[จบ] ไลฟ์สดดูดวง โดย หมอดูเซียนสาว

    บทที่ 39 ทางเลือกที่เจ็บปวด

            บทที่ 39 ทางเลือกที่เจ็บปวด

     

            ป้าเยว่เล่าไป น้ำก็เอ่อคลอหน่วยตา 

     

            แม้เวลาจะผ่านไป 3 ปีแล้ว แต่ทุกครั้งที่นึกถึงเหตุการณ์ในวันนั้น หัวใจของเธอก็ยังคงเจ็บปวดเหมือนถูกมีดกรีด 

     

            เธอและสามีครองรักกันมากว่า 30 ปี ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ราบรื่นและงดงามมาโดยตลอด สามีของเธอเคยวางแผนไว้ว่า หลังเกษียณจะพาเธอไปเที่ยวชมความงามของประเทศนี้ให้ทั่วทุกหนแห่ง

     

            ทว่าโชคชะตากลับเล่นตลก 

     

            สามปีก่อน วันหนึ่งสามีของเธอก็เกิดอาการหัวใจวายเฉียบพลัน เมื่อนำตัวส่งโรงพยาบาลก็อยู่ในสภาพย่ำแย่มากแล้ว 

     

            ในตอนนั้น หมอเจ้าของไข้ได้ถามเธอว่า จะให้ปั๊มหัวใจหรือไม่ 

     

            ถ้าหากจะยื้อชีวิตไว้ ก็ต้องใช้เครื่อง ECMO ซึ่งเป็นเครื่องมือแพทย์ที่ช่วยพยุงการทำงานของปอดและหัวใจ ราคาค่าใช้จ่ายในการใช้เครื่องนี้มันสูงมาก แค่ค่าเปิดเครื่องครั้งแรกก็ปาเข้าไปห้าถึง 60,000 หยวนแล้ว ค่าใช้จ่ายรายวันหลังจากนั้นก็สูงถึงหลักพันหยวน อีกทั้งยังไม่สามารถเบิกประกันสุขภาพได้อีกด้วย

     

            แม้ว่าจะใช้เครื่อง ECMO แต่เนื่องจากสมองขาดออกซิเจนอย่างนานเกินไป ต่อให้รอดชีวิตกลับมาได้ ก็จะกลายเป็นเพียงแค่คนไข้ที่อยู่ในภาวะผักเท่านั้น 

     

            ระหว่างความเป็นและความตายของสามี เธอต้องตัดสินใจอย่างยากลำบาก 

     

            ในตอนนั้น เธอไม่สามารถติดต่อลูกชายได้ เพราะเขากำลังประชุมอยู่ และเธอก็ไม่รู้จะปรึกษาใคร 

     

            แต่เวลาของโรงพยาบาลนั้นมีค่ามาก แพทย์เร่งรัดให้เธอตัดสินใจโดยเร็วที่สุด ไม่เช่นนั้น แม้แต่อุปกรณ์ ECMO ก็ไม่สามารถช่วยชีวิตสามีเธอได้ทัน

     

            เธอเคยเป็นพยาบาลมาก่อน เลยรู้ดีว่า สภาพของผู้ป่วยสมองตายนั้นแย่แค่ไหน

     

            ดังนั้น ด้วยความลังเลเพียงชั่วครู่และการเร่งเร้าของแพทย์ เธอจึงเลือกที่จะปล่อยเขาไป

     

            เมื่อลูกชายของเธอมาถึงโรงพยาบาลอย่างเร่งรีบ สิ่งที่เขาเห็นคือร่างไร้วิญญาณของพ่อ 

     

            เขาโกรธเธอมากที่ไม่ยอมรักษาชีวิตพ่อ ทั้ง ๆ ที่ยังมีโอกาศ เขาบอกว่า ต่อให้ ECMO แพงแค่ไหน มันก็เทียบไม่ได้กับชีวิตพ่อ 

     

            เธอพยายามอธิบายให้ลูกฟังด้วยความอดทนว่า เธอไม่อยากเห็นพ่อของเขาต้องกลายเป็นคนไข้สมองตาย ยิ่งไปกว่านั้น ลูกชายของเธอก็ยังไม่ได้แต่งงาน ถ้าครอบครัวใช้เงินทั้งหมดไปกับการรักษา จนต้องเป็นหนี้ก้อนโต จะมีผู้หญิงคนไหนอยากแต่งงานกับเขา 

     

            เธอคิดอย่างรอบคอบแล้ว วิเคราะห์ทุกอย่างอย่างถีถ้วน และเชื่อว่า การตัดสินใจของเธอคือสิ่งที่ถูกต้องที่สุดแล้ว 

     

            ป้าเยว่จัดงานศพให้สามี จัดการทุกอย่างด้วยความเข้มแข็ง เธอปลอบใจลูกชาย และรับมือกับคำปลอบใจจากญาติพี่น้องด้วยสติ 

     

            กระทั่งงานศพของสามีเสร็จสิ้น และแขกเหรื่อที่มาร่วมไว้อาลัยกลับไปจนหมด เมื่อกลับมาอยู่ในห้องที่ว่างเปล่า เธอก็ยังคงติดปากเรียก ‘ลุงหลี่’ ตามความเคยชิน เธอถึงได้รู้สึกตัวว่า ชายคนนั้นที่อยู่เคียงข้างเธอมานานแสนนานได้จากไปแล้วจริง ๆ 

     

            เก้าอี้โยกตัวโปรดที่เขาเคยใช้นั่งยังคงแกว่งไกว แต่กลับว่างเปล่าลงในพริบตา...

     

            นกที่เขาเลี้ยงไว้ส่งเสียงร้องเจื้อยแจ้ว แต่กลับไม่มีใครมาหยอกล้อมันอีกแล้ว...

     

            บนเส้นทางที่เขาเคยออกไปเดินเล่นทุกวัน ผู้คนยังคงเดินขวักไขว่ แต่กลับไม่มีร่างของเขาให้เห็นอีกต่อไปแล้ว...

     

            ทันใดนั้น เธอก็ร้องไห้ออกมา ในตอนที่ทุกคนต่างคิดว่าเธอคงสบายดีแล้ว ความโศกเศร้าที่ก่อตัวขึ้นอย่างช้า ๆ กลับมาพร้อมกับความรู้สึกผิดอย่างรุนแรง โถมทับเธอราวกับคลื่นยักษ์ที่พัดเข้าหาฝั่ง 

     

            มีคนกล่าวไว้ว่า ‘กาลเวลาจะเยียวยาทุกสิ่ง’ แต่ยิ่งนานวัน ความคิดถึงและความรู้สึกผิดในใจของเธอกลับยิ่งทวีคูณ 

     

            ภาพเหตุการณ์ในวันนั้นที่หน้าห้องฉุกเฉิน เมื่อแพทย์ให้เธอตัดสินใจ ยังคงวนเวียนอยู่ในหัวซ้ำแล้วซ้ำเล่า

     

            เธอได้แต่คิดแล้วคิดอีกว่า ถ้าตอนนั้นเธอเลือกที่จะรักษาเขา เขาจะยังคงอยู่เคียงข้างเธอหรือไม่ แม้ว่าเขาอาจจะกลายเป็นเพียงผู้ป่วยที่นอนติดเตียง แต่อย่างน้อยเธอกับลูกชายก็ยังคงได้เห็นหน้าเขา 

     

            ความรู้สึกผิดมหาศาลกัดกินหัวใจเธอจนแทบไม่เป็นสุข 

     

            ถึงแม้ว่าในใจลึก ๆ เธอจะรู้ดีว่า ตัวเองได้ตัดสินใจเลือกสิ่งที่ดีที่สุดแล้วก็ตาม

     

            แต่ในแง่ของความรู้สึก เธอคิดว่าตัวเองไม่มีวันลบล้างความรู้สึกผิดต่อสามีได้หรอก 

     

            ผู้ใช้งาน : ถ้าฉันเป็นสามีของเธอ ฉันต้องโทษเธอแน่ มีโอกาสช่วยชีวิต ทำไมถึงไม่ช่วย?

     

            ผู้ใช้งาน : ใช่แล้ว อยากจะยื้อชีวิตไว้ก่อน ถ้าไม่ไหวค่อยปล่อยไปก็ยังทัน ยัยป้านั่นพูดซะดูมีน้ำใจ แต่จริง ๆ แล้ว กลัวว่าผัวกลายเป็นเจ้าชายนิทราแล้วตัวเองต้องลำบากหรือเปล่า?

     

            ผู้ใช้งาน : คอมเมนท์บนอย่าโลกสวยไปหน่อยเลย รู้จักภาวะสมองขาดออกซิเจนไหม รู้จัก EO ไหม? หลังจากที่คนไข้เข้าสู่ภาวะ EO แล้ว คนไข้จะมีชีวิตอยู่ได้โดยไม่ต้องปั๊มหัวใจ แค่มีเครื่องช่วยหายใจ ถ้ามารู้สึกเสียใจทีหลัง จะฆ่าเขาทิ้งหรือไง?

     

            ผู้ใช้งาน : จะเล่าเรื่องเศร้าให้ฟัง เมื่อหลายปีก่อน ปู่ของเพื่อนฉันก็เป็นแบบนี้ ตอนแรก ลูกชายลูกสาวก็ดูแลอย่างดี พยายามยื้อชีวิตปู่ไว้ทุกวิถีทาง สุดท้ายปู่ก็กลายเป็นเจ้าชายนิทรา นอนอยู่บนเตียงมาตลอด ช่วงแรก ๆ ลูก ๆก็ยังมาเยี่ยมบ้าง พอนานวันเข้า ความผูกพันธ์ก็ค่อย ๆ จางหายไป ทุกคนก็เริ่มไม่มาเยี่ยม ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของพยาบาล พยาบาลก็ดูแลไม่ทั่วถึง ที่แผ่นหลังของปู่เป็นแผลเหวอะหวะ สุดท้ายทนทุกข์ทรมานอยู่ 10 ปี ปู่ก็จากไป คนป่วยอยู่บนเตียงนาน ๆ ใครจะทนดูแลไหว ไม่ใช่แค่คำพูดเล่น ๆ หรอกนะ

     

            ผู้ใช้งาน : คนมีเงินก็ว่าไปอย่าง แต่ที่น่ากลัวที่สุดคือหมดทั้งเงินหมดทั้งใจ อย่างบ้านใกล้เรือนเคียงนี่แหละ ไม่มีเงินจ้างพยาบาล ลูก ๆ ก็ผลัดกันดูแล สุดท้ายลูกสะใภ้ทนไม่ไหว หย่าแล้วพาลูกหนีไป ลูกชายเป็นหนี้เป็นสิน ต้องมาดูแลแม่ที่เป็นเจ้าหญิงนิทราอีก ทำงานก็ไม่ได้ สุดท้ายทนไม่ไหว เลยฆ่าแม่ตัวเองตาย น่าสงสาร จากลูกกตัญญูกลายเป็นฆ่าแม่ตัวเอง

     

            ผู้ใช้งาน : ถ้าเป็นแบบที่พวกคุณว่า งั้น… ถ้าญาติป่วยหนักก็ปล่อยให้ตาย ๆ ไปเลยงั้นสิ ทฤษฎีบ้าบอ ถ้าเป็นพ่อแม่ฉัน ไม่ว่าจะต้องใช้เงินเท่าไหร่ เสียสละมากแค่ไหน ฉันจะต้องช่วยชีวิตท่านไว้ให้ได้

     

            ผู้ใช้งาน : ไม่ใช่แค่เรื่องช่วยหรือไม่ช่วยหรอกนะ แต่การมีชีวิตอยู่แบบไม่มีศักดิ์ศรีแบบนี้ มันจะเป็นผลดีกับคนป่วยจริง ๆ เหรอ?

     

            ผู้ใช้งาน : พระเจ้า น่ากลัวจัง ฉันต้องเขียนพินัยกรรมไว้ ถ้าเกิดเรื่องแบบนี้กับฉัน ห้ามช่วยชีวิตฉันเด็ดขาด ฉันไม่อยากเป็นเจ้าหญิงนิทรา

     

            ผู้ใช้งาน : จะอยากตายไปทำไม ต้องช่วยชีวิตไว้ก่อนสิ!

     

            ผู้ใช้งาน : ความจริงแล้ว การจะช่วยหรือไม่ช่วย มันก็มีเหตุผลในตัวเองทั้งนั้น ไม่มีถูกหรือผิดแบบเบ็ดเสร็จ

     

            ผู้ใช้งาน : คนส่วนใหญ่มักเอาอารมณ์ส่วนตัวเข้าไปตัดสิน ต่างคนต่างความคิด เลยกลายเป็นเรื่องที่เถียงกันแบบนี้ เอาจริง ๆ นะ ใคร ๆ ก็กลัวว่าจะต้องเจอเรื่องแบบนี้ทั้งนั้น แต่ใครจะไปรู้ว่า สุดท้ายแล้ว เราต้องมาเลือกระหว่างความเป็นความตายแบบนี้

     

            ป้าเยว่เห็นความคิดเห็นของผู้คนมากมาย จึงพูดว่า “คนอื่นจะยังไงฉันไม่สนใจแล้ว ฉันอยากรู้แค่ว่าสามีของฉันโทษฉันหรือเปล่า”

     

            “บอกตามตรงนะคุณหมอดู ที่คุณเคยสอนคาถาเข้าฝันให้ฟางเสี่ยวเหมย ฉันก็ท่องทุกคืนเลยนะ หวังว่าสามีจะเข้ามาในฝัน ฉันจะได้ถามเขาด้วยตัวเอง แต่ไม่ว่าจะท่องกี่รอบ มันก็ไม่ได้ผลเลย ผ่านมา 3 ปีแล้ว เขาก็ไม่เคยเข้าฝันฉัน คุณว่าเขาโกรธฉันหรือเปล่า ถึงขนาดในฝันยังไม่อยากเจอหน้าฉันเลยเหรอ”

     

            ซางเฟยหว่านบอกว่า “วิญญาณของเขาจากไปนานแล้ว อาจจะไปเกิดใหม่แล้วก็ได้ คาถาเข้าฝันของคุณถึงท่องไปมากแค่ไหน ก็เรียกเขากลับมาไม่ได้หรอก ที่จริงแบบนี้ก็ดีแล้ว คุณจะได้สบายใจ”

     

            ป้าเยว่รีบพูด “แต่ฉันอยากจะถามเขาด้วยตัวเอง ไม่งั้นฉันจะไม่สบายใจ คุณช่วยฉันหน่อยได้ไหม ให้ฉันได้คุยกับเขา”

     

            ซางเฟยหว่านตอบออกไปตามตรง “งั้นฉันจะเขียนยันต์ให้ แล้วให้คนเอาไปให้คุณ พอได้รับยันต์แล้ว หลังเที่ยงคืนคุณก็เอาไปเผาที่หลุมศพเขา แล้วก็ท่องชื่อเขาในใจ ถ้าเขายังไม่ไปเกิดใหม่ เขาก็จะกลับมาพบคุณได้ชั่วคราว”

     

            ก่อนหน้านี้ เธอคิดอยู่แล้วว่า อาจจะมีบางสถานการณ์ที่ต้องใช้ยันต์ เธอเลยสั่งกระดาษยันต์กับผงชาดมาไว้ก่อน ช่างประจวบเหมาะ คืนนี้ก็ได้ใช้เลยทันที

     

            ซางเฟยหว่านก็ลงมือวาดยันต์ต่อหน้าชาวเน็ตผ่านกล้อง ใช้เวลาเพียงครู่เดียวก็เสร็จสิ้น

     

            ป้าเยว่กล่าวขอบคุณซ้ำแล้วซ้ำเล่า ก่อนจะตัดการเชื่อมต่อไปอย่างเศร้าโศก

     

            และแล้ว เหล่าชาวเน็ตก็ต้องตกตะลึงกับความสามารถของซางเฟยหว่านอีกครั้ง

     

            ผู้ใช้งาน : ดูดวง สื่อวิญญาณ วาดยันต์ เฮ้ย! นี่คุณหมอดู บอกมาซะดี ๆ ว่ามีอะไรที่คุณทำไม่ได้บ้าง?

     

            ผู้ใช้งาน : ฉันเดาว่าสตรีมเมอร์ต้องเป็นคนของตระกูลหยูแห่งภูเขาเสิ่นหลงแน่ ๆ ได้ยินมาว่า ที่นั่นเป็นสำนักไสยศาสตร์แห่งเดียวในประเทศเราที่ได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการ ลูกศิษย์ของพวกเขาเชี่ยวชาญด้านฮวงจุ้ยและศาสตร์ลับ ๆ มากมาย แถมยังชอบทำตัวลึกลับอีกต่างหาก

     

            ผู้ใช้งาน : ภูเขาเสิ่นหลง ฉันก็เคยได้ยินนะ แต่สตรีมเมอร์แซ่ซางไม่ใช่เหรอ?

     

            ผู้ใช้งาน : โง่เอ้ย ถ้าเป็นแค่ศิษย์ธรรมดา ไม่ใช่ทายาทโดยตรง ก็ไม่จำเป็นต้องแซ่หยูก็ได้จ้า

     

            ซางเฟยหว่านเห็นชาวเน็ตเริ่มจินตนาการกันไปไกลลิบลิ่ว จึงยิ้มแล้วอธิบายว่า “ฉันไม่ได้สังกัดสำนักไหนทั้งนั้นแหละ ทุกคนไม่ต้องคาดเดากันไปใหญ่หรอก”

     

            ทันใดนั้น ก็มีเสียงเคาะประตูดังขึ้น นั่นคือพนักงานส่งของที่ซางเฟยหว่านเรียกมา บังเอิญว่าบ้านของป้าเยว่ก็อยู่ในปักกิ่งพอดี ถ้าเรียกใช้บริการขนส่งแบบเร่งด่วน เย็นนี้ก็คงได้ของแล้ว

     

            แน่นอนว่าเป็นการจ่ายปลายทาง ซางเฟยหว่านเป็นคนที่คำนวณทุกอย่างอย่างรอบคอบเสมอ

     

            “เอาล่ะ พูดมากไปก็เท่านั้น เรามาเริ่มเชื่อมต่อกับผู้โชคดีคนต่อไปกันเถอะ!” 


    คล้ายกับเรื่อง[จบ] ไลฟ์สดดูดวง โดย หมอดูเซียนสาว ที่คุณอ่าน