ก่อนที่กรงเล็บอันแหลมคมของเสือหนุ่มจะฉีกร่างบอสเป็นชิ้นๆ อีกแค่เพียงเสี้ยววินาที พลันมีแสงสว่างสีขาวพุ่งออกจากบริเวณหน้าอกของบอส กระแทกเสือโคร่งตัวนั้นกระเด็นออกไปเกือบ 10 เมตร
ผ่านไปชั่วขณะหนึ่ง บอสรู้สึกว่าตนเองยังคงรอดปลอดภัยอยู่ จึงค่อยๆ ลืมตาและคลายแขนที่บังสายตาอยู่นั้นออก จึงได้รู้ว่าตอนนี้เสือตัวดังกล่าวอยู่ห่างออกไปร่วม 10 เมตรแล้ว และดูเหมือนว่ามันจะกังวลหรือเกรงกลัวอะไรบางอย่างอยู่ จึงยังไม่กล้าเข้ามา บอสจึงตั้งสติแล้วท่องอาคมกำราบสัตว์ร้ายอีกครั้ง
“โอม…(ร่ายอาคม) จงกลับถิ่นของเจ้าไปเสีย เจ้าสัตว์ร้าย…”
บอสท่องอาคมด้วยสายตาที่ขึงขังจ้องมองไปยังเจ้าเสือร้ายตัวนั้น
เพียงชั่วอึดใจ เสือหนุ่มจากท่าทีที่เกรี้ยวกราดและไม่เป็นมิตรเมื่อครู่ กลับแสดงท่าทางหวาดกลัวออกมาอย่างเห็นได้ชัด แล้วค่อยๆ เดินถอยหลังกลับไปประมาณ 2-3 ก้าว ก่อนจะม้วนตัวกลับหลังและวิ่งจากไปอย่างรวดเร็ว
บอสถอนหายใจด้วยความโล่งอกที่ตนสามารถไล่เจ้าเสือร้ายตัวนี้ให้หนีไปได้ และแอบสงสัยว่าเหตุใดเสือตัวนั้นที่กำลังพุ่งเข้ามาหาตน อยู่ๆ ถึงได้ออกไปอยู่ไกลถึงขนาดนั้น จนพวกลุงคำและชาวบ้านปีนกลับลงมาจากห้างดักสัตว์ แล้วรีบวิ่งมาหาบอสด้วยท่าทีที่ตื่นเต้น
“ไซ เอ็งเป็นเยี่ยงไรบ้าง แต่ข้าคาดว่าเอ็งคงมิเป็นกะไรดอกกระมัง กำราบมันเสียอยู่หมัดจนวิ่งเตลิดหนีไปเยี่ยงนั้น ข้ารู้สึกชมชอบเอ็งยิ่งนัก…”
ลุงคำ เข้ามาแตะที่ไหล่ขวาของบอสแล้วกล่าวชื่นชม พร้อมทั้งชาวบ้านอีก 3 คน ก็เข้ามาพูดด้วยสีหน้าประทับใจและชื่นชมในตัวบอส
“ใช่ๆ แล้วยิ่งตอนที่ไอ้โคร่งนั้นมันกำลังจะกระโดดขย้ำเอ็ง แล้วเห็นเอ็งปล่อยแสงสีขาวกระแทกมันไป หัวอกข้าแทบตกไปอยู่ที่ตาตุ๋มเลยหว่ะ เอ็งนี่มันสุดยอดจริงๆ มิรู้เลยว่าหมู่บ้านเราจักมีคนเยี่ยงเอ็งได้…”
“ข้าก็หาได้เยี่ยมยอด เยี่ยงที่ท่านลุง แลท่านน้าทั้งสามกล่าวชมขนาดนั้นดอกขอรับ อยู่ดีๆ ข้าก็พลันใช้อาคมพวกนั้นออกมาได้ ข้าก็มิรู้จักอธิบายแก่พวกท่านว่าเยี่ยงไร ข้าก็ตกใจเช่นกันขอรับ…”
“เอาหน่ะ เอ็งก็มิต้องถ่อมตัวเช่นนี้ดอก เอาเป็นว่าพวกข้าจักมิไปแจ้งแก่ผู้ใด ว่าเอ็งเป็นผู้มีอาคมก็แล้วกัน…”
บอสก็พยายามจะอธิบายความจริงให้ทุกคนฟัง แต่ทุกคนตอนนี้ไม่เชื่อเสียแล้ว เพราะได้เห็นความสามารถของบอสมากับตาทั้ง 4 คู่แล้ว บอสจึงได้แต่ต้องปล่อยเลยตามเลย เพราะทุกคนสัญญาว่าจะไม่ไปบอกใครต่อ
“เอ้า เช่นนั้นวันนี้ พวกเราก็รีบจัดการกวางป่าตัวนี้ให้เสร็จ แล้วแบ่งกันหาบลงเขากลับกันเถิด…”
ลุงคำจึงรีบบอกสิ่งที่ต้องทำต่อจากนี้ ซึ่งทุกคนก็เร่งช่วยกันชำแหละกวางป่าออกเป็นหลายๆ ส่วน แล้วทั้ง 5 คน ก็ช่วยกันหอบหิ้วลงเขากลับหมู่บ้านไป เมื่อลงมาถึง ชาวบ้านหลายคนที่พบเห็นพวกเขากำลังแบกเนื้อสัตว์กลับมา ต่างก็แสดงความยินดีกันยกใหญ่ เพราะพวกเขาเพิ่งขึ้นเขากันไปเพียงไม่นานก็กลับลงมาแล้ว แถมได้เนื้อกวางกลับลงมาด้วย
เมื่อทุกอย่างเรียบร้อย ก่อนที่บอสจะเดินกลับ ลุงคำได้บอกกับเขาว่า
“เฮ้ย ! ไอ้ไซ… คืนนี้เอ็งมาบ้านข้าให้ได้เลยหนา พวกเรามาฉลองกัน ข้าจักรอเอ็งหนา…”
บอสได้ฟังแล้วก็ครุ่นคิดอยู่พักหนึ่ง เพราะพระอาจารย์สั่งไว้ว่าห้ามออกจากกุฏิไปไหนยามค่ำคืน จึงทำได้เพียงรับปากลุงคำส่งๆ ไปก่อน แล้วค่อยตัดสินใจอีกครั้ง ซึ่งระหว่างเดินกลับ บอสนึกถึงสิ่งที่ชาวบ้านพูดถึงแสงสีขาวที่กระแทกเสือตัวนั้นออกไป ตอนนั้นเขามั่นใจได้เลยว่า ตนไม่ทันได้ท่องอาคมอะไรออกไปแม้แต่บทเดียว แล้วมันเกิดอะไรขึ้น
แล้วพลันนึกขึ้นได้ว่าช่วงขณะนั้น ตนรู้สึกอุ่นและร้อนบริเวณหน้าอกภายในเสื้อ เลยเอามือมาคลำดู จึงแจ้งแก่ใจว่า น่าจะเกิดจากตระกุดของพระอาจารย์เป็นแน่ บอสจึงดึงสายห้อยที่คอขึ้นมา แล้วจับตระกุดมามองดูอย่างถี่ถ้วน
‘ใช่แล้วแหล่ะ ต้องเป็นสิ่งนี้แน่ๆ ที่ดีดเจ้าเสือนั้นออกไป พระอาจารย์ได้ช่วยชีวิตเราไว้อีกครั้งแล้ว…’
ยิ่งบอสรู้ว่ามีสิ่งนี้ เขายิ่งมั่นใจว่าไม่น่ามีอะไรจะมาทำอันตรายเขาได้แล้วเป็นแน่ เขาจึงเดินกลับกุฏิพระอาจารย์อย่างสบายใจ
ขณะที่บอสกำลังจะอาบน้ำ วันนี้เขาพบว่าแอ่งน้ำที่ใช้ประจำเริ่มแห้งขอดจนไม่สามารถอาบต่อได้ในวันถัดไปแล้ว ต่อไปเขาจะต้องไปหาบน้ำมาใส่โอ่งดินไว้ เพื่อเอาไว้ใช้ล้างหน้าในตอนเช้า พอหลังจากอาบน้ำเสร็จ วันนี้เขาจึงพยายามตักน้ำที่เหลืออยู่จากแอ่งน้ำนั้นให้ได้มากที่สุดมาใส่ไว้ในโอ่งข้างกุฏิพระอาจารย์ แล้วพรุ่งนี้จึงค่อยไปหาบน้ำจากหนองน้ำมาใส่เพิ่ม
จนเข้าสู่ช่วงหัวค่ำ บอสก็จุดไต้ไว้ 2 คบเช่นเดิม และเขาก็นึกขึ้นได้ถึงคำภีร์สรรพอาคมที่วันนี้ได้สำแดงช่วยชีวิตเขาไว้ จึงรีบเข้าไปค้นในกล่องคำภีร์ของพระอาจารย์ เพื่อจะนำมาศึกษาและพิจารณาต่อ เพราะมันอาจจะทำให้เขาได้อาคมอื่นเพิ่มเติมมาอีกก็เป็นได้
แต่สิ่งที่ไม่เข้าใจก็ได้เกิดขึ้นอีก บอสได้พยายามค้นจนทั่วทั้งกล่องแล้ว แต่กลับไม่พบคำภีร์ผูกนั้นเลย เขาทั้งมึนงงและสับสน เพราะจำได้ว่าตนเป็นคนวางคำภีร์ผูกนั้นไว้ใต้สุดของกล่องด้วยมือตัวเอง แล้วมันหายไปได้อย่างไร และยิ่งกังวลใจหนักกว่าเดิม เพราะเกรงว่าเมื่อพระอาจารย์กลับมาแล้วพบว่าคำภีร์หาย ตนน่าจะถูกพระอาจารย์ตำหนิและลงโทษเป็นแน่
ยิ่งคิดยิ่งกังวลใจและว้าวุ้น บอสเลยพาลไม่สบายใจและร้อนรนไปหมด ระหว่างนั้นพลันได้ยินเสียงคนตะโกนเรียกอยู่ข้างนอก จึงออกไปดูที่หน้ากุฏิ พบว่ามีชาวบ้าน 2 คนมาหา ซึ่งเป็นคนที่กลับมาจากภูเขาที่ไปล่าสัตว์ด้วยกัน บอสเลยนึกถึงคำชวนของลุงคำ จึงกระจ่างใจว่าทั้งสองคนมาหาตนทำไม โดยที่ทั้งสองยังไม่ทันได้เอ่ยวาจาใด
“พวกท่านน้ามาชวนข้าไปบ้านท่านลุงคำใช่หรือไม่ขอรับ รอข้าซักประเดี๋ยว ข้าขอเก็บของก่อนนะขอรับ…”
บอสได้ตัดสินใจที่จะไป โดยพินิจและชั่งน้ำหนักถึงสิ่งที่พระอาจารย์ได้สั่งไว้ (ว่าห้ามไปไหน) กับอาคมที่ตนเองมีตอนนี้ รวมถึงสิ่งที่พระอาจารย์ทิ้งไว้ให้ จึงคิดว่าทั้งหมดน่าจะคุ้มครองตนเองได้ และคิดว่าไปเพียงแค่บ้านลุงคำเท่านั้นซึ่งอยู่ไม่ไกลจากที่นี่เลย ไม่น่าจะเกิดอะไรขึ้น
หลังบอสจัดการกับข้าวของเสร็จ ก็เดินตามชาวบ้านทั้ง 2 คนนั้นไปทันที ระหว่างที่พวกเขากำลังเดินตามทางที่มีเพียงแสงจากคบไต้สลัวๆ เพียง 1 ดวง บอสสัมผัสได้ว่าคล้ายจะมีบางสิ่งกำลังตามพวกเขามาตลอดทาง บอสเริ่มรู้สึกไม่ค่อยดี จึงกำตระกุดพระอาจารย์ไว้จนแน่น จนทั้งหมดได้เดินมาถึงบ้านลุงคำอย่างปลอดภัย บอสจึงคลายความกังวลและความหวาดกลัวลง
เมื่อลุงคำเห็นทั้ง 3 เดินเข้ามา จึงรีบตะโกนเรียกให้ขึ้นมานั่งบนชานบ้านด้วยกัน ซึ่งบนนั้นมีชาวบ้านนั่งรวมกันอยู่แล้วประมาณ 4-5 คน โดยมีผู้หญิงคนหนึ่งซึ่งเป็นเมียของลุงคำ และมีชาวบ้านละแวกนั้นอีก 3 คน และคนสุดท้ายเป็นน้าอีกคนที่ขึ้นเขาไปด้วยกัน
ทั้งหมดจึงขึ้นไปนั่งรวมกันที่ชานบ้านของลุงคำ ไม่นานเมียลุงคำก็นำข้าวปลาอาหารออกมาวางให้ จากนั้นลุงคำจึงยื่นไหเล็กๆ ใบหนึ่งมาให้บอส แล้วพูดขึ้นว่า
“เอ้า ไอ้ไซ เอ็งเคยกินเหล้ามาก่อนหรือไม่วะ ลองดูหน่อยสิเอ็ง…”
“มิเอาดีกว่าขอรับท่านลุง ข้ายังเป็นเพียงเด็กน้อยอยู่เลย หากพระอาจารย์รู้ ท่านจักเอ็ดเอาได้ขอรับ…”
บอสพยายามบ่ายเบี่ยง เพราะตนเพิ่งจะอายุเพียง 14 ปีกว่าเท่านั้น เลยคิดว่าตนยังไม่ถึงเวลาอันควรที่จะต้องลองสิ่งนี้
“หากเอ็งมิพูด ข้ามิพูด และพวกมันก็มิพูด แล้วหลวงพ่อท่านจักรู้ได้เยี่ยงไร มาๆ ไอ้ไซ เอ็งอย่าพิรี้พิไร ยกๆ…”
ลุงคำยังคะยั้นคะยอและชาวบ้านคนอื่นที่นั่งอยู่ตรงนั้นต่างก็เห็นดีเห็นงามไปกับลุงคำด้วย บอสจึงได้แต่จำใจยกไหเหล้านั้นขึ้นดื่ม ซึ่งเขาคิดว่าคงจะดื่มง่ายเหมือนดื่มน้ำ จึงกระดกเข้าทีเดียวหลายอึก เจอความขมและฟาดของเหล้าต้มเข้าไปเต็มกลืน จึงพ่นเหล้าพุ่งออกมาเกินครึ่ง จนเป็นที่หัวเราะและขบขันของทั้งลุงคำและชาวบ้านที่นั่งดื่มกินอยู่นั้น
พอผ่านครั้งแรกนี้ไป บอสก็รู้ซึ้งถึงรสชาติของสุราแล้วว่าเป็นเช่นไร ยังคิดงงอยู่ว่า เหล้ามันไม่อร่อยแบบนี้ ทำไมทุกคนถึงชอบกินและกินกันอย่างสนุกสนานด้วย เมื่อโดนทุกคนคะยั้นคะยอให้ยกดื่มอีก เขาก็ทำได้เพียงฝืนกินและดื่มไปตามคำยุของลุงคำและชาวบ้านเช่นนั้น
จนบอสรู้สึกได้ว่าสติสัมปชัญญะของตนเริ่มไม่คงที่แล้ว รู้สึกประสาทสัมผัสมันช้าลง และเริ่มควบคุมตนเองไม่ค่อยได้
‘นี่สินะ ฤทธิ์ของเหล้าที่เคยได้ยินได้ฟังมา ได้สัมผัสกับตัวเองแล้ว นี่เราคงเมาแล้วใช่ไหมนะ ทำไมมึนหัวจัง…’
---------------------------------------
