“วันนี้พี่เวยมาพักที่เรือนของข้าได้หรือไม่เจ้าคะ”หลิงม่านที่รอให้ถึงวันนี้ด้วยใจจดจ่อเดินเข้ามาเอ่ยถามสามีของตนด้วยรอยยิ้มหวาน
“พี่ว่ารอให้ผ่านไปอีกสักสองหรือสามก่อนเถอะแล้วค่อยไปพักที่เรือนของเจ้าในภายหลัง อ้อ วันพรุ่งนี้พี่จะพาเจ้ากลับไปที่จวนตระกูลหลินของเจ้านะหากเจ้าต้องการของฝากอะไรก็ไปบอกเจ้าซานซานะ เดี๋ยวมันซานซามันจะพาเจ้าที่คลังเอง”หงเวยที่วันนี้รู้สึกว่าเขาเริ่มจะมีแรงเป็นปกติแล้วเขาจึงได้มีความคิดที่จะพาหลิงม่านกลับไปเยี่ยมบ้านของนางตามธรรมเนียม
“จริงหรือเจ้าคะ”หลิงม่านที่คิดว่าหงเวยคงจะละเลยนางในเรื่องนี้ไปแล้วหันไปเอ่ยถามสามีของตนด้วยรอยยิ้มกว้างแห่งความยินดี
“อืม”หงเวยที่เห็นท่าทางยินดีเช่นนั้นเขาก็ได้แต่ยกยิ้มตามรอยยิ้มมีความสุขของผู้เป็นภรรยา
“เช่นนั้นข้าขอตัวนะเจ้าคะซานซายามอุ้ย (13.00-12.59)ในวันนี้เจ้าช่วยพาข้าเข้าไปเลือกของให้ท่านพ่อกับพี่ชายของข้าด้วยก็แล้วกันพี่เวยข้าขอตัวก่อนนะเจ้าคะ”หลิงม่านที่อารมณ์ดีจากข่าวดีที่หงเวยบอกนางนั้นจึงทำให้รอยยิ้มของนางกว้างจนแทบจะถึงหูของนางเลยทีเดียวเชียว
“ขอรับ”ซานซาค้อมหัวรับด้วยท่าทางนอบน้อม
“ซานซาเจ้าช่วยแอบไปเตรียมรถม้าและข้าวของที่จะใช้ในการเดินทางไกลเอาไว้ให้ข้าด้วยก็แล้วกันข้าจะเดินทางไปเยี่ยมบ้านของฮูหยินรองเสียหน่อย”หงเวยเอ่ยพร้อมกับยกยิ้มอ่อนโยนออกมาเมื่อเขาคิดถึงรอยยิ้มหวานของมี่เจิน
“แล้วฮูหยินน้อยละขอรับ”ซานซาที่ได้ยินเช่นนั้นก็เอ่ยถามหงเวยอย่างร้อนใจเมื่อเขาได้ยินจุดประสงค์เช่นนั้นของผู้เป็นนายของนาง
“เจ้าไม่ต้องเป็นห่วงไปวันนั้นข้าจะนำรถม้าอีกคันไปที่ตระกูลหลิน แล้วหลังจากกลับจากตระกูลหลินเราจะเริ่มออกเดินทางไปที่เมืองเซินเฉียวไปในทันที”หงเวยสั่งซานซาด้วยสีหน้าเบิกบาน
“หากทำเช่นนั้นฮูหยินน้อยจะเคืองนายน้อยเอาได้นะขอรับ”ซานซาที่พอจะรับรู้เกี่ยวกับอุปนิสัยของหลิงม่านเป็นอย่างดีเอ่ยเตือนนายของตนด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด
“ข้าไปเยี่ยมบ้านสกุลหลินแล้วข้าก็ต้องไปเยี่ยมบ้านฮูหยินรองของข้าด้วยสิ นางจะได้ไม่เก็บเรื่องเล็กๆน้อยๆพวกนั้นมาคิดน้อยใจข้าในภายหลัง”หงเวยหาข้ออ้างให้กับตนเองเพื่อที่จะเขาจะสามารถไปหาเมียรักของตนได้
“แต่จากที่ข้าดูมาแล้วฮูหยินรองไม่น่าจะเก็บเรื่องนี้มาคิดน้อยใจนะขอรับ”ซานซาเอ่ยพร้อมกับมองมาที่นายของตนอย่างรู้ทัน
“จิ๊ เจ้าจะไปรู้อะไรเกี่ยวกับเรื่องของผู้หญิงเล่าในเมื่อเจ้ายังไม่เคยสัมผัสร่างกายของสตรีเสียด้วยซ้ำไป”หงเวยเอ่ยพร้อมกับมองไปคนสนิทของตนด้วยสายตาเหนือกว่า
“แล้วจะให้ข้าน้อยเอาเวลาใดไปคนรักได้ละขอรับในเมื่อวันๆหนึ่งข้าน้อยก็อยู่รับใช้คุณชายทั้งวัน”ซานซาที่เปรียบเสมือนมือขวาของหงเวยเอ่ยตอบนั้นจึงทำให้หงเวยที่ได้เช่นนั้นก็เพิ่งคิดขึ้นมาได้ว่า ตั้งแต่ที่ซานซามารับใช้ตนเขาก็ไม่เคยลาหรือหยุดพักเลยแม้แต่วันเดียว
“เช่นนั้นข้าจะให้วันหยุดกับเจ้าเจ็ดวัน แต่เจ้าต้องไปส่งข้าที่บ้านของมี่เจินแล้วเสร็จก่อนก็แล้วกัน”หงเวยเอ่ยกับคนรับใช้ของตนอย่างใจดี
“เจ็ดวันวันหยุดมากถึงเพียงนั้นข้าน้อยไม่รู้ว่าจะเอาไปทำอะไรขอรับข้าน้อยขอแค่สามหรือสี่วันได้หรือไม่ขอรับ”ซานซาที่ติดตามหงเวยมาทั้งชีวิตเอ่ยด้วยสีหน้าลังเล
“เอาตามที่เจ้าพอใจเถอะแต่เรื่องที่เราพูดกันวันนี้ห้ามให้ผู้ใดรู้เข้าใจหรือไม่”หงเวยที่กลัวว่าจะมีคนล่วงรู้แผนการของตนแล้วคิดจะขัดขวางแผนการนี้ของตนก็ไม่ลืมที่จะกำชับคนสนิทของตนอีกครั้ง
“เข้าใจแล้วขอรับ”ซานซาที่เห็นท่าทางจริงจังของผู้เป็นนายเขาก็ได้แต่เอ่ยปากตอบรับผู้เป็นนายของตนด้วยท่าทีแข็งขัน
“ดีเช่นนั้นเจ้าจะไปทำอะไรก็ไปทำเถอะข้าจะนั่งอยู่ตรงนี้อีกเดี๋ยวก็จะเข้าไปตรวจบัญชีต่อแล้วละ”หงเวยเอ่ยพร้อมกับมองออกไปที่หิมะสีขาวตรงหน้าของตนด้วยรอยยิ้มบางซานซาที่เห็นเช่นนั้นก็จากไปทำงานที่ตนได้รับมอบหมายในที่สุด
ยามอุ้ย(13.00-12.59) ซานซาก็ถูกตามตัวไปที่หน้าเรือนเยี่ยชิงที่มีหลิงม่านนั่งรอเขาอยู่ด้วยสีหน้าไม่พอใจนัก
“ทำไมมาช้านักหรือว่าเจ้าเห็นว่าเจ้าเป็นคนสนิทของพี่เวยจึงไม่คิดเห็นข้าอยู่ในสายตาของเจ้า”หลิงม่านที่ไม่พอที่ต้องมานั่งรอบ่าวรับใช้ตัวเล็กๆเช่นซานซาตวัดสายตามามองที่ซานซาด้วยสายตาดุดัน
“หาเป็นเช่นนั้นขอรับฮูหยินน้อยพอดีท่านหมอเฒ่านำยาชุดสุดท้ายมามอบให้นายน้อย ข้าน้อยจึงต้องรอรับใช้นายน้อยขอรับขอฮูหยินน้อยเข้าใจด้วยขอรับ”ซานซาที่รู้ถึงความเอาแต่ใจและความใจร้อนของสตรีตรงหน้าก็ให้รีบเอ่ยบอกข่าวดีแก่นางทันที
“เป็นเช่นนั้นหรือ”หลิงม่านที่ได้รับข่าวดีเป็นข่าวที่สองของวันก็ยกยิ้มอย่างอารมณ์ดีขึ้นมาทันที
“ขอรับ”ซานซาที่เห็นรอยยิ้มกว้างของหลิงม่านก็ให้ถอนหายใจอย่างโล่งอก ที่ตนนั้นสามารถพ้นเคราะห์กรรมนาครั้งนี้ไปได้
“เช่นนั้นจะรออะไรละรีบพาข้าไปที่คลังสมบัติของพี่เวยเสียสิ”หลิงม่านที่รู้ว่าตนถูกชายรับใช้รู้ทันความรู้สึกของตนเสียแล้วนางจึงรีบปรับสีหน้าของตนให้เป็นปกติ แล้วหันมาเอ่ยเร่งเขาอย่างไม่จริงจังนัก
“เช่นนั้นเชิญขอรับ”ซานซาเอ่ยพร้อมกับรีบนำทางฮูหยินน้อยของตนไปทันที โดยที่คลังสมบัติของหงเวยนั้นได้ตั้งอยู่กึ่งกลางระหว่างเรือนของเขาและเรือนของนางกวางผู้เป็นสามีมีที่ตั้งอยู่ที่ทิศตะวันออกเฉียงเหนือของเรือนของหงเวยทำให้พวกเขาใช้เวลาไม่มากนักกามารถเดินมาถึงคลังสมบัติได้โดยง่าย
“ถึงแล้วขอรับ”ซานซาที่มาถึงก็เร่งเดินเข้าไปไขกุญแจให้กับหลิงม่านในทันทีแต่สายตาของหลิงม่านที่เห็นว่ายังมีคลังอีกหลังหนึ่งที่ตั้งอยู่ใกล้กับคลังที่นางและคนยืนอยู่
“นั้นเป็นที่สำหรับเอาไว้ทำอะไรหรือ”หลิงม่านเอ่ยถามพร้อมกับมองไปที่ห้องเก็บของด้านข้างอย่างสนใจ
“อ่อนั้นเป็นคลังของฮูหยินรองขอรับ”ซานซาเอ่ยตอบไม่เต็มเสียงแต่นั้นก็เพียงพอให้หลิงม่านที่ได้ยินรู้สึกเดือดดาลอย่างถึงที่สุด เมื่อนางรับรู้ว่าสาวชาวบ้านเช่นมี่เจินนั้นมีสมบัติมากกว่านางถึงขนาดต้องสร้างคลังเก็บสมบัติอยู่เคียงข้างกับผู้เป็นสามีของนาง
“ทำไมต้องมาสร้างอยู่ที่นี้ข้าได้ข่าวว่านางเองก็มีเรือนที่ซื้อเอาไว้ที่เมืองฉีซานแห่งนี้อยู่อีกไม่หรือทำไมนางไม่เอาไปเก็บเอาไว้ที่จวนแห่งนั้น”หลิงม่านเอ่ยถามพร้อมกับจ้องมองไปที่ซานซาด้วยสายตาวาวโรจน์
“เอ่อคลังสมบัติแห่งนี้สร้างเพื่อเก็บของตอบแทนที่ตระกูลอินมอบให้กับฮูหยินรองแล้วก็ยังมีของกำนันบางส่วนที่เหล่าคู่ค้าของฮูหยินรองนำมากำนันที่จวนแห่งนี้ขอรับ”เป็นเพราะหงเวยนั้นทำตามข้อตกลงที่เขาเคยให้เอาไว้กับมี่เจินอย่างเคร่งครัดนั้นจึงทำให้สมบัติเกือบครึ่งหนึ่งที่หงเวยหาได้นั้นตกเป็นของมี่เจินโดยที่นางนั้นก็ไม่อาจจะปฏิเสธความใจกว้างนี้ของผู้เป็นสามีของนางได้เช่นกัน
“ห๊ะ!นี้พี่เวยให้ของนางมากมายจนต้องสร้างคลังให้นางเลยหรือ”หลิงม่านที่รู้ว่าช่วงนี้สามีของนางกำลังหลงผิดคิดว่าชอบหญิงชั้นต่ำเช่นมี่เจินแต่นางไม่เคยคาดคิดมาก่อนจริงๆว่าสามีของนางจะหลงผิดถึงขนาดให้ของมีค่ากับมี่เจินมากมายถึงเพียงนี้
“ขะ-ขอรับ”ซานซาก้มหน้าตอบ
“ข้าจะเข้าไปในคลังสมบัติหลังนั้น”หลิงม่านที่ต้องการเข้าไปดูด้วยตาตนเองว่ามี่เจินนั้นสูบอะไรไปจากผู้เป็นสามีของนางได้บ้าง เอ่ยสั่งซานซาอย่างเอาแต่ใจซานซาที่ได้ยินเช่นนั้นก็ให้รู้สึกกระอักกระอ้วน เขาแอบถอยห่างออกจากหลิงม่านและคนของนางอย่างแนบเนียน
“เอารอช้าอยู่ทำไมยังไม่รีบไปทำตามคำสั่งของฮูหยินอีก”เป่ยเป่ยสาวใช้คนสนิทของหลิงม่านที่เห็นว่าซานซานั้นเอาแต่นิ่งเฉยไม่ขยับตัวทำตามของนายของนาง ก็ให้หงุดหงิดเอ่ยเร่งซานซาเสียงดัง
“ข้าทำเช่นนั้นไม่ได้ขอรับฮูหยินน้อย”ซานซาที่ไม่ได้ถือกุญแจคลังของมี่เจินเอ่ยตอบเสียงเคร่ง
“ทำไม”หลิงม่านขมวดคิ้วมุ่นอย่างไม่พอใจ
“กุญแจคลังเป็นฮูหยินรองที่ถือขอรับ”ซานซาเอ่ยตอบ
“วันนี้ข้าจะต้องเข้าไปในคลังของมี่เจินให้ได้”หลิงม่านเอ่ยอย่างไม่ยินยอมนางหันไปส่งสายตาให้กับคนสนิทของตนเป่ยเป่ยที่เห็นเช่นนั้นก็ยกยิ้มร้ายแล้วรีบสาวเท้าไปตามผู้คุ้มกันที่อยู่ไม่ไกลในทันที
“ไม่ได้นะขอรับฮูหยินน้อย หากนายน้อยรู้เข้านายน้อยอาจไม่พอใจก็ได้นะขอรับ”ซานซาเอ่ยพร้อมกับกวาดตามองหาคนที่พอจะมาช่วยเขาห้ามหลิงม่านในตอนนี้ได้แต่จนแล้วจนรอดเขาก็ไม่พบว่าจะมีผู้ใดเดินเข้ามาในเขตนี้เลยแม้แต่คนเดียวแต่แล้วสายตาเขาก็สบเข้ากับยามเฝ้าคลังที่เพิ่งเดินเข้ามาหลังจากผลัดเวร
“เจ้าไปรายงานเรื่องนี้กับนายน้อยเร็วเข้า”ซานซาที่เห็นร่างของยามเฝ้าคลังกำลังจะเดินพ้นมุมสวนเขาก็รีบเข้าไปสั่งการคนผู้นั้นแล้วรีบกลับไปคอยห้ามฮูหยินน้อยของตนเพื่อรอให้ผู้เป็นนายของตนมาอย่างเร่งรีบ
“เจ้าคิดว่าเจ้าคนเดียวจะสามารถขวางข้าผู้นี้ได้จริงๆหรือ ช่างไม่รู้จักประมาณตนจริงๆ”หลิงม่านเหยียดยิ้มร้ายให้กับซานซาเมื่อนางเห็นว่าเป่ยเป่ยหรือสาวใช้คนสนิทของนางได้พาผู้คุ้มกันมาถึงสามคน
“ฮูหยินน้อยทำเช่นนั้นไม่ได้จริงๆนะขอรับหากท่านทำเช่นนั้นต้องเกิดเรื่องใหญ่ขึ้นอย่างแน่นอนขอรับ”ซานซาที่จำกฎระเบียบของจวนตระกูลอินได้อย่างขึ้นใจเอ่ยค้านการกระทำของหลิงม่านเสียงเคร่ง
“พังเข้าไปให้ได้”หลิงม่านที่ไม่คิดฟังคำเตือนของบ่าวรับใช้ผู้ต่ำต้อยหันไปสั่งผู้คุ้มกันที่ติดตามนางมาจากตระกูลหลินด้วยน้ำเสียงเฉียบขาดทันทีที่คำสั่งของผู้เป็นนายเอ่ยจบผู้คุ้มกันทั้งสามคนก็ไม่รอช้ารีบลงมือทำตามคำสั่งของผู้เป็นนายในทันที
ปัง ปัง ปังเสียงของเหล่าผู้คุ้มกันพยายามพังทำลายประตูไม้ขนาดใหญ่ตรงหน้าของพวกเขาด้วยท่าทีแข็งขันทำให้ซานซาที่เห็นเช่นนั้นก็ได้แต่มองไปที่ทางเข้าด้วยสายตากังวล
โครมเสียงของหนึ่งในบานประตูที่ปิดกั้นล้มลงไปกระแทกพื้นจนฝุ่นตะหลบซานซาที่เห็นเช่นนั้นก็ให้เบิกตากว้างด้วยความตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเร็วจนเขาไม่ทันตั้งตัว
“ไม่ได้นะขอรับ”ซานซาเอ่ยพร้อมกับใช้ตัวของตนเข้าไปบังทางเข้าเอาไว้ทำให้หลิงม่านที่กำลังจะเดินเข้าไปในคลังถึงกับชักสีหน้าด้วยความโกรธเคืองกับการกระทำของเขาในทันที
“ลากมันออกไป”เสียงเหี้ยมเอ่ยสั่งผู้คุ้มกันทั้งสามก็เข้ามาคุ้มตัวของเขาในทันที
“หยุดนะ!นี้มันเกิดอะไรขึ้น”หงเวยที่ได้รับแจ้งจากคนที่ซานซาส่งไปก็เร่งฝีเท้ามาที่นี้ด้วยโทสะเข้ามองไปที่หลิงม่านด้วยสายตาไม่พอใจแล้วมองไปที่ซานซาที่ตอนนี้กำลังถูกคนของหลิงม่านกดตัวอยู่ที่พื้นด้วยสายเรียบแล้วเข้าไปหาผู้คุ้มกันด้วยสายตาเดือดดาล
ผลัก! หงเวยที่เดินเข้าไปถึงตัวของผู้คุ้มกันทั้งสามก็ถีบไปที่ผู้คุ้มกันหนึ่งในสามคนของหลิงม่านอย่างแรง
“พี่เวยนี้ท่านกล้าทำร้ายคนของข้าหรือเจ้าคะ”หลิงม่านที่ไม่เคยถูกหงเวยขัดใจเช่นนี้มาก่อนเอ่ยถามเขาเสียงดังทำให้นางกวางที่กำลังจะเดินไปหาหงเวยที่เรือนถึงกับหยุดชะงักทันที ที่นางได้ยินเสียงเกรี้ยวกราดของหลิงม่านดังมาจากอีกทาง
“นายหญิงเสียงดังมาจากคลังเก็บของของนายน้อยเจ้าค่ะ”เล่อเหยาหรือแม่นมเล่อเอ่ยรายงานผู้เป็นนายของตนอย่างรู้หน้าที่นางกวางที่รู้อยู่แล้วก็พยักหน้ารับแล้วเดินตามเสียงความวุ่นวายนั้นไปเงียบๆ
“เจ้าเองก็ทำร้ายคนของพี่ก่อนไม่ใช่หรือไร”หงเวยที่ตอนนี้ช่วยพยุงซานซาขึ้นมายืนได้อย่างมั่นคงแล้วมองสบตากับหลิงม่านที่มองมาที่เขาอยู่อย่างเอาเรื่อง
“นี้พี่เวยเห็นบ่าวรับใช้ดีกว่าฮูหยินเช่นข้าที่เป็นฮูหยินของท่านหรือเจ้าคะ”หลิงม่านเอ่ยถามพร้อมกับมองสบตาของสามีของตนด้วยสายตาตัดพ้อ
“นี้เจ้าต้องทำถึงเช่นนี้เลยหรือมี่เจินนางไม่เคยคิดแข่งขันหรือแย่งชิงอะไรกับเจ้าแล้วทำไมเจ้ายังต้องเอาเองไปวุ่นวายกับนางด้วยเล่า เจ้ากับนางต่างคนต่างอยู่ไม่ได้หรือหากเรื่องของคลังสมบัตินั้นเป็นปัญหา เช่นนั้นวันนี้ข้าจะสั่งให้คนมาสร้างคลังของเจ้าให้ก็แล้วกัน”หงเวยเอ่ยตัดจบปัญหาเรื่องวุ่นวายที่หลิงม่านเป็นคนก่อ
“แล้วข้าจะได้สมบัติครึ่งหนึ่งของพี่เวยเช่นที่มี่เจินนางได้หรือไม่ละเจ้าคะ”หลิงม่านที่ไม่ยอมน้อยหน้ากว่าเมียน้อยเอ่ยพร้อมกับเชิดขึ้นมองหน้าของหงเวยอย่างไม่ยินยอม
“ข้าคงปล่อยให้หงเวยทำตามที่เจ้าต้องการไม่ได้”นางกวางที่ได้ยินเรื่องทั้งหมดเอ่ยเสียงเรียบพร้อมกับเดินเข้ามาจ้องหน้าของลูกสะใภ้ของตนด้วยสายตาดูถูกที่ลูกคหบดีเช่นหลินหลิงม่านนั้นกลับอยากได้อยากมีในสมบัติของผู้อื่นจนลงทุนก่อเรื่องวุ่นวายในครั้งนี้ช่างหน้าเสียหน้าจริงๆ ที่นางได้ลูกสะใภ้เช่นนี้
“ตายแล้วทำไมคลังเก็บของของมี่เจินเป็นเช่นนี้ได้”เป็นเสียงร้องด้วยความตกใจของอนุอี้นั้นทำให้หน้าที่ไม่พอใจของนางกวางในเมื่อครู่นั้น[W1] [W2] [W3] [W4] ถมึงทึ้งในทันทีที่อนุอี้ต้องมาเห็นเรื่องน่าอับอายของหลังบ้านของบุตรชายของนางเช่นนี้
“เจ้ามาทำอะไรที่นี้”นางกวางเอ่ยถามอนุอี้อย่างไม่พอใจที่หญิงตรงหน้าของนางนั้นเข้ามายุ่งวุ่นวายที่เรือนของบุตรชายของตน
“อ้อเป็นเจินเออร์ให้ข้าเข้ามาช่วยดูแลคลังเก็บของของนางนะเจ้าค่ะ”นางอี้เอ่ยตอบพร้อมกับมองไปที่ประตูคลังเก็บของอย่างเป็นกังวลเพราะดูจากสภาพแล้วนางคงต้องตามช่างมาซ้อมเป็นเวลาหลายวัน เรื่องนี้นางคงต้องส่งจดหมายไปบอกกล่าวมี่เจินเสียแล้วอนุอี้คิดในใจพร้อมกับหยิบกุญแจขึ้นมาเปิดประตูไม่อีกชั้น แต่เมื่อนางกำลังจะไขกุญแจของประตูชั้นที่สามมือของนางก็หยุดชะงักแล้วหันกลับมามองที่เหล่าผู้คนที่อยู่หน้าคลังเก็บของอย่างไม่ไว้ใจนัก
“นี้มี่เจินสนิทสนมกับเจ้าจนกับไว้ใจฝากให้เจ้าดูแลของมีค่าของนางเชียวหรือ”นางกวางเอ่ยถามด้วยสีหน้าสงสัยพร้อมกับหรี่ตามองมาที่อดีตสาวใช้ของตนอย่างไม่ไว้ใจนัก
“เป็นเช่นที่นายหญิงเข้าใจเจ้าค่ะ”อนุอี้เอ่ยตอบด้วยรอยยิ้มบางนั้นทำให้นางกวางที่ถือว่าตนเป็นแม่สะใภ้ของมี่เจินนั้นรู้สึกว่าตนนั้นกำลังถูกอนุอี้ตบหน้าเข้าอย่างจังที่ลูกสะใภ้ของนางนั้นไว้ใจผู้อื่นมากกว่า
“นี้มันเรื่องอะไรกันเจ้าคะไม่ใช่ว่าอนุอี้กับมี่เจินแอบวางแผนอะไรลับหลังพวกเราอยู่หรือทำไมมี่เจินนางจึงไปสนิทสนมกับแม่ของอดีตคนรักมากกว่าท่านแม่ที่ถือว่าเป็นแม่สามีของนางได้เล่าเจ้าคะ”หลิงม่านที่เห็นโอกาสอันดีที่ตนจะสร้างความเคลือบแคลงใจให้กับแม่สามีและเมียน้อยของสามีของตนได้นางจึงได้ไม่รอช้าที่จะพูดชี้นำความคิดให้แม่สามีของตนได้คิดตาม
“หลิงม่านเจ้าพูดอะไร”หงเวยที่รู้ทันจุดประสงค์ของหลิงม่านเอ่ยปรามเสียงเข้ม
“ข้าพูดจริงนิเจ้าคะ”หลิงม่านที่ไม่รู้สึกหวาดเกรงหงเวยยังคงลอยหน้าลอยตาเอ่ยตอบสามีของตน
“ท่านแม่เพียงแค่นำของกำนันจากเหล่าคู่ค้ามาเก็บให้น้องเจินเท่านั้นและอีกอย่างในตอนนี้อาจินกับน้องเจินก็เป็นผู้ก่อตั้งกลุ่มการค้าอี้อินนั้นจึงไม่แปลกหากน้องเจินจะเข้ามาดูแลข้ากับท่านแม่แทนอาจินที่ออกไปทำการค้าที่ต่างแคว้น”อวี้ม่านที่เดินนำขบวนของกำนันของมี่เจินเอ่ยตอบแทนแม่ของตนด้วยน้ำเสียงอันดังทำให้ผู้คนที่อยู่ในเหตุการณ์ล้วนหันมามองที่นางเป็นตาเดียว
“อ้อ!แล้วอีกอย่างที่พวกท่านอาจจะลืมไปเป็นเพราะอาจินของเราเสียสละคนรักเพื่อมารักษาพี่ใหญ่และแม่ใหญ่เองก็บีบบังคับให้อาจินกับน้องเจินต้องแยกทางกันไม่เช่นนั้นแล้วพี่ใหญ่จะหายกลับเป็นปกติหรือเจ้าคะพวกท่านแย่งวาสนารักของพวกเขายังไม่พอนี้ยังคิดจะมาปล้นของน้องจินอีกหรือเจ้าคะ”อวี้ม่านเอ่ยพร้อมกับปรายตามองไปที่หลิงม่านด้วยสายตาเป็นอริอย่างชัดเจน
“ใครจะปล้นใครเจ้าพูดให้ดีๆนะ”หลิงม่านที่คิดว่าตนนั้นกำลังถูกกล่าวหา จึงได้หันไปชี้หน้าอวี้ม่านอย่างไม่พอใจ
“พอแล้วเจ้ากลับไปกับข้าแค่นี้ยังอับอายไม่พอหรือ”นางกวางที่กลัวว่าเรื่องนี้จะไปถึงหูของสามีของตนก็รีบพาสะใภ้ของตนกลับไปอย่างกลัวเสียหน้าในทันที
“ข้าหวังว่าพวกเจ้าจะไม่คิดทำเรื่องที่ไม่สมควรกับมี่เจินเพราะหากต่อให้อาจินเป็นน้องชายของข้าข้าก็รังเกียจที่จะเป็นผู้ลงมือสั่งสอนเขาด้วยตนเองเช่นกัน”หงเวยที่เห็นสายตาของคนทั้งสองในยามที่พวกนางพูดถึงเมียรักของตนก็ให้ร้อนใจด้วยกลัวว่าสองแม่ลูกจะวางแผนแย่งตัวมี่เจินเมียรักของเขากลับไปให้เย่จินตามเดิมเมื่อคิดได้เช่นนั้นเขาก็รีบสาวเท้ากลับจัดการเรื่องวุ่นวายที่เกิดจากหลิงม่านในทันที
“เฮ้อสงบสุขได้ไม่เกินสองวันเลยจริงๆ”ซานซาที่เห็นความวุ่นวายที่เกิดจากน้ำมือของหลิงม่านก็ให้ถอนหายใจออกมาด้วยความเหนื่อยใจเพราะตั้งแต่ที่หลิงม่านแต่งเข้ามาเป็นฮูหยินของนายของเขา งานในมือของเขาก็เพิ่มเป็นสามเท่าตัวจนตอนนี้เขาแทบไม่มีเวลาหายใจเป็นของตนเองแล้วนั้นเอง
“เจ้าทำเรื่องโง่ๆเช่นนี้ลงไปได้เช่นไร”ทันทีที่นางกวางนั่งลงในที่ของตนเรียบร้อยแล้วเอ่ยตวาดถามหลิงม่านด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ
“ขออภัยเจ้าค่ะท่านแม่ ข้าขาดสติจนทำเรื่องเช่นนี้ลงไปขอท่านแม่ได้โปรดอย่าถือส่าเรื่องโง่ๆที่ข้าทำลงไปในครั้งนี้เลยนะเจ้าคะต่อไปข้าสัญญาว่าจะไม่ทำเรื่องขายหน้าเช่นนี้อีกเจ้าค่ะ”หลิงม่านที่รู้ว่าตนทำให้แม่สามีของตนต้องอับอายกับการกระทำในครั้งนี้ของตนนางจึงไม่รอช้าที่จะเอ่ยขอโทษแม่สามีของตนด้วยท่าทางรู้สึกผิดในทันที
“เจ้าทำเช่นนี้ก็มีแต่จะทำให้อาเวยไม่ชอบใจในตัวของเจ้ามากขึ้นเจ้าต้องการให้อาเวยเห็นมี่เจินดีกว่าเจ้าทุกๆด้านเช่นนั้นหรือไรเจ้าหาเงินไม่ได้มากเท่ามี่เจินก็ไม่เป็นไรแต่อย่างน้อยเจ้าช่วยทำตัวให้เหมาะสมกับการเป็นคุณหนูในห้องหอได้หรือไม่เจ้าในตอนนี้มีดีกว่ามี่เจินก็แค่ชาติตระกูลของเจ้าเท่านั้น เช่นนั้นแล้วเจ้าก็รีบใช้โอกาสที่มี่เจินไม่อยู่รีบๆมีทายาทให้กับอาเวยซะเจ้าจะได้มีหลักประกันในตระกูลนี้เสียที”นางกวางที่เห็นว่านางนั้นสามารถควบคุมหลิงม่านได้มากกว่ามี่เจินนางจึงได้คิดที่จะวางแผนผลักดันให้หลิงม่านนั้นมีอำนาจในจวนแห่งนี้สมกับที่นางเป็นฮูหยินของบุตรชายของนางให้ได้
“ข้าจะพยายามเจ้าค่ะ”หลิงม่านเอ่ยตอบรับพร้อมกับคิดหาวิธีที่จะทำให้นางนั้นกลับไปเป็นคนรักของหงเวยตามเดิมให้ได้
“อย่าคิดนำยาแปลกๆมาใช้กับลูกของข้าอีกเชียวละเอาละเจ้ากลับไปได้แล้ว หากวันหน้าเจ้าคิดจะลงมือทำอะไร ก็อย่าได้ลงมือทำอะไรโจ่งแจ้งเช่นนี้อีกเล่า”โดยที่ก่อนที่หลิงม่านจะออกจากห้องนางกวางก็เอ่ยเตือนลูกสะใภ้ของตนด้วยน้ำเสียงเข้มอีกครั้งหลิงม่านที่ได้ยินเช่นนั้นฝีเท้าของนางก็ชะงักลงในทันที แต่เพียงไม่นานนางก็ก้าวเท้าเดินออกจากห้องของนางกวางด้วยสีหน้าเคร่งขรึม
เรือนเจียงเหลียง
“รีบไปเตรียมของให้พร้อมข้าจะออกเดินทางในวันพรุ่งนี้ทันที หลังจากที่ข้าออกจากจวนตระกูลหลินของหลิงม่านอ้อแล้วก็อย่าลืมจัดการเรื่องการสร้างห้องเก็บของให้กับหลิงม่านกับมี่เจินให้แล้วเสร็จเร็วๆด้วยเล่าเวลาข้ากลับมาจากถึงจวนนี้อีกครั้ง หลิงม่านนางจะได้มาสร้างปัญหาให้มี่เจินอีก”หงเวยเอ่ยสั่งการผู้คุ้มกันอีกคนของตนด้วยน้ำเสียงเรียบโดยที่เขาไม่รู้เลยว่า ตอนนี้ผู้หญิงที่เขากำลังพูดถึงนั้นได้ยินในสิ่งที่เขาพูดมาทั้งหมด
“ฮูหยินน้อย”เป่ยเป่ยที่เห็นสายตาแดงก้ำของผู้เป็นนายนางก็ได้แต่เอ่ยเรียกผู้เป็นนายของตนด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาอย่างต้องการเตือนไม่ให้ผู้เป็นนายของตนนั้นไปสร้างเรื่องเพิ่มจนกลายเป็นเรื่องที่ทำให้นายน้อยนั้นไม่ชอบผู้เป็นนายของตน
“กลับ”หลิงม่านที่รู้ว่าตนนั้นไม่อาจจะควบคุมอารมณ์ของตนได้ขบกรามแน่นแล้วรีบเดินจากไปในทันที
ตุบๆฝ่ามือบางฝาดลงที่เตียงของนางอย่างแรงเพื่อระบายอารมณ์ไม่พอใจของนาง
“อยากไปหามันนักใช่หรือไม่”หลิงม่านเอ่ยเสียงเย็น
“ฮูหยินน้อยช่วงนี้เราอย่างเพิ่งลงมือทำสิ่งใดเลยนะเจ้าคะ”เป่ยเป่ยห้ามผู้เป็นนายของตนด้วยน้ำเสียงเคร่ง
“ข้าจะปล่อยให้พี่เวยไปก็ได้แต่ข้าเองก็จะไปกับพี่เวยด้วย”หลิงม่านที่มีแผนร้ายในใจเอ่ยพร้อมกับยกยิ้มร้ายให้กับสาวใช้ของตน
“ฮูหยินน้อยคิดจะทำอะไรหรือเจ้าคะ”เป่ยเป่ยที่ตามความคิดของนายสาวของตนไม่ทันเอ่ยถามด้วยสีหน้าฉงน
“ไปเตรียมของให้กับข้าวันพรุ่งนี้ข้าจะตามพี่เวยไปที่เมืองเซินเฉียวแล้วเจ้าก็ไปนำพวกสมุนไพรที่มีค่ามาให้ข้าข้าจะมอบของที่มีค่าที่สุดให้กับพ่อและพี่ชายของข้า”หลิงม่านที่ไม่ต้องการกลับไปที่คลังสมบัติของหงเวยในตอนนี้เอ่ยสั่งสาวใช้ของตนเสียงเรียบ
“เจ้าค่ะ”เป่ยเป่ยที่ไม่ต้องการขัดคำสั่งของผู้เป็นนายของตนในตอนนี้เร่งเอ่ยตอบรับผู้เป็นนายของตนแล้วรีบออกไปจัดการงานของตนด้วยความเร่งรีบ
ยามซือ(09.00-10.59) หงเวยที่พาหลิงม่านฮูหยินเอกของตนมาเยี่ยมบ้านเก่าก็ขอตัวกลับไปกิจธุระของตนต่อ
“พี่เวยจะไปจริงๆหรือเจ้าคะ”หลิงม่านที่รู้ว่างานด่วนของสามีของนางนั้นคืออะไร เอ่ยถามผู้เป็นสามีของตนด้วยรอยยิ้มนุ่ม
“ม่านเออร์สามีจะไปทำงานเจ้าอย่าไปเซ้าซี้กับเขามากนัก”จินไฉที่เห็นว่าลูกสาวของตนนั้นกำลังจะสร้างความลำบากใจให้กับหงเวยเขาจึงได้เอ่ยดุบุตรสาวของตนเบาๆ
“ไม่เป็นอะไรขอรับท่านอาข้าต้องขออภัยจริงๆนะขอรับที่วันนี้ข้าไม่ได้อยู่ร่วมรับอาหารกับท่านในวันนี้”หงเวยเอ่ยพร้อมกับส่งบางให้กับพ่อตาของตนด้วยท่าทางนอบน้อม
“ไม่เป็นอะไรเจ้ามีงานเร่งด่วนอาเข้าใจ เจ้าเร่งไปทำเถอะเดี๋ยวทางนี้อาจะดูแลเอง”จินไฉเอ่ยพร้อมกับพยักหน้าส่งหงเวยที่ค้อมคำนับเขาด้วยรอยยิ้มเป็นกันเอง
“ข้าลานะขอรับม่านเออร์พี่ไปก่อนนะ”หงเวยเอ่ยแล้วเดินขึ้นรถม้าที่ซานซาได้เตรียมมาให้เขา
ห้องโถงตระกูลหลิน
“เจ้าได้ลองขอกิจการของเรามาคืนจากตระกูลอินหรือไม่”จินไฉเอ่ยถามสิ่งที่เขาต้องการกับบุตรสาวของเขาทันทีที่พวกเขากลับมาอยู่กับเพียงสามคนพ่อลูก
“ยังเจ้าค่ะ”หลิงม่านเอ่ยตอบอย่างไม่พอใจนักที่ดูเหมือนว่าแผนการของนางนั้นจะไม่มีอะไรเป็นไปตามที่นางวงแผนเอาไว้สักอย่างเดียว
“แล้วเจ้าดูท่าทีแล้วเจ้าคิดว่าเรื่องที่จะให้เจ้าเข้ามาดูแลกิจการของเราตามเดิมนั้นเจ้าคิดว่าเจ้ามีแนวโน้มที่จะได้รับกิจการมาดูแลหรือไม่”เลี่ยงฉีเอ่ยถามพร้อมกับมองสบไปที่น้องสาวองตนอย่างต้องการคำตอบ
“ไม่น่าจะเป็นไปได้เจ้าค่ะเพราะตามที่ข้าดูแล้วทางตระกูลอินดูจะไม่ต้องการเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับกลุ่มการค้าอี้อินเลยแม้แต่น้อยตระกูลอินดูไม่เหมือนตระกูลเลยเจ้าค่ะท่านพ่อ ท่านลุงจิ้นอี้ไม่สนใจมี่เจินนางสามารถเข้าออกจวนได้ตามใจชอบนางไม่มีความจำเป็นต้องไปยกน้ำชาทำความเคารพท่านป้านเหม่ยหลันเช่นเดียวกันข้าเจ้าค่ะและอีกอย่างตอนนี้สมบัติมากกว่าครึ่งของพี่เวยนั้นต้องตกเป็นของมี่เจินแล้วนะเจ้าคะ”หลิงม่านเอ่ยด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ
“เจ้าหมายความว่าเช่นไร”จินไฉเอ่ยถามบุตรสาวของตนด้วยน้ำเสียงเคร่ง
“ข้าชะล่าใจจนทำให้ตอนนี้มี่เจินนางสามารถเข้าไปแทนที่ของข้าในใจของพี่เวยได้แล้วเจ้าค่ะ”หลิงม่านเอ่ยตอบอย่างเจ็บใจที่นางหลงเชื่อและไว้ในคำพูดของผู้ชายมากจนเกินไปจนทำให้นางหลงไว้ใจจนมารู้สึกเสียใจในภายหลังนั้นเอง
“ไม่เป็นไร อย่างไรข้าก็เชื่อว่าทางตระกูลอินนั้นจะไม่มีทางให้เจ้าน้อยหน้าเมียน้อยของสามีของเจ้าอย่างแน่นอน”จินไฉเอ่ยปลอบบุตรสาวของตนด้วยสีหน้ามั่นใจ
“เจ้าต้องมีลูกคนโตให้กับหงเวยให้ได้หากเป็นเช่นนั้นข้าเชื่อว่าในอนาคตเจ้าจะกลายเป็นผู้คุมอำนาจในตระกูอินได้อย่างแน่นอน”เลี่ยงฉีเอ่ยพร้อมกับมองมาที่น้องสาวของตนด้วยสายตาจริงจัง
“คิกๆ”เสียงหัวเราะที่ดังมาจากหน้าประตูทำให้การสนทนาของคนทั้งสามหยุดชะงักลงในทันที
“เจ้าหัวเราะอะไร”หลิงม่านที่รู้ทันทีว่าเจ้าของเสียงหัวเราะนั้นคือผู้ใดนางจึงหันไปตวัดสายตามองไปที่น้องสาวต่างมารดาของตน
“ท่านพ่อคิดว่าผู้หญิงที่ดีแต่สร้างภาพจะชนะผู้หญิงที่ลงมือทำด้วยตนเองได้จริงๆ หรือเจ้าคะ”เจียวซีเอ่ยถามบิดาของตนด้วยรอยยิ้มเหยียด
“ซีเออร์เจ้ากลับมาแล้วหรือ”จินไฉเอ่ยพร้อมกับมองไปที่บุตรสาวคนเล็กของตนอย่างแปลกใจที่เห็นบุตรชายของตนกลับมาก่อนกำหนดเวลาที่นางได้บอกกับเขาเอาไว้
“ข้าเห็นเป่ยเป่ยสาวใช้ของท่านนางกำลังเตรียมรถม้ารอท่านอยู่ที่หน้าจวนนี่ท่านจะเก็บเสื้อผ้าตามสามีไปหรือเจ้าคะ”เจียวซีที่มีสายสืบที่ส่งไปแฝงตัวในจวนตระกูลอินเอ่ยพร้อมกับยกยิ้มเหนือกว่าให้กับหลิงม่านที่มองมาที่นางด้วยสายตาโกรธเคืองที่ไม่ว่านางจะทำอะไรเจียวซีก็สามารถรู้ทำนางอยู่เสมอๆ
“นั้นมันก็เรื่องของข้า”หลิงม่านที่รู้ว่าตนไม่มีทางเอาชนะนางจิ้งจอกเช่นเจียวซีได้นางก็ได้แต่เชิดหน้าตอบแล้วหันไปสบตากับพี่ชายของตน
“เจ้าจะไปที่ใด”เลี่ยงฉีเอ่ยถามน้องสาวของตนด้วยน้ำเสียงที่แสดงถึงความห่วงใย