวัสดีแขกทุกคนที่มางานในวันนี้นะครับ ผมอู่ชิงในฐานะที่เป็นเจ้าของสถานที่จะขอทำหน้าที่เป็นพิธีกรในงานแต่งงานครั้งนี้"
"ซี๊ดด!!"
เมื่อได้ยินทุกคนต่างขนลุกซู่ไปตามๆกัน ต้องไม่ลืมว่าอู่ชิงเป็นถึงผู้บัญชาการของดราก้อนเอ็มไพร์ แต่ก็ยังถึงกับมาเป็นพิธีกรในงานแต่งของไป๋ฉี เห็นได้ชัดเลยว่าดราก้อนเอ็มไพร์ให้ความสำคัญกับไป๋ฉีและงานแต่งนี้มากเพียงใด
"อย่างที่ทุกคนเห็นวันนี้เป็นการแต่งงานของเทพสงครามไป๋ฉี เทพสงครามจางจิวลี่ เทพสงครามเซอิน เทพสงครามซุนหรง เทพสงครามโรเซเรีย และเทพสงครามโนอา ขอให้ทุกคนในวันนี้เป็นสักขีพยานให้กับชีวิตครอบครัวของหนุ่มสาวที่กำลังเริ่มขึ้น เริ่มพิธีการสวมแหวนได้"อู่ชิงกล่าวออกไปราวกับว่าไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร ทว่ามันกลับทำให้ทุกคนที่ไม่รู้เรื่องนี้ตกตะลึงจนแทบลืมหายใจกันเลยทีเดียว
นี่มันครอบครัวอะไรกัน ทุกคนเป็นเทพสงครามทั้งหมดเลยอย่างนั้นหรือ ครอบครัวนี้จะน่ากลัวเกินไปหรือไม่
ในขณะเดียวกัน ไป๋ฉีก็เดินไปสวมแหวนให้เหลาสาวๆและโอบกอดอย่างรักไคร่ บอกตามตรงเขาไม่คิดว่าจะโชคดีได้เหล่าคนรักที่วิเศษขนาดนี้ นี่คือความความสำเร็จในชีวิตอย่างหนึ่งเลยก็ว่าได้
หลังจากที่สมแหวนไป๋ฉีก็พาเหล่าภรรยามาอยู่ข้างหน้าของพ่อแม่ญาติผู้ใหญ่ พวกเขาทำความเคารพอย่างนอบน้อมหนึ่งครั้งด้วยความจริงใจ ก่อนที่จะจดทะเบียนสมรสเป็นสามีภรรยาก็เป็นอันเสร็จพิธีการ
ไป๋ฉีได้ร่วมงานเลี้ยงฉลองอยู่สักพัก ก่อนที่จะถึงพิธีส่งตัวเขาหอ ซึ่งตามธรรมเนียมพวกเขาจะออกจากบ้านไม่ได้เป็นเวลาเจ็ดวันด้วยกัน ดังนั้นแล้วตั้งแต่วันแรกถึงวันที่เจ็ดไป๋ฉีก็ไม่ปล่อยโอกาสให้หลุดลอยไป
ในช่วงเวลานั้นไป๋ฉีและสาวๆทั้งห้าคนตกอยู่ในห่วงแห่งกามอารมณ์และความรักไคร่ เสียงคราญครางดังขึ้นมาไม่ขาดสาย โชคดีที่บ้านของพวกเขามีฟังก์ชั่นเก็บเสียงได้สนิทไม่เล็ดลอดออกไปภายนอก ไม่เช่นนั้นมีหวังพ่อกับแม่ของเขาที่อยู่บ้านข้างๆคงจะนอนไม่หลับเป็นแน่แท้