บทที่ 26
เสียงของใครสักคนดังเข้ามาจูเฟยหลินใจเต้นระรัวมือบางเย็นเชียบหากแต่มิได้เอะอะโวยวาย เหลียนฮวาเข้ามากอดนายหญิงเอาไว้ น้ำตาอาบสองแก้มใสอย่างห้ามมิได้ ร่างบางสั่นน้อยๆหากแต่พยายามปกป้องนายหญิงสุดชีวิต จูเฟยหลินยกยิ้มบางซาบซึ้งในสิ่งที่คนตรงหน้ากระทำ
"กำนี่ไว้ฮวาเอ๋อร์"
จูเฟยหลินส่งมีดพกให้สาวน้อยที่กำลังตัวสั่น มือบางกำมีดเล่มเล็กอย่างกล้าๆกลัวๆ
จิ้งเจิ้งหลี่ปะทะกับชายนิรนามอย่างแข็งขัน เขามิใช่คุณชายหรือพ่อค้าที่อ่อนแอ ฝีมือการสู้รบนั้นมิด้อยไปกว่าพี่น้องตระกลูฉีเลย หากแต่คราวนี้เขารู้สึกว่าตนเองไร้สมาธิ สายตาคอยแต่เหลือบมองที่รถม้าคันงามอย่างที่มิเคยกังวลใจเท่านี้มาก่อน หลายครั้งที่เขาเผชิญหน้ากับพวกโจรชั้นต่ำพวกนี้ หากแต่ฝีมือของเขาและลูกน้องทำให้เขามั่นใจว่าอย่างไรเสียทุกอย่างจะผ่านไปด้วยดี หากแต่คราวนี้กลับมีบางอย่างที่ทำให้เขาอยู่ไม่สงบ สายตายังคงจ้องไปที่รถม้าคันงามมิขาด นางจะหวาดกลัวเพียงใด แม้จะมี ฉีซือเป่า ฉีซือจิ้ง คอยดูแลความปลอดภัยให้นางแต่หัวใจและสายตาของเขาก็ไม่อาจละไปจากรถม้าคันงามนั้นได้จริงๆ เมื่อขาดสมาธิย่อมทำให้เกิดช่องโหว ดาบเล่มคมจึงบาดเข้าที่ต้นแขนแกร่งจนได้เื ฉีซือจง รีบรุดเข้ามาดูนายท่าน ก่อนจะจัดการต้นเหตุของการาเ็ของนายท่านตน แต่สิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้นเมื่อ มีชายชุดดำหลายคนมุ่งไปที่รถม้าคันงาม ประตูเกี้ยวถูกเปิดออกพร้อมร่างชายชุดดำ ฉีซือเป่า ฉีซือจิ้ง พยายามที่จะปลีกตัวมาหาฮูหยินน้อย หากแต่คู่ต่อสู้ตรงหน้าที่รุมเข้ามาชนิด 2 ต่อ1 ก็ไม่เปิดช่องโหว่ให้เขาทั้ง 2 เลย
"ใครคือฮูหยินจิ้ง"
น้ำเสียงเข้มและคมดาบที่ยื่นมาทำให้เหลียนฮวายิ่งตัวสั่น หากแต่ริมฝีปากบางก็เอ่ยออกตัวแทนนายหญิง
"ข้าคือฮูหยินหก หากเ้าจะจับก็จับเพียงข้าปล่อยสาวใช้ข้าไป"
จูเฟยหลินมองสาวใช้ที่ปกป้องตนทั้งที่ตัวนางเองก็สั่นเป็ลูกนกก็ให้รู้สึกซาบซึ้งยิ่งนัก ร่างบางเอาตัวบังสาวใช้ที่กำลังตัวสั่นไว้ด้านหลัง เหลียนฮวาสะอื้นไห้พยายามจะปกป้องนายหญิงของตน หากแต่ก็กลายเป็นางมาปกป้องตนเสียได้ น้ำตามากมายไหลอาบสองแก้มของเด็กสาว ทั้งซาบซึ้งทั้งหวาดกลัว
"ข้านี่แหละฮูหยินจิ้ง"
น้ำเสียงมั่นคงแวดตาดูคมหวาน หลังจากชั่งใจเพียงครู่โจรป่าก็ดึงข้อมือบางของจูเฟยหลินออกมา
"ดี..เสนอตัวขนาดนี้ก็มานี่"
ร่างบางถูกกระชากอย่างแรงจนกระทั่งนางตกลงมาจากรถม้า ร่างบางกระแทกลงพื้นอย่างแรงและเสียจังหวะในการทรงตัวจูเฟยหลินรู้สึกเจ็บที่ข้อเท้าขวาหากแต่ก็มิร้องโอดครวญร่างบางลุกขึ้นตามแรงกระชากหากแต่ความปวดร้าวก็ทำให้ทรงตัวไม่ได้ ชายชุดดำจึงรัดร่างบางมาแนบอกแขนแกร่งรัดต้นคอนางไว้ ฉีซือเป่า ฉีซือจิ้ง สลัดคู่ต่อสู้ได้ก็ตรงมาที่รถม้าหากแต่ก็ช้าไปเมื่อฮูหยินน้อยถูกจับตัวได้เสียก่อน
"อย่าลังเล จัดการเลย"
จูเฟยหลินบอกขณะที่เห็นแววตาลังเลของพี่น้องสกุลฉีทั้งสอง
"วางดาบลงไม่งั้นนังนี่ตาย"
"นี่เป็คำสั่งจัดการมันเดี๋ยวนี้"
เสียงของจูเฟยหลินแม้แฝงความหวาดกลัวไว้ในทีหากแต่ก็เด็ดขาด การต่อสู้รอบข้างชะงักในทันที จูเฟยหลินมองเจิ้งจิ้งหลี่ที่เวลานี่ใบหน้าแทบจะเปลี่ยนเป็สีดำเลยทีเดียว มือหนากำดาบในมือแน่น รังสีสังหารแผ่ออกมาจนหน้ากลัว หากแต่เมื่อสบตานางสายตาสำนึกผิดกับฉายชัดจนจูเฟยหลินััได้ ใบหน้าหวานเพียงยิ้มบางส่งให้เขา หากแต่ยิ่งเห็นรอยยิ้มหวานจากนางหัวใจของเขากับเต้นระรัวมากขึ้น มือหน้ากำแน่นกว่าเดิมจนขึ้นข้อขาวดาบในมือสั่นสะท้าน ชายผู้นั้นเขาจะมิปล่อยมันไปแน่นอน
"ปล่อยนาง!!"
น้ำเสียงเข้มดังจนชายชุดดำถึงกับสะดุ้ง สายตาอาฆาตจากชายตรงหน้าทำให้พวกเขาเริ่มหวั่นเกรงราวยืนต่อหน้าแม่ทัพใหญ่หากแต่มาถึงขั้นนี้แล้วจะให้ยอมก็เท่ากับฆ่าตัวตายชัดๆ จูเฟยหลินหยิบมีดสั้นอีกด้ามที่ซ่อนไว้ออกมา จิ้งเจิ้งหลี่มองนางแล้วได้แต่ส่ายหน้า เ้าจะทำอะไร..อย่าแม้แต่จะคิด ความหวั่นใจฉายชัดส่งมาให้นาง จูเฟยหลินยังคงส่งยิ้มอ่อนโยนให้เขาก่อนที่นางจะกำมีดสั้นแทงเข้าที่ท้องน้อยชายที่จับนางไว้ ร่างบางทิ้งน้ำหนักตัวลงกับพื้นทั้งหมดทำให้หลุดจากการจับกุมของชายชุดดำที่จับนางไว้ล้มลงกับพื้น ขณะที่ชายผู้นั้นก็เสียการทรงตัวล้มลงข้างๆนางเช่นกัน มือหนาที่กำดาบไว้พลันหันปลายดาบหานางทันที หากแต่ก็ช้ากว่าชายอีกคนที่จ้องมองนางมาโดยตลอดคมดาบปัดดาบชายชุดดำก่อนตวัดปลิดชีพชายผู้นั้นในดาบเดียว จูเฟยหลินมองชายตรงหน้าดวงตากลมโตเบิกกว้าง แม้จะรู้ว่าเขานั้นเก่งกาจด้านการค้า แต่การต่อสู้..นางมิคิดว่าเขาจะล้ำเลิศไม่แพ้กัน ใบหน้าคมหันมามองนางดวงตาที่จ้องมองมาบ่งบอกความไม่พอใจเอาไว้อย่างปิดไม่มิด ร่างหนาตรงเข้ามาช้อนร่างบางขึ้นในอ้อมแขนจูเฟยหลินไม่กล้าแม้แต่จะปริปากพูดสิ่งใด ใบหน้างามก้มงุดสงบอย่างที่ไม่เคยเป็
"จัดขบวนเดินทางต่อ ฉีซือเป่า ฉีซือจิ้ง จัดการทางนี้ให้เรียบร้อย"
"ขอรับนายท่าน"
ร่างหนามิกล่าวสิ่งใดเพิ่มเติมเขาก้าวตรงไปที่รถม้าคันงามก่อนจะนั่งในนั้นโดยมีร่างบางแนบอกมิยอมวาง แม้อยากจะลงไปจากตักเขาเพียงใดแต่จูเฟยหลินก็ทำได้เพียงสงบปากเอาไว้ ใบหน้างามแนบเข้าที่อกเขาจนได้ยินเสียงหัวใจที่เต้นระรัวของเขามือบางกำชายผ้าตนเองแน่นไม่คุ้นกับจิ้งเจิ้งหลี่ในแบบนี้เลยจริงๆ เมื่อมีคนอยู่เป็เพื่อนนายหญิงแล้วเหลียนฮวาจึงเนรเทศตัวเองมาเดินข้างรถม้าแทน แต่สาวใช้ที่อยู่แต่ในเรือนมิเคยเดินทางไกลเช่นนางก็ถึงกับหน้าซีด ขาสองข้างอ่อนล้าเสียจนแทบก้าวเดินต่อไม่ไหว แล้วจู่ๆร่างบางก็ลอยละลิ่วใบหน้าอ่อนวัยซีดกว่าเดิมหัวหมุนคว้าง ก่อนจะตั้งสติได้นางก็มาอยู่บนม้าในอ้อมแขนของใครสักคน ใบหน้าไร้เดียงสาเงยขึ้นสบตาเ้าของอกแกร่งที่นางอิงอยู่ ฉีซือจง สาวน้อยรีบก้มหน้างุดหัวใจเต้นระรัวอย่างไม่ทราบสาเหตุจนนางหวั่นว่าคนตัวโตจะััได้
"ข้าเดินไหวอยู่"
"อย่าทำตัวเื่มาก"
น้ำเสียงเข้มนั้นทำให้ร่างบางมิกล้าเอ่ยสิ่งใดอีกได้แต่ก้มหน้าเกร็งตัวมิให้ััอกแกร่งด้านหลังมากนัก ข้าพึ่งอายุเข้า 15 ปี เหตุใดจึงหน้าร้อนกับการใกล้ชิดบุรุษได้กัน ช่างน่าอายยิ่งนัก
…………………………………………………………………………………………………………………………….