บทที่ 42 ผู้หญิงไม่ได้เรื่อง
เหวินหน่วนไม่เคยคิดมาก่อนว่าวลี 'คืนที่ยาวนานกลายเป็นเพียงความฝัน' ที่เธอพูดจะเกิดขึ้นจริง วันถัดมาเหวินเฟิงฉีกลับคำและบอกว่าเขาจะให้สิทธิ์เข้ามหาวิทยาลัยกับโจวย่าหนี ซึ่งผิดจากเดิมที่เขาสัญญาว่าจะให้กับเหวินเจวียน
เหวินเจวียนเกือบเข่าทรุด ทำไมกัน ทำไมเหวินเฟิงฉีถึงเปลี่ยนใจในคืนเดียว?
"พี่ไปรู้อะไรมาใช่ไหม!" เหวินเจวียนวิ่งมาที่บ้านของเหวินหน่วนอย่างลนลาน เธอชี้ที่เหวินหน่วนซึ่งกำลังรดน้ำต้นกล้าของต้นผักและตะโกนว่า "พี่รู้อยู่แล้วใช่ไหมว่าเขาจะเปลี่ยนใจ!"
เหวินหน่วนกลอกตา “ไม่รู้สิ”
เธอยังคงทำงานของตนต่อไป
กัวอันฉินจะยอมแพ้โอกาสที่ดีเช่นนี้ได้อย่างไร?
“แล้วที่พี่พูดเมื่อวานเกี่ยวกับคืนอันยาวนานและความฝันบ้าบออะไรนั่น มันหมายความว่ายังไง!” เหวินเจวียนตะโกนออกมาอย่างลนลาน
“เหวินเจวียน” เหวินหน่วนโยนเครื่องมือในมือทิ้งแล้วลุกขึ้นยืน “ทำไมเธอมายุ่งกับฉันแทนที่ควรจะไปหาเหตุผลว่าทำไมเขาถึงเปลี่ยนใจล่ะ? เธอมาเสียเวลากับฉันที่นี่ทำไม"
ผู้หญิงคนนี้มันโง่จริง ๆ สมควรแล้วที่ไม่สามารถแม้แต่จะรั้งสิทธิ์ของตัวเองเอาไว้ได้
“อย่าให้ฉันรู้เชียวนะว่าเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับพี่!” เหวินเจวียนคำราม
“ไปโรงพยาบาลซะถ้าเธอป่วย” เหวินหน่วนพูดด้วยความรังเกียจเดียดฉันท์
“ไสหัวออกไปซะ!” แม่เฒ่าจ้าวขว้างใบผักเน่าใส่เหวินเจวียนด้วยความโกรธแล้วตะโกนว่า “อย่ามาที่บ้านฉันอีก ฉันจะด่าแกทุกครั้งที่แกมา อีนังเด็กเนรคุณชั่วร้าย!”
เหวินเจวียนวิ่งออกไปพลางกรีดร้อง
"เหวินหน่วน นับจากนี้ไม่ต้องไปสนใจเกี่ยวกับเรื่องของไอ้ครอบครัวบ้านั่นอีก" แม่เฒ่าจ้าวส่ายหัว "ทั้งเหวินเจวียนและเหวินเชี่ยงต่างก็เป็นเด็กเนรคุณที่ชั่วร้ายที่สุด"
เหวินหน่วนลำบากทำงานเพื่อซื้ออาหารและเสื้อผ้าให้น้อง ๆ ไปโรงเรียน
แต่นี่เกิดอะไรขึ้น?
“หนูไม่สนหรอก” เหวินหน่วนนั่งยอง ๆ ทำสวนต่อ “พรุ่งนี้หนูจะต้องไปทำงานที่โรงอาหารแล้ว คุณย่าอยู่บ้านคนเดียวได้ใช่ไหมคะ?”
“ย่าจะเป็นอะไรได้ยังไง” แม่เฒ่าจ้าวพูดด้วยรอยยิ้ม “หลานทำงานหนักมากแล้ว ไม่ต้องเป็นห่วงย่าหรอก”
…
เหวินเจวียนไม่มีเวลาที่จะทะเลาะกับเหวินหน่วนมากนัก
เธอเริ่มกังวลตั้งแต่ที่เธอเห็นเหวินเฟิงฉีออกไปเมื่อคืนนี้
ไม่จำเป็นต้องเดาว่าเหวินเฟิงฉีไปที่ไหน
เธอยังแอบด่าหวังเซียนฮัวในใจว่าเป็นผู้หญิงที่ไร้ประโยชน์ ไม่สามารถแม้แต่จะผูกมัดคนของตัวเองไว้ได้
หลังจากกังวลมาทั้งคืน เหวินเฟิงฉีฮัมเพลงกลับมา พฤติกรรมนี้ของอีกฝ่ายยิ่งทำให้เธอกังวลมากยิ่งขึ้น
จากที่ดู กัวอันฉินน่าจะรับใช้เหวินเฟิงฉีมาดีมาก
แน่นอนว่าในตอนเช้า เหวินเฟิงฉีบอกเธอว่าไม่จำเป็นต้องไปมหาวิทยาลัยและจะมอบสิทธิ์การเข้าเรียนให้กับโจวย่าหนีแทน "แกยังมีโอกาสอีกมากในอนาคตฉันจะช่วยแกเอง"
แล้วทำไมถึงไม่ไปช่วยโจวย่าหนีในอนาคตแทนเธอล่ะ?
ทำไมคนที่รอต้องเป็นเธอ?
“ลุงหลิว ช่วยฉันหาทีว่ากัวอันฉินใช้อะไรมาหลอกล่อพ่อ”
เหวินเจวียนไม่ได้โง่ การที่เหวินเฟิงฉีมอบสิทธิ์เข้ามหาวิทยาลัยให้โจวย่าหนีโดยไม่กังวลกับอนาคตครอบครัวตัวเองแบบนี้ มันต้องเป็นสิ่งที่กัวอันฉินให้อะไรเป็นการตอบแทนกับเขาสักอย่าง
หลิวซานหยางไม่คาดคิดว่าสิ่งต่าง ๆ จะเปลี่ยนไปหลังจากที่พวกเขาได้รับการยืนยันแล้ว
“เอาล่ะ ลุงจะถามให้เธอเอง ไม่ต้องห่วง” เขาไปหาเหวินเฟิงฉีทันทีหลังจากที่พูดจบ
แน่นอนว่าเขาถือเหล้าที่เพิ่งทำเสร็จไปด้วย
ตั้งครรภ์?
คำสองคำนี้เกือบทำให้หลิวซานหยางตะลึง
ไม่น่าแปลกใจที่เหวินเฟิงฉีจะไม่กลัวว่าครอบครัวของตัวเสียเปรียบอีกต่อไป
"ตอนนี้เธอกำลังตั้งท้องลูกของฉัน นายคิดว่าเธอจะไปที่ไหนได้ในอนาคต" เหวินเฟิงฉีจิบเหล้าของเขาอย่างภาคภูมิใจและพูดว่า "เธอสัญญากับฉันว่าเธอจะไม่ไปไหนนอกจากหมู่บ้านซานชาและเธอจะดูแลลูกและดูแลฉันด้วย”
อีกอย่างกัวอันฉินก็ไม่ได้ขอให้เขาแต่งเธอเข้าครอบครัวอีกต่างหาก
เหวินเฟิงฉีรู้สึกประทับใจกับความรักของกัวอันฉินและรู้สึกละอายใจที่เขากลัวว่ากัวอันฉินจะทิ้งเขาไป
ตอนนี้เธอมีลูกกับเขาแล้วเธอจะไปไหนได้อีก?
“มีลูก? นายแน่ใจเหรอ?” หลิวซานหยางถามอย่างสงสัย “ทำไมมันบังเอิญแบบนี้”
ทันทีที่พูดจบ เหวินเฟิงฉีก็จ้องมองเขาด้วยดวงตาที่เบิกกว้าง “ฉันอ่านใบตรวจทั้งหมดแล้ว”
พูดจบเขาก็หยิบเอกสารออกมาจากกระเป๋าและส่งให้หลิวซานหยาง "นี่คือใบรับรองจากสถานพยาบาลที่ฐานทัพ มันจะเป็นของปลอมได้ยังไง จริงไหม?"
หลิวซานหยางรับมันมาและมองดูอย่างไม่เต็มใจ
ตั้งครรภ์จริง ๆ
“ถ้าอย่างนั้น...ฉันก็ขอแสดงความยินดีด้วย”
เดิมทีเขาอยากจะถามว่า 'แล้วนายจะแน่ใจได้ยังไงว่าเด็กคนนี้เป็นของนาย?’
แต่สำหรับคนอย่างเหวินเฟิงฉี ไม่ว่าคุณจะสนิทกันแค่ไหนหรือต่อให้เป็นพี่น้องแท้ ๆ คุณก็ไม่สามารถพูดคำเช่นนั้นออกไปได้ ไม่อย่างนั้นความสัมพันธ์ระหว่างเขากับเหวินเฟิงฉีจะสิ้นสุดลง
แม้ว่าเด็กคนนี้จะไม่ใช่ลูกของเหวินเฟิงฉี ตราบใดที่กัวอันฉินยืนยันว่าเป็นของเขา เหวินเฟิงฉีจะไม่เปลี่ยนใจ
“ลืมมันไปเถอะ” หลิวซานหยางส่ายหัวและพูดกับเหวินเจวียนว่า “มันเป็นโชคร้ายของเรา"
“ท้อง?” เหวินเจวียนคำรามออกมาเสียงต่ำด้วยความกรุ่นโกรธ “จะมีเรื่องบังเอิญแบบนี้ในโลกได้ยังไง มันต้องเป็นของปลอมแน่ ๆ!"
"ฉันอ่านใบตรวจทั้งหมดจากโรงพยาบาลประจำฐานทัพแล้ว" หลิวซานหยางเกลี้ยกล่อม "ฟังลุงนะเราคงต้องปล่อยสิทธิ์ให้โจวย่าหนีไป"
แต่เหวินเจวียนจะยอมง่าย ๆ ได้ยังไง!
ยิ่งไปกว่านั้น ถ้าเธอยอมในครั้งนี้ ในอนาคตย่อมมีเรื่องแบบนี้อีกแน่นอน!
เหวินเฟิงฉีจะต้องจ่ายเงินเลี้ยงดูให้กับกัวอันฉินและลูกสาวมากกว่าครอบครัวฝั่งนี้แน่ ในเวลานั้น เธอจะอยู่รอดได้อย่างไร?
ตั้งครรภ์?
เหวินเจวียนจ้องมองไปยังสถานที่แห่งใดแห่งหนึ่งอย่างเศร้าหมองสลับกับสีหน้าดุร้าย หลิวซานหยางต้องการที่จะเกลี้ยกล่อมเธอในตอนแรก แต่เมื่อเห็นท่าทางของเธอเขาจึงทำได้แต่ปล่อยเลยตามเลย
เหวินเจวียนกลับบ้านด้วยความอัดอั้น เมื่อหวังเซียนฮัวเห็นเธอกลับมา เธอก็รีบทิ้งไม้กวาดในมือ "เจวียนจื่อ ลูกรู้ไหมว่าทำไมพ่อของลูกถึงเปลี่ยนใจ"
“มันเป็นความผิดของแม่ทั้งหมด!" เหวินเจวียนมองดูที่หวังเซียนฮัวด้วยความโกรธ
"แม่จัดการแม้แต่กับผู้ชายของตัวเองไม่ได้ แม่เป็นผู้หญิงแบบไหนกัน!"
หวังเซียนฮัวตกตะลึง และเมื่อเธอได้สติเธอก็ตบหน้าเหวินเจวียนก่อนจะตะคอก "ฉันเป็นแม่ของแกนะ! แกกล้าพูดกับฉันแบบนี้ได้ยังไง!"
"หนูเกลียดแม่!" เหวินเจวียนพูดอย่างเดือดดาลโดยปิดหน้าของเธอเอาไว้พลางวิ่งออกไป
“กลับมานี่นะ! แกจะไปไหน!” หวังเซียนฮัวตะโกนไล่หลัง
เหวินเจวียนวิ่งออกจากบ้านด้วยความโกรธและวิ่งไปที่บ้านของเหวินหน่วนโดยไม่รู้ตัว
ตอนนี้เป็นเวลาเที่ยงวันแล้วและเธอไม่รู้ว่าเหวินหน่วนกำลังทำอะไรอยู่ มีกลิ่นหอมของผักโชยมาในอากาศ เหวินเจวียนอยากจะเข้าไปข้างใน แต่ก็ต้องหยุดลงหลังจากเดินไปได้สองก้าว
ถ้าเธอเข้าไปแบบนี้ เหวินหน่วนคงหัวเราะเยาะเธอแน่
โอกาสที่ดีมาอยู่ตรงหน้าเธอแท้ ๆ แต่เธอคว้ามันไว้ไม่ได้
ที่กัวอันฉินท้องในตอนนี้ ถ้าไม่มีเล่ห์เหลี่ยมอะไร เธอคงไม่เชื่อ ต่อให้ถูกทุบตีจนตายก็ตาม
เหวินเจวียนเช็ดน้ำตาและเดินไปที่สถานพยาบาลในฐานทัพ
เธอจะไปตรวจดูว่ากัวอันฉินท้องจริงหรือไม่
ไม่มีใครรู้ว่าเหวินเจวียนไปรู้จากส่วนไหนของโรงพยาบาล แต่หลังจากตรวจสอบรายงานการตรวจของกัวอันฉินแล้ว แม่ม่ายคนนั้นตั้งครรภ์จริง ๆ
แน่นอนว่าเธอทำให้เรื่องนี้วุ่นวายขึ้นมาได้ แต่ก็ยากที่จะหาหลักฐานว่ากัวอันฉินปลอมแปลงผลการตรวจของสถานพยาบาลในฐานทัพ และเหวินเฟิงฉีก็เป็นนักเลงหัวไม้ที่ไม่ชอบให้ใครมาหักหน้าและทำอะไรตามอำเภอใจด้วย
เหวินเจวียนไม่กล้า
เพราะก่อนความจริงจะปรากฏ มีโอกาสที่เหวินเฟิงฉีน่าจะฆ่าเธอก่อน
เหวินเจวียนคิดวิธีไม่ออกหลังจากกลุ้มอยู่ทั้งคืน วันถัดมาเธอจึงต้องวิ่งไปหาเหวินหน่วนอีกครั้ง
"พี่สาว ช่วยฉันด้วย ฉันเป็นน้องสาวของพี่นะ!"