เทียนนักรบยอดคุณหมอ ภาคสี่ ตอนราชันเก้าพิภพ (จบแล้ว)

    ตอนที่ 98 ตำหนักจ้าวยมบาล

    “ เจ้าเป็นคนแรกที่สามารถ โจมตีข้ากลับได้เป็นคนแรก คราวนี้ข้าจะใช้พลังสุดยอดคาถาของข้า เตรียมรับมือ” คราวนี้ซามู่นำไม้กายสิทธิ์ที่เป็นรูป งูจงอาง ชี้มาที่หน้าฟางอี้ แล้วพูดออกมาว่า

    “ ขออัญเชิญ พลังงูจงอางศักดิ์สิทธิ์ จงมาสถิตย์ในไม้กายสิทธิ์นี้ จงทำลายล้างมันเสีย” 

    ไม้กายสิทธิ์ของมันกลายเป็นงูจงอางยักษ์พุ่งเข้ากัดร่างของฟางอี้ ด้วยความเร็วสูง  มันพุ่งเข้ากัดหัวไหล่จนจมเขี้ยว ร่างของฟางอี้กับไม่รู้สึกใดใด แต่ว่าซุนหมิงที่อยู่ข้างล้าง กลับอ้าปากตาค้าง คล้ายจะส่งเสียงร้องออกมา แต่ไม่สามารถส่งเสียงออกมาได้ เพราะเสี่ยวเทียนได้จี้สะกัดจุดใบ้ ไม่ให้ส่งเสียงเอาไว้ ได้แต่หน้าแดง ปากสั่น เจ็บปวดทรมานยิ่ง เสี่ยวเทียนเลยให้กินน้ำทิพย์สวรรค์เข้าไปหนึ่งหยด เลยสงบนิ่งลงได้

    ในขณะเดียวกัน  ศิษย์พี่ฟางอี้ ก็ใช้ไม้กายสิทธิ์ที่กลายเป็นดาบ ฟันร่างของงูจงอางขาดออกเป็นสองท่อน ปล่อยให้หัวงูจงอางที่กัดหัวไหล่ไม่ยอมปล่อยอยู่อย่างนั้น

    “ เจ้าถูกพิษจงอางศักดิ์สิทธิ์แล้ว เจ้าจะค่อยๆ หลับไหลไป เจ้าแพ้แล้ว”

    ซามู่เดินเข้าไปหามั่นใจว่าฟางอี้เสร็จเรียบร้อยแน่

    แต่ว่าฟางอี้กลับไม่เป็นอะไร แล้วยกไม้กายสิทธิ์ฟาดเข้าใส่ซามู่ที่ยังตกใจอ้าปากค้าง ไม่คิดว่าฟางอี้จะขยับตัวได้ 

    “พลังขอนไม้กายสิทธิ์”     

    ไม้กายสิทธิ์ของฟางอี้กลายเป็นขอนไม้ใหญ่ฟาดเข้าศรีษะของ ซามู่อย่างจัง ร่างถึงกับทรุดตัวลงไปในดินกว่าครึ่งตัว

    แล้วฟางอี้ก็กระหน่ำตีที่ลำตัวอีกไม่ยั้ง ร่างที่แข็งแกร่งของซามู่ ถึงกับตัวบวมไปหมด แต่ว่าด้วยร่างกายที่ใหญ่โต ถึงแม้ร่างกายจะถูกฟาด จมดินไปครึ่งตัว

    ก็ไม่ยอมหมดฤทธิ์ กลับคว้าคอของ ฟางอี้ได้ แล้วระดมหมัดต่อยเข้าใส่หน้าของฟางอี้ไม่ยั้ง  ตูม ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ !! ใบหน้าฟางอี้ไม่เป็นอะไรแม้แต่น้อย

    แต่กลับเผยยิ้ม ออกมาคล้ายสัตว์ร้าย เก็บไม้กายสิทธิ์ แล้วใช้มือซ้ายบีบคอซามู่กลับไปบ้าง แล้วใช้มือขวา ระดมต่อยออกไปเป็นชุดๆ เช่นกัน  ตูม ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ !!

    คราวนี้หน้าตาของซามู่บวมยิ่งกว่าเดิม เปลือกตาบวมปิดแทบจะมองไม่เห็น

    “แกตาย” 

     ซามู่แม้มองด้วยสายตาเพียงข้างเดียวก็ไม่ยอมแพ้ แลกหมัดกับฟางอี้จนคนดูต้องร้องปรบมือลั่น ส่งเสียงเชียร์คนทั้งคู่อย่างเมามัน ไม่ว่าใครแพ้ใครชนะ ผู้ชมต่างชื่มชมด้วยกันทั้งคู่

    แล้วในที่สุดซามู่ก็ทนไม่ไหวดวงตาปิดทั้งสองข้าง หน้าตาบวมจนไม่มีใครจำหน้าเดิมได้ ล้มลงสลบลงไป ส่วนฟางอี้กลับหน้าตาเหมือนปกติมีแค่คราบเหงื่อไคล ไหลย้อยออกมาเท่านั้น

    จนกรรมการประกาศออกมาเสียงดังว่า

    “ ฟางอี้ แห่งสำนักเหยาซานชนะเป็นผู้ชนะเลิศจ้าวจอมเวทย์ในปีนี้” 

    ฝูงชนปรบมือยินดีกันไปทั่ว ถึงแม้ตอนท้ายๆ จะไม่มีการใช้เวทย์ใดใด   ดูแล้วออกจะเหมือนมวยวัดต่อยกันก็ตาม แต่ทุกคนสนุกสนานก็เพียงพอแล้ว 

    สี่สาวดรุณีสำนักมู่เจียต่างเข้ามายินดีกับฟางอี้กันออกนอกหน้า

    ฝ่ายสำนักโม่จินต้องพา ซามู่ออกจากเวทีออกไปรักษา

    หันกลับมาที่ซุนหมิงที่บัดนี้ ในหน้าได้บวมฉึ่ง ตาบวมปิดทั้งสองข้างไม่น้อยไปกว่า ซามู่ เสี่ยวเทียนต้องให้กินน้ำทิพย์อีกหยด แล้วรีบกระจายน้ำทิพย์ให้เข้าไปรักษาโดยเร็ว เพื่อไม่ให้คนอื่นจับได้ ไม่นานนักก็หายเป็นปกติ 

    ส่วนเจินเจิน กับวาวา ต่างก็ดูแล้วก็สนุกสนาน ยิ่งหันมามองซุนหมิงแล้วก็อดขำไม่ได้  จนสิ้นสุดงานเลิก ศิษย์พี่ถือถ้วยชนะเลิศ พาดสายสะพาย ผ้าคลุมวิเศษ หมวกประจำตำแหน่งจ้าวแห่งจอมเวทย์ประจำปีลงมา

    “ ขอบใจเจ้ามานะ จ้าวอี้ ข้าขอมอบ เสื้อคลุมล่องหนนี้ให้เจ้าแทนก็แล้วกัน”

    เสี่ยวเทียนรับมาตามที่อาจารย์ลู่เอินสั่งเอาไว้ แล้วไม่พูดอะไรต่อ

    “วันนี้ข้ามีความสุขจริง พวกเราไปเตรียมฉลองกันเถอะ มีสี่ดรุณีสำนักมู่เจียกำลังรอไปกินอาหารทะเลเลิศรส ที่เหลาริมทะเลสาบด้านนั้น”

    ศิษย์พี่ฟางเอ่ยจบ ก็มีกองทหารมากันนับพันคน เข้ามาล้อมคนที่มาเที่ยวงานกันเป็นจำนวนมา ทหารเกราะเงิน เดินมาเป็นหน้ากระดาน มีเซียนราชันจอมเวทย์ผู้หนึ่ง ยืนอยู่ด้านหน้ากองทหาร แล้วยังมี เซียนจอมเวทย์มากันอีกสองคน

    “ จ้าวอี้ รัชทายาทเตือนเจ้าแล้ว อย่าออกจากสำนักเหยาซาน ครานี้เจ้าออกมาแบบนี้รนหาที่ตายจริงๆ”

    องค์ชายสี่กับองค์ชายแปด เดินเข้ามาสมทบแล้วเริ่มส่งสายตาหื่นกระหายออกมา

    “ฆ่าพวกมันให้หมด นำผู้หญิงทั้งสองคนมาให้พวกเรา” องค์ชายสี่เอ่ยออกมาโดยที่สายตากลับจับจ้องไปที่ วาวา

    เสี่ยวเทียนเห็นเช่นนี้ก็ เริ่มมีโมโหขึ้นมา ที่พวกมันบังอาจคิดชั่วกับภรรยาของเขา

    “ พวกแกคงไม่เคยเห็นนรกกันใช่ไหม” เสี่ยวเทียนเอ่ยช้าๆ แต่พลังเสียงที่ปล่อยออกมาล้วนทำให้คนได้ยินขนลุกอย่างประหลาด

    “ ฆ่ามันนนนน!”  องค์ชายแปดตะโกนสั่งออกมา ทหารเกราะเงิน ประทับปืนกลแล้วกระหน่ำยิ่งใส่ กลุ่มของเสี่ยวเทียนทันที   เปรี้ยง ๆๆๆๆๆๆๆๆ !!!!!

    เสี่ยวเทียนปล่อยยันต์เวทย์ป้องกันเอาไว้ กลายเป็นกำแพงหนา กระสุนปืนไม่สามารถเจาะผ่านได้อย่างง่าย เสี่ยวเทียนเรียกปราสาทเทพเซียน และ เทพอินทรี

    ตงตง แล้ว ไป๋น้อย ออกมาคุ้มครองทุกคน

    แล้วตนก็เหาะไปบนฟ้า ปล่อยพลังอัสนีสายฟ้า ออกมา สายฟ้านับร้อยพุ่งออกไปทหารนับพัน ต่างถูกอัสนีสายฟ้า ฟาดเข้าใส่ ร่างแต่ละคน ล้มระเนระนาด กระเด็นกลิ้งเกลื่อนไปทั่วพื้นดิน กลายเป็นไก๋ย่างถูกเผา ทั้งกองพัน

    เซียนราชันจอมเวทย์ เหวี่ยงดอกกุหลาบสีดำเข้าใส่เสี่ยวเทียน  แล้วใส่คาถายืดยาวแต่ได้ยินเพียงคำสุดท้ายว่า

    “ กุหลาบมารทมิฬ” 

    ดอกกุหลายที่มีดอกเดียวแตกกลีบ ลอยออกไปเต็มท้องฟ้าแล้วร่วงลงมากลายเป็นใบมีดคมกริบ พุ่งเข้าใส่เสี่ยวเทียนพร้อมกับมีกิ่งกุหลาบที่มีหนามแหลมคมพุ่งออกจากพื้นดินอีกเป็นจำนวนมาก  แต่เสี่ยวเทียนไม่สนใจใช้มือดึงน้ำจากทะเลสาบขึ้นไปบนฟ้า แล้วปล่อยลงมา

    “พลังเวทย์วารีเข็มพิฆาต” 

    เสี่ยวเทียนตะโกนออกมา น้ำทะเลสาบที่ตกลงมากลายเป็นเข็มปักเข้ากับใบไม้ จนถูกทำลายไปจนหมด ส่วนกิ่งหนามของต้นกุหลาบ

    ที่พุ่งขึ้นมา ก็ถูกเข็มน้ำ เจาะจนทะลุไม่เหลือซาก เซียนราชันเวทย์เห็นเช่นนั้นก็ตกใจ เพราะนี่มันเป็นพลังเวทย์ในตำนาน ที่หายสาบสูญไปแล้ว เสี่ยวเทียนฝึกสำเร็จได้อย่างไร

    แต่ไม่ทันจะคิดอะไรต่อ มวลน้ำที่กลายเป็นเข็ม พุ่งเข้าใส่ร่างของเซียนราชันจนร่างทะลุเป็นรูพรุน  อ้าปากตาค้าง ไม่คิดว่า เสี่ยวเทียนจะควบคุมสายน้ำได้รวดเร็วดั่งใจนึกได้อย่างนี้  ร่างของเซียนราชันเวทย์ ตายต่อหน้าองค์ชายสี่ กับองค์ชายแปด

    ในสภาพนี้ ทั้งสองมองหน้ากัน ก็โกยแน่บไปในทันที มีหรือที่เสี่ยวเทียนจะปล่อยให้มันลอยหน้าลอยตา ต่อไปได้อีก เสี่ยวเทียนใช้พลังเทพเจ้าดูดร่างสองคนกลับเข้ามา แล้วใช้พลังกดดันจนหน้าแนบไปกับพื้น 

    แล้วกำลังจะใช้ฝ่ามือสุญญตา ซัดใส่ร่างขององค์ชายทั้งสอง แต่ฝ่ามือยังไม่ทันได้ปล่อยก็มีเสียงของไป๋เซียงตะโกนออกมา พร้อมพุ่งร่างมาขวางเอาไว้

    “ หยุดก่อน”

    “ แม่นางไป๋เซียง เจ้าคิดว่าจะช่วยมันทั้งคู่อีกหรือ?” เสี่ยวเทียนใช้เท้าเหยียบองค์ขายสี่เอาไว้

    “ ข้าเป็นคนคุ้มกันให้พวกเขาทั้งสองคน หากพวกเขาเป็นอะไรไป ตระกูลไป๋ของเราต้อง ถูกเล่นงานแน่ ข้าขอร้อง โปรดปล่อยพวกเขาไปเถอะ”

    เสี่ยวเทียนหันมามององค์ชายทั้งสองคนแล้วอดรู้สึกเสียดายไม่ได้

    “ ฮึ่ม วันนี้พวกแกสองคนโชคดีที่แม่นางไป๋ช่วยชีวิต หากข้าเจอพวกแกอีกพวกแกตายสนิทแน่  !” เสี่ยวเทียนเตะเข้ากลางลำตัวของทั้งสองคนจนกระดูกซี่โครงหักไปคนละสองซี่ อย่างน้อยต้องพักฟื้นไปอีกคนละไม่น้อยกว่าสามเดือน ไม่มีทางออกมาสร้างปัญหาให้ใครอีก

    เสี่ยวเทียนพูดจบก็พาภรรยาทั้งสองกลับสำนัก ศิษย์พี่ฟางอี้และซุนหมิงก็กลับไปกันหมดไม่มีใครอยู่อีกต่อไป  ศิษย์ฟางอี้ได้แต่ร่ำลากับสี่ดรุณี และนัดแนะกัน เพื่อเตรียมตัวเข้าป่าเชอร์วู้ด ในอีกสามวันข้างหน้า

    พอเสี่ยวเทียนมาถึงสำนักเหยาซานก็พาภรรยาทั้งสองเข้าไปในมิติฟ้าคราม

    แล้วเอ่ยถามอาจารย์ว่า ให้เขานำ ผ้าคลุมล่องหนมาทำไม

    “ ข้าเอามาศึกษาดู  แล้วจะทำการลอกแบบสร้างขึ้นมาอีก 2 ชิ้น”

    อาจารย์ลู่เอินเอ่ยจบ ก็ใช้ดวงเนตรสวรรค์ทำการลอกเลียนแบบ ผ้าคลุมล่องหนได้อีกชิ้น อย่างน่าอัศจรรย์   เสี่ยวเทียนลองมาสวมใส่ ก็สามารถ ล่องหนหายตัวได้จริงๆ 

    “โอ้โห วิชานี้สุดยอดไปเลย เมื่อไร จะสอนข้าเสียที ข้าจะลอกเลียนแบบ เหรียญทองให้เต็มห้องนอนของข้าเลย  เจ้าศิลานักปราชญ์นั่นก็ไม่ต้องสนใจมันแล้ว”

    “ หากเจ้ายังมีจิตที่หลงไหล ยึดติด กับสิ่งของนอกกายเหล่านี้ เจ้าก็ไม่มีโอกาสฝึกวิชาเนตรสวรรค์สำเร็จหรอก เอาไว้เจ้าสามารถควบคุมจิตใจให้ลดละความละโมบนี้ได้เมื่อไร  ข้าจะสอนเจ้าเอง”  อาจารย์ลู่เอินเตือนให้เสี่ยวเทียนลดความ โลภลงบ้าง  ทำให้เสี่ยวเทียนรู้สึกสลด ทันที

    “ อาจารย์ข้าแค่ พูดไปอย่างนั้นแหละ ข้าไม่ได้อยากได้เงินทองอะไร มากมายขนาดนั้นหรอก”

    “ ถ้าเช่นนั้น นำเหรียญทองที่มีอยู่ไปบริจาคให้หมดเลยดีไหม?”

    “ โอ๊ะ  โอ่ เอาไว้ก่อนดีกว่ามั๊ง อาจารย์ เวลานี้ลูกข้ายังไม่เกิดเลย อาจต้องใช้เงินทองอีกเยอะ วิชาเนตรสวรรค์อะไรเนี่ย เอาไว้ก่อนก็ได้ ข้ายังไม่ค่อยอยากเรียนเท่าไร” เสี่ยวเทียนพูดจบ ก็ขอตัวไปหาเจินเจินกับวาวา ทันทีไม่คุยเรื่องนี้อีก

    สามวันผ่านไป  กำหนดเปิด ป่าอาถรรพ์เชอร์วู้ด  ก็เริ่มขึ้น  สามนักจอมเวทย์ส่งลูกศิษย์มากันมากมาย ส่วนสำนักย่อยก็ส่งกันเข้ามาไม่น้อย บัดนี้ทางเข้าป่าเชอร์วู้ด เนือแน่นไปด้วยผู้คนมากมาย รวมทั้งคนในราชวงศ์โจว ก็มากันไม่น้อย

    ที่เห็นคุ้นตาคือ องค์ชายสี่ องค์ชายแปด คงจะมียาดี ถึงดูแล้วแข็งแรงเป็นปกติ แล้วยังมีเชื้อพระวงศ์อีกหลายคน ก็มาด้วยแต่ว่า ไม่เห็นรัชทายาท

    แต่ครั้งนี้  มีคนแต่งชุดคลุมสีเงินกับสีทอง มีผ้ามาปิดหน้า ยืนคอยอารักขา เพิ่มอีกสองคน ส่วนไป๋เซียงกับศิษย์พี่ซามู่ ก็มาอีกขบวนหนึ่งเป็นผู้นำศิษย์ของ สำนักโมจิน  ส่วนสี่ดรุณีมากับหญิงสาวนางหนึ่ง ถ้าทางจะเป็นศิษย์พี่สวมผ้าคลุมหน้าแต่งกายด้วยชุดเขียวหยก เป็นผู้นำศิษย์สำนักมู่เจีย 

    ส่วนฝั่งสำนักเหยาซาน มีศิษย์พี่ฟางอี้นำมา โดยมีเสี่ยวเทียนกับ ซุนหมิงมาด้วย

    องค์ชายสี่กับองค์ชายแปด มองเห็นจ้าวอี้เดินมา ก็เริ่มกระซิบ ให้ชายชุดคลุมสีทองกับสีเงิน ว่า

    “ ท่านยมทูตเงินทอง  คนที่ใส่ชุดขาว นั่นคือ จ้าวอี้ ครั้งนี้ข้าหวังว่า พวกท่านจะทำให้มันฝังร่างเอาไว้ในป่าเชอร์วู้ด ตลอดไป”  องค์ชายสี่เอ่ยด้วยเสียงเหี้ยมเกรียม

    “ พวกเราจะไม่ทำให้ องค์ชายผิดหวังอย่างแน่นอน”  ยมทูตเงิน กับยมทูตทอง รับคำอย่างมั่นใจ ว่าจัดการเสี่ยวเทียนได้แน่

    ส่วนไป๋เซียงกับซามู่ เมื่อพบหน้าเสี่ยวเทียนก็รีบเอ่ยเตือนว่า

    “ คราวนี้พวกองค์ชายสี่ถึงกับ เชิญ ยมทูตเงินและยมทูตทอง  สองนักฆ่าจากตำหนักจ้าวยมบาล ซึ่งเป็นตำหนักลับของ  กษัตริย์โจวจื่อหวาง ว่ากันว่า จ้าวตำหนักยมบาล เป็นองค์ชายลับของกษัตริย์โจว มีพลังเซียนจักรพรรดิเวทย์แล้วด้วย เข้าไปด้านในแล้ว เจ้าต้องระวังตัวให้มาก”

    “ ขอบคุณแม่นางไป๋ที่บอก” เสี่ยวเทียนคิดว่า คราวนี้จะได้ปิดบัญชีกับพวกมันเสียทีต่อไปจะได้ไม่ต้องมาเป็นกังวลกับพวกมันอีก

    “ อ้อ มีอีกเรื่องหนึ่งต้องบอกให้ท่านรู้ เมื่อวาน บ้านเด็กกำพร้าที่เมืองหลวง ถูกยมทูตเงินทอง สองคนนี้กวาดล้าง เด็กน้อยไร้เดียงสา ร้อยกว่าคนถูกพวกมันสังหารหมด ชาวบ้านต่างสาบแช่งพวกมันให้ลงนรก แต่พวกมันบอกว่า เด็กกำพร้าพวกนี้ ถูกเลี้ยงมาเพื่อเป็นนักฆ่า มีหลักฐานเป็นเงินพันล้านเหรียญทองอยู่ในบ้านเด็กกำพร้า ดังนั้นรัชทายาทจึงสั่งกวาดล้างพวกมันจนหมด ไม่มีเหลือ

    เรื่องนี้ข้านึกถึงคำพูดของพี่สาวทั้งสอง ที่บอกว่า ท่านเป็นคนมอบเงินจำนวนนี้ให้พวกเขาเอง แต่สุดท้าย กลายเป็นการทำร้ายพวกเขาทางอ้อม” 

    เสี่ยวเทียนฟังจบ ถึงกับเหงื่อในมือซึมขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว ในใจแทบจะเป็นเพลิงลุกไหม้ออกมา

    “ ชั่วช้าสามานย์นัก  สั่งเด็กน้อยมาสังหารข้าไม่สำเร็จ กลับฆ่าพวกเขาทิ้งทั้งหมด  เหล่าเด็กน้อยผู้บริสุทธิ์ทั้งหลาย จงฟังไว้ ข้าจ้าวอี้ให้สัตย์สาบานว่า หลังจากออกมาจากป่าอาถรรพ์แล้ว ข้าจะเอาหัวของรัชทายาทราชวงศ์โจว ไปเซ่นสังเวยดวงวิญญาณของพวกเจ้าทั้งหมด !”

    ทุกคนได้ฟังเช่นนี้ก็ตกใจ ไม่คิดว่าเรื่องราวจะกลายเป็นเช่นนี้ไปได้ ไป๋เซียงจะเอ่ยปากเตือนแต่ว่า ต้องเก็บเอาไว้เพราะแววตาของเสี่ยวเทียนในเวลานี้ มันช่างน่ากลัวเสียเหลือเกิน

    “ ศิษย์น้องเล็ก สงบใจเอาไว้ก่อน  พวกเรารีบเข้าไปข้างในป่าอาถรรพ์ก่อนดีกว่า เรื่องนี้กลับออกมาแล้วค่อยคิดอ่านกันใหม่ ไม่ว่าอย่างไร ศิษย์พี่ก็อยู่ข้างเดียวกับเจ้าเสมอ”

    “ ข้าก็อีกคน”  ซุนหมิงก้าวเท้าเข้ามายืนใกล้ๆด้วย 

    เสี่ยวเทียนหันมามองคนทั้งสองแล้วพยักหน้าให้  แล้วหันไปมองป่าเชอร์วู้ดด้านหน้า ที่หนาทึบ เห็นกลุ่มควันสีขาว กำลังค่อย ๆ จางหายไป แล้วมีช่องทางเดินปรากฏขึ้น  คนหลายร้อยคนรีบวิ่งเฮ กันเข้าไปอย่างรีบร้อน เสี่ยวเทียนเริ่มสัมผัสถึงบางสิ่งบางอย่างกำลังร้องเรียกเขาจากในป่าอาถรรพ์เชอร์วู้ด ! เลยเอ่ยออกมาว่า

    “พวกเราเข้าไปกันเถอะ”......

    คล้ายกับเรื่องเทียนนักรบยอดคุณหมอ ภาคสี่ ตอนราชันเก้าพิภพ (จบแล้ว) ที่คุณอ่าน