เหอหลี่น่ากับฮั่วเฉินซีมาเปิดร้านแต่เช้าเหมือนปกติ ผ่านไปสามวันแล้ว แต่ยังไม่เห็นอันนาจะแนะนำใครให้มาทำงานกับพวกเขา
“ผมว่าคุณอบขนมแค่รอบเดียวก่อนดีไหม ขายได้เท่าไหร่ก็เท่านั้น ไหนจะนวดแป้งไหนจะแต่งหน้าคัพเค้กอีกเป็สิบๆ ถ้วย ถ้าขืนคุณยังทำงานหนักอยู่อย่างนี้สักวันคุณต้องล้มป่วยแน่ๆ” ฮั่วเฉินซีจ้องคนรักเขม็ง “แต่ถ้าคุณไม่ฟัง ผมจะไปหาพี่อันนาแล้วบอกให้เธอหาคนมารับงานต่อจากเรา ผมจะไม่ให้คุณทำงานนี้อีกแล้ว”
แต่เหอหลี่น่าก็ยังยิ้ม เธอไม่รู้สึกโกรธหรือไม่พอใจกับท่าทางของคนรัก เพราะเธอรู้ว่าฮั่วเฉินซีเป็ห่วงสุขภาพของเธอมากขนาดไหน เธอจำได้ว่าตอนที่มาถึงเกาะใหม่ๆ เป็่ที่เธอมีประจำเดือนพอดี ทั้งที่ตอนนั้นเธอกับเขายังเป็แค่คนรู้จักกันเท่านั้น แต่เขากลับแสดงความห่วงใยต่อเธอเป็อย่างมาก
ตอนนั้นฮั่วเฉินซีไปที่ร้านขายยาแล้วซื้อยากลับมาให้เธอ เขายังไปสอบถามผู้สูงอายุหลายๆ คนเกี่ยวกับการดูแลสตรีในระหว่างมีรอบเดือนโดยไม่สนใจสายตาของใคร ทั้งเขายังคอยต้มน้ำตาลทรายแดงแล้วยังคอยเปลี่ยนถุงน้ำร้อนให้เธอจนอาการของเธอดีขึ้น อีกอย่างเธอก็รู้ด้วยว่าเขาไม่ทำอย่างที่พูดหรอก เขารู้ว่าเธอรักงานนี้มากขนาดไหน ที่เขาพูดก็แค่อยากขู่เธอไปอย่างนั้นเอง
“ที่รักอย่าทำอย่างนั้นเลยนะคะ” เหอหลี่น่าเดินไปหอมแก้มคนรักอย่างเอาใจ “ฉันรู้ว่าคุณเป็ห่วงฉัน เอาเป็ว่าเราเดินคนละครึ่งทางดีไหมคะ”
“ครึ่งทางยังไง” ฮั่วเฉินซียังแสร้งตีหน้าขรึม ทั้งที่มุมปากของเขายกขึ้นจนแทบจะกลั้นยิ้มไม่ไหวแล้ว เพราะไม่ง่ายนักที่เหอหลี่น่าจะมาแสดงความรักกับเขาก่อน
“คุณบอกให้ฉันอบขนมแค่รอบเดียวใช่ไหมล่ะ ถ้าอย่างนั้นฉันขออบขนมสองรอบแล้วก็เปลี่ยนจากทำคัพเค้กเป็อบคุกกี้แทนได้ไหมคะ” เหอหลี่น่าเปลี่ยนมาเป็โอบรอบคอคนรักก่อนจะฉกจุมพิตไปที่ปากของเขาอย่างไวก่อนพูดเสียงอ้อน “ที่รักคะ ข้อเสนอของฉันดีที่สุดเลยใช่ไหมคะ”
คราวนี้ฮั่วเฉินซีไม่ยอมปล่อยหญิงสาวไปง่ายๆ เขารวบเอวเธอไว้แน่นก่อนจะก้มลงจูบเธออยู่นาน “ถือเป็การประทับตราตามข้อตกลง ถ้าคุณผิดสัญญา ผมจะไปพบพี่อันนาโดยไม่บอกให้คุณรู้ล่วงหน้าเลย”
“ขอบคุณนะคะที่รัก” เหอหลี่น่าโผเข้าไปกอดฮั่วเฉินซีอย่างดีใจ ทั้งคู่ยืนกอดกันอยู่นาน
“อุ๊ย! ขอโทษนะจ๊ะ” คุณป้าลู่ซี่ยิ้มให้สองหนุ่มสาว “ป้าเข้ามาขัดจังหวะพวกเธอหรือเปล่า”
เหอหลี่น่ารีบผลักฮั่วเฉินซีออกก่อนพูดด้วยท่าทางเขินอาย “ไม่รบกวนค่ะ คุณคือคุณป้าลู่ซี่ใช่ไหมคะ”
“ใช่จ้ะ อันนาคงเล่าเื่ฉันให้พวกเธอฟังแล้วล่ะสิ”
“พี่อันนาบอกว่าคุณป้าลู่ซี่ใจดีมากๆ แล้วยังบอกว่าเธอโชคดีที่มีแม่สามีใจดีขนาดนี้ หนูฟังแล้วหนูยังอิจฉาเธอเลยนะคะ”
“เธอก็เป็เด็กดี ป้าเชื่อว่าแม่สามีของเธอก็คงจะดีกับเธออย่างนี้เหมือนกัน” คุณป้าลูซี่หันไปยิ้มให้ฮั่วเฉินซี “จริงไหมจ๊ะเฉินซี”
ฮั่วเฉินซียิ้มตอบ “ใช่ครับ ถ้าคุณแม่ของผมยังมีชีวิตอยู่ คุณแม่ก็คงจะชอบนาน่ามากเหมือนกัน”
คุณป้าลูซี่ทำหน้าใก่อนจะมองไปที่ฮั่วเฉินซีอย่างขออภัย “ขอโทษนะจ๊ะ ป้าไม่รู้ว่า...”
“ไม่เป็ไรครับ คุณแม่ของผมตอนนี้ท่านไปสบายแล้ว”
เหอหลี่น่ารีบพูดแทรกเมื่อเห็นคุณป้าลูซี่ มีท่าทางกระอักกระอ่วน “คุณป้าเพิ่งกลับจากการเดินออกกำลังกายมาต้องเหนื่อยมากแน่ๆ อยากดื่มนมอุ่นๆ สักแก้วไหมคะ”
คุณป้าลูซี่มองเหอหลี่น่าอย่างขอบคุณเมื่อรู้เจตนาของหญิงสาว “ก็ดีเหมือนกันนะจ๊ะ ได้ยินว่าเครื่องดื่มที่เฉินซีทำถูกใจลูกค้ามาก แต่ป้าขอเปลี่ยนจากนมเป็มอคค่าได้ไหมจ๊ะ ป้าอยากให้เฉินซีทำลาเต้อาร์ตให้ป้าด้วย ป้าอยากถ่ายรูปเก็บไว้”
“ได้สิครับ ผมกำลังหัดทำลายใหม่เพื่อเป็จุดขายของร้านเราอยู่พอดี” ฮั่วเฉินซียังตอบด้วยน้ำเสียงปกติ ต่อให้เวลานี้จะมีใครมาพูดถึงคุณแม่ของเขา นอกจากเขาจะไม่โกรธ เขายังเต็มใจที่จะพูดถึงคุณแม่ให้ทุกคนได้รู้ว่าคุณแม่ของเขาเป็ผู้หญิงที่ดีเพียงใดและเธอยังเป็คุณแม่ที่ดีที่สุด อีกอย่างคุณแม่ของเขาก็จากไปหลายปีแล้ว แม้จะยังคิดถึงแต่ก็ไม่ได้เศร้าหรือเสียใจเหมือนแต่ก่อน
คุณป้ามองฮั่วเฉินซีอย่างพอใจ เธอดูออกว่าฮั่วเฉินซีที่ดูเป็ผู้ใหญ่เกินวัยอาจเป็เพราะเขาเคยใช้ชีวิตอยู่กับความกดดันมากเกินไป และที่เวลานี้ฮั่วเฉินซีดูเป็คนใจเย็นและยิ้มอย่างสดใสคงเพราะได้รับกำลังใจจากเหอหลี่น่า “จุดขายของร้านเหรอจ๊ะ ทำลาเต้อาร์ตจะเป็จุดขายของร้านได้ด้วยเหรอ”
“ที่ผ่านมาผมจะทำแค่ลายใบไม้กับรูปหัวใจ แต่ตอนนี้ผมจะลองทำเป็ลายหงส์ดูน่ะครับ” ฮั่วเฉินซีพูดพร้อมกับเริ่มเทนมลงในถ้วยกาแฟเพื่อวาดลวดลาย ใช้เวลาไม่นานกาแฟที่มีลายหงส์สวยงามก็ปรากฏขึ้น เขานำถ้วยกาแฟไปเสิร์ฟ “คุณป้าคิดว่ามันดูดีไหมครับ”
คุณป้าลูซี่มองไปที่ถ้วยกาแฟก็ยิ้มกว้างอย่างพอใจ “ดูดีมาก! หาดนี้มีชื่อว่าหาดเฟิ่งหวง ที่ประเทศ C ของพวกเธอคำว่าเฟิ่งหวงแปลว่าหงส์ เธอก็เลยจะทำเครื่องดื่มกับขนมให้สอดคล้องกับชื่อหาดใช่ไหมจ๊ะ แล้วขนมล่ะพวกเธอจะทำอะไรให้มีความหมายว่าหงส์”
“ผมไม่ได้คิดไปถึงตรงนั้นเลยครับ ผมมีหน้าที่ทำเครื่องดื่มก็เลยคิดถึงแค่เครื่องดื่ม อีกอย่างพวกขนมผมก็ไม่ถนัดเสียด้วย” ฮั่วเฉินซีหันไปยิ้มให้เหอหลี่น่า “นาน่า คุณมีไอเดียอะไรจะเสนอไหมครับ แต่ผมให้คุณเสนอไอเดียเท่านั้นนะ ผมไม่ได้อนุญาตให้คุณทำขนมอย่างอื่นนอกเหนือจากข้อตกลงของเรา รอให้หาผู้ช่วยให้ได้ก่อน ถึงตอนนั้นคุณอยากจะทำอะไรผมจะไม่ขัดใจคุณเลย”
“ดูซิเนี่ย! เกือบลืมไปแล้วว่าป้ามาหาพวกเธอทำไม” คุณป้าลูซี่หัวเราะให้ตัวเอง “ป้าหาผู้ช่วยให้พวกเธอได้แล้วสามคน พวกเขาเป็พี่น้องกัน เสี่ยวอวี๋เป็พี่สาวคนโต เสี่ยวตงเป็น้องชายคนรอง ส่วนเสี่ยวจูเป็น้องสาวคนเล็ก พวกเขาเป็ครอบครัวที่เพิ่งย้ายมาอยู่ที่เกาะของเราได้ไม่นาน ทางเราจึงยังไม่ได้จัดสรรที่ดินทำกินให้ แต่โชคร้ายเรือประมงที่พ่อกับแม่ของพวกเขาไปทำงานเกิดล่ม พอเป็อย่างนี้แม้ทางเราอยากจะมอบพื้นที่ทำกินให้ แต่เด็กทั้งสามคนก็คงจะใช้ประโยชน์จากพื้นที่นั้นไม่เป็
ป้ากับอันนาเห็นว่าพวกเธอกำลัง้าพนักงาน อีกทั้งคาเฟริมหาดต่อให้เปลี่ยนผู้ดูแลใหม่ แต่ยังไงคาเฟก็ยังเปิดบริการต่ออยู่ดี ป้าก็เลยอยากฝากให้พวกเขามาทำงานกับพวกเธอด้วย อย่างน้อยในระหว่างที่ยังหาผู้ดูแลร้านไม่ได้ พวกเขาก็ยังดูแลร้านไปก่อนเป็การชั่วคราวได้ พวกเธอคิดว่ายังไงจ๊ะ”
“นาน่า ผมให้คุณตัดสินใจได้เลยนะ” ฮั่วเฉินซีบอก
เหอหลี่น่ายิ้มกว้างให้คนรัก เขาคงรู้แล้วว่าเธอ้ารับเด็กทั้งสามคนเข้าทำงาน “พวกเรายินดีรับพวกเขาทั้งหมดเลยค่ะ”
“แต่ป้าไม่แน่ใจว่าพวกเขาจะมีคุณสมบัติตรงตามที่พวกเธอ้าหรือเปล่านะ ป้าแค่เห็นว่าพวกเธอ้าพนักงาน ป้าก็เลยลองมาแนะนำพวกเขาให้เธอเท่านั้น”
“เื่นั้นคุณป้าไม่ต้องเป็ห่วงเลยนะคะ ฉันจะสอนงานให้พวกเขาเอง จะไม่ระบุตำแหน่งงานให้พวกเขาตายตัว แต่ฉันกับเฉินซีจะสอนให้พวกเขาทำงานให้ครบทุกหน้าที่ เผื่อวันใดวันหนึ่งมีใครไม่สบาย พวกเขาจะได้ทำงานแทนกันได้ค่ะ”
“ป้าขอบใจพวกเธอมากนะ เดี๋ยวป้าไปพาพวกเขามาแนะนำให้พวกเธอตอนนี้เลยดีไหม”
“ถ้ามันไม่เช้าเกินไปแล้วพวกเขาพร้อม คุณป้าก็พาพวกเขามาได้เลยค่ะ”
คุณป้าลูซี่ไม่แม้แต่จะสนใจเครื่องดื่ม เธอรีบเดินออกไปข้างนอก ใช้เวลาไม่นานเธอก็กลับมาพร้อมกับเด็กวัยรุ่นหน้าตาดีสามคน
“คุณป้าลูซี่ คุณป้าคงไม่ใช่อดีตนักกีฬาวิ่งร้อยเมตรเหรียญทองโอลิมปิกหรอกนะครับ ทำไมคุณป้าไปเร็วมาเร็วอย่างนี้ล่ะ” ฮั่วเฉินซีเริ่มแซว
“เข้าใจแซวคนแก่นะจ๊ะ ที่ป้าวิ่งเร็วเพราะกลัวพวกเธอจะเปลี่ยนใจต่างหากล่ะ” คุณป้าลูซี่มองค้อนฮั่วเฉินซี จากนั้นเธอก็หันไปมองเด็กวัยรุ่นทั้งสาม “พี่เฉินซีกับพี่นาน่าเป็คนดูแลที่นี่ พวกเธอรีบแนะนำตัวเองให้พวกเขารู้จักไว้สิ จากนั้นก็เรียนรู้งานให้ดีแล้วก็ต้องขยันด้วยล่ะ ถ้าป้าได้ยินว่าพวกเธอี้เีหรือไม่ตั้งใจทำงาน ป้าจะเปลี่ยนให้พวกเธอไปทำสวนแทน”
“คุณป้าอย่าไปขู่พวกเขาอย่างนั้นสิคะ เดี๋ยวพวกเขาก็เข้าใจว่าฉันกับเฉินซีเป็คนใจร้ายกันพอดี”
เสี่ยวอวี๋มองไปทางเหอหลี่น่าแล้วยิ้ม “เราสามคนได้ยินเื่ของพวกพี่มาแล้วค่ะ มีหลายคนบอกว่าพวกพี่เป็คู่รักที่เหมาะสมกันมาก ที่พวกเขาชอบมาอุดหนุนเพราะพวกเขาเชื่อว่าพลังความรักที่พวกพี่มีให้กันจะทำให้พวกเขาโชคดีได้เจอกับคนรักหรือคู่ครองดีๆ แบบนี้บ้างน่ะค่ะ”
“เธอคงเป็เสี่ยวอวี่สินะ คำพูดของเธอถูกใจฉันมาก เช้านี้ยังไม่ได้กินอะไรมาใช่ไหม เดี๋ยวฉันจะชงนมร้อนให้คนละแก้วนะ” ฮั่วเฉินซียิ้มจนแก้มปริให้คนรักเมื่อได้ยินคำชม ‘ฉันกับนาน่ากลายเป็ไอดอลด้านความรักให้ใครหลายคนไปแล้วเหรอเนี่ย’
“อย่าไปสนใจคนบ้ายอคนนั้นเลยจ้ะ พวกเธอแนะนำตัวกันต่อเถอะ” เหอหลี่น่าส่ายหน้าให้คนรักอย่างระอา ‘สายตาที่มองมาที่ฉันมันหมายความว่ายังไงกันเนี่ย เขาคงไม่คิดที่จะแสดงความรักกับฉันต่อหน้าคนอื่นหรอกนะ ถ้าเป็แบบนั้นฉันจัดการเขาแน่’
เสี่ยวอวี๋แนะนำตัวเป็คนแรก “ฉันชื่อเสี่ยวอวี๋อายุยี่สิบปี ฉันเรียนจบแค่ชั้นมัธยมปลาย แต่ฉันเป็คนเรียนรู้งานได้เร็ว ฉันสัญญาว่าฉันจะเรียนรู้งานจากพวกพี่ให้ดีและจะตั้งใจทำงานค่ะ”
“ผมเสี่ยวตงเป็ฝาแฝดกับพี่เสี่ยวอวี๋ครับ ผมก็เรียนจบชั้นมัธยมปลายเหมือนกัน ที่บ้านมีแค่ผมกับพ่อที่เป็ผู้ชาย ดังนั้นผมถึงได้ทำงานหนักมาั้แ่เด็ก ถ้าพวกพี่้าคนใช้แรงงาน ผมนี่ละครับเป็ตัวเลือกที่ดีที่สุด”
“หนูเป็น้องสาวคนเล็กชื่อเสี่ยวจู อย่ามองว่าหนูเป็คนตัวเล็กแล้วจะอายุน้อย ปีนี้หนูอายุสิบแปดปีแล้วและหนูก็เรียนจบชั้นมัธยมปลายมาแล้วด้วย หนูช่วยพ่อแม่แล้วก็พี่ๆ ทำงานมาั้แ่เด็กเหมือนกัน งานล้างจานหรืองานทำความสะอาด ถ้าพวกพี่ไม่ชอบทำก็ปล่อยให้เป็หน้าที่ของหนูได้เลยค่ะ”
เหอหลี่น่ามองเด็กทั้งสามคนอย่างพอใจ แม้พวกเขาจะผ่านเื่เศร้ามาได้ไม่นาน แต่แววตาและคำพูดของพวกเขากลับแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นที่พวกเขาจะต้องก้าวเดินไปข้างหน้า และที่สำคัญสามพี่น้องดูเหมือนจะรักและสามัคคีกันมาก
เหอหลี่น่าเผลอนึกไปถึงเหอหลี่จิ้ง แม้เหอหลี่จิ้งจะเป็เพียงน้องสาวบุญธรรม แต่เธอก็ปฏิบัติกับเหอหลี่จิ้งเหมือนน้องสาวแท้ ๆ แต่ทำไมเหอหลี่จิ้งกลับตอบแทนน้ำใจด้วยการทรยศและแย่งคู่หมั้นของเธอไปแบบนั้น มิหนำซ้ำเหอหลี่จิ้งยังแย่งความรักจากพ่อแม่ของเธอไปอีก จนทำให้เธอรู้สึกว่าเธอเป็คนนอกของบ้านหลังนั้น
ฮั่วเฉินซีเห็นคนรักเงียบไป เมื่อวางนมร้อนให้สามพี่น้อง เขาก็เดินมาโอบไหล่เธอ “คุณยังมีผม ผมจะก้าวไปข้างหน้าพร้อมคุณ”
แค่สี่คำสั้นๆ ที่ออกจากปากคนรัก เหอหลี่น่าก็รู้สึกว่าหัวใจของเธอถูกเติมเต็ม “ขอบคุณนะคะที่รัก”
คุณป้าลูซี่มองฮั่วเฉินซีกับเหอหลี่น่าอย่างพอใจ ความรักที่แข็งแกร่งจะช่วยให้พวกเขาผ่านพ้นอุปสรรคต่ไปได้ แม้แต่าแทางจิตใจ อีกไม่นานทั้งคู่ก็จะลืมความเ็ปนั้นไปได้เช่นกัน
ส่วนสามพี่น้องก็แอบมองคู่รักอยู่อย่างดีใจ ความรักของพวกพี่ทั้งสองทำให้พวกเขานึกถึงพ่อกับแม่ หากวันหน้าพวกเขาคิดจะมีความรัก พวกเขาต้องหาคนรักให้ได้เหมือนพี่ทั้งสองหรือไม่ก็ต้องหาให้ได้เหมือนพ่อกับแม่ เพราะมีเพียงความรักที่บริสุทธิ์เท่านั้นที่จะทำให้ครอบครัวมีความสุข
10 p.m.
เหอหลี่น่าเริ่มจดบันทึก ‘สามพี่น้องสอนให้ฉันรู้ว่าแม้จะผ่านเื่ร้าย แต่ถ้าเรามีใจมุ่งมั่นเราก็จะก้าวไปข้างหน้าได้เสมอ แต่ฉันขอเพิ่มเติม คนที่อยู่รอบตัวต้องพร้อมที่จะเดินไปข้างหน้ากับเราด้วย’