ในวันคัดเลือกทหารใหม่องค์ชายฝานจิ้งประทับอยู่บนระเบียงชั้นสองของพลับพลา ทอดพระเนตรลงมาที่ลานคัดเลือกข้างล่าง เื่การคัดพลทหารนั้นทรงปล่อยเป็หน้าที่ของรองแม่ทัพทั้งสองฝีมือของชายหนุ่มที่มาร่วมคัดเลือกนั้นส่วนใหญ่เป็ที่น่าพอพระทัยถ้าได้รับการฝึกฝนอย่างถูกต้องก็จะมีฝีมือและเป็กำลังของกองทัพได้ดีในภายหน้าการฝึกกำลังพลต้องกระทำอย่างสม่ำเสมอ ถ้ามัวรั้งรอให้ข้าศึกเข้าประชิดเมืองแล้วค่อยมาเกณฑ์ไพร่พลก็จะไม่ทันการถึงตอนนั้นต่อให้มีกำลังพลมากแค่ไหน หากไร้ฝีมือก็ย่อมต้องพ่ายต่อศัตรูผู้รุกรานเป็แน่
สายพระเนตรคมดุจตาเหยี่ยวกวาดแลไปทั่วจนเห็นเ้าหนุ่มหน้าขาวออกท่าออกทางจับอาวุธแล้วพระองค์ก็แย้มพระสรวลดูท่าจะไม่ค่อยได้ไปตีรันฟันแทงกับใครเก้กังพิลึก
องค์ชายฝานจิ้งรับสั่งกับเด็กรับใช้ให้ลงไปถ่ายทอดพระดำรัสกับเหอเซียวไห่ข้างล่างทรง้าจะพิสูจน์ฝีมือเ้าหนุ่มหน้าอ่อนนั่นสักหน่อย
เหอเซียวไห่เมื่อได้รับคำสั่งก็ชี้นิ้วเรียกเป้าหมายออกมาจากแถวทันทีเพราะตัวเล็กเห็นได้ชัด จึงได้อยู่ในลำดับต้นของแถว
“ข้า...” หยางเสียชี้ที่ตัวเองมืออีกข้างของนางกำลังถือไม้พลองไว้
“ใช่... เ้านั่นแหละ ออกมานี่”
หญิงสาวใจเต้นไม่เป็ส่ำที่ถูกเรียกเป็คนแรกในการทดสอบประลองตัวต่อตัวนางสูดลมหายใจจนลึก ฝืนก้าวออกจากแถวด้วยทีท่าองอาจที่สุด
แล้วท่านรองแม่ทัพเหอก็เรียกคนที่จะมาเป็คู่ต่อสู้ของนางออกจากแถวหยางเสียกลืนน้ำลายเหนียวๆ ลงคอเมื่อเห็นคู่ประลองเต็มตาเขาดูกำยำและตัวใหญ่กว่านางเป็สองเท่า
...กะฆ่ากันให้ตายั้แ่ยังไม่ได้ออกรบเลยหรือไร!
หยางเสียทำใจดีสู้เสือ นางอยู่ในท่าพร้อมออกอาวุธปลายไม้พลองชี้ไปยังคู่ต่อสู้ด้วยสายตามุ่งมั่น เมื่อได้รับสัญญาณเริ่มประลองยังไม่ทันได้เงื้อไม้พลองในมือขึ้นก็ถูกอีกคนหวดไม้พลองใส่ แม้นางเกร็งแขนพลิกด้ามไม้พลองรับแรงฟาดจากอาวุธของฝ่ายตรงข้ามได้ทันแต่ถึงอย่างนั้นก็ยังรู้สึกสะท้านไปทั้งตัวเมื่อตั้งตัวได้หยางเสียก็รีบตวัดปลายไม้พลองเพื่อดันคู่ต่อสู้ให้ถอยห่างออกไปฝ่ายนั้นยิ้มเยาะนางอย่างไม่ปิดบังว่าเขากำลังออมแรงให้แค่โดนไม้แรกยังะเืไปทั้งตัวอย่างนี้ เขามองเห็นชัยชนะลอยอยู่ไม่ไกลหญิงสาวตัดสินใจที่จะลองเป็ฝ่ายรุกบ้างหยางเสียเงื้อไม้หมายจะฟาดเข้าข้างลำตัวคู่ต่อสู้เขาแค่เบี่ยงตัวหลบแล้วฟาดคืนลงกลางท่อนไม้พลองของนาง ไม้พลองในมือนางก็แทบจะหล่น
ท่ามกลางแดดเจิดจ้าของเที่ยงวันหยางเสียอยู่ในสภาพเหงื่อโซมกาย แต่คู่ต่อสู้ของนางยังคงหวดไม่พลองใส่ไม่ยั้งมือหญิงสาวได้แต่หลบไปถอยมา จนสุดท้ายต้านแรงไม่ไหวไม้พลองยาวสะบัดหล่นจากมือแล้วตัวเองยังล้มหงายไม่เป็ท่านางถูกปลายไม้พลองฟาดเข้าที่ต้นแขนเจ็บจนต้องกัดฟัน
การต่อสู้ยังต้องดำเนินต่อไปคู่ต่อสู้นางยิ้มเหี้ยมเกรียมย่างสามขุมเข้าหา หยางเสียใช้ศอกกระถดตัวไปตามพื้นเขาใช้ไม้พลองชี้มาที่หน้าของนาง ในจังหวะที่เขากำลังเล็งจะใช้ด้ามไม้กระแทกซ้ำที่่อกหญิงสาวรีบใช้มือคว้าปลายพลองด้ามนั้นให้เปลี่ยนทิศทางพลางซัดดินในกำมืออีกข้างใส่หน้าคู่ต่อสู้
“โอ๊ย!” ชายร่างหนาร้องขึ้น ใช้มือข้างเดียวปัดเศษฝุ่นดินออกจากหน้าหญิงสาวฉวยโอกาสเตะไม้พลองจากมือเขาด้วยแรงทั้งหมดที่มี จนอาวุธหลุดมือไปทีนี้ก็ไร้ซึ่งอาวุธทั้งสองฝ่าย หยางเสียพอจะมีความหวังขึ้นบ้าง
แต่ตอนนี้กลับมีเสียงอื้ออึงดังขึ้นโดยรอบเหอเซียวไห่ตัดสินใจยุติการประลอง
“เ้าคนขี้ขลาดเล่นวิธีสกปรก” ชายคนที่โดนดินซัดใส่หน้าชี้นิ้วด่านาง
“ใช่ เล่นอย่างนี้มันไม่ถูกต้องนี่” หลายคนในแถวต่างเริ่มะโออกความเห็น
“พวกเ้าลองมาเป็ข้าแล้วคิดตามดูสิถ้าเกิดเขา...” หยางเสียที่กำลังยืนหอบแฮก ลมหายใจขาดเป็ห้วงๆ ออกปากปกป้องตัวเองแล้วชี้ไปยังชายหนุ่มที่เป็อดีตคู่ต่อสู้ของนาง “...ถ้าเขาเป็ข้าศึกจริงๆ่เวลาที่ความตายรออยู่ตรงหน้า วิธีขี้ขลาดตาขาวอย่างพวกเ้าตำหนิข้านี่แหละมันจะทำให้พวกเ้ารอดตาย!”
พูดจบหยางเสียก็หันกลับมารอฟังคำตัดสินจากรองแม่ทัพเหอพยายามรักษาอาการโกรธที่ถูกตราหน้าว่าเป็คนขี้ขลาดตาขาวเอาไว้สุดแล้วแต่วิจารณญาณของผู้มีอำนาจตัดสินก็แล้วกัน อะไรจะเกิดก็ให้มันเกิดตอนนี้นางรู้สึกปวดร้าวต้นแขนไปหมด
“เอ้า...ถือว่าไม่ผิดกติกาเพราะการประลองนี่มันก็ไม่มีกติกาอะไรั้แ่ต้นอยู่แล้ว” เหอเซียวไห่ไกล่เกลี่ยนึกชมในใจว่าชายหนุ่มมีไหวพริบไม่น้อยที่รู้จักเอาตัวรอด แม้จะอ่อนด้อยประสบการณ์และฝีมือแต่ของอย่างนี้มันฝึกกันได้
ชายหนุ่มออกคำสั่งให้พักการคัดเลือกและแยกย้ายกันไปกินข้าวก่อนกลับมารวมตัวกันอีกครั้ง่บ่ายเขาสั่งให้หยางเสียไปเอายาทาแก้ฟกช้ำกับหมอประจำค่ายที่ห้องยา
บนพลับพลาชั้นสอง พระเนตรคมกล้าขององค์ชายฝานจิ้งทอดมองตามคนที่เดินกุมต้นแขนไปยังห้องยา...ใจสู้ไม่เบาท่าจะขุนให้ดีได้ไม่ยาก!
หลังเสร็จสิ้นการประลองหยางเสียได้รับเลือกเป็หนึ่งในกำลังพลห้าพันนายของจินเฉิงก่าน นางไม่ต้องไปอยู่ที่ห้องครัวแต่เื่น่าหนักใจเห็นจะเป็การที่ต้องอยู่ร่วมกองเดียวกับคู่ประลองของนางเมื่อวาน...ต้าเป่ย
ทหารทุกคนได้รับเครื่องแบบทหารเพิ่มเติมจากเมื่อวานหยางเสียหอบสัมภาระเข้ามาในห้องพัก ทุกคนในห้องหยุดชะงัก สายตาหลายคู่จับจ้องมายังผู้มาใหม่หญิงสาวเกิดอาการตัวลีบแทบติดขอบประตู เท่านั้นยังไม่พอต้าเป่ยจงใจทำให้ทุกคนรวมทั้งนางรู้ว่าเขาไม่ยินดีนักที่มีนางร่วมห้อง เขาเดินด้วยท่าองอาจเหลือกำลังตั้งใจใช้ไหล่กระแทกไหล่บางๆ ของนาง หยางเสียซวนเซชนเข้ากับขอบประตูอย่างแรงส่วนต้าเป่ยไม่สนใจแม้แต่จะชายหางตามอง มีพลทหารใหม่เดินตามเขาออกไปจากห้องอีกสามนายทุกคนรู้ได้ทันที...ห้องนี้มีพี่ใหญ่คุมเสียแล้ว
การฝึกอย่างหนักนั้นรีดเรี่ยวแรงที่มีของหยางเสียจนเกือบหยดสุดท้ายในทุกวันไม่ว่ากินอาหารเข้าไปเท่าไรก็ดูเหมือนจะไม่เพียงพอเปลี่ยนเป็กำลังที่ต้องถูกใช้ไปในการฝึก
เมื่อรู้ตัวว่าต่างนางยิ่งต้องทำให้กลมกลืน มีทหารใหม่หลายคนทนการฝึกไม่ไหวหนีค่ายเอาดื้อๆเมื่อถูกจับได้ต่างก็ได้รับโทษหนัก ก่อนจะถูกขับออกจากค่ายให้อับอาย
“ใครรู้ตัวว่าไปต่อไม่ไหว อยากออกจากค่ายวันนี้ก็เชิญ!” รองแม่ทัพ เหอประกาศก้องหลายคนก้าวออกจากแถวแล้วเดินจากไป ไปเมื่อยังมีโอกาสไปอย่างถูกต้องจะดีกว่าเพราะหลังจากนี้ แม้เพียงแค่คิด โทษที่ได้รับอาจจะไม่ใช่แค่โบย เพราะกองทัพไม่้าคนที่ใจโลเล...ไม่เด็ดเดี่ยว!
วันหนึ่ง ขณะที่หยางเสียกำลังยัดอาหารเข้าสู่กระเพาะอย่างรวดเร็วอยู่ที่โรงครัวรองแม่ทัพเหอก็มาหยุดยืนอยู่ตรงหน้านางหญิงสาวลุกขึ้นกระฉับกระเฉงรีบเช็ดปากและอยู่ในท่าสำรวมทำความเคารพเขา
“ยังอยู่อีกหรือ...” เขาถามทั้งที่เห็นชายหนุ่มหน้าแถวทุกวันหยางเสียโดดเด่นเพราะไม่มีชายใดในค่ายหน้านวลใสได้เท่าเ้าหนุ่มคนนี้อีกแล้วอ้อ...เว้นอู๋อี้หวินเพื่อนสนิทเขาไว้คน
หยางเสียยึดอกผึ่งผายตอบออกไปด้วยเสียงอันดัง“ขอรับ!”
นางจะอยู่เป็ทหารในค่ายในถึงที่สุดจะไม่ยอมให้ใครมาดูถูกว่านางบอบบางและอ่อนแอเหมือนรูปร่างภายนอกที่พวกเขาเห็น
ย่างเข้าฤดูร้อน อากาศเริ่มอบอ้าวกลางสนามฝึกแดดจัดจ้า ดวงตะวันสาดแสงร้อนแรงดุจจะเผาไหม้ทุกสิ่งทุกอย่างในที่โล่งใจกลางค่าย จินเฉิงก่านให้มลายสิ้นอยู่มาร่วมเดือนหยางเสียยังไม่เคยเห็นหน้าแม่ทัพใหญ่...องค์ชายเซี่ยฝานจิ้งแม้แต่หนเดียวเพื่อนทหารต่างเล่าลือว่าทรงองอาจสง่าผ่าเผยยิ่ง หากใครได้พบสบกับพระเนตรดำสนิทคู่นั้นแล้วแม้เพียงหนเดียว ทว่าต่างต้องรีบหลบตาไปด้วยเกรงในพระบารมี
ยังจะมีคนตาดุยิ่งกว่าพี่ชายริมทะเลสาบคนนั้นได้อีกหรือ...ใจหญิงสาวคิดไปถึงชายรูปงามอีกคนการแต่งเนื้อแต่งตัวก็พอจะเดาว่าเป็ทหารของค่าย แต่นับจากวันนั้นนางก็ไม่ได้พบเขาอีกเลย
ครั้นคิดเรื่อยเปื่อยแต่หาคำตอบไม่ได้แล้วหยางเสียก็ระบายลมหายใจหนักๆบอกกับตนเอง จะไปคิดทำไมให้เสียเวลาอีกเล่าตัวเ้ายังมีเื่ชวนปวดหัวไม่พอหรือไร ทุกวันทหารทั้งหมดล้วนต้องลุกจากที่นอนในยามอิ๋น[1]ต้องผ่านการฝึกสารพัดรูปแบบ นับวันรองแม่ทัพเหอยิ่งคิดยุทธวิธีได้โหดและหนักขึ้นเรื่อยๆหยางเสียแทบจะคลานขึ้นเตียงซึ่งก็ไม่ต่างจากเพื่อนร่วมกองของนางเลยมาถึงตอนนี้นางมีเพื่อนสนิทแล้วสองคน รูปร่างของเขาทั้งสองแทบไม่ต่างจากนางเลย...ผอมตัวเล็กและแรงน้อยเมื่อเทียบกับทหารคนอื่น
เมื่อรู้ข้อด้อยของตัวเองแล้วหยางเสียจึงต้องกินข้าวให้ได้มากที่สุดเพื่อสะสมกำลังอย่างน้อยนางก็ทนอยู่มาได้เกือบเดือนแล้ว ไม่ได้หนีทหารอย่างผู้ชายอกสามศอกบางคน
[1] ๐๓.๐๐ – ๐๕.๐๐ น.