ฮ่าวเทียนยามนี้หลับเป็ตายจากการทะลวงด่านพลังและทำความเข้าใจพลังที่ตนรับสืบทอดมา ยังไม่ทันคุ้นชินอีกไม่กี่ชั่วยามก็ต้องใช้ประลองกับเหล่าศิษย์พี่แล้ว... เด็กหนุ่มลืมตาขึ้นจากหลับฝัน แสงแดดรำไรสาดส่องไปทั่วห้องพักของมัน ฮ่าวเทียนััได้โดยพลัน นี่มิใช่การตื่นขึ้นจากหลับไหลธรรมดา เสียงนกเสียงกา สายลม ธรรมชาติ สรรพสัตว์ ััของมันยามนี้ทั้งชัดเจนและคมกริบกว่าเดิมมาก เมื่อััพลังปราณพบทั้งปราณธาตุแสงยิ่งสว่างเจิดจ้ากว่าเดิม และปราณทมิฬเข้มข้นกว่าเดิมไปอีก หมุนวนสับสนในร่างกาย... เด็กหนุ่มลุกขึ้นออกมาสูดอากาศ ไม่นานนักก็ััได้ถึงตัวตนหนึ่งใกล้เข้ามา เป็เว่ยซินนั่นเอง
ใกล้งานประลองเข้าไปทุกที ฮ่าวเทียนมาพบเทียนอวิ๋นที่ตำหนักชั้นเรียนฝึกหัด
“ ฮ่าวเทียนคารวะท่านอาจารย์ ท่านเ้าตำหนัก ” ทั้งสองหันกลับมามองดูเด็กหนุ่ม เ้าตำหนักกล่าวด้วยน้ำเสียงหวาน
“ เอ้ะ เทียนอวิ๋น มองใกล้ๆแล้วเด็กน้อยผู้นี้ใช่เปลี่ยนแปลงไปบ้างรึไม่ มิน่าๆ ธิดาแม่ทัพหลินติดระงอมระแงม กระทั่งชิงเสวียนที่เป็ดั่งเทพธิดายังกอดรัดจนหน้าแดง ข้าแทบจำภาพเขาเมื่อปีก่อนไม่ได้เชียว ฮิฮิ หากข้าอ่อนกว่านี้ซักสามสิบปี... ” เทียนอวิ๋นคล้ายไม่สนใจคำก่อนกล่าว
“ เข้าเื่เถอะท่าน ” นางถอนหายใจเบา
“ เหอๆ เ้านี่น้า ไม่มีอารมณ์ขันเอาเสียเลย หากฮ่าวน้อยกลายเป็ตอไม้ไร้อารมณ์เช่นเ้า ดูท่าหญิงสาวมากมายต้องผิดหวังเสียแล้ว ” เทียนอวิ๋นคล้ายสะอึกเล็กน้อย
“ แค่กๆ ....ฮ่าวเทียน วันนี้เป็วันสำคัญของเ้าและตำหนักชั้นเรียนฝึกหัดเรา ไม่อาจผิดพลาด อาจารย์หลังปรึกษากับเ้าตำหนักได้ข้อสรุปบางประการแก่เ้า ” ฮ่าวเทียนยังสงสัยเื่ที่ชิงเสวียนแอบมาพบมันพวกเขารู้ได้อย่างไร คิดถึง่เวลาที่ชิงเสวียนอยู่ในอ้อมอกมันก็เหม่อลอย
“ ฮ่าวเทียน! ” ฮ่าวเทียนสะดุ้งโหยง
“ ขอรับ ท่านอาจารย์ศิษย์กำลังตั้งใจฟังท่าน! ”
เทียนอวิ๋นส่ายศรีษะช้าๆก่อนจะกล่าว
“ ประการแรก หากพบเจอคู่มือที่เ้าไม่อาจต่อกรด้วยท่าร่างแสง์ ให้เ้าใช้ปราณทมิฬได้เต็มที่ จะใช้ออกทั้งสองก็ยังได้ ข้าและท่านเ้าตำหนัก เตรียมพร้อมรับมือเื่นี้แล้ว ” ฮ่าวเทียนแม้สงสัยในเื่ราวแต่มิได้เอ่ยถาม สองผู้นี้นับเป็บุคคลเช่นไร กระทำการอันใดย่อมมีเหตุผล
“ ประการสุดท้าย เ้า ต้องเป็ตัวแทนราชวงศ์ ชิงอันดับ 1 ใน 3 เท่านั้น !” ฮ่าวเทียนคุกเข่าลงข้างหนึ่ง ประสานมือกล่าวหนักแน่น
“ ศิษย์จะไม่ทำให้ท่านทั้งสองผิดหวัง! ” ทั้งสองยืนมองเด็กหนุ่มที่กำลังเติบโตผู้นี้ด้วยความเมตตา ก่อนจะพากันไปยังลานประลอง...
มาถึงงานประลองผู้คนทั้งสำนักไม่ขาดแม้คนเดียว กระทั่งเหล่าองค์ชายองค์หญิงจากราชวงศ์หมื่นเมฆาก็มารับชมด้วย ไม่ต้องกล่าวถึงเหล่าขุนนางในราชสำนัก และที่ขาดไม่ได้ องค์าาแห่งราชวงศ์หมื่นเมฆา! ที่นั่งชั้นสูงสุดวันนี้ กอรปไปด้วยเหล่าาุโของสำนักศึกษาและเหล่าราชวงศ์ ท่ามกลางการพูดคุยชื่นชมกันไปมาของสองขั้วอำนาจ สุ้มเสียงหนึ่งดังขึ้น
“ ข้าประมุขสำนักศึกษาแห่งราชวงศ์ วันนี้ยินดีนักได้ต้อนรับเหล่าขุนนางและเชื้อพระวงศ์ทุกท่าน การประลองวันนี้ 16 คนสุดท้ายของสำนัก ประกอบด้วยเหล่าศิษย์ในลำดับเทพยุทธ์ และยอดศิษย์จากตำหนักชั้นนำ เพียงสามอันดับแรกเท่านั้นจะได้เข้าร่วมประลองในฐานะตัวแทนของสำนักศึกษาราชวงศ์หมื่นเมฆา ลำดับ 1 จะได้รับคะแนนหมื่นเมฆา 1 แสนคะแนน เลือกสมบัติวิเศษในตำหนักผู้พิทักษ์ได้ 1 ชิ้น ลำดับ 2 และสามลดหลั่นลงไป ทว่าสิ่งที่มากกว่าสมบัติใดๆคือชื่อเสียงเกียรติยศที่จะต้องแบกรับไว้! เมื่อมากันครบแล้วก็ไม่ต้องมากพิธีอีก เชิญ 16 คนสุดท้ายเข้ามา เริ่มการประลอง! ” เสียงเฮดังลั่นของผู้ชมมากมายกระหึ่มขึ้น ผู้เข้าประลอง 16 คนเดินเข้าสู่กลางเวที แต่ละคนเปล่งประกายรัศมีเจิดจรัสนัก
ระดับต่ำสุดในนี้ก็อยู่ระดับปราณก่อตั้งขั้นที่ 3 แล้ว นับว่าสำนักศึกษาบ่มเพาะอัจฉริยะมากมายออกมาถูกใจาาหมื่นเมฆานัก องค์าากล่าวยินดีไม่หยุดปาก พลันเสียงประกาศดังขึ้น
“ ให้ผู้เข้าร่วมประลองทุกคนจับฉลากคู่ประลอง เมื่อได้ผู้ชนะของ 8 คู่ จับฉลากอีกครั้งเหลือ 4 คู่ เมื่อได้ผู้ชนะจาก 4 คู่ จับฉลากประลองเหลือ 2 คู่ เมื่อได้ผู้ชนะ 2 คน จึงเข้าชิงอันดับ 1 ผู้แพ้รอบชิงชนะเลิศ ครองลำดับ 2 ส่วนลำดับ 3 ให้ผู้แพ้จากรอบ 4 คนแย่งชิงกันอีกครา เริ่มการจับฉลากได้! ” สิ้นเสียงประกาศหีบทองคำถูกยกมาวางไว้กลางเวที ผู้เข้าร่วมประลอง 16 คน เริ่มทยอยเข้าจับฉลาก เพียงเหตุการณ์ไม่ราบรื่นนัก ก่อนผู้ร่วมประลองคนแรกจะจับฉลาก ปรากฏบุคคลที่ไม่ควรปรากฏขึ้นสามคนด้านล่างเวที ผู้คนพากันสงสัยในเื่ราวได้แต่จ้องมองด้วยความสงสัย ก่อนได้ยินเสียงกังวาล
“ ตัวข้าเ้าตำหนักชั้นเรียนฝึกหัดอันต่ำต้อย ขอบังอาจกล่าวคำพูดบางประการเพื่อทวงสิทธิ์อันชอบ ขอท่านเ้าสำนักและองค์าารับฟัง... ” ผู้คนหันมองกันด้วยเสียงฮือฮา ก่อนได้ยินเสียงองค์าาเอ่ยปาก
“ ท่านหญิงมีเื่ราวอันใดไม่เป็ธรรมโปรดกล่าว ตัวเราจะให้ความเป็ธรรมแก่ท่านถึงที่สุด ” ได้ยินดังนั้น นางจึงกล่าวตอบ
“ เรียนองค์าา ในรอบท้าประลองก่อนหน้า ศิษย์สายตรงของรองเ้าตำหนักเทียนอวิ๋นเรา เอาชนะคู่ต่อสู้ลงได้ ทว่าหมดสติไป ท่านเ้าสำนักห่วงใยเมตตาจึงตัดสิทธิ์ไปก่อนมิให้ได้รับาเ็เพิ่มเติม ยามนี้เขาฟื้นคืนกำลังครบถ้วน ไม่อาจสละสิทธิ์อันทรงเกียรตินี้ได้ ขอองค์าาโปรดให้ความเป็ธรรม ” เสืองฮือฮาในหมู่เหล่าศิษย์อาจารย์ของสำนักดังขึ้น พวกมันต่างรู้ดีว่าฮ่าวเทียนเป็ใครและเกิดอะไรขึ้น ทายาทเทพสังหารแม้จะแข็งแกร่งไร้เทียมทาน ทว่าเหล่ายอดอัจฉริยะในวันนี้ นับเป็คนละชั้นกับเขา แล้วฮ่าวเทียนจะเอาอะไรมาสู้..... องค์าาหันไปทางเ้าสำนักศึกษาและกล่าว
“ ที่แท้มีเื่เช่นนี้ ท่านประมุขเห็นว่าอย่างไรเล่า ?” เ้าสำนักศึกษารีบกล่าวตอบ
“ องค์าามิต้องกังวลใจ ฮ่าวเทียนไม่อาจรับมือเื่ราวในวันนี้ได้ ผู้น้อยจึงไม่เห็นสมควรให้ร่วมประลองในวันนี้ ”าาหมื่นเมฆาหันไปทางฮ่าวเทียนพลันกล่าว
“ ประมุขสำนักว่าเช่นนั้น ท่านหญิงมีอันใดทักท้วงรึไม่ ? ” นางไม่สนใจเื่ราวแม้แต่น้อยกล่าวต่อไป
“ เรียนองค์าา สิทธิ์ร่วมประลองอันทรงเกียรติไม่อาจสละทิ้งได้ อย่างไรข้ายังคงยืนกรานให้ท่านมอบความเป็ธรรม ” คำพูดนี้ทำเอาเหล่าาุโของสำนักคิ้วกระตุกไปตามกัน องค์าาหันไปถามฮ่าวเทียน
“ เ้าคือฮ่าวเทียน ? มีพลังฝีมืออันใดคิดเข้าร่วม ? ” ฮ่าวเทียนเงยหน้าตอบอย่างมั่นใจยิ้มบาง
“ พระองค์ท่าน ผู้เยาว์ไม่มีความมั่นใจแม้หนึ่งส่วนว่าจะชนะเลิศ หากเพียงทำให้ท่านตื่นเต้นโลหิตสูบฉีดอาจพอทำได้.... ” โอหัง! เสียงราชองครักษ์ดังขึ้น แต่าาหมื่นเมฆากลับไม่เป็เช่นนั้น เขาหัวเราะร่วนพลันกล่าว
“ ฮ่าๆๆ ดี ดี! เด็กที่ดีเช่นนี้ ดูท่าน่าสนใจไม่น้อย เช่นนั้นแสดงฝีมือให้เราได้เห็นว่าเ้ามีความสามารถพอ หากทำให้เราาาพึงใจได้ เ้าสำนักเ้าคงไม่ว่ากระมัง ? ” าาหันไปมองเ้าสำนัก
“ ความเห็นพระองค์นับว่าสำคัญเหนือสิ่งอื่นใด... ” ได้ยินดังนั้นองค์าาพอใจนักก่อนกล่าว
“ เถียหลี่ เ้าลงไปทดสอบเขา สามกระบวน หากเขาทำให้เ้าขยับได้เพียงครึ่งก้าว นับว่าเ้าแพ้ ทั้งยังตบรางวัลให้มันด้วย นับว่าเป็สีสันก่อนเริ่มประลองโดยแท้ เ้าว่าอย่างไร ? ” ราชองครักษ์ด้านข้างกล่าวตอบ
“ รับพระบัญชา ” ก่อนจะหายตัววับไป ไม่กี่อึดใจปรากฏขึ้นบนเวทีราวผุดออกมาจากอากาศธาตุ พลันกล่าว
“ พวกท่านทั้งสองถอยไป เด็กน้อย ตามพระบัญชา หากใช้สามกระบวนทำให้ข้าขยับเพียงครึ่งก้าว ให้เ้าร่วมประลองได้ อีกทั้งราชสำนักจะตบรางวัลให้ อย่าชักช้า เข้ามา! ” ก่อนถอยออกเ้าตำหนักลอบกระซิบแก่ฮ่าวเทียน
“ ฮ่าวน้อย เ้าขี้ข้าโอ้อวดนั่น อัดมันให้เละ ” ก่อนนางจะกระพริบตาให้แก่ฮ่าวเทียนและถอยไป ฮ่าวเทียนทอดถอนใจก่อนก้าวออก
“ รับมือ! ” มันกล่าวด้วยน้ำเสียงขึงขัง แต่กลับเดินเตาะแตะไปช้าๆและเอามือวางลงที่หน้าอกของราชองค์รักษ์ จึงเดินถอยกลับ ทำเอาผู้คนตาค้าง
“ นี่ปาหี่ก่อนประลองที่เ้าตำหนักนางนั้นจัดขึ้นถวายองค์าารึไม่ ? ” ก่อนหันไปดูอีกครา ครั้งที่ 2 ฮ่าวเทียนทำเช่นเดิม
ทุกสายตาเหยียดหยามการกระทำ กระทั่งองค์าายังงุนงงสงสัยในเื่ราว พลันหยุดความคิดนี้ลง ฮ่าวเทียนผายมือออกด้านข้าง ปรากฏรัศมีสีทองสุดคณานับ ประกายแสงเจิดจ้านี้กำลังกลืนกินทั้งเวทีประลอง เด็กหนุ่มหลับตาลงก่อนหยั่งขาข้างหนึ่งไปด้านหลัง พลังท่วมท้มที่กำลังทำลายเวทีนี้เองสงบลงรวบรวมไว้ในหมัดของเด็กหนุ่ม บังเกิดรัศมีพลังสีแดงบางเบาหมุนวนรอบกายพร้อมกัน ราชองค์รักษ์รักษาสัญญาอย่างดี มันไม่ขยับแม้แต่น้อย ยืนนิ่งดั่งปราการไม่สั่นคลอน ทว่ามันรู้ดีกว่าใคร สองกระบวนท่าที่เด็กหนุ่มเดินมาแตะตัวมัน ส่งปราณสีแดงเข้มร้ายกาจเข้าสลายเกราะปราณของมันหมดสิ้น หากถูกทุบตียามนี้นับว่าโดนเต็มๆ! สองตามันถลึงตึงตังราวกับแมวน้อยที่กำลังยืนนิ่งต่อหน้าพญาเสือเ้าเล่ห์ ฮ่าวเทียนเพียงขยับแขนที่ง้างไว้ช้าๆ คลื่นพลังถาโถมดึงเอากำแพงและสิ่งของตกแต่งด้านหลังแหลกสลายโน้มตามมา ก่อนขยับตัวส่งหมัดที่ง้างไว้ออกไปพร้อมคำรามลั่น
“ ประสานหยินหยาง : หนึ่งหมัดทำลายฟ้า! ”
จบตอน