ท่ามกลางความมืดมิดที่เงียบสงัด วันเวลาได้ล่วงเลยผ่านไปอย่างไร้ที่สิ้นสุด ร่างเงาสีเทาโปร่งแสงกำลังหลับไหลอยู่ในโลกมิติอันเว้งว้าง
ตัวของเขาได้หลับไหลอย่างสงบนิ่ง
กระทั่งเซียงหลินเริ่มรู้สึกตัวตื่นขึ้น ชายหนุ่มััได้ถึงความนึกคิดรวมถึงสติของตนเอง ถึงร่างกายของมันจะโปร่งแสงราวกับเป็ิญญาที่ไม่มีชีวิตแล้วก็เถอะ แต่ความรู้สึกแบบนี้มันเคยเกิดขึ้น
เพราะนี่คือปรากฏการณ์ที่เขาได้ััขึ้นในอดีต ่เวลาที่ถูกรถชนตายลงพร้อมกับได้มาเกิดใหม่ขึ้นอีกครั้ง
(นี่มัน.. โลกหลังความตาย)
(ฉันกลับมาเป็ครั้งที่สอง ไม่ใช่ว่าฉันต้องตายไปอย่างสมบูรณ์แล้วหรอไง)
เซียนหลินในร่างพลังงานได้ล่องลอยในความมืดอย่างไร้จุดหมาย จ้องมองไปยังความมืดมิด
ขณะเดียวกันก็เต็มไปด้วยความคิดที่ผุดขึ้น
สิ่งที่เกิดขึ้นสำหรับเขาตอนนี้เรียกว่าสภาวะร่างจิติญญา ถึงในอดีตชายหนุ่มจะใช้เวลาศึกษาสิ่งลี้ลับและเื่ราวพวกนี้มานานนับร้อยปี
มาร์เช่นเขาเองก็ยังไม่สามารถอธิบายถึงสิ่งที่เกิดขึ้นได้ ใน่ชีวิตแรกที่เขายังเป็ชายหนุ่มธรรมดากระทั่งตกตายลง เขาก็ได้มาอยู่สภาพร่างเช่นนี้ ล่องลอยไปมาท่ามกลางความมืดอย่างไม่รู้จบ
พร้อมกับที่ััได้ถึงแสงสว่าง มันก่อตัวขึ้นดั่งเช่นเป็ปลายทางที่ต้องไป
เมื่อผ่านอุโมงค์แสงสว่างที่เจิดจรัส ตัวของเขาก็ได้เกิดใหม่ในโลกของผู้ฝึกฝนวรยุทธ เริ่มต้นเส้นทางที่ยิ่งใหญ่ของตนเองมานานนับร้อยปี
สุดท้ายแล้วเขาก็ต้องถูกสังหารลง
เหตุการณ์เดิมๆที่เคยเกิดขึ้นมันก็ได้ย้อนคืนกลับมาอีกครั้งในตอนนี้แล้ว
(แต่ถ้าเป็แบบนี้มันก็หมายความว่า...)
(ฉันมีสิทธิ์ที่จะได้เกิดใหม่ขึ้นอีกครั้งใช่ไหม?)
พอคิดถึงสิ่งที่เกิดขึ้น ร่างพลังงานสีเทาตอนนี้ก็ดูตื่นเต้นเป็อย่างมาก
นี่คือโอกาสครั้งใหญ่ที่อะไรก็ไม่รู้ได้ประทานมาให้ แล้วมีหรือที่ตัวของมันจะปฏิเสธถึงสิ่งที่เกิดขึ้น
ชายหนุ่มยังฝันไว้เลยว่าอยากจะกลับไปเกิดใหม่ยังโลกแห่งเดิม โลกที่กว้างใหญ่และเต็มไปด้วยผู้ฝึกฝนวรยุทธ ไปจัดการทุกสิ่งที่ก่อนหน้านี้ทำไม่สำเร็จ
จัดการพวกที่ลงมือกับเขาให้สาสม
ถึงบางครั้งเขาจะไม่รู้ว่าทำไมมันถึงเป็เช่นนี้ก็เถอะ ในเมื่อชีวิตของเขายังไม่จบสิ้นลง เส้นทางของมาร์ก็ยังคงต้องดำเนินต่อไป
(หือ.. นะ..นั่นมัน?!!)
ขณะนั้นเซียงหลินก็ได้เห็นบางสิ่งที่ส่องประกายออกมา มันคือแสงสว่างสีขาวโพลนที่เจิดจรัส
ถึงมันจะอยู่ใกล้จนสุดลูกหูลูกตาก็ตาม
ทว่าสิ่งนี้มันกลับทำให้ความรู้สึกของเขาต้องสั่นไหว เพราะเ้าสิ่งนี้คือปลายทางที่เขาจะต้องไป
ถ้าร่างิญญานี้สามารถเดินทางผ่านแสงสว่างที่ก่อตัวขึ้นมาได้ ตัวของเขาจะได้กลับไปเกิดใหม่ขึ้นอีกครั้งนึง แล้วการกระทำแบบนี้มันก็ง่ายดายยิ่งกว่าปลอกกล้วยซะอีก
(ฮ่าฮ่าฮ่า มาร์เซียงหลินกลับมาแล้ว)
(ไอ้พวกเวรทั้งหลาย...)
(พวกแกล้างคอรอเอาไว้ได้เลย)
ไม่รอช้าร่างพลังงานสีเทาก็มุ่งตรงไปยังประกายแสงที่สว่างขึ้น มุ่งตรงไปยังจุดหมายปลายทางสุดท้ายที่ก่อตัวออกมาอยู่เบื้องหน้า
เพียงไม่นานตัวของชายหนุ่มก็ได้เดินทางมาถึงอุโมงค์แห่งแสงสว่าง พร้อมกับที่ร่างโปร่งแสงสีเทาได้เริ่มจางหายเข้าไปอย่างช้าๆ
(อึก? ไม่ชินซักทีแฮะ)
ประกายแสงที่สาดส่องกระทบเข้ามาทำให้ความรู้สึกของชายหนุ่มต้องอึดอัด เหมือนกับว่ามีแสงของดวงอาทิตย์ก่อตัวขึ้นในม่านตาของเขา
แล้วในที่สุดเซียงหลินก็ได้กลับไปเกิดใหม่ขึ้น
ร่างพลังงานสีเทาโปร่งแสงก็ได้จางหายไปจากความมืดมิดทั้งสิ้น
ชั่วพริบตาราวกับห้วงเวลาได้ผ่านพ้นไปเนิ่นนาน ตัวของเซียงหลินได้กลับมามีสติขึ้นอีกครั้งนึง
ในตอนนี้เขากำลังนอนหลับอยู่บนเตียงนอนที่ซ่อมซอ ภายในห้องเองก็มีสิ่งของเครื่องใช้อยู่น้อยชิ้น
เป็ห้องพักในแบบฉบับชีวิตยุคก่อนของเขา ไม่เหมือนกับในโลกผู้ฝึกฝนวรยุทธเลยซักนิด
เพราะมันมีพวกเทคโนโลยีและไฟฟ้า เต็มไปด้วยสิ่งของที่ชายหนุ่มนั่นคุ้นเคยจากชีวิตแรก
"นี่ฉันไม่ได้เกิดใหม่ขึ้นอย่างสมบูรณ์?"
"ไม่ได้เป็ทารก.. มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่"
"หรือว่าฉันกลับมามีชีวิตที่โลกเดิมแล้ว!!"
เมื่อคิดจบหัวใจของเขาก็เต้นระรัวด้วยความรวดเร็ว พยายามใช้มือทั้งสองข้างััไปยังชิ้นส่วนต่างๆของตนเองในทันที
นี่คือความรู้สึกของการมีชีวิต การมองเห็น ประสาทัั การได้กลิ่น การรับฟัง แขนและขาที่กำลังเคลื่อนไหว รวมถึงเสียงการเต้นของหัวใจที่ดังก้องขึ้นอยู่ในส่วนลึก ทั้งหมดสอดผสานกันเป็หนึ่งเดียว มันคือชีวิตของมนุษย์คนนึงที่เขาเคยได้ัั
ตัวของเซียงหลินรู้แล้วว่าเขาได้กลับมามีชีวิตขึ้นอีกครั้งอย่างสมบูรณ์ แต่ในครั้งนี้มันแตกต่างไปจากครั้งก่อนอย่างสิ้นเชิงเลยก็ว่าได้
เขาไม่ได้เกิดใหม่ในโลกผู้ฝึกฝนวรยุทธอีกต่อไป ตัวของเขาได้กลับมายังโลกยุคสมัยที่เต็มไปด้วยเทคโนโลยี มันคือโลกเดิมนั่นเอง
"ว่าแต่นี่มันร่างกายของใครกัน.....?!!"
ยังไม่ทันที่ชายหนุ่มจะได้พูดจบ
ทันใดนั้นภาพความทรงจำต่างๆของเ้าของร่างเดิมก็ถาโถมเข้ามายิ่งกว่าสายน้ำ มันไหลผ่านและผุดขึ้นมาจนทำให้ชายหนุ่มต้องกัดฟันแน่น ทำให้เขาตอนนี้ต้องปวดหัวเป็อย่างมาก แต่เมื่อได้เห็นถึงสิ่งที่เกิดขึ้น ความรู้สึกของเขาก็แปรเปลี่ยนไปในทันที
"อะไรกัน การเชื่อมต่อกับโลกใต้พิภพ"
"ก่อเกิดผู้ฝึกฝนพลังิญญามากมาย"
"มีภูติผีิญญาลึกลับที่ล่องลอยไปทั่วทั้งโลก"
เซียงหลินเบิกตากว้างและตกตะลึงกับประวัติศาสตร์ที่เกิดขึ้น โลกดังเดิมที่เขาจากมาตอนนี้ไม่เป็เหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว
ในประวัติศาสตร์ที่เ้าของร่างเดิมได้เคยอ่านมา เมื่อประมาณ50ปีก่อน โลกก็ยังคงอยู่ใน่ที่สงบสุข กระทั่งปรากฏการณ์ที่แปลกประหลาดมากมายได้เกิดขึ้น โลกที่ถูกเรียกว่าอาณาเขตของใต้พิภพได้เชื่อมต่อและผสานเข้ากับโลกของพวกเขา
ภูติผีิญญาร้ายมากมายปรากฏตัวออกมา พวกมันคือผีที่พวกเขาเห็นตามเื่เล่านิทาน
การปรากฏขึ้นของโลกใต้พิภพได้ทำให้ทุกสิ่งต้องแปรเปลี่ยนไป ภูติผีิญญาร้ายมากมายออกอาละวาด จับสิ่งมีชีวิตมากมายกินเป็อาหาร ไม่เว้นแม้แต่มนุษย์เองก็ตาม พวกเขาได้พบเจอการทำลายล้างที่เรียกได้ว่าเป็หายนะอย่างแท้จริง
กระทั่งการมาถึงของผู้ฝึกฝนพลังิญญา
การกำเนิดของพวกเขาได้ทำให้สถานการณ์ต้องแปรเปลี่ยนไปอีกครั้ง ผู้ฝึกฝนพลังิญญาสามารถต่อกรกับภูตผีิญญาร้ายได้ พวกเขาควบคุมผีิญญาให้ต่อสู้กับภัยพิบัติที่เกิดขึ้น
โลกได้เข้าสู่ยุคสมัยแห่งใหม่ ผู้ฝึกฝนพลังิญญาได้กลายมาเป็บรรทัดฐานของยุคสมัยที่แท้จริง โลกที่ครั้งนึงเคยสงบสุขได้เข้าสู่ความโกลาหล
พวกเขาต้องประสบกับภูติผีิญญาร้ายมานับแต่วันนั้น ทั้งสองได้กลายมาเป็ศัตรูคู่อาฆาตกันอย่างไม่รู้จบ ประเทศรวมถึงอาณาเขตทวีปต่างๆได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างใหญ่หลวง
เมืองมากมายได้ถูกสร้างขึ้นเพื่อป้องกันภูติผีิญญาร้ายที่กำลังรุนรานเข้ามา
เพียงไม่นานตัวของเซียงหลินก็ได้เข้าใจประวัติศาสตร์ใหม่รวมถึงชีวะประวัติที่เกิดขึ้นจากเ้าของร่างเดิม
"ฉันเข้าใจเื่ทั้งหมดแล้ว"
"คนนี้มีชื่อว่าเซียงหลินเหมือนกับฉัน เขากินยาฆ่าตัวตายเพราะทนรับสภาพกับสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ไหว"
"ไม่มีภูติิญญาแรกเริ่มเหมือนเช่นคนอื่นๆ"
"เมื่อไม่มีมัน.. พวกเขาก็จะเป็เพียงแค่ขยะที่ไม่สามารถเป็ผู้ฝึกฝนพลังิญญาได้"
"ต้องกลายมาเป็เพียงแค่คนธรรมดาที่อยู่ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่"
ชายหนุ่มคิดจบก็ลุกขึ้นจากเตียงนอน
เขาได้ก้าวเดินไปหยิบกระจกบานเล็กๆที่ตั้งวางไว้อยู่ไม่ไกล หยิบมันขึ้นมาและตรวจสอบใบหน้ารวมถึงรูปร่างของตนเอง จ้องมองสะท้อนไปยังภาพที่เกิดขึ้นอยู่เบื้องหน้า เมื่อเห็นมันเขาก็ค่อนข้างจะประหลาดใจอยู่ไม่น้อย
เ้าของร่างเดิมมีอายุประมาณ15ปี
ใบหน้ารูปลักษณ์เองก็ดูธรรมดา มีเส้นผมสีน้ำตาลตัดสั้น ั์ตาสีดำเหมือนคนทั่วไป ร่างกายสูงประมาณ170เิเ แต่กลับผอมแห้งราวกับเป็ขี้ก้างคนนึง แถมดูจากสภาพภายในและภายนอกแล้ว
มันก็เป็อะไรที่เลวร้ายอย่างมาก
ชายคนนี้ไม่มีพ่อและแม่
พ่อแม่ของเขาตกตายไปเพราะถูกิญญาร้ายสังหาร ทำให้เซียงหลินต้องอยู่ตัวคนเดียว ไม่ได้เรียนต่อ ต้องใช้ชีวิตของตนเองไปกับการทำงานพาร์ทไทม์ หาเงินมาเลี้ยงชีพของตนเองให้มีชีวิตรอดอยู่ไปวันๆ มันเป็แบบนี้มานานนับปีแล้วก็ว่าได้
"อืม... ไม่รู้ว่าพลังิญญาจะเป็ยังไง?"
"ถึงจะไม่มีภูติิญญา แต่มันก็น่าจะทำให้ฉันกลับคืนสู่มาร์ได้นะ"
เซียงหลินตอนนี้กำลังครุ่นคิดอย่างหัวหมุน
พยายามจะหาเส้นทางที่ทำให้เขากลับเป็เหมือนเช่นเดิม ถึงยังไงตอนนี้โลกก็ได้แปรเปลี่ยนไปแล้ว การเป็คนธรรมดาในโลกแห่งนี้มันก็ไม่แตกต่างไปจากการฆ่าตัวตาย
ถึงจะมีกฎหมายรองรับเหมือนเช่นเดิม มันก็คงแตกต่างไปจากตอนแรกๆอย่างลิบลับเลยก็ว่าได้
ไม่รู้เลยว่าตอนไหนที่พวกเขาจะถูกสังหารทิ้ง
มันแทบจะไม่แตกต่างไปจากโลกผู้ฝึกฝนวรยุทธที่เขาได้ผ่านพ้นมาเลยซักนิด เพราะมันคือโลกที่ปลาใหญ่กินปลาเล็กอย่างแท้จริง ผู้แข็งแกร่งย่อมต้องอยู่รอด ผู้อ่อนแอย่อมไม่มีค่าอะไรในสายตาของผู้ที่แข็งแกร่ง ทั้งหมดคือเื่จริงที่เกิดขึ้น
แต่ในขณะที่เขาคิดแบบนั้น เสียงอันแข็งกระด้างของใครบางคนก็ได้ดังขึ้นในหัวสมอง
[ติ๊ง! เชื่อมต่อระบบผู้พิชิติญญา]