อวี๋ซื่อดึงแขนเสื้อของไป๋ชิงโหรวเบาๆ ส่งสัญญาณให้นางสงบลง
ไป๋ชิงโหรวกระทืบเท้าของตนเองแววตาของนางสาดประกายโหดเหี้ยมวาบผ่าน นางต้องอดทนอย่างไรก็ตาม หลังจากวันนี้ผ่านไปจะไม่มีไป๋เซียงจู๋อีกต่อไปดังนั้นยามนี้จะปล่อยให้นางได้ใจไปก่อน
เมื่อเห็นความโกรธและความริษยาที่ไป๋ชิงโหรวพยายามกดข่มเอาไว้ไป๋เซียงจู๋แย้มยิ้มเย็นชาในใจ วันนี้นางนำสมบัติมามากมาย หวังว่ามันจะมีประโยชน์
รถม้าค่อยๆ เคลื่อนไปที่จวนเหิงชินอ๋อง
ก่อนที่จะลงจากรถม้าพวกนางเห็นไป่ซื่อรับแขกอยู่ที่หน้าประตูจากไกลๆ
ไป๋ชิงโหรวเห็นว่าไป๋เซียงจู๋มองไปที่ไป่ซื่อ มุมปากของนางหยักยกยิ้มขึ้น“นั่นคือพระชายาเหิงชินอ๋อง พี่หญิงคงไม่เคยพบนางกระมัง ได้ข่าวว่ากุ้ยเฟยเองก็ได้รับเชิญให้มาในวันนี้ด้วยอีกทั้งคู่หมั้นของท่าน จวินมู่ซี”
ยามที่ไป๋ชิงโหรวเอ่ยถึงจวินมู่ซีความตื่นเต้นและความเกลียดชังปรากฏเกิดขึ้นในดวงตาของนาง
ไป๋เซียงจู๋เพียงเหลือบมองไป่ซื่อแล้วหันศีรษะมาเอ่ยเบาๆ ว่า“น้องหญิง นางคือพระชายารอง มิใช่พระชายาเอก จงระมัดระวังคำพูดของเจ้าด้วยยามนี้สถานะของจวนไป๋ไม่เหมือนเมื่อก่อน เจ้าต้องรู้กฎเกณฑ์อย่าทำให้ตระกูลต้องอับอาย ทำให้ท่านตาเสียหน้า”
"เจ้า..."
เดิมทีไป๋ชิงโหรวต้องการเยาะเย้ยไป๋เซียงจู๋แต่คิดไม่ถึงว่านางจะพูดออกมาเช่นนี้ นางโมโหจนแทบจะกระอักเลือด
เมื่อมองดูบุตรสาวที่หุนหันพลันแล่น หัวใจของอวี๋ซื่อก็กังวลเล็กน้อยบุตรสาวผู้นี้เวลาลงมือทำอะไรมักจะอารมณ์ร้อน จะไม่เกิดเรื่องอะไรจริงหรือ
ทว่านางครุ่นคิดแล้ว มีพระชายาเหิงชินอ๋องอยู่คงไม่เกิดปัญหาใดๆไม่ว่าผู้ใดจะเสด็จมาจากวัง ถึงยามที่พวกนางร่วมมือกันไป๋เซียงจู๋ผู้ซึ่งยังไม่เคยพ่ายจะไม่แพ้ได้เลยหรือ
ตลอดทางเงียบสงบยิ่งนักไป๋ชิงโหรวขยับเข้าหาไป๋เซียงจู๋ราวกับตั้งใจทว่ามิได้ตั้งใจ นางปิดปากยิ้มบาง
“ข้าได้ยินมาว่าที่งานเลี้ยงชมบุปผาครั้งที่แล้วแม้ว่าพี่หญิงจะมิได้อันดับหนึ่ง แต่ท่านก็ทิ้งความประทับใจที่ดีให้กับกุ้ยเฟยข้าได้ยินมาว่าครานี้ที่กุ้ยเฟยทรงเสด็จมา หนึ่งเลยเพราะคิดถึงพระชายาเหิงชินอ๋องสองคือคิดถึงพี่หญิง พระองค์ทรงโปรดพี่หญิงมากนะเจ้าคะ ครั้งนี้ได้เตรียมการไว้ให้พี่หญิงอย่างดีพี่หญิงช่างโชคดีจริงๆ ที่ได้รับความโปรดปรานจากกุ้ยเฟย”
ไป๋ชิงโหรวพูดขณะแสร้งทำเป็นอิจฉาแต่ในแววตากลับปรากฏการวางแผนและความเหยียดหยามเยาะเย้ย
ไป๋เซียงจู๋ขมวดคิ้วเล็กน้อย แต่ไม่ตอบสนองต่อคำพูดของไป๋ชิงโหรว
เพียงแค่ลิ้มรสสิ่งที่ไป๋ชิงโหรวพูดอย่างระมัดระวัง ‘เตรียมการเอาไว้อย่างดี’ กุ้ยเฟยทรงกระจายข่าวลือว่าต้องการตอบแทนนางอย่างดีและให้ความสนใจกับนางมาก นางไม่คิดว่านี่จะเป็นสิ่งที่ดีจริงๆ แค่คำที่กล่าวมานี้ตกลงแล้วแฝงความหมายเบื้องหลังอันใดเอาไว้กันแน่? แม้ว่าจะไม่เป็นที่โปรดปรานแต่ตระกูลไป๋ในวันนี้ไม่เหมือนเดิม นอกจากนี้ นางยังได้ช่วยชีวิตฮ่องเต้เอาไว้หากนางเผยความลับนี้ให้ฮ่องเต้ทรงทราบ ย่อมถูกใช้เป็นหมากอีกเป็นแน่การที่นางยังเหลือทางรอดให้เพราะยังไม่ถึงเวลา
กุ้ยเฟยทรงทำเช่นนี้ ในฐานะน้องสาวแท้ๆ ของไป๋จื่อจิน และหลานคนโปรดของท่านน้า หากกุ้ยเฟยทรงคิดจะแก้แค้นเรื่องงานเลี้ยงชมบุปผาคราก่อนกุ้ยเฟยคงมิอาจทำอะไรกับนางได้ง่ายๆ
ความคิดเลือนรางความคิดหนึ่งสาดแวบเข้ามาในหัวของนาง...เป็นไปได้หรือไม่ว่าจะเป็นพระราชโองการอภิเษก?! สำหรับสตรีแล้วการลงโทษอย่างถึงแก่นแท้ที่สุดคือการมอบพิธีแต่งงานให้ และต้องไม่ใช่คู่ที่เหมาะสมดังนั้นชีวิตนี้ก็อย่าได้คิดจะพลิกฟื้นขึ้นมาอีกเลย!
เมื่อคิดถึงตรงนี้ ไป๋เซียงจู๋ขมวดคิ้วเล็กน้อย หวังว่านางจะคิดมากเกินไป!มิเช่นนั้นแล้ว...
ยามนี้นางมีสัญญาแต่งงานกับตระกูลจวินอยู่แม้ว่านางจะยังไม่ได้ประกาศอย่างเป็นทางการ แต่วันที่ก็ได้ถูกกำหนดเอาไว้หลังจากฉลองปีใหม่ไปเดือนที่สาม ตระกูลจวินจะเข้ามาตกลงเรื่องงานแต่งงาน
ทว่าหากกุ้ยเฟยสอดมือเข้ามายุ่งเช่นนั้นเรื่องนี้ก็คงจะยุ่งยากแล้ว
จู่ๆ ก็มีมือเอื้อมมาจับมือของนาง ไป๋เซียงจู๋ปัดป้องโดยไม่รู้ตัว ทว่ากลับเห็นใบหน้าที่อ่อนโยนสะท้านจิตใจงดงามราวกับนางฟ้า “พี่หญิงเซียงจู๋มาแล้ว เมื่อครู่รั่วเอ๋อร์ยังบ่นอยู่เลยว่าเหตุใดรถม้าของตระกูลไป๋ยังไม่มาอีกทว่าสุดท้ายพูดถึงโจโฉ โจโฉก็มา”
“ที่แท้แล้วพี่หญิงจื่อรั่วก็รอพวกเราอยู่”ไป๋ชิงโหรวทักทายมู่จื่อรั่วอย่างอบอุ่นด้วยท่าทางที่คุ้นเคย
ไป๋เซียงจู๋มองลงไปที่ทรวงอกอวบอิ่มอ่อนนุ่มของมู่จื่อรั่ว รู้สึกว่านางเหมือนงูพิษที่น่าขยะแขยง
เมื่อถูกผลักออกไป มู่จื่อรั่วกลับไม่ได้โกรธนางยิ้มด้วยดวงตาที่สดใสชุ่มฉ่ำราวกับน้ำและกล่าวว่า "ไม่ต้องเกร็งครานี้มาเยี่ยมเยือนจวนเหิงชินอ๋อง ทำตัวเหมือนอยู่ที่จวนไป๋ของพวกท่านได้เลยมาสร้างช่วงเวลาที่ดีกันเถิดเจ้าค่ะ”
ไป๋เซียงจู๋มองไปที่ใบหน้าเจ้าเล่ห์ของมู่จื่อรั่วริมฝีปากบางๆ ของนางหยักยิ้มเล็กน้อย แต่นี่ไม่ใช่บ้านของนางหรือ จวนของเหิงชินอ๋องเดิมทีเป็นของนางอีกทั้งแม่ลูกคู่นี้ก็แย่งตำแหน่งของแม่นางไป
แต่อีกไม่นานนางจะเอาของที่เคยเป็นของนางกลับคืนมาทีละชิ้น!
ทันทีที่ก้าวเข้าไปในสวนของจวนเหิงชินอ๋อง นางก็พบกับใบหน้าหล่อเหลาที่คุ้นเคยและเกลียดชัง
เหยียนอี้เลี่ย เหตุใดคนผู้นี้ถึงได้ตามหลอกหลอนนางอยู่เสมอ!
นางอดทนอดกลั้นกับความไม่พอใจ พยักหน้า หลุบขนตายาวและงอเข่าลงอย่างสงบนิ่งเพื่อแสดงความเคารพอย่างไรก็ตาม นางกลับบังเอิญเห็นมู่จื่อรั่วและไป๋ชิงโหรวที่อยู่ข้างๆ ชะงักชั่วครู่จากนั้นจึงก้มศีรษะด้วยความตื่นตระหนกเล็กน้อยก่อนคำนับ "ฝ่าบาท..."นิ้วทั้งสองกำแน่นโดยไม่ได้ตั้งใจ
การกระทำนี้ไม่รอดพ้นไปจากสายตาของไป๋เซียงจู๋ดวงตาของนางสั่นไหวเล็กน้อย ปรากฏคำเยาะเย้ยถากถางอยู่ในใจ
นี่มิใช่การที่กินอยู่ในจานแต่ตากลับมองหม้อ [1] หรือ
ปฏิเสธไม่ได้ว่าเหยียนอี้เลี่ยนั้นนอกจากไม่มีเสด็จแม่ที่เข้มแข็งคอยปกป้องเขาแล้วยังมิได้มีความสามารถโดดเด่นอันใด เขาระมัดระวัง จัดการกับสิ่งต่างๆได้อย่างราบรื่น ไม่เคยทำให้ใครขุ่นเคือง และก็มีใบหน้าที่ด้อยกว่าเฟิ่งเจาเกอเล็กน้อย
ในชาติก่อน เพราะรูปลักษณ์ที่อ่อนโยนและถ่อมตนของเขาถึงได้ทำให้นางถูกหลอกมิใช่หรือ
มู่จื่อรั่วและไป๋ชิงโหรวเองก็คงตกหลุมพรางนั้นเช่นกัน
อย่างไรก็ตาม มู่จื่อรั่วต้องเสียใจที่มารดาของเหยียนอี้เลี่ยมิอาจพึ่งพิงได้เขาเป็นเพียงเพื่อนเรียนขององค์ชายห้าเท่านั้นไม่ว่าเขาจะฉลาดและมีความสามารถแค่ไหนเขาก็เป็นแค่องค์ชายที่ไม่อาจขึ้นชิงบัลลังก์เป็นไปไม่ได้ที่เขาจะนั่งในตำแหน่งนั้นในอนาคต หากนางต้องการเป็นฮองเฮาต้องการเป็นดังหงส์ไฟที่โผบิน นางคงต้องพึ่งพาคนที่มีความสามารถมากกว่านี้ ตัวอย่างเช่นเฟิ่งเจาเกอ
เมื่อคิดถึงเฟิ่งเจาเกอ เขาน่าจะกลับมาแล้ววันนี้จะได้พบหน้าหรือไม่?
และดวงตาของไป๋ชิงโหรวก็ดูน่าสนใจไม่น้อย สถานะปัจจุบันของจวนไป๋นั้นการแต่งงานกับองค์ชายสักองค์ย่อมไม่เกินเอื้อม แต่ชื่อเสียงของนางนั้นเทียบกับมู่จื่อรั่วมิได้ดังนั้นการแต่งงานกับเหยียนอี้เลี่ยนับว่ายังพอใช้ได้
แต่เหยียนอี้เลี่ยมีความทะเยอทะยานไม่รู้ว่าเขาจะเก็บไป๋ชิงโหรวไว้ในสายตาหรือไม่
เหยียนอี้เลี่ยพยักหน้าเล็กน้อย มองดูด้านหลังของสตรีสามคนที่เดินออกจากที่นั่งดวงตาหรี่ลงเล็กน้อยก่อนตกลงไปที่ร่างที่สวมอาภรณ์สีชมพูละเอียดอ่อนและสง่างามของมู่จื่อรั่วจากนั้นดวงตาของเขาก็หันเหเล็กน้อย ก่อนจะตกลงบนคนที่อยู่ด้านข้างนางผู้สวมอาภรณ์แสนธรรมดา
ตั้งแต่ต้นจนจบ ดวงตาของเขาไม่ตกลงบนร่างของไป๋ชิงโหรวเลย
ในความเห็นของเขาชุดที่ไม่เด่นของไป๋เซียงจู๋ในเวลานี้กลับทรงพลังยิ่งราวกับว่าดอกบัวสีเขียวที่ดึงมาจากน้ำใสในสระยาวร้อยลี้นั้นสวยงามเกินกว่าจะพบข้อบกพร่อง!
เมื่อนึกถึงข่าวที่ตนส่งคนไปสืบค้น สตรีผู้นี้หมั้นกับตระกูลจวินแล้วจริงๆนางคิดว่าสถานะของจวนไป๋จะทำให้นางได้แต่งงานตามใจหรือ? แม้ว่านางต้องการจะอภิเษกกับตนเพื่อเป็นชายารองก็ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้ เนื่องจากสถานะปัจจุบันของนางในตระกูลไป๋แต่นางไม่มีข่าวว่าจะถอนหมั้น...
ในชั่วพริบตา เขาก็รู้สึกอึดอัดในใจราวกับว่าบางสิ่งที่เป็นของเขาถูกใครบางคนเอาไป!
เชิงอรรถ
[1]吃着碗里看着锅里 กินอยู่ในจานแต่ตากลับมองหม้อ หมายถึง หลายใจไม่พอใจในสิ่งที่ตัวเองมีอยู่