ตอนที่หนึ่งร้อยสี่สิบสี่ บทนำเล่มที่สามเล่นแร่แปรธาตุ
ฮึ่ย โย่ะ ฮึ่ย โย่ะ
ครืน ครืน ครืน
บรรดาพี่กล้ามได้ลากสินสงครามที่ได้จากการปราบดันเจี้ยนต่างๆในบริเวณนี้และข้าวของต่างๆจากการที่ปราบพวกโจรที่ซ่อนอยู่อย่างสงบสุขกับมอนสเตอร์ในดันเจี้ยนลับมาแสดงให้กับชาวบ้านดู
ตึงโครม ตึง โครม
ท่านดยุกอูลริกบนบัลลังก์ทองคำที่มีพี่กล้ามแบกไปมาก็โบกมือทักทายประชาชน
แสดงให้เห็นว่ากองทัพของพี่กล้ามและกองทัพส่วนตัวของเขามีความยิ่งใหญ่มากแค่ไหนในการที่สามารถจัดการกับพวกมอนสเตอร์และโจรที่อยู่ในท้องที่ได้
นี่คือแผนการของดยุกอูลริกในการที่จะพยายามเปลี่ยนเงินตราสินทรัพย์ต่างๆให้เป็นกำลังรบ
เรียกว่า No Spare expense ไม่มีขีดจำกัดในด้านการลงทุนเพื่อการรบ
เพราะหากมีความพ่ายแพ้เกิดขึ้นมันหมายถึงค่าใช้จ่ายที่แพงมากกว่านั้น
ทั้งม้วนคาถา น้ำมนต์ล้วนเป็นของที่ต้องใช้เงิน
แต่ทว่าการจัดการกับพวกเนโครแมนเชอร์ในป่าดำได้ก่อนก็นับว่าทำให้เราประหยัดเงินอย่างมหาศาล
เพราะหากว่ากันตามจริงในเวลานี้
พวกเขาน่าจะอ่อนแอมากกว่าตอนเนื้อเรื่องต้นฉบับที่ทำพิธีกรรมต่างๆเสร็จเรียบร้อยแล้ว
“ยิ่งใช้ความรู้จากอนาคตความรู้จากอนาคตก็ยิ่งไร้ประโยชน์”
นั้นคือเรื่องจริง
แต่ผมก็อยากรู้เหมือนกันว่าฝ่ายตรงข้ามจะทำอะไรได้บ้างหากผมจัดการกับกองทัพที่จะยึดครองอาณาจักรได้ของพวกเขาไปก่อนอย่างนี้
คนที่มีเงินมากกว่าคือผู้ชนะ
และตอนนี้ผมได้ครอบครอง กล่องเล่นแร่แปรธาตุAlchemist’s Box เอาไว้ได้แล้ว
หมายความว่าจุดแข็งของผมที่มีเงินเยอะอยู่แล้วก็จะกลายเป็นยิ่งมีเงินเยอะมากขึ้นไปอีก
แต่ผมต้องขยายความแตกต่างของจุดแข็งของผมนี้ให้เป็นพลังรบให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้
ผู้คนอาจจะดูถูกสายอัลเคมิสต์...พรู๊ด
ไม่มีใครเป็นคนพรรค์นั้นหรอก
อัลเคมิสต์คือสายที่โกงที่สุดสายหนี่ง
ในช่วงเล่นเกมส์หลังๆหากเล่นได้กล่องเล่นแร่แปรธาตุมาแล้วล่ะก็
เราสามารถสแปมโกเล็มมาถมสนามรบเล่นจนฝั่งตรงกันข้ามยอมแพ้ได้เลย
ดังนั้นที่ผมทำคือรวบรวมของที่ “ไร้ค่า”ในเขตแดนของผมก่อนเท่าที่จะทำได้มาเปลี่ยนเป็นของที่“มีค่า”ด้วยกล่องเล่นแร่แปรธาตุและผมสามารถถมสนามรบเล่นได้ด้วยอุปกรณ์อาคมไปเลย
ไม่เคยมีใครสามารถบุกป่าดำได้มาก่อน..ก็เพราะดยุกอูลริกนั้นไม่เคยไปบุกป่าดำ!!!