Emperor of the Immortal God

    ตอนที่ 31 เลี้ยงฉลองรูมเมท

    วัศพลขับรถ Honda Civic มายังหอพักด้านหลังมหาวิทยาลัยซึ่งมีพื้นที่แยกออกจากโซนมหาวิทยาลัยอีกทีหนึ่ง ประเภทของหอพักจะมีทั้งหมด 2 โซน ได้แก่โซนหอในและโซนหอนอก

     

    โซนหอในขึ้นตรงกับมหาวิทยาลัยพื้นฐานประจำจังหวัดห้องพักมีขนาด 26 ตารางเมตรมีตู้ เตียง โต๊ะเขียนหนังสือ โทรทัศน์ขนาด 32 นิ้ว เครื่องปรับอากาศ และห้องน้ำในตัวซึ่งค่าเช่ารายเดือนคิดราคาถูกมากเป็นการช่วยแบ่งเบาภาระของนักศึกษาต่อคนเพียง 2,500 บาท / เดือนเท่านั้นทั้งยังกำหนดให้แต่ละห้องต้องมีนักศึกษาอยู่อย่างน้อยสองคนอีกด้วยมิเช่นนั้นนักศึกษาจะต้องชำระเป็นจำนวนเงินเท่ากับสองคน

     

    ส่วนโซนหอนอกโซนนี้ทางมหาวิทยาลัยไม่ได้เข้าไปบริหารจัดการ เพียงแต่กำกับดูแลเท่านั้นหอพักมีหลายเกรดตามความหรูหราและความสะดวกสบาย มีราคาเริ่มตั้งแต่ 10,000 บาท ต่อเดือน ไปจนถึง 30,000 บาทต่อเดือนเลยทีเดียว

     

    วัศพลขับรถไปยังหอพักHiso House เป็นตึกสูง 9 ชั้นที่หรูหรา สไตล์โมเดิรนมีที่จอดรถภายในอาคาร ลักษณะของหอพักนี้คล้ายกับคอนโดมิเนียมหรูใจกลางจังหวัดมีส่วนกลางที่ครบครัน ทั้งฟิตเนส สระว่ายน้ำ สนามแบด สนามเทนนิส สนามฟุตซอลรวมถึงโซนอ่านหนังสือ

     

    “เอาหละถึงแล้วเพื่อนๆ ”

     

    วัศพลเดินนำไตรภพและทัดดนัยไปที่ชั้น9 ในโซนชั้น 9 นี้มีเพียง 2 ห้องเท่านั้น เรียกได้ว่าเป็นโซน VIP ของตึกเมื่อเปิดประตูเข้าไปเป็นห้องที่มีพื้นที่กว้างมาก พอ ๆ กับพื้นที่บ้านเดี่ยวขนาดใหญ่มีสระว่ายน้ำขนาดเล็กอยู่กลางห้อง ตกแต่งด้วยสวนสไตล์ยุโรป มีน้ำพุไหลอยู่ตลอดเวลาเมื่อเดินตั้งแต่ประตูไปจนถึงกลางห้อง จะพบกับโซฟาขนาดใหญ่ล้อมกันเป็นรูปตัวยูอยู่ใจกลางบรรยากาศร่มรื่น

     

    “นี่มันหรูหราไปรึเปล่า”

     

    ไตรภพเอ่ยถามวัศพลตอนแรกที่เขาตัดสินใจที่จะมาอยู่หอ คิดว่าคงเป็นห้องธรรมดา อาจจะเตียงสองชั้นมีโต๊ะทำการบ้าน แต่ภาพที่เห็นมันหรูพอ ๆ กับบ้านของไตรภพที่มงคลแต่งให้เสียอีก

     

    “ฮ่า ๆ เด็ก ๆโซนนี้ไม่ได้เช่านะเฟ้ย สองห้องนี้ต้องซื้อขนาดเท่านั้น”

     

    วัศพลเอ่ยด้วยความภาคภูมิใจพลางหยิบไวน์ออกจากตู้เย็นเดินมาบริเวณใจกลางห้อง รินไวน์ใส่แก้วที่วางอยู่บนโต๊ะส่งแก้วให้กับเพื่อนทั้งสองคน

     

    “ตอนแรกฉันมาเห็นก็ตกใจเหมือนนายนั่นแหละไตรภพแต่ตกใจยิ่งกว่าคือราคาซื้อขาดของห้องนี้ 20 ล้าน แพงชิบหาย ใครมันจะโง่ซื้อห้องเอาไว้วะ”

     

    “หนอยแกด่าฉันหรอ ทีแกหละซื้อรถเก่า ๆ เส็งเคร็งราคาสิบล้าน เอาเงินไปซื้อ Porsche ดีกว่า มีแต่ไอพวกโง่เง่าเต่าตุ่นเท่านั้นที่คิดแบบนี้”

     

    “พอเลยพวกนายไม่ทะเลาะกันสักวันไม่ได้หรอ”

     

    ไตรภพรีบเข้ามาห้ามศึกซึ่งทั้งสองกำลังจะห้ำหั่นกันด้วยการโต้เถียงชายหนุ่มดื่มแก้วไวน์ช้า ๆ รสชาติมันดียิ่งกว่าไวน์ที่ร้าน Moon Star เสียอีก

     

    “ฉันต้องจ่ายค่าเช่าห้องเท่าไหร่”

     

    “ไม่ต้องเพื่อนมาอยู่เป็นเพื่อนพวกฉันก็พออยู่กับไอเวรนี่มาสิบกว่าปีชักจะเบื่อหน้ามันเต็มทนแล้ว”

     

    “ฉันสิเบื่อหน้านาย”

     

    ดูเหมือนทั้งสองคนกำลังจะปะทะคารมกันอีกรอบคราวนี้ไตรภพไม่ได้ห้ามอะไร เพียงแต่จ้องมองสถานการณ์ตรงหน้าเท่านั้น

     

    ไตรภพใช้ความคิดประเมินเพื่อนทั้งสองคนตรงหน้าจากกิริยาท่าทาง คำพูดคำจา รวมถึงอาการเกรงกลัวของอาจารย์กฤษฎาทั้งสองคนนี้จะต้องเป็นลูกหลานของผู้มีอิทธิพลในจังหวัดอย่างแน่นอนเพียงแต่ไม่ได้บอกกล่าวไตรภพได้แต่พึงพอใจในการแสดงออกของทั้งสองคนซึ่งปฏิบัติต่อตัวเขาอย่างไม่มีการหวังสิ่งตอบแทนใดๆ

     

    “ถ้านายไม่สบายใจเอาแบบนี้ไหมนายเป็นเจ้ามือที่ ‘ปารีสสตาร์’ เย็นนี้ก็พอ ส่วนค่าห้อง ไม่ต้องจ่าย”

     

    “ปารีสสตาร์ ?”

     

    ไตรภพเอ่ยถามอย่างสงสัยสถานที่แห่งนี้คือสถานที่อะไรกัน ชายหนุ่มมองไปที่ทัดดนัยซึ่งมีใบหน้ากลั้นขำอยู่

     

    “เอาหน่า ไหน ๆก็ต้องฉลองกันถูกรึเปล่า แต่งตัวไปกันเลยดีกว่า”

     

    ไม่รอให้ไตรภพถามวัศพลและทัดดนัยเข้าไปแต่งตัวในห้องของตนเองซึ่งในห้องแห่งนี้แบ่งย่อยออกเป็นห้องนอนอีกสามห้อง ไตรภพไม่มีเสื้อผ้ามาเปลี่ยนจึงถอดไทน์ออก ปล่อยเสื้อขาวออกมานอกกางเกงเท่านั้น

     

    วัศพลและทัดดนัยเดินออกมานอกห้อง ชุดนักศึกษาถูกเปลี่ยนเป็นเสื้อเชิ้ตกางเกงสแล็คพร้อมทั้งเข็มขัดแบรนด์เนมที่แตกต่างกัน โดยของวัศพลเป็นยี่ห้อ LouisVuitton ส่วนของทัดดนัยเป็นGucci

     

    “ไอเวรแต่งตัวเหมือนฉันอีก”

     

    “นายหนะสิแต่งตัวเลียนแบบฉันดีนะไม่ใส่เข็มขัดเหมือนกัน เขาหาว่าคู่เกย์”

     

    พวกเขาทั้งสามคนออกจากห้องไปที่ลานจอดรถไตรภพมองหา Honda Civicคันสีแดงของวัศพล แต่ชั้นนี้มีรถจอดอยู่แค่คันเดียว ทั้งยังมีป้ายกั้นว่า VIP ชั้น 9 ทะเบียน กร777 น่าน อยู่หน้ารถ BMW Series 3 สีขาว

     

    “เราไม่ได้จอดชั้นนี้ไม่ใช่หรอ”

     

    ไตรภพเอ่ยถามด้วยความสงสัยวัศพลไม่ได้ตอบคำถามของเพื่อน เดินไปเปิดประตูของรถ BMW ด้วยกุญแจ Keyless

     

    “ไอวัศพลมันมีรถหลายคันแต่มันไม่ค่อยอยากจะขับคันนี้ในมหาวิทยาลัยเท่าไหร่ กลัวคนหมั่นไส้”

     

    “หมั่นไส้ ?”

     

    “เออดิหมั่นไส้ยังไม่เท่าไหร่ แต่ทะเบียนอันนี้ใครเขาก็รู้รถใคร”

     

    “ไอเวรแกเป็นพยาธิในท้องฉันหรือไงวะ”

     

    วัศพลแยกเขี้ยวเอ็ดทัดดนัยที่นั่งอยู่ข้างคนขับก่อนที่จะรีบขับรถออกจากหอพัก ตรงไปยังจุดหมายด้วยความรวดเร็ว เพียงระยะเวลา 15 นาที ก็มาถึง

     

    ปารีสสตาร์เป็นเลาจน์ที่หรูหราและใหญ่ที่สุดในจังหวัดน่าน ลูกค้าที่มาใช้บริการต้องเสียค่าธรรมเนียมรายปีตามบัตรของทางร้านโดยเป็นแบ่งเป็นบัตรเพชร บัตรทอง บัตรเงิน และบัตรทองแดงซึ่งแต่ละบัตรจะเสียค่าธรรมเนียมรายปีที่แตกต่างกันเพียงบัตรทองแดงที่มีเกรดต่ำสุดยังต้องเสียค่าธรรมเนียมรายปีถึง 10,000 บาท

     

    “สวัสดีครับคุณวัศพลคุณทัดดนัย”

     

    ทันทีที่จอดรถหน้าทางเข้าร้านมีพนักงานใส่ชุดสูทสีดำเดินมาเปิดประตูรถด้วยท่าทางนอบน้อมทั้งยังทักทายวัศพลและทัดดนัยราวกับรู้จักเป็นอย่างดี

     

    “ฝากรถด้วยนะเอาห้องเดิม”

     

    “ครับเชิญเลยครับ”

     

    ไตรภพเดินตามเพื่อนทั้งสองคนไปแบบงงๆ ขึ้นลิฟต์ซึ่งแยกออกมาอีกตึกหนึ่งเป็นโซนด้านหลัง เดินไปจนสุดทางเป็นห้องขนาดใหญ่แต่เล็กกว่าห้องที่หอพัก ตรงกลางมีโซฟาขนาดใหญ่ โต๊ะพลู คาราโอเกะโต๊ะยาวรับประทานอาหาร อีกทั้งมีห้องย่อยอีก 4 ห้อง

     

    “จะให้เรียกเด็กมาเลยไหมครับ”

     

    พนักงานโค้งตัวเอ่ยถามวัศพลมันลอบยินดีในใจวันนี้มันได้โชคใหญ่อีกแล้วลูกค้ารายนี้ถือเป็นลูกค้าระดับบัตรเงินของร้านมาทีไรให้ทิปพนักงานเสิร์ฟไม่ต่ำกว่า 500 ทุกครั้ง

     

    “เอามาเลย”

     

    พนักงานรับคำสั่งรีบเดินออกไปด้านนอกสองหนุ่มยิ้มอย่างมีเลศนัยมองไปที่ไตรภพซึ่งทำหน้าเหลอหลาอยู่บนโซฟา

     

    “เด็ก ?เด็กอะไร”

     

    “เดี๋ยวนายก็รู้ฮ่า ๆ อ่อนประสบการณ์ดีหวะ สงสัยยังไม่เคย”

     

     

    ไตรภพขมวดคิ้วมองรูมเมทของตนด้วยความสงสัยสถานที่แห่งนี้หรูหราคล้ายผับบาร์ แต่เป็น Private Zone อีกทั้งยังมีเด็กมาบริการ หรือว่า

     

    ก๊อก ก๊อก ก๊อก

     

    “ขออนุญาติครับ”

     

    ประตูถูกเปิดออกมาหญิงสาววัยรุ่นหน้าตาดีประมาณสิบคน เดินเข้ามาเรียงรายด้านหน้าของสามหนุ่มประชันกันยิ้มออกมาอย่างเฉิดฉาย

     

    “นี่เป็นพนักงานที่สวยที่สุดในร้านแล้วครับเรท S”

     

    วัศพลได้เลือกผู้หญิงหมวยตัวเล็กร่างบางไปนั่งข้างกายส่วนทัดดนัยเลือกสาวหน้าตาคมเข้มไปนั่งด้านข้างเช่นกันชายหนุ่มทั้งสองคนหันมามองไตรภพเป็นตาเดียว

     

    “เลือกสิเพื่อน”

     

    “นี่มันอะไรกัน? ไม่ใช่เด็กเล็กหรอกหรอ”

     

    ฮ่า ฮ่า ฮ่า

     

    สองเพื่อนซี้กลั้นขำไม่ไหวหัวเราะออกมาอย่างดังพนักงานที่ยืนอยู่ต่างพยายามกลั้นขำไม่เว้นแม้แต่พนักงานต้อนรับดูเหมือนชายหนุ่มที่หล่อเหลาตรงหน้าจะไม่ประสีประสาอะไร

     

    “ถ้าไม่เลือกฉันเลือกให้นะ”

     

    คราวนี้เป็นทีของทัดดนัยเสนอตัวที่จะเลือกพนักงานให้กับไตรภพเพราะเห็นท่าทางชายหนุ่มมีใบหน้าป่วยการ ล่อกแล่กไปมา

     

    “ไม่เอาฉันไม่เลือก นายให้พวกเธอออกไปเลย”

     

    ไตรภพตะโกนออกมาเสียงดังไล่พนักงานทั้งหมดออกไปทันที สองเพื่อนซี้ได้แต่ยืนมองตาปริบ ๆถอนหายใจอย่างเหนื่อยอ่อน แม้จะพยายามชักจูงไตรภพยังไงก็ตาม ที่สุดแล้วพนักงานต่างออกไปนอกห้องทุกคน

     

    ขณะนี้เหลือเพียงแค่สามหนุ่มและสองสาวที่อยู่ในห้องเท่านั้นพวกเขาต่างร้องเพลงกันอย่างสนุกสนาน ไตรภพได้แต่ทำหน้าเซ็ง ๆ พลางจิบวายแดง

     

    ‘นี่มันบ้าอะไรวะเนี่ย’

     

    ไตรภพมองบรรยากาศตรงหน้าเห็นมือปลาหมึกของสองหนุ่มจับนู่นจับนี่ไปทั่วตัวหญิงสาวทั้งสองคน จนร้องไปได้ 3 – 4 เพลง วัศพลและทัดดนัยต่างยืนขึ้น

     

    “ถ้านายเปลี่ยนใจโทรไปเรียกพนักงานแล้วกันเดี๋ยวพวกฉันเข้าไปก่อนหละ”

     

    “ไม่ลองจะเสียใจนะเว้ย”

     

    ทั้งสองคู่เดินเข้าไปในห้องเล็กๆ ทันทีที่พูดจบ ไตรภพได้แต่ถอนหายใจไปมา เหนื่อยหน่ายกับพฤติกรรมของเพื่อนทั้งสอง

     

     

    ไตรภพไม่รู้จะทำอะไรในห้องที่กว้างขวางเพลงจากโฮมเธียเตอร์ยังคงบรรเลงต่อไปเรื่อย ๆชายหนุ่มเดินออกจากห้องไปคล้ายต้องการออกจากสถานที่น่าอึดอัดแห่งนี้

     

    ไตรภพเดินไปเรื่อยๆ ข้างนอกเป็นกำแพงติดวอเปเปอร์หรูหรา ประดับด้วยดอกไม้นานาชนิด ทั้งยังมีแสงสว่างจากดวงไฟราคาแพงยิ่งขบเน้นความน่าอภิรมย์ของสถานที่

     

    “อะ อย่า”

     

    เสียงหญิงสาวเอ่ยอย่างหวาดกลัวได้กระทบโสตประสาทการได้ยินของไตรภพเป็นทิศทางห้องด้านซ้ายบริเวณชั้นเดียวกันกับห้องเมื่อครู่เพียงแต่คนละฟากของตึกเท่านั้นเอง

     

    “ดิ้นอย่างกับไม่เคยจะขัดขืดอะไรนักหนาวะ”

     

    เสียงดังออกมาจากห้องVIP 02 ไตรภพเดินไปหน้าห้องนั้นจังหวะเดียวกันประตูห้องถูกเปิดออกมา หญิงสาวคนหนึ่งชนกับไตรภพอย่างจัง

     

    “ช่วยด้วย”

     

    ไตรภพประคองร่างหญิงสาวไม่ให้ล้มลงเธอสวมใส่เสื้อสูทเหมือนสาวออฟฟิศ ผมยาวเหยียดตรงสายตาของไตรภพประสานกับหญิงสาวพอดิบพอดี

     

    ใบหน้าของหญิงสาวคมเข้มเป็นอย่างมากตากลมโต จมูกโด่งเป็นสันรับกับรูปหน้า ปากกระจับสีชมพู เปี่ยมด้วยเสน่ห์ของผู้หญิงจนเกินคำว่า ‘หน้าตาดี’

     

    “อะไรวะค่าตัวก็จ่ายแล้ว ไม่ใช่ถูก ๆ หนึ่งแสน จะหนีหาแม่เธอหรือไง”

     

    ชายร่างอ้วนฉุนุ่งผ้าเช็ดตัวเดินออกมานอกห้องมองหญิงสาวซึ่งอยู่ในอ้อมกอดของชายหนุ่มอย่างไม่พอใจ

     

    “เฮ้ยแกเป็นใครวะ มายุ่งอะไรกับเด็กฉัน”

     

    ชายร่างอ้วนเอ่ยอย่างจะเอาเรื่องไตรภพมันอุส่าห์เสียเงินเป็นจำนวนมากเพื่อจะได้ลิ้มลองเด็กใหม่คนนี้ผู้จัดการนำหญิงสาวมาเสนอให้มันโดยส่ง Line ทันทีที่มันอ่าน มันรีบขับรถมาที่นี่ทันทีเห็นหญิงสาวกำลังนอนหลับบนเตียงนอน มันรีบจ่ายเงินด้วยความพึงพอใจ

     

    เมื่อผู้จัดการออกไปแล้วมันเข้าไปอาบน้ำปะแป้งหอม ๆ พร้อมจะทำภารกิจกับหญิงสาว ทันใดนั้นเองหญิงสาวกลับตื่นขึ้นมา กรีดร้องอย่างตกใจ วิ่งออกไปหน้าห้อง

     

    “เธอ ?”

     

    “ฉะ ฉัน”

     

    หญิงสาวหนีบขาไปมาใบหน้าเริ่มรู้สึกร้อนผ่าวเหมือนกับควบคุมตัวเองไม่ได้เธอไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับร่างกายเธอ สติเริ่มจะเลือนราง

     

    “พูดด้วยไม่ได้ยินหรอวะ”

     

    ชายร่างอ้วนวิ่งเข้าหาไตรภพง้างหมัดเพื่อจะชกหน้าชายหนุ่มร่างอันเทอะทะที่ใช้แรงวิ่งทำให้ผ้าเช็ดตัวหลุดออกมาแต่มันไม่ได้สนใจเท่ากับการระบายอารมณ์ในตอนนี้

     

    ปัก

     

     

    ไตรภพเหวียงฝ่ามือกระแทกไปยังคอของชายตรงหน้ามันร้อง ‘อั่ก’ ร่างเอนลงไปด้านหลังเหมือนจะล้มลงไตรภพไม่รอให้มันล้ม ใช้เท้าขวาถีบซ้ำ จนร่างอ้วนของมันกระแทกโต๊ะกินข้าวกลางห้องที่เป็นโต๊ะกระจกแตกกระจาย

     

    เพล้ง