เล่ห์เพลิงหงส์

    บทที่ 3 ปฏิบัติการกู้ชีพ

    ในขณะที่กำลังจะเดินตามนายพรานหนุ่มลงเขาไป หนิงจูเชว่พลันชะงักกึก นางตบหน้าผากตัวเองฉาดใหญ่

    "เดี๋ยวก่อน! ข้าลืมไปได้ยังไงเนี่ย!" นางหมุนตัวกลับ พลางมองย้อนกลับไปยังถ้ำที่มีเศษซากผลึกสีแดงที่แตกกระจายอยู่ "ไอ้ผลึกนั่นมันกลั่นมาจากโลหิตพญาหงส์ของข้าตอนที่หลับใหลนี่นา ถึงจะเหลือพลังแค่ขี้เล็บ แต่นกน้อยอย่างข้าในตอนนี้... ขี้เล็บนั่นก็คือมหาขุมทรัพย์ชัดๆ!"

    นางหันไปคว้าคอเสื้อนายพรานหนุ่มที่กำลังทำหน้าเลิ่กลั่ก "เฮ้ย ไอ้หนุ่ม! เปลี่ยนแผน ข้ายังไม่ไปหมู่บ้าน"

    "ทะ... ท่านจะทำอะไรหรือขอรับแม่นาง?" นายพรานถามด้วยเสียงสั่นเครือ

    "ข้าจะไปทำธุระส่วนตัวในถ้ำสักสามวัน" หนิงจูเชว่สั่งเสียงเฉียบ พลันพลางชี้นิ้วสั่งการดุจแม่ทัพ "เ๽้า! เฝ้าหน้าถ้ำไว้ให้ดี ใครหน้าไหนโผล่มาให้เ๽้า๻ะโ๠๲ด่ามันไปเลย ถ้ามันจะเข้ามาจริงๆ ก็เอาฟืนในมือนั่นแหละฟาดหัวมันซะ! เข้าใจไหม?"

    "ขะ... ข้าชื่อ 'อาโกว' ครับแม่นาง ไม่ใช่ไอ้หนุ่ม..." เขาพยายามประท้วงเบาๆ แต่พอสบเข้ากับสายตาคมกริบที่ดูเหมือนจะเผาเขาได้จริงๆ เขาก็รีบพยักหน้าหงึกๆ "เข้าใจแล้วขอรับ! ข้าจะเฝ้าให้เอง!"

    หนิงจูเชว่ไม่รอช้า นางวิ่งแจ๋วกลับเข้าไปในถ้ำทันที นางทรุดตัวลงนั่งท่ามกลางเศษผลึกสีชาดที่ยังพอกลั่นแววแห่งพลังจางๆ ออกมา

    "เอาล่ะ...จากขอบเขตเทวะสู่ขอบเขตแรกเริ่มขั้นต้น ชีวิตมันช่างขึ้นสุดลงมิดจริงๆ" นางบ่นอุบอิบพลางโคจรลมปราณที่แสนเบาบาง "มาเถอะลูกแม่ กลับมาหาข้าซะดีๆ!"

    ผ่านไปหนึ่งวัน... ผิวพรรณของนางเริ่มมีแสงสีแดงจางๆ วนเวียน

    ผ่านไปสองวัน... กลิ่นอายร้อนแรงเริ่มแผ่ออกมาจนอาโกวที่เฝ้าหน้าถ้ำต้องถอยกรูดไปหลายสิบก้าว

    วันที่สาม...

    ปัง!

    เสียง๱ะเ๤ิ๪พลังเบาๆ เบามากสำหรับนาง แต่นายพรานถึงกับสะดุ้ง เสียง๱ะเ๤ิ๪ดังขึ้นภายในถ้ำ หนิงจูเชว่ลืมตาขึ้น นัยต์ตาสีชาดเปล่งประกายวับวาวก่อนจะกลับเป็๲ดำ นางกำหมัดรับรู้ถึงพละกำลังที่เพิ่มพูนขึ้น

    "ในที่สุด! ขอบเขตแรกเริ่ม ขั้นกลาง!" นาง๻ะโ๷๞ก้องอย่างยินดี "เย้! จากระดับมดปลวก ตอนนี้ข้ากลายเป็๞ปลวกมีกล้ามแล้วเฟ้ย!"

    นางเดินออกมาจากถ้ำด้วยท่าทางยืดอกภูมิใจสุดขีด แม้ระดับพลังนี้จะตลกมากในสายตาคนเมื่อหมื่นปีก่อน แต่นางกลับรู้สึกว่านี่คือการเริ่มต้นที่ยอดเยี่ยม

    "อาโกว! ข้ามาแล้ว!" นาง๻ะโ๷๞เรียกนายพรานหนุ่มที่นั่งสัปหงกอยู่ข้างกองฟืน

    อาโกวสะดุ้งตื่น พลางมองสตรีตรงหน้าด้วยความทึ่ง "แม่นาง...ท่านดู...ดูสดใสขึ้นนะขอรับ? แถมกลิ่นตัวท่านยังเหมือน...กลิ่นกำยานไหม้ๆ?"

    "เขาเรียกว่ากลิ่นอายผู้บ่มเพาะย่ะ!" นางเขกกะโหลกเขาไปหนึ่งที "เอาล่ะ พลังข้าฟื้นมานิ้ดส์นึงแล้ว ไปหมู่บ้านของเ๯้ากันได้ ทีนี้ต่อให้เจอหมาป่า ข้าก็จะไม่หนี แต่จะจับมันมาปิ้งกินให้เ๯้าดูเลยล่ะ!"

    หนิงจูเชว่ก้าวเดินนำหน้าไปอย่างอารมณ์ดี ทิ้งให้อาโกวเดินตามหลังพลางเกาหัวแกรกๆ คิดในใจว่า 'แม่นางผู้นี้...ยิ่งอยู่ด้วย ยิ่งรู้สึกว่านางไม่ใช่คนปกติจริงๆ'