บทที่ 2 งานเลี้ยง
เว่ยจางนั้นใเป็อย่างมากเขาเคยให้หมอมาตรวจอาการแล้วแต่ไม่พบสิ่งปกติใดเลยพวกเลยเศร้าเสียใจอยู่นานที่บุตรของตนไม่สามารถพูดได้ั้แ่ตั้งกำเนิดและไม่สามารถหาวิธีการมารักษาได้
แต่ในตอนนี้เด็กคนนี้กลับพูดออกมาแล้ว ในขณะนั้นเขาที่อยู่ในอาการใอยู่เล็กน้อย ก็ได้พูดขึ้นมา ทำไมเ้าจึงพูดได้แล้วเล่าหากใจพูดได้แต่แรกทำไมก่อนหน้าเ้าไม่พูด
ในขณะนั้นที่เว่ยอันได้ยินคำถามของบิดาเขาก็นึกขึ้นมาได้ว่าเื่นี้ผิดปกติจริงๆจะให้เขาบอกความจริงเขาก็พูดไม่ได้กลัวถึงเื่ต่างๆที่จะตามมาเขาจึงกล่าวออกไปว่า"ข้านั้นเรียนรู้ช้ากว่าคนอื่นกว่าจะทำความเข้าใจการสื่อสารได้ทำให้ข้านั้นใช้เวลานานถึง 12ปี"
เว่ยจางที่ได้ยินคำตอบถึงกับขมวดคิ้ว คำตอบแบบนี้เหมือนตอบส่งเดชเว่ยอันที่พูดไม่ได้มา 12ปี อยู่ๆจะพูดขึ้นมาก็พูดได้เหมือนคนปกติเสียแล้วเลยตอบว่าตัวเองเรียนรู้ช้าเว่ยจางนั้นถึงจะเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่งแต่ก็ไม่ถึงมันอีกถึงอย่างไรเสียนี่ก็บุตรเขาและยังเป็เื่ดีอีกทีเกิดขึ้นทีแรกเขากำลังจะไปหุบเขาสุริยันต์เพื่อหาสมบัติที่ทางเข้าใหม่พึ่งจะเปิดออกมา
เขาจึงตัดสินใจเปลี่ยนแผนไปสมทบกับคนอื่นล้าช้ากว่าเดิมเพื่อไปแจ้งให้ฮูหยินของตนเองรับรู้ว่าบุตรของตนเองสามารถพูดได้
ฮูหยินที่ได้ยิน ข่าวก็รีบเดินเข้ามาในสวนเพื่อพบกับบุตรและสวมกอดเขา แล้วกล่าวว่า อันเออร์ในที่สุดเ้าก็พูดแล้วแม่ดีใจที่สุดเลย วันนี้ ภายในวันนี้ ครอบครัวของเว่ยจาง ก็ได้ฉลองกันกันทั้งบ้าน
บ้านของเว่ยจางเป็หนึ่งในส่วนของตระกูลจางเป็ครอบครัวหนึ่งมีสมาชิกคือ เว่ยจาง หว่านเจียว(ฮูหยินของเว่ยจาง) เว่ยอัน และข้ารับใช้อีก ห้าคน ทั้งครอบครัวจึงได้จัดงานฉลองเป็งานเล็กๆในหนึ่งวัน
ในงานมี มีอาหารปิ่งย่าง ที่ถูกจัดโดย พ่อครัวที่ถูกเชิญมาจากตัวตระกูลใหญ่ จัดขึ้นเล็กๆภายในสวนคนที่เข้าร่วมก็มีแค่คนใน ครอบครัว ของเว่ยจาง
เนื่องจากครอบครัวอื่นในตระกูลเว่ยต่างพากันเตรียมตัวเพื่อจะออกไปหาสมบัติกันที่หุบเขาสุริยันต์ และตัวของเว่ยอันเอง ก็ไม่มีมิตรสหายเลย เนื่องจากเขาเงียบขรึมไม่พูดมาตลอดและชอบอยู่คนเดียวเอาแต่นั่งอยู่ที่สวนไม่ก็ไปอยู่ตัวคนเดียวที่ห้องสมุดของตระกูล
คนที่มาร่วมฉลองเื่ที่เขา สามารถพูดได้จึงมีอยู๋แค่นี้ เว่ยอันเองก็แอบรู้สึกผิดอยู่ในใจระหว่างที่เขาคิดเื่ที่อยู่ในหัวเกี่ยวกับชาติที่แล้วของเขาทำให้จิตใจเขาเหม่อลอยไม่ได้อยู่กับปัจจุบันสักเท่าไหร่จึงไม่ได้พูดออกมาพอมา
ตอนนี้ก็นึกเสียใจว่าตนเองน่าจะพูดกับคนในครอบครัวด้วยสักเล็กน้อยบางทีเื่แบบนี้อาจจะไม่เกิดขึ้นการที่เขาเงียบไปั้แ่เกิดมากอาจจะทำให้บิดามารดาของเขารู้สึกเสียใจอยู่หลายครั้งแต่ตอนนี้เขาก็ได้พูดออกมาแล้วอาจจะช่วยคลายใจของพวกท่านได้บ้างพอเขาคิดได้เช่นนี้เขาก็รู้สึกคลายความผิดในใจขึ้นมาได้
หลังจากจบคืนงานเลี้ยง เช้าวันรุ่งขึ้น เว่ยจางก็เตรียมตัวออกไปหาสมบัติที่หุบเขาสุริยันต์ แต่ในขณะที่เขากำลังจะก้าว เดินออกไป เว่ยอันก็ได้ถามขึ้นมา "ท่านพ่อข้าไปกับท่านด้วยได้หรือไม่"