สายลมอ่อนๆ พัดผ้าม่านให้แกว่งไกวตามจังหวะลม ภายในห้องยังคงเต็มไปด้วยความเงียบงัน แต่ความเงียบนี้มิได้สงบ มันกลับเต็มไปด้วยความกดดันและตึงเครียด
เมื่อฮูหยินลี่เปิดกล่องไม้ที่ซ่อนอยู่ใต้ตู้เสื้อผ้า ท่ามกลางความใของลี่หยาและเสี่ยวลี่ ดวงตาของฮูหยินลี่จับจ้องสิ่งที่อยู่ในกล่องนั้น ดึงออกมาช้าๆ ภาพนิยายที่ม้วนไว้แน่นในมือของนางทำให้ความโกรธเริ่มพุ่งพล่าน
“นี่หรือ... สิ่งที่เ้าแอบอ่าน?” ฮูหยินลี่กล่าวขึ้น น้ำเสียงของนางเ็า แต่แฝงความผิดหวังอย่างรุนแรง นางพลิกดูนิยายเล่มหนึ่ง สายตาของนางไล่ไปตามหน้ากระดาษอย่างเงียบงัน ก่อนจะพับมันลงอย่างแรง
“ท่านแม่… ได้โปรดเถิด” ลี่หยา กล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ นางคุกเข่าลงทันที ดวงตาที่เต็มไปด้วยน้ำตาพยายามมองหน้าฮูหยินลี่ “ข้าขอโทษเ้าค่ะ… ข้าจะไม่ทำอีกแล้ว ข้าแค่…”
“เ้าคิดว่าอ่านนิยายสกปรกพวกนี้จะทำให้เ้าเป็คนดีขึ้นหรือ?” ฮูหยินลี่ขัดคำ กล่าวของลี่หยา เสียงของนางแหลมสูงขึ้น น้ำเสียงเต็มไปด้วยความโกรธ แต่ภายนอกยังพยายามควบคุมอารมณ์ให้สงบ เพราะนางมิอาจให้บ่าวไพร่ในบ้านรู้ถึงความผิดของบุตรสาวของตน นางหันไปสั่งเสี่ยวลี่โดยไม่รอฟังคำขอโทษของลี่หยา
“เสี่ยวลี่ เอานิยายพวกนี้ไปเผาที่สวนข้างนอก อย่าให้เหลือแม้แต่เล่มเดียว” ฮูหยินลี่กล่าวสั่งด้วยเสียงเฉียบขาด “เ้าไม่ต้อง กล่าวอะไร ข้าจะเฝ้าอยู่ที่นี่”
เสี่ยวลี่ใ แต่ต้องปฏิบัติตามอย่างไม่อาจขัดขืนได้ นางเดินไปที่กล่องไม้ ยกมันขึ้นอย่างลำบากเพราะนิยายภายในกล่องมีจำนวนมาก ขณะที่ลี่หยายังคงนั่งคุกเข่าอยู่ที่พื้น น้ำตาไหลอาบแก้ม นางพยายามอ้อนวอนอีกครั้ง
“ท่านแม่ ข้าอธิบายได้… นิยายเหล่านี้แค่เป็เื่ราวในจินตนาการ ข้าไม่ได้คิดจะทำตาม…” ลี่หยายังคงพยายาม กล่าว น้ำเสียงของนางยิ่งฟังยิ่งแหบพร่า
“เื่จินตนาการ? เ้าคิดว่าเื่พวกนี้ไม่มีพิษภัยหรือ?” ฮูหยินลี่มองลูกสาวด้วยสายตาคมกล้า “เ้ารู้ไหมว่าอ่านนิยายเช่นนี้ไปถึงไหน เ้าจะกลายเป็หญิงที่ไม่มีค่า ไม่มีใครปรารถนา!”
คำ กล่าวของฮูหยินลี่ทิ่มแทงหัวใจของลี่หยา นางรู้สึกเหมือนถูกตีสอนจนไม่อาจหายใจได้ นางยืนนิ่งอย่างหมดหนทางขณะที่เสี่ยวลี่เริ่มเก็บนิยายออกจากกล่องทีละเล่ม
เมื่อนิยายถูกนำออกไปจนหมด ลี่หยารู้สึกว่าหัวใจของนางกำลังถูกฉีกเป็เสี่ยงๆ แต่ฮูหยินลี่มิได้หยุดเพียงแค่นั้น นางหันไปหาลี่หยาแล้วกล่าวว่า “เ้าต้องรับผลจากการกระทำของเ้า นิยายเหล่านี้คือความอับอายของตระกูลลี่ ข้าจะเผามันเอง!”
บรรยากาศในห้องตึงเครียดอย่างน่ากลัว ขณะที่ฮูหยินลี่นั่งลงด้วยความเด็ดขาด สายตาของนางคอยมองตรวจสอบเพื่อไม่ให้มีนิยายเล่มใดหลุดรอดไปได้ ลี่หยาทำอะไรไม่ถูก ได้แต่เฝ้ามองเสี่ยวลี่ที่กำลังขนนิยายออกไป
“เสี่ยวลี่ ข้าจะช่วยเ้าเอง” ลี่หยากล่าวออกมาทั้งน้ำตา แม้ว่าใจของนางจะเต็มไปด้วยความเ็ป นางรู้ว่านิยายเหล่านี้เป็สิ่งเดียวที่ช่วยให้หัวใจของนางพ้นจากความทุกข์ในชีวิตที่ถูกบังคับ แต่ในยามนี้ นางไม่อาจขัดขืนคำสั่งของมารดาได้
เสี่ยวลี่มองคุณหนูของนางด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเห็นใจ “คุณหนู... ท่านไม่ต้องทำหรอกเ้าค่ะ ข้าจะจัดการเอง”
แต่ลี่หยาส่ายหน้า นางยื่นมือไปหยิบนิยายจากเสี่ยวลี่และช่วยขนออกไปยังสวนหลังบ้าน ภายใต้ต้นท้อใหญ่ที่มีใบสีเขียวสดและดอกท้อร่วงหล่นอยู่เบื้องล่าง สถานที่ที่เงียบสงบแห่งนี้กลับกลายเป็เวทีสำหรับการทำลายล้างสิ่งที่ลี่หยายึดถือ
เสี่ยวลี่และลี่หยาสลับกันเดินไปที่กองไฟที่ถูกจุดไว้กลางสวน ลี่หยาทำไปทั้งน้ำตา ขณะที่เสี่ยวลี่คอยหยิบนิยายแต่ละเล่มโยนลงไปในเปลวไฟ นิยายที่เคยเป็เหมือนโลกอีกใบของลี่หยากำลังถูกเผาไหม้ทีละเล่ม ไฟสีแดงฉานลุกโชนขึ้นสูง ส่งกลิ่นนิยายที่ไหม้ลอยขึ้นสู่อากาศ
ลี่หยายืนมองไฟที่กำลังกลืนกินนิยายของนางด้วยสายตาเต็มไปด้วยความเ็ป ความหวังสุดท้ายในชีวิตของนางกำลังถูกทำลายลง นางรู้สึกว่าต่อไปนี้นางจะไม่มีอะไรเหลืออีกแล้ว ไม่มีสิ่งใดที่จะพานางออกจากความเป็จริงอันโหดร้ายนี้ได้อีกต่อไป
นางทรุดตัวลงนั่งข้างกองไฟ หัวใจของนางเต็มไปด้วยความสิ้นหวัง น้ำตาหลั่งไหลออกมาไม่หยุด
ในยามนี้ ลี่หยาไม่รู้เลยว่ามีสายตาคมกล้าคู่หนึ่งกำลังมองดูนางอยู่จากบนต้นท้อใหญ่ที่อยู่ไม่ไกลจากที่นางนั่ง ดวงตานั้นแฝงไปด้วยความลึกลับ สายตาที่คอยติดตามนางอย่างใกล้ชิดโดยที่นางไม่เคยรู้