ไรอันมองเห็นอลิซยืนโบกมือไปมา ท่าทางของเธอชั่งดูน่ารักเหลือเกินทำเอาเขาอดใจไม่ได้ที่จะยิ้มออกมา และรีบเดินไปหาเธอ
" รอนานไหม " เขาถามเธอพร้อมวางมือบนศรีษะเธอและขยี้เบาๆอย่างหมั่นเขี้ยว
" ไม่นาน ก่อนฉันจะส่งนายกลับบ้านเราไปกินข้าวกันก่อนไหม ออกมาแต่เช้ายังไม่กินข้าวเลย " เธอเอามือลูบท้องเบาๆ
" ได้สิ ไปกันเลย " เขาเห็นท่าทางเธอสงสัยจะหิวมากและคงรอเวลาที่จะไปกินข้าวนานแล้ว ว่าแล้วทั้งสองก็ขึ้นรถไปยังร้านอาหารสุดหรูที่บรรดานักธุรกิจและเศรษฐีมาที่นี่เพื่อเจรจาธุรกิจและรับประทานอาหาร อลิซและไรอันเลือกนั่งโต๊ะที่มีบรรยากาศดีเยี่ยมสามารถมองเห็นทิวทัศน์รอบเมืองนี้ได้อย่างสวยงาม
หลังจากที่สั่งอาหารแล้วทั้งสองก็นั่งคุยสารทุกข์สุกดิบเพื่อรออาหารเสริฟ
" ตอนนายเดินลงมาจากเครื่องบินนายหล่อมากเลยรู้ตัวไหม ผู้หญิงแถวนั้นมองตาไม่กระพริบเลย " อลิซชมเพื่อนอย่างชมเชย เขาก็หล่อจริงๆนี่นาจะไม่ให้เธอชมได้ยังไง
" ถ้าฉันหล่อ... แล้วทำไมถึงจีบเธอไม่ติด " เขาเลิกคิ้วถามอย่างสงสัย เขาจีบเธอตั้งหลายเดือนแต่ก็ไม่ติดสักที จนต้องยอมความใจแข็งของเธอและต้องจำใจเป็เพื่อนกับเธอจนได้ ทั้งๆที่อยากเป็คนรักของเธอ
" อะ...เอ่อ " คำถามของไรอันทำให้เธออ้าปากหวอและนิ่งไปสักพัก ก่อนจะดึงสติกลับมาตอบคำถามของไรอัน " ก็ฉันไม่มีเพื่อนนี่นา ผู้หญิงทุกคนจ้องอิจฉา ถ้าฉันล้มสักนิดฉันจมดินแน่ ฉะนั้นเมื่อสบโอกาสนายมาจีบฉันพอดี ฉันก็เลย... อยากมีเพื่อนมากกว่าแฟนหน่ะสิ " เธอยิ้มบางให้ไรอันไป แต่ที่จริงแล้วเพราะเธอมีคู่หมั้นต่างหาก ถึงแม้ว่าจะไม่ได้เจอกันหรือคุยกันหลังจากหมั้น แถมยังเป็่เวลาตอนเด็กๆ แต่เธอก็ไม่อยากให้ใครมามองเธอเสียๆหายๆ เพียงแค่นี้ก็มีแต่คนจ้องจะเหยียบเธอทั้งนั้น ทั้งๆที่เธอไม่ได้ไปทำอะไรให้คนเ่าั้เลยสักนิด
พอเธอพูดจบอาหารก็มาเสิร์ฟพอดีราวกับสั่งการไว้ เมื่ออาหารมาครบเธอก็ละความสนใจจากไรอันมาสนใจกับอาหารตรงหน้า แน่นอนว่าเธอเป็คนชอบกินอยู่แล้วจึงทำให้เธอดีใจมากที่ไรอันกลับมาเพราะเขาชอบพาเธอไปกินของอร่อยๆอยู่เรื่อย
เมื่อรับประทานอาหารเสร็จเธอก็ไปส่งไรอันที่คฤหาสน์ของไรอัน และบอกคนขับรถว่ากลับคฤหาสน์ทันที
ณ คฤหาสน์ของตระกูลคอนเดนเซอร์
เมื่ออลิซกลับมาถึงแล้วท่าทีที่ร่าเริงของเธอกลับหยุดชะงักลง สายตาของเธอครุ่นคิดด้วยความสงสัย พ่อและแม่ของเธอนั่งกุมขมับสีหน้าของ่านทั้งสองตรึงเคลียดเธอเองก็มีลางสังหรณ์แปลกต้องมีเื่ไม่ดีแน่ๆ
" มีอะไรหรือเปล่าคะ? " ลีโอ คอนเดนเซอร์ เมื่อเห็นลูกสาวกลับมาแล้วยิ่งสร้างความลำบากใจให้เขายิ่งนัก เขาไม่อยากแม้แต่ที่จะบังคับลูกสาวแก้วตาดวงใจของเขา แต่เมื่อถึงเวลานี้จริงๆ เขาก็จนปัญญาแล้วเช่นกัน
" ครอบครัวของเรากำลังแย่ " ลีโอกลั้นใจตอบคำถามของลูกสาวด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย แววตาของลูกสาวเต็มไปด้วยความเศร้าหมอง เกิดอะไรขึ้นกับครอบครัวครัวของเธอกัน
" อลิซฟังแม่นะลูก ตอนนี้บริษัทของเรากำลังเกิดปัญญาหาซึ่งอาจจะทำให้เราต้องล้มละลาย " รีน่าอธิบายให้กับลูกสาวได้ฟังด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนและพูดเสริมขึ้นอีกว่า " มีทางเดียวที่จะทำให้ครอบครัวครัวของเราพ้นวิกฤตนี้ได้ คือลูกต้องแต่งงานกับครูซให้เร็วที่สุด เขาจะช่วยให้เราไม่ต้องล้มละลายได้ และกลับมารุ่งเรียนอีกครั้ง " ตอนนี้อลิซสับสนไปหมดแล้ว มันจะเป็ไปได้อย่างไรในเมื่อบริษัทของครอบครัวเธอก็ไม่เคยตกอับถึงเพียงนี้แถมยังเป็บริษัทที่ใหญ่โตทุกคนต่างรู้จักและให้ความสำคัญเป็อย่างมาก
เมื่อลีโอเห็นแววตาที่กำลังคิดวิตกของลูกสาวก็ยิ่งทำให้เขาเครียดกว่าเดิมหลายเท่า เขาไม่เคยที่จะต้องบังคับลูกสาวขนาดนี้ " ไม่ว่าจะยังไง ลูกต้องแต่งงานกับครูซให้เร็วที่สุด ! " สุดท้ายแล้วเขาก็กลั้นใจออกคำสั่งกับลูกสาวอย่างเด็ดขาด เมื่อจบประโยคแล้วเขาก็ลุกเดินไปยังบรรไดเพื่อไปสงบสติที่ห้อง
" คุณพ่อ... " ตาของเธอร้อนผ่าว น้ำใสๆเอ่อล้นบริเวณรอบดวงตาของเธอ และไหลออกมาในที่สุด
"อลิซ พ่อเค้าเครียดมากนะลูก ที่เราร่ำรวยได้เพียงนี้เกิดจากการที่พ่อเขาทุ่มเทแรงกายแรงใจเพื่อสร้างบริษัทนี้ขึ้นมา อย่างน้อยๆ ลูกควรช่วยพ่อและครอบครัวของเรานะลูก " รีน่ากล่าวทิ้งท้ายและเดินตามสามีของเธอไป
เมื่อพ่อและแม่เดินออกไป เข่าของเธอก็ทรุดลงที่พื้นใจนึกเธออยากช่วยครอบครัวครัว ถึงยามนี้เธอคงหมดหนทางแล้วจริงๆ หากการที่เธอแต่งงานกับครูซจะช่วยครอบครัวได้เธอก็ยินดีที่จะทำ เพราะที่เธอมีทุกอย่างได้เพราะพ่อของเธอสร้างมันมากับมือ ฉะนั้นเธอจะแต่งงานกับเขาเพื่อพยุงกิจการของครอบครัวเธอให้อยู่รอดได้...
ณ ประเทศอังกฤษ
แน่นอนว่าเื่ที่เกี่ยวกับครอบครัวของอลิซเป็ฝีมือของครูซ เพียงแค่เขาเอ่ยปาก หุ้นของบริษัทคอนเดนเซอร์ จำกัด ก็ตกต่ำลงเพียงพริบตา เขายิ้มอย่างพอใจเกี่ยวกับผลงานของเขา เหตุที่เขาต้องทำเช่นนี้ก็คู่หมั้นของเขาไม่ได้เห็นหัวเขาเลยสักนิด เธอไปกับชายอื่นทั้งที่เป็คู่หมั้นกับเขา คนอย่างเขาไม่มีใครกล้าหยามหน้าเขา และนี่ก็เป็เหตุผลเดียวที่จะบีบบังคับเธอให้แต่งงงานกับเขาได้ในเร็ววัน
เขาก้มหน้าเซ็นเอกสารต่อเหมือนไม่ได้เกิดเหตุการณ์อะไรขึ้น ดังนั้นเขาจึงต้องเร่งจัดการงานของเขาให้เรียบร้อยเพื่กลับไปยังประเทศฝรั่งเศส ในขณะที่เขากำลังจดจ่อกับงานก็ได้ยินเสียงเคาะประตู
" เข้ามา " ครูซบอกคนภายนอกประตูให้เข้ามา แต่เขาก็ยังก้มหน้าก้มตาเซ็นเอกสารโดยที่ไม่มองลูกน้องคนสนิทอย่างโจอี้เลยสักนิด
" นายใหญ่ครับ จอนสันรายงานมาว่าคุณหนูอลิซมาที่คฤหาสน์ของนายใหญ่ครับ " โจอี้คือลูกน้องคนสนิทหรือมือซ้ายของเขารายงานตามที่ มือขวาของเ้านาย คือจอนสันบอกมา
เขายิ้มมุมปากเพียงเล็กน้อย เพราะรู้อยู่แล้วว่าเธอต้องมาหาเขาแน่ั้แ่เล็กจนโตนิสัยเธอยังคงเหมือนเดิมไม่มีผิด เมื่ออยากรู้อะไรเธอก็จะคุยทันทีให้รู้เื่
" อืม ไปได้ " เขาตอบโจอี้เพียงสั้นๆ และก้มหน้าทำงานต่อ